ใครเป็นเจ้าของ Swensens ในไทย

ใครเป็นเจ้าของ Swensens ในไทย

ใครเป็นเจ้าของ Swensens ในไทย / โดย เพจลงทุนแมน
เมื่อก่อน วิลเลียม อี.ไฮเนคกี้ เป็นเพียงแค่ฝรั่งคนหนึ่งที่อยู่ในไทย ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย
ตอนเด็กๆ ได้เข้ามาเมืองไทยเพียงเพราะว่าครอบครัวต้องมาทำงานที่นี่
แต่รู้ไหมว่าฝรั่งธรรมดาคนนี้ ได้กลายเป็นเจ้าของอาณาจักรแสนล้าน ที่มีทั้ง Swensens และ The Pizza Company รวมทั้ง โรงแรมอีกมากมาย

เรื่องนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายคนได้

วิลเลียม อี.ไฮเนคกี้ นั้นเป็นชาวอเมริกันที่ย้ายมาอยู่เมืองไทยตามครอบครัว ตั้งแต่ อายุ 14 ปี และได้เข้าเรียนใน International School Bangkok หรือ ISB

ซึ่งในตอนนั้น เขาก็ได้หารายได้จากการเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับรถโกคาร์ต กิจกรรมที่เขาชื่นชอบให้กับ นิตยสาร Bangkok World ปัจจุบันคือ Bangkok Post

โดยรับค่าตอบแทนเป็นพื้นที่โฆษณาในนิตยสารที่เขานั้นหาลูกค้าเอง ซึ่งรายได้ค่าคอมมิชชั่นมากกว่าเงินเดือนของนักข่าวซะอีก หลังจากนั้นเขาก็ได้เป็นผู้จัดการฝ่ายโฆษณาของนิตยสารเล่มนี้ด้วย วัย 17 ปี

หลังจากเรียนจบ เขาก็ตัดสินใจไม่เรียนต่อในมหาวิทยาลัยและไม่กลับอเมริกากับครอบครัว

เพราะเขามองเห็นโอกาสมหาศาลในการทำธุรกิจในประเทศไทย ถ้าเขากลับไปก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาประเทศไทยอีกเมื่อไหร่

ทำให้ปีต่อมา เขาได้ขอยืมเงินจากเพื่อนของเขา 1,200 เหรียญสหรัฐ เพื่อมาเปิดธุรกิจให้บริการทำความสะอาดสำนักงาน โดยตั้งบริษัทชื่อ Inter-Asian Enterprise และ บริษัท Inter-Asia Publicity เพื่อทำธุรกิจขายโฆษณาทางวิทยุ

ต่อมาเขาได้ขายกิจการ Inter-Asian Enterprise ให้กับบริษัทโฆษณาชื่อดัง Ogilvy & Mather

หลังจากนั้น เขาได้เล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาทำธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจบริการการท่องเที่ยว โดยก่อตั้งบริษัท Minor Holdings ขึ้นมาในปีค.ศ. 1970

วิลเลียม อี.ไฮเนคกี้ เริ่มทำธุรกิจบริการ ด้วยการมองเห็นโอกาสที่ว่าประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะเกิดวิกฤต แต่นักท่องเที่ยวก็ยังกลับมาเที่ยว

จึงทำให้เขาได้เปิดโรงแรม Royal Garden Resort ที่พัทยาเป็นที่แรก และในภายหลังก็เปิดเพิ่มอีก 2-3 แห่ง ภายใต้แบรนด์ Royal Garden

ก่อนที่ภายหลังจะเปลี่ยนมาเป็นชื่อ อนันตรา และได้ทำการขยายโรงแรมเพิ่มทั้งไปลงทุนเอง และไปบริหารให้ในประเทศและต่างประเทศ

ในส่วนของธุรกิจร้านอาหารก็ทำควบคู่ไปด้วย จากการได้เห็นโอกาสว่า ถึงเวลาแล้วที่จะนำแฟรนไชส์ร้านอาหารจากต่างประเทศเข้ามาในไทยได้แล้ว

