เส้นทางชีวิต กอร์ดอน แรมซีย์ เชฟเจ้าของดาวมิชลิน 16 ดวง

เส้นทางชีวิต กอร์ดอน แรมซีย์ เชฟเจ้าของดาวมิชลิน 16 ดวง

เส้นทางชีวิต กอร์ดอน แรมซีย์ เชฟเจ้าของดาวมิชลิน 16 ดวง / โดย เพจลงทุนแมน

F*CK OFF!!
ถ้าใครเคยดูรายการ Hell’s Kitchen คงจะคุ้นเคยกับภาพการระเบิดอารมณ์
พร้อมการสบถด่าสุดแรงของเชฟเจ้าของครัวนรก กอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay)
และคงจะทำให้หลายคนที่ดูรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าของกอร์ดอน
จนเกิดความสงสัยว่าเขาเคยโดนต่อยปากรึเปล่า?

แต่ถ้าใครไม่เคยดู ลงทุนแมนจะพาไปรู้จักเขาคนนี้

กอร์ดอน แรมซีย์ เป็นเชฟและพิธีกรรายการอาหารชาวสกอตแลนด์ชื่อดัง ที่จัดการร้านอาหารจนได้รับมิชลินสตาร์รวมกันมากถึง 16 ดวง

กอร์ดอนเป็นที่รู้จักและขึ้นชื่อในเรื่องความโหดมาจากรายการ Hell’s Kitchen ซึ่งเป็นเรียลลิตี้โชว์แข่งทำอาหารที่มีธีมหลักคือให้ผู้เข้าแข่งขันทำอาหารเสิร์ฟแขกในร้านอาหารที่สร้างขึ้น โดยมีกอร์ดอนเป็น Head Chef (หัวหน้าเชฟ) คอยดูแลและเช็คอาหารแต่ละจานก่อนนำไปเสิร์ฟ

หากผู้เข้าแข่งขันทำอาหารช้าหรือทำออกมาไม่ดี ก็จะโดนดุด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง เช่น “you f*cking donkey (แกมันไอลาโง่)” ทำเอาคนโดนหน้าถอดสีอยากร้องไห้กลับบ้านเลยทีเดียว

และแม้จะไปร่วมรายการหรือออกสื่ออื่น กอร์ดอนก็ยังคงความโหด สบถหยาบออกสื่อไม่แคร์ใคร จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แต่เห็นปากร้ายขนาดนั้นแล้ว ที่จริงนั่นเป็นเพียงคาแรคเตอร์ที่แสดงออกตามสื่อเท่านั้น อย่างในรายการช่วงที่ไม่ได้แข่ง เขาก็จะพูดจาดีปกติ คุยเล่นกับผู้เข้าแข่งขันอย่างสนิทสนม และหลังจบรายการเขามักจะไปเยี่ยมเยียนผู้เข้าแข่งขันที่ออกไปจากรายการหลังโดนด่าเพื่อปรับความเข้าใจด้วย

หากไปดูใน Twitter ของกอร์ดอนจะพบว่าเขาทวีตตอบผู้ติดตามอย่างน่ารักและเป็นกันเอง ไม่โหดเหมือนในทีวีอย่างที่เราชินตา

ด้านความสำเร็จกอร์ดอนถือเป็นเชฟที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง อ้างอิงจาก Forbes ในปี 2017 เขามีสินทรัพย์รวมประมาณ 5,200 ล้านบาท เป็นเชฟที่มีรายได้มากที่สุดในโลก สูงถึง 2,000 ล้านบาท มากกว่านักแสดงฮอลลีวูดอย่าง วิน ดีเซล หรือ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เสียอีก

แต่ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ เรื่องราวเบื้องหลังเชฟผู้นี้ก็ไม่ได้สวยหรูเสมอไป

กอร์ดอนเกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1966 ในสกอตแลนด์ ย้ายมาอยู่อังกฤษตอนอายุ 5 ขวบ

เขาเติบโตในครอบครัวที่ไม่ดีนัก เพราะพ่อของเขาติดเหล้าหนัก ชอบอาละวาดทุบตีลูกเมีย แถมยังไม่ประสบความสำเร็จในการงาน ทำให้เขาต้องย้ายบ้านบ่อยตามงานของพ่อ

พี่สาวกับน้องชายเขาก็ติดเฮโรอีนตั้งแต่ยังวัยรุ่น

กอร์ดอนกล่าวในหนังสือชีวประวัติของตัวเองว่า วัยเด็กของเขาต้องทนอยู่กับความรุนแรงในครอบครัวและใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวัง

จนอายุ 16 ปี เขาเลยเก็บข้าวของออกจากบ้าน เพื่อไปแสวงหาอนาคตด้วยตัวเองเพียงคนเดียว

และอนาคตที่เขาแสวงหาและใฝ่ฝันก็คือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

ความจริงแล้วกอร์ดอนหลงรักการเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก ตอนอายุ 12 ปี เขาติดทีมเยาวชนอายุต่ำกว่า 14 ปี ของทีม Racing Club Warwick F.C.

