เปรียบเทียบ Rolex – Patek Philippe – Richard Mille

เปรียบเทียบ Rolex – Patek Philippe – Richard Mille

เปรียบเทียบ Rolex – Patek Philippe – Richard Mille / โดย เพจลงทุนแมน
คำเตือน บทความนี้ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง งดเม้นเรื่องการเมือง
ลงทุนแมนไม่ขอพาดพิงใคร และขอเขียนบทความเป็นสไตล์ลงทุนแมน

Rolex (โรเล็กซ์)

Rolex ก่อตั้งขึ้นในปี 1905 โดยช่างนาฬิกาชาวเยอรมันชื่อ Hans Wilsdorf แต่มีต้นกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ โดย Hans Wilsdorf ต้องการผลิตนาฬิกาข้อมือที่มีความเที่ยงตรงสูง เนื่องจากเล็งเห็นว่าในอนาคตนาฬิกาข้อมือจะเข้ามาแทนที่นาฬิกาพกที่กำลังเป็นที่นิยมในสมัยนั้น

ความพยายามในการรังสรรค์กลไกที่เที่ยงตรงมาประสบความสำเร็จในปี 1910 โดย Rolex เป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกที่ได้รับ the Swiss Certificate of Chronometric Precision หรือพูดง่ายๆก็คือ ใบรับรองความเที่ยงตรงนั่นเอง

แต่สิ่งที่ทำให้ Rolex เป็นที่นิยมอย่างมาก และถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Rolex คือ การคิดค้นตัวเรือนกันน้ำ และกันฝุ่นเป็นเรือนแรกของโลกในปี 1926 โดยตัวเรือนที่ว่านี้เรียกว่า “Oyster Case” ซึ่งยังคงใช้กับนาฬิกาทุกรุ่นมาจนถึงปัจจุบันนี้

ทุกวันนี้ Rolex มีอายุ 112 ปี เทียบเป็นอายุมนุษย์อย่างเราๆ น่าจะเรียกได้ว่า “ไม้ใกล้ฝั่ง” แต่สำหรับโลกแห่งนาฬิกา Rolex ยังมีเส้นทางอีกยาวไกลในโลกธุรกิจ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา นอกจากชื่อเสียงในเรื่องของคุณภาพนาฬิกา ทั้งในเรื่องความทนทาน และความเที่ยงตรงแล้ว Rolex ยังประสบความสำเร็จอย่างมากในเรื่องของ การตลาด จากการจัดอันดับของ Forbes Rolex เป็นแบรนด์นาฬิกาหนึ่งเดียวที่อยู่ใน The World’s Most Valuable Brand โดยอยู่ในอันดับที่ 69 ซึ่งมีมูลค่าแบรนด์ที่ 8.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีรายได้รวม 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

ในมุมมองของนักสะสม Rolex เป็นหนึ่งในนาฬิกาที่นักสะสมทุกคนต้องมีไว้ในครอบครอง โดยเฉพาะรุ่น Rolex Cosmograph Daytona หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า Rolex Daytona นั้น เริ่มผลิตขึ้นในปี 1955 และได้รับฉายาว่า “King of Sport Watch”

โดย ตลอด 60 กว่าปีที่ผ่านมา นาฬิการุ่น Rolex Daytona ตัวเรือนแสตนเลสสตีลทุกเรือนนั้น มีราคาขายต่อในตลาดมือสองที่สูงกว่าราคา Price list โดยล่าสุดในเดือน ตุลาคมที่ผ่านมา นาฬิกา Rolex Daytona ที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Rolex คือ “Rolex Cosmograph Daytona Paul Newman’s Paul Newman” ทำการประมูลขายได้ในราคา 17.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 579 ล้านบาท

