ประกันภัยเป็นการพนันที่มูลค่าตลาดใหญ่กว่าลอตเตอรี่

ประกันภัยเป็นการพนันที่มูลค่าตลาดใหญ่กว่าลอตเตอรี่

จากบทความของ คุณบรรยง พงษ์พานิช นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังมองว่าการประกันภัยเป็นการพนัน เพราะเมื่อทำประกันภัยจะเหมือนเป็นการพนันว่าเราจะเจอภัยในหนึ่งปีข้างหน้าหรือไม่ บริษัทประกันเหมือนเป็นเจ้ามือรับแทงโดยถือหางอีกข้างว่าไม่เกิดภัยหรอก แต่รู้หรือไม่ว่าเราก็เป็นเจ้ามือบ่อนการพนันนี้ได้?

คุณบรรยงกล่าวว่าบริษัทประกันเขามีลูกค้าจำนวนมาก และยังสามารถกระจายความเสี่ยงไปซื้อประกันภัยต่อได้อีก ปกติอัคคีภัยจะมีอัตราค่าสินไหมประมาณ 30% เท่านั้น หมายความว่าถ้าเราจ่ายเบี้ยไป 100 ล้านบาท บริษัทประกันจะได้กำไรถึง 70 ล้านบาท!

แต่สุดท้ายลูกค้าก็อยากทำประกันภัยอยู่ดี เพราะการจ่ายค่าเบี้ยเพียงเล็กน้อยเป็นสิ่งที่รับได้เพื่อแลกกับการประกันว่าสินทรัพย์ก้อนใหญ่ที่เขาหามาทั้งชีวิตจะไม่หายไป

ที่น่าสนใจคือการประกันเป็นการพนันที่มีมูลค่าตลาดใหญ่กว่าลอตเตอรี่ ในแต่ละปีเบี้ยประกันจะมีมูลค่าถึง 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็น 2 เท่าของลอตเตอรี่! แต่มีการจ่ายค่าสินไหมแค่ 9 หมื่นล้านบาท สรุปเจ้ามือกินไปถึงแสนกว่าล้าน

หลังจากลงทุนแมนอ่านบทความนี้ทำให้ฉุกคิดได้ว่า “เราสามารถเป็นเจ้าของบ่อนการพนันนี้ได้เหมือนกัน”

จะเป็นเจ้าของได้อย่างไร?

คำตอบคือการซื้อหุ้นบริษัทประกันภัยที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์

ปัจจุบันบริษัทประกันภัยอันดับต้นๆของประเทศมีหุ้นให้ซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

บริษัททิพยประกันภันภัย (TIP) บริษัทที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ ปตท. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย กบข. พอเห็นผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นแบบนี้แล้ว อุ่นใจได้เลยว่าบริษัทน่าจะมีโอกาสได้งานรับประกันภัยภาครัฐ ทั้ง โรงกลั่น สนามบิน และ การก่อสร้างภาครัฐอื่นๆ

บริษัทเมืองไทยประกันภัย (MTI) บริษัทในเครือ ธนาคารกสิกรไทย และมีมาดามแป้งคนสวยเป็นผู้บริหาร งานรับประกันภัยของบริษัทก็น่าจะได้มาการแนะนำมาจากทั้ง รายย่อย SME บริษัทใหญ่ ที่มาขอกู้เงินธนาคารกสิกรไทย ที่ลูกค้าบ่นกันว่าธนาคารขายประกันอุบัติเหตุพ่วงบัตร ATM บริษัทนี้ก็คงได้ประโยชน์ด้วย ที่น่าสนใจคือคุณ บรรยง พงษ์พานิช มีตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทนี้เหมือนกัน

บริษัทสินมั่นคงประกันภัย (SMK) ถ้านับเรื่องประกันภัยรถแล้วบริษัทวิริยะจะเป็นอันดับหนึ่งในตลาด แต่วิริยะไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนอันดับสองของตลาดก็คือบริษัทสินมั่นคงประกันภัยนั่นเอง ประกันภัยรถยนต์กินส่วนแบ่งประมาณครึ่งหนึ่งของประกันภัยทั้งหมด ในแต่ละปีมีคนต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์มูลค่ามหาศาลถึงแสนล้านบาท

ประเทศไทยมีจำนวนรถจดทะเบียนทั้งหมด 15,000,000 คัน ทุกคันต้องทำประกันภัย คงจะดีไม่น้อยถ้าเราได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่ทำกำไรจากรถที่เราเห็นมากมายตามท้องถนนในแต่ละวัน

