เปิดตำนาน แป้งเย็นตรางู

เปิดตำนาน แป้งเย็นตรางู

เปิดตำนาน แป้งเย็นตรางู / โดย ลงทุนแมน X Stock Vitamins
ย้อนกลับไป 125 ปีที่แล้ว นายแพทย์โธมัส เฮย์วาร์ด เฮย์ อาจารย์หมอโรงพยาบาลศิริราชและ ดร.ปีเตอร์ กาแวน ได้ก่อตั้งห้างขายยาอังกฤษตรางู ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435 ณ สยามประเทศ โดยชั้นบนเปิดเป็นคลินิกรักษา ส่วนชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายยามีเภสัชกรประจํา ซึ่งถือว่าสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากในวงการแพทย์ของไทยในสมัยนั้นที่คุ้นเคยกับการรักษาด้วยยาสมุนไพรโบราณ หรืออาศัยการ “แมะ” จากหมอจีน

กิจการดำเนินไปด้วยดีมาหลายสิบปี จนกระทั่งปี พ.ศ.2471 นายห้างฝรั่งซึ่งตอนนั้นเปลี่ยนมือมาเป็นของ มร.แมคเบธ ที่จะเกษียณตัวเองและเดินทางกลับบ้านที่ต่างประเทศ จึงอยากขายกิจการให้หมอล้วน ว่องวานิช ที่ทำงานอยู่ที่ร้านเพราะเห็นว่าเป็นคนซื่อสัตย์ เก่ง และเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี ถึงขนาดที่ว่าหมอล้วนไม่มีเงิน ยังพาไปคุยกับนายธนาคารเรื่องกู้เงินให้และขายให้ในราคาเพียง 100,000 บาท เพราะอยากฝากกิจการให้อยู่กับคนที่ดีดูแล เพื่อที่จะอยู่ไปได้นาน ๆ ซึ่งมร.แมคเบธ ก็ดูคนไม่ผิดเพราะกิจการตรางูก็อยู่ได้มาจนทุกวันนี้

หมอล้วนได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับของผู้ผลิตแป้งเย็นรายแรกในประเทศไทย คือ
พ.ศ. 2475 ผลิตแป้งน้ำมโนรา ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นแป้งน้ำควินนา ขวดสีฟ้า
พ.ศ. 2484 ผลิตแป้งเด็กเซนลุกซ์ โดยรูปเด็กบนขวดก็คือหลานชายคนแรกของตระกูลนั่นเอง

จนมาถึงปี พ.ศ. 2490 ตำนานแป้งเย็นตรางู ก็ถือกำเนิดขึ้นมา เมื่อนายบริสเบน ทนายความมาหาหมอเนื่องจากเป็นผดผื่นคัน หมอล้วนให้คาราไมล์ไปทาก็ไม่หาย และก็มีคนไข้อีกหลายคนที่เป็นอาการเดียวกัน หมอล้วนจึงคิดสูตรแป้งเย็นเฉพาะของตรางูขึ้นมา โดยมีส่วนผสมของแป้ง การบูร และเมนทอล ปรากฎว่าได้ผลดี ผดผื่นคันหาย และยังเย็นสบายตัวอีกด้วย สรรพคุณของแป้งเย็นตรางูจึงเป็นที่เลื่องลือกันปากต่อปาก จนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ ถึงขนาดที่ว่าติด 1 ใน 10 อันดับ สินค้าที่นักท่องเที่ยวชาวจีนต้องซื้อกลับบ้านกันเลยทีเดียว

ปัจจุบัน นอกจากแป้งเย็นตรางูแล้ว ยังมีเจลอาบน้ำตรางู ทิชชู่เปียกตรางู ยาแก้ไข้เด็กตรางู ยาแก้ไอเด็กตรางู ยาแก้หวัดเด็กตรางู ยาแก้ไอน้ำดำตรางู เรียกได้ว่าหลากหลายมากมายกับผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ ตรางู รวมถึงไปควบรวมกิจการบริษัทฟาร์มาคอสเม็ท เจ้าของแบรนด์สกาแคร์และทีทรี ออยล์ เข้ามาอีกด้วย

คำถามที่หลายคนสงสัย คือ ทำไมต้องเป็น “งู” และทำไมถึงมีลูกศรปัก ?
งู หมายถึง โรคภัยไข้เจ็บ
ลูกศร หมายถึง การฆ่าหรือการทำลาย
รูป งูโดนลูกศรปัก ก็คือ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บ

ดังนั้นแป้งเย็นตรางู จึงไม่ได้มีดีแค่ เย็น แต่ยังเป็น แป้งยา ที่ช่วยรักษาอาการไม่สบายผิว เช่น ผด ผื่นคัน ที่เกิดจากอากาศร้อน หรือจากการอับชื้นจากเหงื่อไคล อีกด้วย

