ยิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายตัว

ยิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายตัว

<Advertorial>
ยิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายตัว / โดย เพจลงทุนแมน
คำถามยอดฮิตของคนหลายคนคือ “เอาเงินเก็บไปทำอะไรดี”
ซึ่งวิธีในการบริหารเงินของแต่ละคนก็คงแตกต่างกันออกไป
บางคนก็อาจบอกให้เอาไปลงทุนทำธุรกิจของตัวเอง บางคนก็อาจบอกให้เก็บออมเอาไว้ใช้ในอนาคต
แต่ก็มีอยู่วิธีหนึ่ง ที่จะทำให้เราเป็นทั้งเจ้าของธุรกิจทางอ้อมและมีเงินออมไปด้วยในเวลาเดียวกัน
วิธีนั้นคือนำเงินไปซื้อ กองทุน

กองทุน จะทำให้เราเป็นเจ้าของธุรกิจและมีเงินเก็บไปพร้อมกันได้อย่างไร?

เงินที่เราเอาไปซื้อกองทุน ทางผู้จัดการกองทุนก็จะนำไปซื้อหุ้นของบริษัทต่างๆ ในตลาดหลักทรัพย์ต่ออีกที (ตามนโยบายลงทุน) ซึ่งก็คล้ายกับเราเข้าไปถือหุ้นของบริษัทเหล่านั้นในทางอ้อม

ใครที่อยากมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมของบริษัทในไทย แต่ไม่ต้องการมานั่งวิเคราะห์ดูงบการเงินบริษัทด้วยตัวเอง ก็อาจจะเลือกที่จะลงทุนในกองทุน แล้วให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพรับหน้าที่บริหารการลงทุนให้เราแทน

และสำหรับกองทุนระยะยาวอย่าง LTF และ RMF ก็เหมือนกับเป็นการออมเงินไว้ใช้ในอนาคตทางหนึ่ง ที่แม้ว่าจะมีความเสี่ยงมากกว่าการเก็บเงินไว้เฉยๆ ที่บ้านหรือเอาไปฝากธนาคาร แต่ก็น่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาว แถมยังสามารถใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีตอนสิ้นปีได้อีก

ซึ่งตอนนี้ธนาคารกรุงไทยมีงาน KTB Investment Festival และ กองทุนของทาง บลจ. กรุงไทย ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ มีกองทุนให้เลือกหลายแบบ แต่เนื่องจากตอนนี้ใกล้สิ้นปี เลยจะขอยกตัวอย่างเป็นกองทุน LTF มา 2 กอง

กองทุนเปิด KTLF
มีนโยบายลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่า 65% จ่ายเงินปันผลทุกปี โดยล่าสุดปีนี้จ่าย 40 สตางค์ต่อหน่วยลงทุน
มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 4,916 ล้านบาท

สัดส่วนการลงทุนในบริษัท 5 อันดับแรกของ KTLF (ณ วันที่ 29 กันยายน 2560)
1.ปตท (PTT) 9.9%
2.ท่าอากาศยานไทย (AOT) 5.9%
3.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) 5.9%
4.ธนาคารกสิการไทย (KBANK) 5%
5.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) 4.9%

ผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา 8.38%

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี 13.97%

กองทุนเปิด KTLF70/30
ลงทุนในหุ้น 70% และตราสารหนี้ 30% เหมาะสำหรับผู้ที่รับความผันผวนได้น้อยลง มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 5,677 ล้านบาท

สัดส่วนการลงทุนในบริษัท 5 อันดับแรกของ KTLF70/30 (ณ วันที่ 29 กันยายน 2560)
1.ปตท (PTT) 7%
2.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) 4.2%
3.ท่าอากาศยานไทย (AOT) 4.2%
4.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) 3.9%
5.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) 3.5%

ผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา 5.72 %

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี 6.88%

ทั้งนี้ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนและผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูจากหลักทรัพย์ที่ทั้ง 2 กองทุนถือแล้ว ก็มีแต่บริษัทใหญ่ๆที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราไม่ว่าจะเป็น น้ำมัน ปูนซิเมนต์ สนามบิน ธนาคาร

ถ้าต้องการลงทุนระยะยาวโดยเป็นเจ้าของร่วมในธุรกิจที่มั่นคง ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย

แต่ขึ้นชื่อว่าเป็น “เทศกาลลงทุน” ทั้งที ก็ไม่ได้มีแค่กองทุนที่มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษเพียงอย่างเดียว

ยังมาพร้อมกับประกันชีวิตจาก กรุงไทย-แอกซ่า ที่มีมาให้เลือกซื้อกันได้อยู่หลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น ประกันชีวิตที่ช่วยให้เรามีรายได้ช่วงเกษียณอย่าง iRetire 1 และ iRetire 5 หรือจะเป็นประกันชีวิตที่ครอบคลุมโรคร้ายแรงตลอดชีพอย่าง iShield หรือจะเป็น iWealthy ที่เป็นประกันชีวิตที่ควบการลงทุนเข้าไปด้วย เป็นต้น

การซื้อประกันชีวิตก็เหมือนกับการลงทุนอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราเหมือนมีเบาะมาช่วยรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งการจะเลือกประกันชีวิตที่เหมาะสม ก็ต้องลองดูไปตามความต้องการของแต่ละคนที่มีโจทย์ในชีวิตที่ไม่เหมือนกัน

สำหรับคนที่มีเงินเก็บอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกองทุน LTF ที่ได้ทั้งออมเงิน ได้ทั้งเป็นเจ้าของธุรกิจทางอ้อม หรือการซื้อประกันชีวิตเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในยามจำเป็น ก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ในแต่ละปี

คงเรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียว ได้นกมาหลายตัวอยู่เหมือนกัน..

หมายเหตุ: เงื่อนไขทางภาษีเป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด