BON CHON ไก่ทอดพันล้าน

BON CHON ไก่ทอดพันล้าน

BonChon ไก่ทอดพันล้าน / โดย ลงทุนแมน
ไม่น่าเชื่อว่าร้านอาหารที่เปิดตัวได้ไม่นาน
จะมียอดขายมากถึงขนาดนี้
แต่ถ้าทุกคนได้ลองไปที่ร้าน
ก็คงไม่สงสัยกับยอดขาย เพราะมีลูกค้าไม่น้อย

ทุกวันนี้ ร้านอาหารเกาหลี มีให้เห็นอยู่หลายประเภททั่วบ้านทั่วเมือง แต่ในช่วงหลัง ถ้าพูดถึง หนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักในเวลาอันรวดเร็ว คงหนีไม่พ้น ร้านไก่ทอดสไตล์เกาหลี ที่ชื่อว่า “BonChon Chicken”

BonChon ถือกำเนิดขึ้น เมื่อปี 2545 ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ โดยชายที่ชื่อว่า จินดุ๊กเซ เขาทำร้านกาแฟ และร้านไก่ย่างมาก่อน แต่เจอกับวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 กิจการจึงต้องปิดตัวลง แต่เขายังไม่ยอมแพ้ และเล็งหาสินค้าตัวใหม่เพื่อความอยู่รอด และก็ลงเอยที่ ไก่ทอด เพราะเป็นเมนูสากลที่คนทานได้ทั่วโลก

เขาลงมือศึกษาและคิดค้นสูตรที่แตกต่างจากร้านทั่วไป คือ การทอดซ้ำ 2 ครั้ง เพื่อรีดไขมันใต้หนังไก่ออก ทำให้หนังบางกรอบ เนื้อนุ่ม ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดี มีการบอกกันปากต่อปาก เขาจึงได้เริ่มขยายสาขาไปทั่วเกาหลี

ต่อมา จินดุ๊กเซ อยากผลักดันให้ธุรกิจเติบโตขึ้นไปอีก เขาวางแผนจะใช้วิธีขายแฟรนไชส์ แต่ตลาดในเกาหลีไม่เฟื่องฟูนัก จึงเล็งไปที่ต่างประเทศมากกว่า จนได้ไปเปิดสาขาที่อเมริกาในที่สุด แน่นอนว่า ได้รับการตอบรับที่ดี มีคนเข้าคิวรอเป็นชั่วโมง จนมีสื่อลงข่าว ทำให้กระแสของ BonChon แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน BonChon มีเกือบ 300 สาขาทั่วโลก โดยในแต่ละประเทศ ก็จะมีการปรับรูปแบบของร้านให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมและสภาพตลาดของตนเอง

ประเทศที่มีร้านเยอะที่สุด คือ ฟิลิปปินส์ มี 140 สาขา เนื่องจากได้รับความนิยมสูงมาก จึงมีการดำเนินงานในลักษณะของ Fast Food

รองลงมาเป็น อเมริกา มี 88 สาขา โดยคนนิยมมากันเป็นกลุ่ม กินไก่ทอดกับเบียร์ พร้อมกับเชียร์กีฬา จึงมีการดำเนินงานในลักษณะของบาร์

ส่วนประเทศไทย ตอนนี้มี 27 สาขา โดยรูปแบบร้าน จะเป็นสไตล์ง่ายๆ เหมาะกับชีวิตคนเมือง

ใครเป็นเจ้าของ BonChon ในไทย?

BonChon ถูกนำเข้ามาและบริหารโดย บริษัท มาชิสโสะ จำกัด

เมื่อปี 2550 ผู้ก่อตั้ง คุณธัญญา ศรีพัฒนาสกุล (คุณธัญญาและครอบครัวถือหุ้น 70%) และ คุณพรพิมล วงศ์ศิริกุล (ถือหุ้น 30%) ซึ่งเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย ได้มีโอกาสไปทานร้าน BonChon ที่นิวยอร์ค ช่วงที่ไปเรียนต่อที่อเมริกา

ปรากฏว่าทั้งสองท่าน ชื่นชอบในรสชาติ และมองว่าน่าจะถูกปากคนไทย ประกอบกับคุณธัญญา มีความคิดที่จะเปิดร้านอาหารอยู่แล้ว จึงตัดสินใจติดต่อเพื่อสอบถามความเป็นไปได้ในการขอแฟรนไชส์ทันที

ต่อมา ทั้งสองท่าน จึงได้ไปเรียนรู้กิจการกับทางเจ้าของ เป็นเวลาถึง 6 เดือน จนในที่สุด เมื่อ ม.ค. 2554 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวสาขาแรกที่ทองหล่อ

ช่วงแรก BonChon ไม่ได้โฆษณาร้านมากนัก กระแสความนิยมมาจาก ความประทับใจ และการบอกต่อของลูกค้าเอง เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี จึงได้ขยับขยายสาขา ขึ้นห้างสรรพสินค้า และเพิ่มร้านในแถบชานเมืองมากขึ้น บริษัทจึงมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

แล้วกิจการร้าน BonChon ในประเทศไทย มีรายได้เท่าไร?