บ่อยครั้งที่เราจะได้ยินว่า บริษัทนายทุนเอาเปรียบรายย่อย แต่ถ้ามองมุมกลับเราก็มีโอกาสได้ประโยชน์ เช่นเรื่องนี้ถ้าบริษัทประกันภัยเป็นเหมือนเจ้าของบ่อนการพนันที่เขาเอาเปรียบเราอย่างที่คุณบรรยงกล่าว เราก็สามารถซื้อหุ้นที่เป็นเจ้าของบ่อนได้เหมือนกัน

ปล. บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหุ้นแต่อย่างใด ผู้อ่านควรพิจารณาธุรกิจและราคาเหมาะสมของหุ้นด้วยตนเอง



33 thoughts on “ประกันภัยเป็นการพนันที่มูลค่าตลาดใหญ่กว่าลอตเตอรี่”

  • บทความนี้ เหมือนจะแนะให้ลงทุนใน บ .ประกัน ซึ่งผมอยากจะแย้งนิดนึงว่า การซื้อหุ้นก็เหมือนการซื้อบริษัทที่มีการรับรู้ความดีร้ายที่มีอยู่ในปัจจุบันแล้ว ซึ่งถ้าตามที่ทราบว่า บ.ประกันไทยกำไรดีกว่าประเทศพัฒนาแล้ว แต่ถ้าอนาคต กำไรตรงนี้อาจจะลดลง (เพราะกำไรนี้มันมากไป แม้จะลดลงแต่ไม่เท่ากับประเทศอื่นๆ) การลงทุนใน บ.ประกันอาจจะไม่ใช่การลงทุนที่ดีก็ได้ครับ ข้อดีอยู่อย่างคือ หุ้น บ ประกันส่วนใหญ่ undervalue อยู่มาก แต่ก็คงต้องระมัดระวังนะครับ ถ้าอัตราการทำกำไรต้องลดลง

    • จริงๆต้องบอกว่าประกันไทยคิดราคาแพงกว่าประเทศพัฒนาแล้วครับ แต่กำไรอาจจะไม่แน่ ถ้าต้นทุนสูงหรือประสิทธิภาพต่ำกว่า ลองหาบทความที่เรียนแจ้งมาอ่านดูครับ

    • Sunpetch Soottipan แต่ถ้าราคาขายถูกบีบให้ถูกลง บ ประกันไทยจะลำบากมากครับ เพราะต้นทุนและประสิทธิภาพมันปรับกันได้ยากและไม่เร็วเท่าราคาขาย

    • ใช่ครับ ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดภัยกับเราเมื่อไร เราอาจจะเป็นคนโชคร้ายก็ได้ คนไทยน่าจะเห็นความสำคัญมากขึ้นอีกในอนาคต

    • ผมจำได้ว่า Buffett ก็เคยพูดถึงบริษัทประกันไว้ในแง่ดีเหมือนกันครับ จำได้คร่าวๆว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างกระแสเงินสดที่ได้เปรียบกว่าธุรกิจประเภทอื่นๆน่ะครับ

    • คุณ Plug Skunk Yuk กับ คุณ Wissanu Kaewsiri อ่านแบบใหม่ในมือถือหรือเปล่าครับ จะโหลดเร็วกว่า รูปแบบสวยกว่า แต่ถ้าอ่านในแทบเลตหรือโนตบุ๊คจะโหลดช้านิดนึง

    • ป่าวคับ ทุกที อ่านทุกบทความ แต่พอเป็นแบบ นี้ ทำให้ต้องเลือกอ่าน บทความที่ตัวเองสนใจเฉยๆ

      คิดว่าคนที่เป็นแบบผมกันเยอะนะ

      แต่ก็เข้าใจละคับ ว่าต้องมีโฆษณาบ้าง แต่มันอ่านลำบาก ^^~ แค่แนะนำนะครับ แต่ยังไงก็ติดตามอยู่ดีฮะ

      ปล. ขนาดผมเป็นคนเข้าเพจ นี้ตลอดยังแอบขี้เกียจกดเปิดเลยคับ

    • หรือลองดูผลตอบรับ จาก like หรือ react ในบทความก็ได้ ว่าก่อนเปลี่ยน กับ หลังเปลี่ยนแบบไหน คนให้ความสนใจกว่านะคับ ผมว่ามันอ่านลำบากจิงไนา

  • ความเสี่ยงนึงของหุ้นประกันเท่าที่เคยเจอคือนอกจากสภาพคล่องต่ำแล้ว บางทีด้วยความที่ free float ก็ต่ำ ทำให้รายย่อยเสียงไม่ดังพอด้วยครับเวลา ผถห ใหญ่จะทำอะไร ดังเช่นที่เคยเกิดกับ SCBLIF 🙁 หุ้นดีในมือ undervalue รอวันฉายแสง แต่กลับโดนกดราคาจาก ผถห ใหญ่ก็มีแล้วในกรณีคราวนั้น ผมตามต่อไม่จบว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไรเพราะมันก็หลายปีมาแล้ว