กูลิโกะ รายได้เท่าไร

กูลิโกะ รายได้เท่าไร

กูลิโกะ รายได้เท่าไร / โดย เพจลงทุนแมน
คงไม่มีใคร ไม่เคยกินป๊อกกี้
แต่ถ้าให้ทายกันว่า กูลิโกะ เริ่มต้นขึ้นมาจากอะไร
ให้ลงทุนแมนทายทั้งชีวิตก็อาจจะยังไม่ถูก
เพราะจุดกำเนิดของกูลิโกะมาจาก น้ำซุปที่ต้มหอยนางรม..

เรื่องจริงๆ คือคุณเอซากิ ริอิจิ (Riichi Ezaki) ผู้ก่อตั้ง กูลิโกะ ได้ใช้ “ไกลโคเจน” ที่เขาพบในน้ำซุปหอยนางรม มาเป็นส่วนผสมในการผลิตขนมตัวแรกขึ้นมาทดลองขายในชื่อ กูลิโกะ คาราเมล เมื่อปี 2462 หรือเมื่อ 98 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2465

หลังจากวางขายได้ไม่นาน ก็ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมีชื่อเต็มว่า Ezaki Glico Co., Ltd โดยที่คำว่า Ezaki ก็คือนามสกุล ส่วน Glico นั้นก็มีที่มาจากการย่อคำว่า ไกลโคเจน (Glycogen) และให้ถือว่าวันที่วางขายสินค้าครั้งแรก (11 กุมภา) เป็นวันก่อตั้งบริษัท

หลังจากนั้น บริษัทก็ขยายตัวไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของชนิดสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น ช่องทางจำหน่าย รวมไปถึงเปิดโรงงานเพิ่มหลายแห่ง แม้จะมีอุปสรรคระหว่างทาง (โรงงานพังเพราะสงครามโลกครั้งที่ 2) แต่ก็เรียกได้ว่าผ่านมาได้จนทุกวันนี้

ส่วนการเริ่มขยายธุรกิจออกไปต่างประเทศของกูลิโกะ ก็เริ่มมานานแล้ว โดยไปตั้งโรงงานที่เมืองต้าเหลียน ประเทศจีนเป็นที่แรกในปี 2475 หรือ 10 ปีหลังจากวางขายอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายเข้าไปในจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนจะมาเปิดบริษัทในไทยอย่างเป็นทางการหลังจบสงครามโลกไปแล้วในปี 2513

กูลิโกะ ในไทยรายได้เท่าไร?

บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด
ปี 2557 รายได้ 4,105 ล้านบาท กำไร 950 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 3,794 ล้านบาท กำไร 365 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 4,313 ล้านบาท กำไร 409 ล้านบาท

บริษัท กูลิโกะ โฟรเซ่น (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 เพื่อทำการตลาดให้ไอศกรีม
ปี 2558 รายได้ 766,925 บาท ขาดทุน 16 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 261 ล้านบาท ขาดทุน 73 ล้านบาท

ถือว่ากูลิโกะเข้ามาทำธุรกิจในไทยได้เกือบ 50 ปีแล้ว โดยนอกจากจะมีสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่าง ป๊อกกี้ (Pocky) ที่แทบจะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแบรนด์ไปแล้ว ยังมี ทีนนี่ (Teenie) แอลฟี่ (Alfie) โคลลอน (Collon) และ เพรทซ์ (Pretz) รวมไปถึงไอศกรีมที่เคยต้องแย่งกันซื้อเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน

เราอาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับแบรนด์นี้ แต่จริงๆ แล้วบริษัทแม่ของกูลิโกะ มีขนาดใหญ่กว่านี้มาก และยังมีธุรกิจและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่มีในไทยอีกหลายอย่าง

ปัจจุบันบริษัท Ezaki Glico มีสำนักงานอยู่ใน 10 ประเทศทั่วโลก (ในเอเชีย ยุโรป อเมริกาและแคนาดา) มีบริษัทย่อยรวมทั้งหมด 33 บริษัท พนักงานรวม 10,208 คน จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว มีมูลค่าบริษัท 397,140 ล้านเยน หรือราว 119,142 ล้านบาท

รายได้ของ Ezaki Glico Co., Ltd.
ปี 2558 รายได้ 95,818 ล้านบาท กำไร 6,320 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 101,531 ล้านบาท กำไร 4,309 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 105,965 ล้านบาท กำไร 5,642 ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ของกูลิโกะในปัจจุบัน
34% จากธุรกิจขนม
27% จากธุรกิจเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์จากนม
26% จากธุรกิจไอศกรีม
6% จากธุรกิจอาหาร
3% จากธุรกิจส่วนประกอบอาหาร
4% จาก ธุรกิจอื่นๆ

ที่น่าจับตามองคงจะเป็น ธุรกิจไอศกรีม เพราะนอกจากจะมีการเติบโตของยอดขายในญี่ปุ่นมาโดยตลอด ก็เพิ่งได้เริ่มทำตลาดในต่างประเทศอย่างเต็มตัวเมื่อปีที่แล้วเป็นปีแรก ซึ่งก็คือในประเทศไทย โดยยอดขายยังคิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 0.2% ของรายได้ทั้งหมด
ทางกูลิโกะมีการตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2563 ต้องการที่จะยึดส่วนแบ่งการตลาด 10% ของตลาดไอศกรีมมูลค่า 12,000 ล้านบาท ที่ผู้ครองตลาดในปัจจุบันคือ วอลล์ (60%) และเนสท์เล่ (15%) ด้วยการเปิดตัวไอศกรีมแบบใหม่รวมถึงรสชาติใหม่ เพิ่มกำลังผลิตขึ้น 3 เท่า และทุ่มงบการตลาดเพิ่ม 2 เท่า

จุดเริ่มต้นธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นหลายๆ แห่ง ทำให้เรารู้สึกประหลาดใจได้เสมอ

ใครจะไปคิดว่า น้ำซุปต้มหอยนางรม วันหนึ่งจะทำให้เกิดเป็นขนมชื่อดัง หรือน้ำซุปสาหร่าย จะทำให้เกิดเป็นผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะได้

แต่ที่ดูแล้วผู้ก่อตั้งบริษัทเหล่านี้มีเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ การเป็นคนช่างสังเกตในสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว และนำมาประยุกต์ใช้เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ จนวันหนึ่งได้กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่ามหาศาล

ประเด็นที่สำคัญคือ เราทุกคนจะดึงสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ออกมาเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างไร..
———————-
<ad> หาจุดเริ่มต้นของการเป็นเจ้าของรถยุโรป เชิญมาดู รถยนต์เมอร์ซิเดส-เบนซ์คันงาม สภาพป้ายแดง ราคามือสอง ถูกกว่ารถใหม่ 10-70% ที่ Benz Motor Mall มาตรฐาน ISO 9001
———————-

Source
-https://www.glico.com/global/
-https://www.glico.com/th/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Ezaki_Glico
-Glico Fact Book 2017 (FYE March 31, 2017)
-https://www.reuters.com/finance/stocks/overview/2206.T
-http://www.brandage.com/article/2169/Glico