ปัจจุบัน บริษัทได้รวมธุรกิจภายใต้ชื่อ BD Group หรือ กลุ่มบริษัทอังกฤษตรางู ประกอบด้วย 6 บริษัท มีผลประกอบการปี 2559 ดังนี้
บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ โฮลดิ้ง จำกัด รายได้ 866 ล้านบาท กำไรสุทธิ 284 ล้านบาท
บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ คอนซูมเมอร์ จำกัด (มหาชน) รายได้ 602 ล้านบาท กำไรสุทธิ 52 ล้านบาท
บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ เฮลท์แคร์ จำกัด รายได้ 166 ล้านบาท กำไรสุทธิ 21 ล้านบาท
บริษัท ห้างขายยาอังกฤษ (ตรางู) จำกัด รายได้ 112 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 8 แสนบาท
บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด รายได้ 686 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3 ล้านบาท
บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) สาย 5 จำกัด รายได้ 158 ล้านบาท กำไรสุทธิ 12 ล้านบาท
รวมทั้งหมด รายได้ 2,590 ล้านบาท กำไรสุทธิ 371 ล้านบาท

“คุณธรรมนำธุรกิจ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี”

คือหลักคิดสำคัญที่ถูกถ่ายทอดมาตั้งแต่รุ่นหมอล้วนจนมาถึงรุ่นหลานที่เป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 คำสอนที่หมอล้วนมักสอนลูก หลานเป็นประจำก็คือ “อย่าได้เอาเปรียบคนอื่น เพราะคนที่เสียเปรียบเขาจะเกลียดเรา ถ้าเรายอมเสียเปรียบบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ คนที่ได้เปรียบเขาจะรักเรา วันหลังเขาจะช่วยเราเองโดยไม่ต้องขอร้อง” ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแป้งตรางูถึงใช้กระป๋องเหล็กทั้ง ๆ ที่ต้นทุนสูงกว่า แต่พราะสามารถเก็บความเย็นได้ดีกว่าวัสดุอื่น โดยเก็บความเย็นได้ยาวนานถึง 3 ปี ถึงแม้จะแพง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าถ้าเทียบกับสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับ

หรือแม้กระทั่งการที่บริษัทเอาที่ดินมาปลูกบ้านให้พนักงานผ่อนแทนที่จะเอาไปขายได้ราคาดี หรือเอาที่ดินมาจัดตั้งธรรมสถานว่องวานิช เพื่อให้พนักงาน และคู่ค้ามานั่งวิปัสสนากัน (โดยปกติบริษัทอื่นจะพาลูกค้าไปทัวร์ต่างประเทศ แต่ของตรางู จัดทัวร์ธรรมะให้แทน) นี่ก็อาจเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพนักงานของบริษัทมากกว่า 70% ถึงทำงานที่นี่มากกว่า 10 ปี

คุณอนุรุธ ว่องวานิช ประธานกรรมการบริหาร เคยกล่าวไว้ว่า บริษัทเราไม่อยากโตแบบก้าวกระโดด แต่ขอโตแบบยั่งยืน ให้ทุกคนทำงานด้วยกันอย่างมีความสุขทั้งพนักงานและคู่ค้า

เรื่องนี้ทำให้คิดได้ว่า

ในบางครั้งโลกของธุรกิจอาจจะไม่จำเป็นต้องแข่งขันกันแบบเอาเป็นเอาตาย

การใช้คุณธรรมนำธุรกิจก็อาจเป็นแนวทางหนึ่งที่ถึงแม้ตัวเราเองไม่ได้กำไรมากที่สุด

แต่ถ้ามองภาพใหญ่

ทุกคนโดยรวมจะได้ประโยชน์สูงสุด

สุดท้ายทุกการกระทำของเราที่เกิดขึ้น จะย้อนกลับเป็นกำไรในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

อย่างน้อยความสุข ความอิ่มใจ ที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองก็น่าจะล้นเกินกว่าที่จะวัดเป็นมูลค่าได้..
———————-
ถ้าชอบเรื่องราวแบบนี้ อ่านบทความของลงทุนแมนแบบรวมเล่มได้ในหนังสือ ลงทุนแมน 1.0 หาซื้อได้ที่ ร้านหนังสือชั้นนำได้แล้ววันนี้

สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ SE-ED https://m.se-ed.com/Product/Detail/9786160830985

หรือ ที่เว็บไซต์ shoptAt24 ส่งฟรีที่ร้าน 7-11 ทุกสาขา goo.gl/Z125LL
———————-

Comments

comments