อ้างอิงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัท มาชิสโสะ มีผลการดำเนินงาน ดังนี้
ปี 2557 รายได้ 245 ล้านบาท กำไร 41 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 585 ล้านบาท กำไร 111 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 975 ล้านบาท กำไร 312 ล้านบาท

เรียกได้ว่าโตเป็นเท่าตัวในทุกปี และ ปี 60 นี้ บริษัทก็ได้ตั้งเป้าเติบโตที่ 30% หรือมีรายได้ราว 1,200 ล้านบาท

ทุกวันนี้ BonChon มีลูกค้าเข้าร้าน 7,000-8,000 คน ในวันธรรมดา และเพิ่มเป็น 9,000-10,000 คน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ มาลองดูกันว่าบริษัทมีกลยุทธ์อย่างไร ลูกค้าจึงเข้าร้านอย่างต่อเนื่อง

BonChon วาง Position ตัวเอง อยู่กึ่งกลางระหว่างอาหารเกาหลี และ ไก่ทอด ซึ่งยังมีช่องว่างให้ทำตลาดอยู่ โดยปรับร้านให้เป็นแนวร้านอาหารโมเดิร์น เหมาะกับชีวิตคนในเมือง เพราะในตลาดไก่ทอด มีผู้เล่นที่แข็งแกร่งอย่าง KFC ครองตลาดอยู่ ส่วน ในตลาดอาหารเกาหลี ก็มีผู้เล่นมากมาย เช่น Dak Galbi เป็นต้น

-การขยายสาขา จะเน้นในตัวเมืองก่อน เพื่อสร้างกระแส ดึงดูดความสนใจ ให้แบรนด์เป็นที่จดจำ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่

-มีการพัฒนาเมนูให้เหมาะกับคนไทย โดยเพิ่มซุปและเครื่องเคียงเข้ามา เพราะมองว่า คนไทยไม่ได้ชอบทานไก่อย่างเดียว นอกจากนี้ จากอาหาร 20 กว่ารายการ มีเมนูที่มีเฉพาะในไทยถึง 1 ใน 5 เช่น ข้าวเหนียว ที่คนไทยชอบกินคู่กับเมนูไก่อยู่แล้ว

-มีการนำเทคโนยีเข้ามาใช้ เพื่อความสะดวกของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการคิวผ่าน แอป QueQ หรือการเป็นพาร์ตเนอร์กับ แอปอย่าง Foodpanda, Ginja เพื่อบริการในรูปแบบ Delivery

สำหรับทิศทางในอนาคต BonChon ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก จากการเน้นขยายสาขา ให้ครอบคลุมพื้นที่ความต้องการในกรุงเทพฯ และเริ่มหันมามองการขยายไปในต่างจังหวัด ซึ่งตลาดร้านอาหารไก่ทอดของไทยนั้น เป็นตลาดใหญ่ มีมูลค่า 17,400 ล้านบาท และเติบโตราว 10% ต่อปี จึงยังมีพื้นที่ให้ BonChon อีกมาก

ทั้งนี้การขยายธุรกิจ ต้องใช้เงินลงทุน ไม่แน่ อนาคตเราอาจจะได้เห็น มาชิสโสะ ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ก็เป็นได้

เรื่องราวของ BonChon สอนให้รู้ว่า
สิ่งสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจคือ ตัวสินค้าเอง
จะเห็นว่า สิ่งที่ทำให้เกิดกระแสในช่วงแรก คือการบอกกันปากต่อปาก เมื่อสินค้าเรามีคุณภาพที่ดีจริง มีการปรับให้เหมาะกับสภาพความต้องการของตลาด เราอาจจะไม่ต้องลงทุนการตลาดมากมายนัก เพราะสินค้าและลูกค้า จะเป็นตัวโฆษณาชั้นดี ที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์บริษัทอย่างแท้จริง..
———————-
<ad> อาจจะไม่ได้ขายไก่ทอดแบบ BonChon แต่ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านอาหาร และอยากเพิ่มยอดขายโดยไม่เพิ่มค่าใช้จ่าย “อิ่มเอม อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งเพื่อสุขภาพ” หลากหลายเมนู ไม่เป็นภาระเรื่องของสด และการปรุง เพื่อผู้ประกอบการแบบคุณ 062-359-5938
———————-

Reference
-https://en.wikipedia.org/wiki/Bonchon_Chicken
-https://www.facebook.com/set.or.th/photos/a.177703174974.27048.95359944974/10150523550224975/?type=3&theater
-http://www.cleothailand.com/career/39845
-http://www.smethailandclub.com/franchise-1265-id.html
-http://www.thansettakij.com/content/120278
-http://www.thansettakij.com/content/119273
-https://positioningmag.com/1093117

Comments

comments