ที่กล่าวมานี้คงแสดงให้เห็นถึงความนิยม และความแข็งแกร่งของแบรนด์ Rolex เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม มีคนรักย่อมมีคนชัง Rolex อาจได้รับการยอมรับเรื่องความเที่ยงตรง ทนทาน และมูลค่าทางการตลาด แต่ Rolex อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกของนักสะสมนาฬิกา ในแง่ของ ความสวยงาม ความประณีต และความซับซ้อนของกลไก

และแน่นอนเมื่อกล่าวถึง ความประณีต และความซับซ้อน เรากำลังจะพูดถึง “Patek Philippe”

Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์)

ประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe เริ่มต้นใน ปี 1839 ณ กรุงเจนีวา โดย Antoine Norbert de Patek ชาวโปแลนด์ กับช่างนาฬิกาชาวฝรั่งเศส Francois Czapek โดยเริ่มจากการก่อตั้งบริษัทชื่อ Patek, Czepek & Cie

ต่อมา Czapek แยกตัวออกไป Patek ได้พบกับช่างนาฬิกาชาวฝรั่งเศสอีกคนหนึ่ง ชื่อ Ardien Philippe จนกลายเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ “Patek Philippe” จนถึงปัจจุบัน

เส้นทางสู่ความเป็นหนึ่งของ Patek Philippe นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในปี 1929 บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ (The Great Depression) จนทำให้แทบจะปิดตัวลง ต่อมาได้รับความช่วยเหลือจากตระกูล Stern โดยภายใต้การบริหารงานของตระกูล Stern การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และทันสมัย โดยหนึ่งในผลงานที่ชัดเจนที่สุดในช่วงแรกๆคือ การผลิตนาฬิการุ่น Calatrava ซึ่งเป็นนาฬิกาที่มีดีไซน์เรียบง่าย ออกจำหน่ายในราคาที่จับต้องได้

นอกจากการรักษาเอกลักษณ์เดิมของแบรนด์ในเรื่องของความประณีต ความสวยงามของนาฬิกา และกลไกนั้น Patek Phillipe ยังสามารถต่อยอดความเป็นหนึ่งในโลกแห่งนาฬิกายุคใหม่ได้อย่างสง่างาม โดยในปี 1976 เมื่อได้ร่วมมือกับนักออกแบบระดับตำนาน Gerald Genta ในการออกแบบนาฬิการุ่น “Nautilus” ซึ่งเป็นนาฬิกาที่มีดีไซน์ออกนอกกรอบเดิมของ Patek Philippe โดยมีความเป็น Luxury Sport Watch จนได้รับความนิยมอย่างมากจนถึงปัจจุบัน

ในปัจจุบันคาดการณ์ว่า Patek Philippe รักษาปริมาณการผลิตนาฬิกาออกสู่ตลาดประมาณ 40,000 เรือนต่อปี ซึ่งสวนทางกับความต้องการในตลาดที่เพิ่มขึ้นทุกปี ว่ากันว่า Patek Philippe ใช้เวลาอย่างน้อย 9 เดือนในการออกแบบนาฬิกาที่มีกลไกซับซ้อนน้อยที่สุด และใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีในการออกแบบนาฬิกาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น นี่อาจเป็นข้อพิสูจน์ถึงความประณีตในการออกแบบนาฬิกาแต่ละเรือนของ Patek Philippe ได้เป็นอย่างดี

“You never actually own a Patek Philippe. You merely take care of it for the next generation”

ประโยคนี้น่าจะแทนความเป็นตัวตนของ Patek Philippe ได้เป็นอย่างดีในเรื่องของมูลค่าและการลงทุน ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ Patek Philippe เป็นที่ต้องการของคนรักนาฬิกาทั่วโลก

แต่ในโลกของ LUXURY ไม่ได้มีแค่ความประณีต นาฬิกาบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของคน และ บางคนอาจจะชอบที่ความเป็น SPORT ด้วย และ แบรนด์ที่เราพูดถึงกันมากในช่วงผ่านมาก็ถือกำเนิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง นั่นคือ “Richard Mille“