ต่อมาก็ได้ทดสอบฝีเท้ากับทีมเยาวชนของทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีกสกอตแลนด์อย่าง Glasgow Rangers จนได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมตอนอายุ 15 ปี เรียกได้ว่าเป็นนักฟุตบอลดาวรุ่งอนาคตไกล

แต่ทุกอย่างที่เขาใฝ่ฝันไว้ไม่ได้งดงามเหมือนที่คิด เขามีปัญหาอาการเจ็บเรื้อรัง และได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างรุนแรงระหว่างการฝึกซ้อม ทำให้เขาไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้ และต้องจบความฝันตั้งแต่เด็กของตนเองลงไป

ถึงจุดนี้หลายคนคงท้อแท้และหมดหวัง แต่กอร์ดอนในวัย 19 ปีกลับเสนอทางเลือกให้ตัวเองใหม่อีกครั้ง

เขาเริ่มหันมาสนใจในการทำอาหาร ตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในด้านเกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงแรมที่ วิทยาลัย North Oxfordshire Technical และเริ่มต้นเส้นทางการเป็น ‘เชฟกอร์ดอน’

หลังจากเรียนจบกอร์ดอนได้ทำงานหาประสบการณ์ และฝึกฝนกับเชฟมิชลินสตาร์ชื่อดังระดับตำนานหลายคนอย่าง Guy Savoy, Joël Robuchon และอีกคนที่สำคัญคือ Marco Pierre White

ผู้มอบโอกาสให้เขาเป็น Head Chef ดูแลร้านอาหาร Aubergine เป็นครั้งแรกในวัย 27 ปี ก่อนที่เขาจะใช้เวลาไม่นานพิสูจน์ตัวเองนำมิชลินสตาร์มาประดับร้านถึงสองดวง

หลังจากนั้นในปี 1998 กอร์ดอนได้ออกมาเปิดร้านอาหารของตัวเองชื่อว่า Restaurant Gordon Ramsay เขาใช้เวลาเพียง 3 ปี กลายเป็นเชฟชาวสกอตแลนด์คนแรกที่คว้ามิชลินสตาร์มาครองได้สามดวง และยังสามารถรักษามาตรฐานมิชลินสตาร์ทั้งสามดวงไว้ได้จนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันกอร์ดอนในวัย 51 ปี มีบริษัทของตนเอง กอร์ดอน แรมซีย์ โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด โดยเขาถือหุ้นใหญ่ 69% ทำธุรกิจร้านอาหารทั่วทั้งลอนดอนและต่างประเทศรวม 30 ร้าน ออกหนังสือกว่า 22 เล่ม ร่วมเป็นโปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการที่มีเรตติ้งสูงอย่าง Hell’s Kitchen, MasterChef US, MasterChef Junior

ที่สำคัญกอร์ดอนมีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกสี่คนและเขาก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกของเขา แม้จะทำงานหนักแค่ไหนก็ยังมีเวลาให้ครอบครัวเสมอ เพราะประเด็นที่สำคัญคือเขาไม่อยากให้ลูกของเขาต้องมีชีวิตวัยเด็กเหมือนตน…

เรื่องราวของกอร์ดอนเป็นอีกเรื่องหนึ่งของคนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย และมีข้อคิดให้ศึกษา

สิ่งหนึ่งที่ลงทุนแมนได้เรียนรู้ผ่านชีวิตของเขาคือการเป็นนักสู้ สู้กับโชคชะตา สู้กับความผิดหวังและความล้มเหลว สู้อย่างไม่ท้อถอยจนประสบความสำเร็จ

“I am what I am. A fighter.” – Gordon Ramsay

———————-
<ad> คุณมีของขวัญปีใหม่ 2561 แล้วหรือยัง? หยุดปีใหม่นี้ซื้อหนังสือลงทุนแมน 1.0 มาอ่านกันเถอะ หาซื้อได้ที่ร้านซีเอ็ดทุกสาขา

หรือ สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ซีเอ็ด https://m.se-ed.com/Product/Detail/9786160830985

หรือ ที่เว็บไซต์ shoptAt24 ส่งฟรีที่ร้าน 7-11 ทุกสาขา goo.gl/Z125LL
———————-
Source
– https://en.wikipedia.org/wiki/Gordon_Ramsay
– https://www.dek-d.com/board/view/1168423/
– http://www.catdumb.com/gordon-ramsay-119/
– https://www.forbes.com/profile/gordon-ramsay/
– https://www.gordonramsay.com/
– https://www.dek-d.com/studyabroad/42739/