ลิโด้ สกาลา ความทรงจำที่ถูกลืม

ลิโด้ สกาลา ความทรงจำที่ถูกลืม

ลิโด้ สกาลา ความทรงจำที่ถูกลืม / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
โรงหนังทั้ง 2 แห่งนี้กำลังจะหมดสัญญา
กับสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในช่วงกลางปีนี้
และยังไม่มีความชัดเจนออกมา
ทำให้อนาคตของโรงหนังทั้ง 2 นี้ อยู่ในเครื่องหมายคำถาม

ธุรกิจโรงภาพยนตร์ในปัจจุบันอาจจะไม่ได้แตกต่างกับธุรกิจอื่นมากนักในด้านการแข่งขัน ที่ธุรกิจขนาดเล็กจะต้องพบเจอการแข่งขันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนและทรัพยากรเพียบพร้อมกว่า

หลายๆคนอาจมีโรงภาพยนตร์ในดวงใจ เป็น ลิโด้ หรือ สกาลา เนื่องด้วยจากระยะเวลาที่เปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 50 ปี ย่อมประกอบไปด้วยความทรงจำ ของผู้คนมากมาย

ชายหนุ่มหลายๆคนอาจนัดสาว (ที่วันนี้กลายมาเป็นภรรยาไปแล้ว) มาดูหนังที่นี่เป็นเดทแรก หรือจะเป็นด้านความสวยงามทางสถาปัตยกรรม ที่ทำให้เราประทับใจทุกครั้งที่มาเยือนก็ตาม

โรงหนังทั้ง 2 แห่งนี้เป็นโรงหนังในเครือ APEX

ทั้ง ลิโด้ และ สกาลา นั้นเป็นโรงภาพยนตร์ที่อยู่ในเครือ APEX โดย เครือ APEX ก่อตั้งโดย นายพิสิฐ ตันสัจจา นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ในการเข้าปรับปรุง “ศาลาเฉลิมไทย” จากโรงละครให้เป็น โรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ (ศาลาเฉลิมไทยปิดตัวลงในปี 2532)

ในช่วงแรกบริเวณสยามสแควร์ ริมถนนพระรามที่ 1 นั้นประกอบไปด้วยโรงภาพยนตร์จำนวน 3 โรง คือ

1. โรงภาพยนตร์สยาม โรงภาพยนตร์แห่งแรกในย่านนี้ ความจุ 800 ที่นั่ง เปิดฉายครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2509 อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้จากเหตุความไม่สงบทางการเมืองในปี 2553 พื้นที่นี่ได้ถูกสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำไปก่อสร้างใหม่เป็น ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน (Siam Square One)

2. โรงภาพยนตร์ลิโด เปิดฉายครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2511 หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ ในวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2536 โรงภาพยนตร์ลิโด จึงก่อสร้างปรับปรุงใหม่ เป็นโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก (มัลติเพล็กซ์) จำนวน 3 โรง ความจุรวม 633 ที่นั่ง

3. โรงภาพยนตร์สกาลา ปัจจุบันมีความจุ 876 ที่นั่ง เปิดฉายครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2512 โดยสกาลาถือเป็นโรงภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องว่า มีลักษณะที่สวยงามโดดเด่น และได้รับรางวัล อนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ปี 2555 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

แล้วยักษ์ใหญ่ของธุรกิจโรงหนังไทยในปัจจุบันคือใคร?

Major Cineplex คือ ยักษ์ใหญ่ของวงการโรงภาพยนตร์ไทย

ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จัก Major Cineplex ที่เป็นอันดับ 1 ในวงการโรงภาพยนตร์ของไทยด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 70% หลังจากการควบรวมกิจการกับ EGV

MAJOR ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 โดยนายวิชา พูลวรลักษณ์ (29 ปี หลังจากโรงหนังสยามของเครือ APEX เปิดฉายครั้งแรก)

จากข้อมูล ณ สิ้นปี 2559 MAJOR มีโรงหนังทั้งในไทย รวมถึงประเทศลาวและกัมพูชา รวมทั้งสิ้น 678 โรง คิดเป็นจำนวนที่นั่ง 158,632 ที่นั่ง

