ไมโล หรือ โอวัลติน ขายดีกว่ากัน?

ไมโล หรือ โอวัลติน ขายดีกว่ากัน?

ไมโล หรือ โอวัลติน ขายดีกว่ากัน? / โดย ลงทุนแมน
ถ้าให้หลับตากิน 2 ยี่ห้อนี้
ลงทุนแมนคงแยกไม่ออก
แต่ถ้าให้ลืมตา
ทุกคนคงมีความคิดอยู่ในใจว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดี
แต่รู้หรือไม่ว่า ใครขายดีกว่ากัน

ไมโล กับ โอวัลติน เป็นเครื่องดื่มช็อกโกแลตที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้ลงทุนแมนจะพาไปทำความรู้จักเครื่องดื่ม 2 ยี่ห้อนี้กันว่ามีความเป็นมายังไง

ต้นกำเนิดของโอวัลตินอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปีพ.ศ. 2408 โดย จอร์จ วอนเดอร์ ซึ่งเป็นนักเคมีชาวสวิสได้คิดค้นเครื่องดื่มร้อนๆ มีส่วนผสมของมอลต์สกัดจากข้าวบาร์เล่และไข่ไก่เพื่อให้เด็กที่ขาดสารอาหารได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนซึ่งปรากฏว่าผลเป็นที่น่าพอใจ

ต่อมาในพ.ศ. 2447 เครื่องดื่มชนิดนี้ได้ถูกพัฒนา โดยอัลเบริต์ วอนเดอร์ ซึ่งเป็นลูกชายของเขาจนกลายมาเป็นโอวัลตินในเวลาต่อมา

ประเทศไทย มีการนำโอวัลตินเข้ามาจำหน่ายเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.2477 ต่อมาในปี พ.ศ. 2531 ได้มีการสร้างโรงงานผลิตโอวัลตินเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่สมุทรปราการ เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตโอวัลตินในแถบเอเชีย แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือโรงงานแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตโอวัลตินที่ใหญ่ที่สุดของโลก..

ปัจจุบัน เจ้าของ Brand โอวัลติน ในประเทศไทยคือ บริษัท เอบี ฟู้ด เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับไมโลกำเนิดขึ้นในประเทศออสเตรเลียเมื่อปีพ.ศ. 2477 โดยทอมัส เมย์น ซึ่งเป็นนักเคมีชาวออสซี่ เป็นผู้พัฒนาสูตรเครื่องดื่มยี่ห้อนี้ระหว่างที่เขาทำงาน โดยชื่อของไมโลนั้นมาจากชื่อของนักกีฬาชาวกรีก คือ ไมโลแห่งโครตอน ซึ่งเป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการแข่งขันกีฬาที่สำคัญๆ ของกรีก

ไมโลเริ่มเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยปี พ.ศ. 2501 และได้กลายเป็นเครื่องดื่มช็อกโกแลตที่เป็นที่นิยมของเด็กๆ ตั้งแต่นั้น โดยเจ้าของ Brand ไมโลในประเทศไทยคือ บริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด

ปัจจุบัน มีผู้บริโภคทั่วโลกดื่มไมโลวันละ 31 ล้านแก้ว ซึ่งเท่ากับ 307 แก้วต่อวินาที ซึ่งปริมาณของไมโลที่ผลิตทั่วโลกในแต่ละปีนั้น มีน้ำหนักเท่ากับหอคอยไอเฟล 20 หอรวมกัน

สรุปแล้ว โอวัลตินนั้นเกิดก่อนไมโล 69 ปี ปัจจุบัน โอวัลตินมีอายุกว่า 152 ปี ขณะที่ไมโลมีอายุกว่า 83 ปี

แล้วไมโล หรือ โอวัลติน ขายดีกว่ากัน?

และสำหรับคำตอบของเรื่องก็คือ โอวัลตินขายดีกว่าไมโล

ในประเทศไทย แม้โอวัลตินกับไมโลจะเป็นคู่แข่งกันในตลาดเครื่องดื่มมอลต์สกัด แต่ต้องยอมรับว่า โอวัลติน คือ เจ้าใหญ่เนื่องจากมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าตลาดทั้งหมด

รายได้และกำไรของบริษัท เอบี ฟู้ด เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ผู้ผลิตโอวัลติน)
ปี 2557 รายได้ 8,988 ล้านบาท กำไร 1,273 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 8,437 ล้านบาท กำไร 1,254 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 8,940 ล้านบาท กำไร 1,614 ล้านบาท

รายได้และกำไรของบริษัท บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด (ประเทศไทย) จำกัด (ผู้ผลิตไมโล)
ปี 2557 รายได้ 46,886 ล้านบาท กำไร 2,864 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 45,204 ล้านบาท กำไร 1,989 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 46,533 ล้านบาท กำไร 1,723 ล้านบาท

ทั้งนี้ ต้องหมายเหตุด้วยว่ารายได้ของเนสท์เล่สูงกว่าเนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไมโลเป็นแค่ส่วนหนึ่งของบริษัทเนส์เล่ทั้งหมด

สำหรับเพื่อนๆ ชอบกินยี่ห้อไหนลองให้ความเห็นกันมาได้ แต่สำหรับลงทุนแมนแล้ว แยกไม่ออกจริงๆ..
———————-
<ad> กินไมโลโอวัลตินอิ่มแล้ว มาส่งใบสมัครงานมาที่ลงทุนแมน ตอนนี้ลงทุนแมนรับสมัครตำแหน่ง Content Creative, IT Developer, Digital Marketing, Graphic Video, Admin/HR หมดเขตรับสมัคร 15 ธันวาคม 2560 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ longtunman.com/career
———————-

Reference
-https://milo.co.th/node/23
-https://en.wikipedia.org/wiki/Milo_(drink)
-https://en.wikipedia.org/wiki/Ovaltine
-http://www.lokehoon.com/topic.php?q_id=161
-https://www.marketingoops.com/news/biz-news/nestle-milo/
-https://boommusa.blogspot.com/2012/05/blog-post.html
-https://www.ovaltine.co.th/index.php?op=aboutus-index

Comments

comments