Tencent บริษัทที่ใหญ่สุดในประเทศจีนทำธุรกิจอะไร

Tencent บริษัทที่ใหญ่สุดในประเทศจีนทำธุรกิจอะไร

Tencent บริษัทที่ใหญ่สุดในประเทศจีนทำธุรกิจอะไร / โดย เพจลงทุนแมน
หากถามว่าบริษัทอะไรใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และใครรวยที่สุดในประเทศจีน?
หลายคนอาจคิดว่าเป็นบริษัท Alibaba และผู้ก่อตั้งคือคุณแจ็ค หม่า
แต่มีอยู่บริษัทหนึ่งที่ใหญ่กว่า Alibaba และมีชาวจีนคนหนึ่งที่รวยกว่าคุณแจ็ค หม่า

บริษัทนั้นมีชื่อว่า Tencent
และคนที่รวยกว่าคุณแจ็คก็คือคุณโพนี่ หม่า (Pony Ma) ผู้ก่อตั้ง Tencent นั่นเอง

คุณโพนี่อายุ 46 ปี อ่อนกว่าคุณแจ็ค 7 ปี

คุณโพนี่ก่อตั้ง Tencent ขึ้นเมื่อปี 2541 หรือเมื่อ 19 ปีที่แล้ว ผลิตภัณฑ์แรกของบริษัทคือโปรแกรมแชท QQ

ปัจจุบันบริษัท Tencent มีมูลค่า 16.9 ล้านล้านบาท เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในจีน

คุณโพนี่ใช้เวลาเพียง 19 ปี สร้างบริษัทที่มีมูลค่าสูงกว่า GDP ของประเทศไทย..

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมที่สุดของ Tencent คือ WeChat แอพแชทอันดับ 3 ของโลก

มีคนเปิดแอพ WeChat ใช้ทุกวันถึง 768 ล้านคน เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 700 ล้านคน

ประชากรจีนมีจำนวน 1388 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้ที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตประมาณ 751 ล้านคน

ในคนจีน 10 คนที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ต จะมี 9 คนที่เปิดใช้แอพ WeChat ทุกวัน

คนจีนไม่ได้ใช้ WeChat เพื่อส่งข้อความ หรือโทรหากัน แต่ยังนิยมใช้ WeChat เพื่อเรียกรถแท็กซี่ สั่งอาหาร โอนเงิน ซื้อของออนไลน์ ซื้อตั๋วหนัง หรือกระทั่งซื้อตั๋วเครื่องบิน

คนจีนติด Wechat มากๆ มีการประมาณการณ์ว่า คนจีน 400 ล้านคน ใช้ WeChat มากกว่า 10 ครั้งต่อวัน

WeChat จึงไม่ใช่แค่แอพแชทยอดนิยม แต่เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของชาวจีนในปัจจุบัน

WeChat ทำเงินให้ Tencent มากแค่ไหน?

จริงๆแล้ว WeChat ไม่ได้เป็นธุรกิจที่ทำเงินให้ Tencent มากที่สุด

นอกจาก WeChat แล้ว Tencent ยังมีธุรกิจส่วนอื่น เช่น Social media ที่มีจำนวนผู้ใช้พอๆ กับ WeChat คือ QQ

แต่ WeChat และ QQ รวมกับ social media อื่นๆ ทำรายได้ให้กับ Tencent แค่ 24%

แล้วรายได้หลักของ Tencent มาจากอะไร?

รายได้หลักของ Tencent มาจากธุรกิจเกมออนไลน์

ใน 4 ไตรมาสล่าสุด รายได้จากเกมออนไลน์คิดเป็น 44% มากกว่า social media เกือบเท่าตัว

เกมที่ได้รับความนิยมที่สุดของ Tencent คือเกม Honor of kings
หลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับ Honor of Kings

แต่คนไทยน่าจะรู้จักอีกชื่อของเกมนี้ นั่นคือ Realm of Valor หรือ RoV นั่นเอง

RoV ได้รับความนิยมขนาดไหน?

เกม RoV ได้รับความนิยมในประเทศไทยและเอเชียเป็นอย่างมาก

ผู้ชนะในการแข่งขันเกม RoV ประจำภูมิภาคเอเชียได้รับเงินรางวัลถึง 6.4 ล้านบาท

การแข่งขันเกม RoV ในประเทศไทยยังได้รับการถ่ายทอดสดผ่านช่องเวิร์คพอยท์ทีวี และมีผู้ชมผ่านเฟสบุคไลฟ์สูงถึง 1.5 ล้านวิว

บริษัทกันตนายังเปิดตัวรายการเรียลลิตี้แข่งขันเกม RoV ชิงเงินรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท

ปัจจุบันเกม RoV มีผู้เล่นรวมกันถึง 200 ล้านคน

คิดเป็น 3 เท่าของจำนวนประชากรในประเทศไทย

นอกจาก RoV แล้ว Tencent ยังเป็นเจ้าของเกมที่ได้รับความนิยมที่สุดในอเมริกาและยุโรปคือเกม League of Legends

Tencent ยังถือหุ้นในบริษัทเกมอีกหลายแห่ง เช่น Blizzard เจ้าของเกมดังอย่าง World of Warcraft และบริษัท Garena ผู้จัดจำหน่ายเกมในประเทศไทย และสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน (ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://longtunman.com/2014)

แล้วบริษัทเกมอื่นๆ ในตลาดโลกเป็นอย่างไร?