เมื่อเทียบกับ APEX มีเพียง 4 โรง จำนวนที่นั่ง 1,509 ที่นั่ง

ด้วยสเกลที่ต่างกัน 100 เท่า ก็คงจะรู้ว่า APEX อาจจะเป็นแค่มด เมื่อเทียบกับช้าง MAJOR

นอกจากธุรกิจโรงภาพยนตร์แล้ว MAJOR ยังมี ธุรกิจโบว์ลิ่ง คาราโอเกะและลานสเก็ตน้ำแข็ง ธุรกิจสื่อโฆษณา รวมถึง ธุรกิจพื้นที่ให้เช่าและบริการ อีกด้วย แต่รายได้ 72% ยังคงมาจากธุรกิจโรงภาพยนตร์

ปี 2558 MAJOR มีรายได้รวม 9,202 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,171 ล้านบาท
ปี 2559 MAJOR มีรายได้รวม 9,580 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,188 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่าธุรกิจของ MAJOR นั้น แม้จะไม่ได้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ก็สามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้อย่างมั่นคง และยืนหยัดเป็นอันดับ 1 ของโรงภาพยนตร์ไทยมาได้อย่างต่อเนื่อง

โดย MAJOR นั้นมีโรงภาพยนตร์ที่เปิดดำเนินการหลายโมเดล ทั้งแบบ stand alone เช่นเดียวกับ APEX แต่ก็มีการเปิดพื้นที่เช่าให้แก่ร้านอาหารและร้านค้ามากมายเข้ามาให้บริการนอกเหนือไปจากโรงภาพยนตร์

อีกโมเดลหนึ่งก็คือ การเปิดโรงภาพยนตร์ใน ห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ เช่น สยามพารากอน หรือ เครือเซ็นทรัล เป็นต้น

เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีไลฟ์สไตล์ ในการกิน เที่ยว และ ชอปปิ้งในห้างสรรพสินค้ามากขึ้น

รวมถึง การเปิดให้บริการในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่อย่าง Big C และ Tesco Lotus ซึ่งรูปแบบนี้ประสบความสำเร็จค่อนข้างมากโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เหล่านี้กลายเป็น หนึ่งในจุดนัดพบของวัยรุ่น รวมถึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับครอบครัวในวันหยุดอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า หนึ่งในสาเหตุที่ MAJOR นั้นประสบความสำเร็จ เพราะมีการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เข้ากับวิถีชีวิตของของผู้คนอยู่ตลอด

ณ วันนี้ ยังไม่มีใครรู้ว่าบทสรุปของ ลิโด้ และ สกาลา ว่าจะเป็นอย่างไร จะได้ต่อสัญญาออกไปอีกหรือไม่ หากไม่ต่อ แล้วตึกอาคารต่างๆจะถูกรื้อถอนหรือเก็บรักษาไว้ตามที่มีผู้ออกมาเรียกร้อง

ก็คงเป็นเรื่องที่เจ้าของพื้นที่อย่าง สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะต้องพิจารณาต่อไป

ภายใต้สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเรียนรู้ว่า ธุรกิจของเราต้องปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา

เป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะคาดหวังความสำเร็จแบบเดิมๆ โดยใช้วิธีการแบบเดิมๆไปตลอด

ถ้าเราเลือกที่จะอยู่กับที่ สิ่งที่เราทำสำเร็จมาในอดีต ก็อาจเป็นได้แค่ความทรงจำ เก็บไว้รอวันที่ถูกลืม..
———————-
<ad> ถ้าเราอยากเก็บความทรงจำที่ไม่อยากลืม แต่บ้านเรามีที่เก็บไม่พอ สนใจเป็นเจ้าของห้องเก็บของส่วนตัว ใจกลางเมืองทำเลสุด Hot สีลม และ สุขุมวิท 24 ใกล้ BTS ช่องนนทรี และ พร้อมพงศ์ ติดต่อเรา i-Store self-storage สะอาด สะดวก ปลอดภัย เข้าออกได้ตลอด 24 ชม. เริ่มต้น 1,500 บาทต่อเดือน ติดต่อ 0625953393 www.i-store.co.th
FB : i-Store Self Storage
———————-
Source
-https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C
-http://www.apexsiam-square.com/event.html
-https://www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=MAJOR&ssoPageId=5&language=th&country=TH
-http://major.listedcompany.com/misc/ar/20170316-major-ar2016-th.pdf

Comments

comments