ในช่วงปีค.ศ 1970-1980 เขานำ Mister Donut เข้ามาเป็นแบรนด์แรก ที่ภายหลังได้ขายให้กับเครือเซ็นทรัล ส่วนแบรนด์ต่อๆมาคือ Swensens, Sizzler, Dairy Queen, Burger King

แต่ที่สำเร็จที่สุด ก็น่าจะเป็น Pizza Hut โดยเข้ามาเปิดสาขาแรกที่พัทยา ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างมากถูกปากคนไทย ทำให้มีการขยายสาขาถึง 200 แห่ง ภายในเวลา 18 ปี

แต่ว่าคดีความกับบริษัทไทรคอน ในปี ค.ศ. 2000 ทำให้มีการเปิดแบรนด์ใหม่คือ The Pizza Company และได้ขยายสาขาไปทั่วประเทศ รวมถึงต่างประเทศด้วย

จนในปัจจุบัน บริษัทได้มีการระดมทุมจากตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้ชื่อว่าบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รู้หรือไม่ว่า บริษัทนี้เป็นบริษัทที่บริหารโรงแรมใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีโรงแรมทั้งหมด 155 แห่ง

โดยที่ลงทุนเอง และ รับจ้างบริหารภายใต้แบรนด์ Four Seasons, Marriott, St. Regis, Radisson Blu และแบรนด์ของบริษัท ได้แก่ Anantara, AVANI และ Tivoli

ในส่วนของร้านอาหารในปัจจุบัน มีจำนวนมากกว่า 2,037 แห่งทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

และนอกจากนี้บริษัทยังนำเข้าแบรนด์สินค้าแฟชั่น และเครื่องสำอาง อาทิ Esprit, Bossini, GAP, Banana Republic, Charles & Keith, Anello และ Pedro รวมกว่า 314 แห่งอีกด้วย

รายได้ของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ปี 2557 รายได้ 39,450 ล้านบาท กำไร 4,402 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 47,694 ล้านบาท กำไร 7,040 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 56,485 ล้านบาท กำไร 6,590 ล้านบาท

โดยรายได้หลักในปัจจุบันของบริษัท จะเป็นรายได้มาจากโรงแรม สัดส่วนประมาณ 40% ของรายได้ทั้งหมด

ตอนนี้บริษัทไมเนอร์มีมูลค่า ประมาณ 190,000 ล้านบาท นับว่าเป็นบริษัทที่ใหญ่อันดับที่ 21 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

จากเรื่องนี้ทำเราให้เราคิดได้ว่า

คุณ วีลเลียม อี ไฮเนคกี้ เขาไม่ได้มีเงินมาทำธุรกิจตั้งแต่แรก ต้องทำงานหาเงินทุนหรือไปกู้ยืมมา

จะติดต่อสื่อสารก็ลำบากเพราะภาษาไทยก็พูดไม่ได้ และก็น่าจะไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมไทยเท่าไรนัก

แต่เขาก็สามารถประสบความสำเร็จได้

ในโลกนี้

เราทุกคน มีต้นทุนในชีวิตไม่เท่ากันอยู่แล้ว

ถ้าทุกอย่างเท่ากันหมด ก็คงไม่ใช่เสน่ห์ของโลกนี้

แทนที่เราจะโทษดวงชะตาว่าทำไมเกิดมามีไม่เท่าคนอื่น

เราลองหันมาค้นคว้ามองหาโอกาสรอบตัวเรา และลองทำไปเรื่อยๆ

ถ้าทำได้ ก็น่าจะสำเร็จได้เหมือนคุณ วิลเลียม อี ไฮเนคกี้..
———————-
<ad> ถ้าพอร์ตการลงทุนเรายังไม่ประสบความสำเร็จ ลองมาทำความรู้จัก MARTY กองทุนเปิด AI จาก Think Algo จุดเด่นของกองทุนนี้คือการวิเคราะห์สถิติจาก BIG DATA ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.think-algo.com/ทำความรู้จักกับ-marty-กองทุน/
———————-
Source
-http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9570000019858
-https://www.thairath.co.th/content/286244
-https://www.kaohoon.com/content/443
-http://www.forbesthailand.com/asianbiz-detail.php?did=694
-http://www.vogue.co.th/william-e-heinecke
-http://www.minorinternational.com

Comments

comments