ประวัติ จอร์จ โซรอส

ประวัติ จอร์จ โซรอส

ประวัติ จอร์จ โซรอส / โดย ลงทุนแมน
เมื่อพูดถึงวิกฤติค่าเงินบาทเมื่อปี 40 หรือวิกฤติต้มยำกุ้ง
ชื่อของ จอร์จ โซรอส (George Soros) ก็คงลอยขึ้นมา
คนไทยมักรู้จักเขาในฐานะของ พ่อมดการเงิน ผู้โจมตีค่าเงินบาท

แต่สำหรับชาวโลก เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ชื่อของ โซรอส เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือ การโจมตีค่าเงินปอนด์ของประเทศอังกฤษในปี 1992

นิตยสาร Forbes ประมาณการไว้ว่าโซรอสได้กำไรจากเหตุการณ์นั้นในช่วงเดือนเดียวกว่า 50,000 ล้านบาท จนเป็นที่รู้จักในชื่อ “ชายผู้ทำลาย ธนาคารแห่งชาติอังกฤษ”

อย่างไรก็ตาม มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่า พ่อมดการเงินคนนี้แท้จริงแล้วเป็นใครมาจากไหน หลักการลงทุนของเขานั้นเป็นอย่างไร วันนี้ลงทุนแมนจะพาไปรู้จักกับ ตำนานผู้จัดการกองทุนของโลกคนนี้กัน

จอร์จ โซรอส เป็นใคร?

จอร์จ โซรอส เกิดที่เมือง บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ในปี 1930 เป็นชาวฮังกาเรียนเชื้อสายยิว ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่นาซี-เยอรมันจะบุกยึดฮังการี 14 ปี

ซึ่งในช่วงเวลาที่ฮังการีอยู่ใต้การปกครองของนาซีนั้น ถ้าชาวยิวถูกจับตัวไปนั้นถือว่าเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นการเอาชีวิตรอดในแต่ละวันนั้นนับว่าเป็นความท้าทายแรกๆในชีวิตของโซรอส

อย่างไรก็ตามโซรอสกลับบอกว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เขาสนุกที่สุดในชีวิต

เด็กชายโซรอสในวัยไม่ครบ 20 ปีมีเรื่องให้ลุ้น ให้หวาดเสียวผจญภัยอยู่เสมอ โดยมีกฎสำคัญข้อเดียวคือ ต้องเอาชีวิตรอด อย่าให้ถูกจับได้ อาจารย์คนแรกของเขาก็คือ ทีวาดอร์ โซรอส พ่อของเขานั่นเอง

โซรอสกล่าวว่าพ่อของเขานั้นเป็นนักเอาชีวิตรอด เขาเคยเล่าว่าโซรอสผู้พ่อนั้นเคยเป็นเชลยสงครามในช่วงปฏิวัติรัสเซียและแหกคุกออกมาได้ โดยเป้าหมายของคุณพ่อคือ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ครอบครัว และตนเองจะต้องรอดชีวิต

ไม่นานหลังจากที่นาซีเข้ามา ทรัพย์สินของชาวยิวนั้นถูกยึด เกิดความไม่แน่นอนในชีวิต ในขณะที่พ่อของโซรอสนั้นได้ใช้การติดสินบนเจ้าหน้าที่ฮังการี รวมถึงลูกล่อลูกชนต่างๆ เพื่อโยกย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินไปยังต่างประเทศล่วงหน้าแล้ว ในขณะที่ชาวยิวคนอื่นประมาทว่าเหตุการณ์เลวร้ายอาจจะไม่เกิดขึ้น

โดยโซรอสเคยกล่าวในหนังสือ The Alchemy of Finance ไว้ว่า “พ่อรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรในสถานการณ์ที่วิกฤตินี้ การปฏิบัติตัวตามกฎหมายในช่วงเวลานี้จะนำไปสู่อันตรายถึงชีวิต ในขณะที่หนทางเอาชีวิตรอดต้องทำด้วยการหลบเลี่ยงกฎหมายแทน การปฏิบัติตัวในสถานการณ์ปกตินั้น ใช้ไม่ได้ในจังหวะวิกฤต ซึ่งประสบการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อแนวทางการลงทุนของผมในอนาคต”

ต่อมาโซรอส ได้ลี้ภัยไปยังประเทศอังกฤษ โดยเข้าศึกษาที่ LSE (London School of Economics) อันมีชื่อเสียง ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และต่อมาโซรอสได้ย้ายไปยังอเมริกา และได้ก่อตั้งกองทุน Quantum Fund ของเขาขึ้นในปี 1969 (ตอนแรกตั้งชื่อว่ากองทุน Double Eagles)

โซรอสเป็นนักเก็งกำไร?