ลองมาดู 6 อันดับแรกของบริษัทที่มีรายได้จากเกมสูงที่สุดในครึ่งแรกของปี 2017
Tencent รายได้ 255,300 ล้านบาท
Sony (เจ้าของ Playstation) รายได้ 136,900 ล้านบาท
Blizzard (เจ้าของเกม World of Warcraft, Starcraft) รายได้ 107,400 ล้านบาท
Microsoft (เจ้าของ Xbox) รายได้ 103,500 ล้านบาท
Apple (เจ้าของ AppStore) รายได้ 96,100 ล้านบาท
EA (เจ้าของเกม Fifa) รายได้ 95,200 ล้านบาท

จะเห็นว่า Tencent เป็นบริษัทที่ทำรายได้จากเกมสูงที่สุดในโลก สูงกว่าอันดับ 2 เกือบเท่าตัว

ในขณะที่บริษัท Nintendo หรือ Google ที่เป็นเจ้าของเกมดัง PokemonGo ไม่อยู่ใน 6 อันดับแรก

เรื่องนี้ให้ข้อคิดว่า..

เกมบางเกมอาจเป็นแค่กระแสที่มาเร็วไปเร็ว

เกมบางเกมอาจเป็นแค่ของเล่นสำหรับเด็ก

แต่เรื่องเกมอาจไม่ใช่เรื่องไร้สาระอย่างที่ผู้ใหญ่บางคนคิดเสมอไป

Garena สตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นบริษัทเกม

Tencent บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีรายได้หลักมาจากธุรกิจเกม

แน่นอนว่าถ้าเราหมกมุ่นกับบางสิ่งบางอย่างมากเกินไปก็ไม่ได้เป็นผลดีเท่าไร เรื่องนี้ไม่ได้เฉพาะเกม แต่เป็นเรื่องอื่น ทุกอย่างมีทั้งประโยชน์ และทั้งเป็นโทษ

ถ้าเรามองเกมในอีกมุมมองหนึ่ง

เกมบางเกมอาจมีส่วนคล้ายกีฬาอย่างหมากรุก หรือ เกมที่มีการวางแผน

ฝึกสมอง ใช้ไหวพริบ และพัฒนาทักษะด้านทีมเวิร์ค

ในอนาคตเราอาจจะไม่เรียก เด็กที่มีทักษะการเล่นเกมว่า เด็กติดเกม
แต่จะเรียกพวกเขาว่านักแข่งเกม
เป็นอาชีพเหมือนกับนักกีฬาที่ชอบเล่นกีฬาที่ตัวเองชอบเป็นชีวิตจิตใจ
นักแข่งเกมตอนนี้สามารถทำเงินหาเลี้ยงครอบครัวจากการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

ในอนาคตจะเรียกคนที่มีทักษะเป็นผู้บรรยายระหว่างการเล่นเกม ว่า นักแคสท์เกม
เป็นอาชีพเหมือนกับพิธีกรที่สามารถดึงดูดผู้ชมจำนวนมากให้ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจ
โลกรุ่นใหม่กำลังสนใจนักบรรยายเกม ไม่ใช่นักข่าว

สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำตอนนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องการต่อต้าน

แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปอย่างไร

รู้ไหมว่า ปัจจุบัน คนไทยดูการแคสท์เกม มากกว่า รายการข่าวบางช่อง

รู้ไหมว่า ปัจจุบัน นักแข่งเกมบางคนทำเงินได้ มากกว่า นักกีฬามืออาชีพบางคน

ในโลกนี้

ในบางเรื่องไม่มีอะไรที่ผิด หรือ ถูก

มีแต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของทุกคนในสังคม และ เราต้องทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

คนที่ทำความเข้าใจได้เร็ว ก็จะสำเร็จได้เหมือนบริษัท Tencent

ถ้าเราคาดหวังว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามแพทเทิร์นเดิมทั้งหมด เหมือนที่เราโตมาตอนเด็ก

โลกนี้ก็คง ไม่ใช่โลก..

———————-
<ad> อ่านเรื่อง Tencent แล้วสนใจประเทศจีน อยากทำความรู้จักประเทศนี้มากขึ้น

“หลักสูตรระยะสั้น EoC (Expert on China) โดยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์”

เป็นหลักสูตรดีๆ ที่รวบรวมแนวคิดและกลยุทธ์การทำธุรกิจในจีนหรือกับชาวจีนให้ประสบความสำเร็จ อบรมโดยเหล่ากูรูที่มีประสบการณ์เชิงลึกในด้านต่างๆ เกี่ยวกับจีน
เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ถึง 19 ม.ค.61

เริ่มอบรม 8 มี.ค. – 21 มิ.ย. 61 ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.30-17.30

สมัครและรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://eoc.dpu.ac.th หรือ โทร. 065-594-9955
———————-
Source
-https://expandedramblings.com/index.php/wechat-statistics/
-https://newzoo.com/insights/rankings/top-25-companies-game-revenues/
-https://www.blognone.com/node/97549
-https://www.blognone.com/node/96841

Comments

comments