Richard Mille (ริชาร์ด มิลล์)

Richard Mille ก่อตั้งในปี 1999 โดยนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเดียวกับแบรนด์คือ Richard Mille ผู้มีความหลงใหลใน รถ F1 และเครื่องบิน ความหลงใหลเหล่านี้สะท้อนออกมาโดยจะเห็นได้จากการออกแบบนาฬิกาในแต่ละรุ่นของ Richard Mille ซึ่งจะเน้นการออกแบบกลไกไปพร้อมๆกับการออกแบบตัวเรือน โดยใช้หลักการเดียวกับการออกแบบรถ F1 ที่ออกแบบตัวถังรถ ไปพร้อมๆกับการออกแบบเครื่องยนต์

นอกจากความประณีตในการออกแบบแล้ว Richard Mille ยังเน้นไปที่ความล้ำสมัยของวัสดุในการผลิตนาฬิกา เช่น NTPT Carbon ซึ่งปกติใช้ในการสร้างเรือยอร์ช และ Carbon Nanofiber ที่มีความทนทาน หรือแม้กระทั่งโลหะที่ใช้ในการผลิตรถ F1 ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของแบรนด์ที่เน้นการสร้างสรรค์นาฬิกา Luxury Sport Watch ที่มีเอกลักษณ์ หรูหรา และทนทาน

สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของ Richard Mille ได้เป็นอย่างดี คือการที่ Richard Mille คิดค้นนาฬิกาที่มีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย และสามารถดูดซับแรงกระแทกอย่างมหาศาล โดยยังคงรักษาความเที่ยงตรงได้เป็นอย่างดี โดยให้ Rafael Nadal นักเทนนิสชื่อดัง ใส่ระหว่างการแข่งขันเทนนิสรายการต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ แม้กระทั่ง Rolex เองซึ่งเป็น Sponsor ให้นักเทนนิสชื่อดังอย่าง Roger Federer ยังไม่สามารถทำได้ โดย Roger Federer จะสวมใส่ Rolex ต่อเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน และรับถ้วยรางวัลเท่านั้น

ปัจจุบันคาดการณ์ว่า Richard Mille มีรายได้ประมาณ 227 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยผลิตนาฬิกาเพียงแค่ 4,000 เรือนต่อปี โดยสนนราคาเริ่มต้นประมาณ 90,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 2.9 ล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน

บทสรุป

สำหรับบางคนนาฬิกาอาจเป็นเพียงแค่อุปกรณ์บอกเวลา แต่สำหรับใครบางคนนาฬิกาอาจเป็นได้มากกว่านั้น นาฬิกาอาจแสดงถึง หลักไมล์ในชีวิต อัตลักษณ์ของผู้สวมใส่ ฐานะทางสังคม และรสนิยม

ถ้าจะเปรียบเทียบ นาฬิกา กับ รถยนต์ การสวมใส่ Rolex คงเหมือนกับการขับ Mercedes Benz เป็นเจ้าของ Patek Philippe คงเหมือนกับครอบครอง Rolls-Royce และแน่นอนที่สุดใส่ Richard Mille คงเหมือนกับเอารถ Formula 1 มาวิ่งโฉบเฉี่ยวบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร..
——————————————–
<ad> สัมผัสกับที่สุดของความ LUXURY กับแว่นตาทองคำ Silhouette Eyewear รุ่น Atelier Collection ตัวแว่นตาทำมาจากทองคำแท้ 18kt งานฝีมือ handmade ที่อาศัยความประณีตจากช่างประเทศออสเตรีย พร้อมแสดงถึงตัวตนของความเป็นคุณได้แล้ววันนี้ที่ร้าน opticana
ดูตัวอย่างคลิปแว่นทองคำ Silhouette Atelier Collection ได้ที่ https://www.facebook.com/opticanathailand/videos/1784430938239621/
——————————————–