ชื่อของจอร์จ โซรอสนั้นมักจะเคียงคู่มากับคู่เปรียบเทียบในโลกของการลงทุนอย่าง วอเร็น บัฟเฟตต์ เสมอในฐานะของสองค่ายความคิดที่อาจกล่าวได้ว่าแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

ในขณะที่บัฟเฟตต์ ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของการลงทุนแบบเน้นคุณค่าที่มองหากิจการที่มีคุณภาพสูงแต่โซรอสนั้นโด่งดังเป็นอย่างมากในฐานะนักเก็งกำไรระดับโลก

ด้านปรัชญาการลงทุนนั้น โซรอสได้นำเสนอทฤษฏี “Reflexivity” (การสะท้อนกลับ) ที่ได้สร้างผลกระทบต่อวงการลงทุนอย่างมหาศาล ไว้โดยมีใจความสำคัญคือ

“อคติของคนหมู่มากกระทบต่อราคาหุ้น และกระทบต่อไปยังพื้นฐานของหุ้น การเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดอย่างต่อเนื่อง”

ฟังดูงงๆใช่ไหม? การที่ราคาหุ้นเปลี่ยนทำให้ราคาหุ้นเปลี่ยนต่อไป มันคืออะไร?

ลองมาดูตัวอย่างกัน

ในขณะที่ราคาหุ้นกำลังพุ่งสูงขึ้น โดยทั่วไปนักลงทุนจะรู้สึกว่าตัวเองรวยขึ้นทำให้ใช้จ่ายมากขึ้น บริษัททั่วไปจึงมียอดขายและกำไรเพิ่มขึ้น ต่อมาตลาดจึงสรุปว่า “พื้นฐานของบริษัทดีขึ้น” ส่งผลให้ราคาหุ้นขึ้นต่อไปอีก เมื่อวงจรนี้ดำเนินไปเรื่อยๆ หุ้นก็มีแนวโน้มที่จะขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง

ในทางกลับกัน
แนวโน้มนี้อาจเกิดขึ้นกับการตกลงของราคาก็ได้เช่นกัน

มาดูตัวอย่างจริงๆ กันอีกสักที

ช่วงก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท

บริษัทมีหนี้เพิ่มมหาศาล หลายกิจการปิดตัวลง นักลงทุนทิ้งหุ้นไทย ตลาดหุ้นตกระเนระนาด ต่างชาติขายเงินบาท เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง

บริษัทไทยที่เหลือรอด จัดการลดต้นทุน ปลดคนงาน อัตราว่างงานเพิ่ม คนไม่มีเงินใช้ คนที่มีก็ไม่ใช้ ตลาดหุ้นยังตกต่อเนื่อง วนลูปไปเรื่อยๆ

โซรอสนั้นเฝ้าดูมาตลอดว่าค่าเงินบาทไทยต้องอ่อนค่า กองทุน Quantum Fund ของเขาได้ทำการชอร์ต (การทำกำไรจากขาลง) เงินบาทอย่างมหาศาล ผลคือเงินบาทที่ร่วงอยู่แล้วถูกซ้ำเติมให้ร่วงเข้าไปอีก

ที่น่าสนใจคือ สำหรับบางคน โซรอส เปรียบเสมือนอาชญากรทางการเงิน ในขณะที่บางคนในวงการเก็งกำไรเปรียบเขาดั่งศาสดาเลยทีเดียว

ถ้าทฤษฎีของ โซรอส เป็นจริง การที่ตลาดหุ้นขึ้น ALL TIME HIGH แบบนี้ อาจจะส่งผลให้คนกำไรหุ้นกล้าใช้จ่ายมากขึ้น และทำให้ผลประกอบการบริษัทดีขึ้น เป็นลูปแห่งความรุ่งโรจน์ก็เป็นได้..
———————-
<ad> ถ้าพอร์ตการลงทุนเรายังไม่ประสบความสำเร็จเหมือนโซรอส ลองมาทำความรู้จัก MARTY กองทุนเปิด AI จาก Think Algo จุดเด่นของกองทุนนี้คือการวิเคราะห์สถิติจาก BIG DATA ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.think-algo.com/ทำความรู้จักกับ-marty-กองทุน/
———————-

Comments

comments