กรณีศึกษา ธุรกิจดินสอสี

กรณีศึกษา ธุรกิจดินสอสี

กรณีศึกษา ธุรกิจดินสอสี / โดย เพจลงทุนแมน
ตอนที่เราเป็นเด็ก
ถ้าให้เลือกดินสอสี
ทุกคนน่าจะมีสีที่ชอบอยู่ในใจ
บางสีที่ชอบก็ใช้บ่อยจนหมดเร็ว
บางสีที่ไม่ชอบก็ยังเหลือเต็มแท่ง

ตัวเราเองได้กล่องดินสอที่มี 12 สี ก็สนุกแล้ว แต่เห็นของเพื่อนมี 48 สี เรียกได้ว่าน่าอิจฉา

แต่เคยสงสัยไหมว่า ธุรกิจดินสอสีได้กำไรมากน้อยแค่ไหน

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ถ้าพูดถึงบริษัทที่ขายดินสอสีที่คนไทยรู้จักกันดี ก็คงหนีไม่พ้นบริษัทนี้

บริษัทคอลลีน

คอลลีนเป็นแบรนด์เกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องเขียนที่มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น

เดิมทีบริษัทมีชื่อเสียงในการผลิตดินสอที่เก่าแก่มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1916 ถึงขั้นเคยเป็น 3 บริษัทผลิตดินสอที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยอีก 2 บริษัทนั้นคือ Tombow และ Mitsubishi pencil company โดยมีดินสอที่เป็นรุ่นชูโรงตอนนั้นคือรุ่น Hi pierce

แต่ด้วยประสบปัญหาสภาพคล่องในปี ค.ศ.1997 ทำให้บริษัทคอลลีน เพนซิล ที่ญี่ปุ่นล้มละลาย

แต่ยังโชคดีที่ บริษัทคอลลีน เพนซิล ได้มาตั้งฐานการผลิตในไทยเมื่อปี ค.ศ.1989 ทำให้บริษัทยังไม่สิ้นชื่อในวงการเครื่องเขียน

โดยที่โรงงานในไทยนี้เองที่ทำให้บริษัทหันมาโฟกัสสายการผลิตดินสอสีแทนดินสอธรรมดา และความสามารถที่ทำให้ดินสอสีไม้มี 2 สีในแท่งเดียว ทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยม

การที่ดินสอแท่งเดียว มีสองสีที่ปลายทั้งสอง คงเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเด็กในสมัยนั้น

เมื่อบริษัทเริ่มตั้งตัวได้ปี 2008 บริษัทคอลลีน เพนซิล ได้กลับไปตั้งฐานที่บ้านเกิดประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง

โดยการกลับมาคราวนี้ได้มีการนำรุ่น Hi pierce กลับเข้าสู่ตลาดดินสอญี่ปุ่นอีกครั้งด้วย

โดยสินค้าหลักของคอลลีนจะเป็น สีไม้ที่มีทั้ง 1 สีใน 1 แท่ง หรือ 2 สีใน 1 แท่ง และสีไม้คอลลีนนีออนที่จะเพิ่มสีสะท้อนแสงเข้ามาในกล่อง

โดยสีไม้ทั้งหมดจะเริ่มต้นที่ 12 สี 24 สี 36 สี 48 สี 60 สี และ 72 สี

ใครมีเงินน้อยหน่อยก็ซื้อ 12 สี ใครอยากเท่ก็คงต้องซื้อ 72 สี

รายได้รวมของบริษัทคอลลีน เพนซิล (ประเทศไทย) จำกัด
ปี 2557 รายได้ 290 ล้านบาท กำไรสุทธิ 35 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 328 ล้านบาท กำไรสุทธิ 33 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 371 ล้านบาท กำไรสุทธิ 36 ล้านบาท

น่าสังเกตว่าทั้งๆที่สีไม้ ที่ไม่น่าจะมีใครใช้จนหมดแท่ง ส่วนมากมักจะหายก่อน กลับมียอดขายได้เรื่อยๆ อาจจะเป็นเพราะมีเด็ก เข้าสู่การศึกษาในทุกๆปี

เรื่องนี้ทำให้เราคิดได้ว่า จริงๆแล้ว ธุรกิจที่เกี่ยวกับเด็ก ก็อาจจะเป็นสินค้าที่ขายได้เรื่อยๆ

ถึงแม้ว่าจะเป็นตลาดที่เล็ก แต่ตลาดนี้น่าจะยังคงอยู่ตราบใดที่ยังมีเด็กในโลกนี้ และไม่ต้องกลัวว่าสินค้านั้นจะใช้ไม่หมด

เพราะไม่มีเด็กคนไหนอยากใช้ของเก่า..

ให้นึกถึงเราตอนเป็นเด็ก ทุกคนดีใจที่ได้ใช้ ดินสอใหม่ ยางลบใหม่ กล่องดินสอใหม่ ในวันเปิดเทอม

ผู้ใหญ่ก็คล้ายกัน ดีใจที่ได้ของใหม่
เพียงแต่ว่า

ตอนนี้สิ่งที่สำคัญของเราดูเหมือนจะเป็น รถคันใหม่ คอนโด หรือ บ้านหลังใหม่

ตอนเราเป็นเด็ก ดินสอ ยางลบ 10 บาท ก็ทำให้เราดีใจแล้ว

แต่ตอนนี้สิ่งที่จะทำให้เราดีใจต้องใช้เงินมูลค่าเป็นล้าน

เด็กคิดน้อยไป หรือ เราคิดมากไป?

ทั้งหมดนี้ก็คงจะเป็นที่ตัวเราเอง

เราคงต้องดีใจกับเรื่องต่างๆให้ง่ายขึ้น

เก็บความรู้สึกดีๆในทุกโมเมนต์ที่เข้ามาในชีวิต

ถ้าทำอย่างนั้นได้ เราก็คงจะรู้สึกเหมือนได้ดินสอสีกล่องใหม่ทุกวัน..
———————-
<ad> เราสามารถเก็บเรื่องดีๆไว้ได้.. สนใจเป็นเจ้าของห้องเก็บของส่วนตัว ใจกลางเมืองทำเลสุด Hot สีลม และ สุขุมวิท 24 ใกล้ BTS ช่องนนทรี และ พร้อมพงศ์ ติดต่อเรา i-Store self-storage สะอาด สะดวก ปลอดภัย เข้าออกได้ตลอด 24 ชม. เริ่มต้น 1,500 บาทต่อเดือน ติดต่อ 0625953393 www.i-store.co.th
FB : i-Store Self Storage
———————-
Source
-http://www.colleenpencil.net/
-http://www.dbd.go.th
-http://www.penciltalk.org