TINDER แอปหาคู่ แสนล้าน

TINDER แอปหาคู่ แสนล้าน

TINDER แอปหาคู่ แสนล้าน / โดย เพจลงทุนแมน
ทุกคนมีความฝัน
ว่าจะเจอเจ้าชายขี่ม้าขาวในนิยาย
หรือ เจอเจ้าหญิงแสนดีเหมือนนางฟ้า
รู้ไหมว่า ตอนนี้ความฝันนั้นอาจเป็นจริงได้
เพียงแค่การสไลด์หน้าจอมือถือ
ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้ แม้กระทั่งเรื่องความรัก..

ขอต้อนรับสู่เรื่อง TINDER แอปหาคู่ แสนล้าน

“TINDER” แอปพลิเคชั่นหาคู่มาแรงแห่งยุค ได้เปลี่ยนรูปแบบ การทำความรู้จักกันทางออนไลน์ ให้แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง โดยเพิ่มโอกาสที่คนสองคนจะพัฒนาความสัมพันธ์กันต่อ ด้วยการใช้งานที่ง่าย เหมาะกับคนสมัยนี้

กิจการมีที่มาที่ไปอย่างไร มาลองดูกัน

TINDER พัฒนา App จากการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์

เคยมั้ย? เวลาที่แอบชอบใครสักคน แต่ไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับเขา เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับเรา สุดท้ายเรื่องราวจบลงด้วยการที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเราต้องมานั่งเสียใจกับความไม่กล้าของตัวเอง

ด้วยปัญหาดังกล่าว จึงเกิด TINDER ขึ้นมา

ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้แก่ Sean Rad, Jonathan Badeen, Justin Mateen, Joe Munoz, Whitney Wolfe และ Chris Gylczynski เจอกันในคลาสเรียนวิชา Internet Entrepreneurship ในมหาวิทยาลัย

พวกเขาเล็งเห็นว่า ทุกคนจะรู้สึกสบายใจที่จะเข้าหาใครสักคน หากรู้ว่าอีกฝ่ายก็อยากคุยกับเราเหมือนกัน จึงได้ช่วยกันพัฒนา App ที่ช่วยผลักดันเรื่องดังกล่าว

ในการใช้งาน TINDER จะดึงฐานข้อมูลมาจาก Facebook/Instagram เช่น รูป เพื่อน ความสนใจ โดยสามารถเลือกเพศ ช่วงอายุ รัศมีจากตำแหน่งเรา ของคนที่เราอยากจะคุยได้ แล้วระบบก็จะขึ้นประวัติมาให้เราทำการส่อง

สิ่งที่ทำให้ TINDER แตกต่างจาก Web หรือ App หาคู่อื่นๆ คือ การใช้งาน โดยได้คิดขั้นตอนให้เข้ากับยุคสมัยนี้ ซึ่งคือพฤติกรรมการสไลด์หน้าจอมือถือ (หรือเรียกว่า Swipe) ที่ปกติเราก็ทำกันเพื่อดูรูปอยู่แล้ว

เมื่อเรากดเข้าไปดูประวัติผู้คน หากไม่ถูกใจก็ทำการปัดซ้าย แล้วเขาก็จะหายไปจากชีวิตเรา แต่หากชอบใจคนไหนก็ทำการปัดขวา ซึ่งถ้าอีกฝั่งสนใจเราเช่นกัน ก็จะถือว่า Match

เมื่อจับคู่ได้ ทั้งสองคนก็จะสามารถพูดคุย หรือแชร์ภาพเพิ่มเติมกันได้ เมื่อทั้งเริ่มต้นด้วยพื้นฐานที่สนใจซึ่งกันและกัน โอกาสที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ต่อ ย่อมมีสูง

TINDER เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2012 ในช่วงแรกเปิดให้โหลดไปใช้ฟรี และหารายได้จากค่าโฆษณา

ต่อมาในปี 2015 เริ่มหันมาใช้ Business Model ที่เรียกว่า Freemium คือหากผู้ใช้ต้องการบางบริการที่พิเศษขึ้น ก็ต้องเสียเงินเพิ่ม สำหรับการเป็นสมาชิกในรายเดือน นับเป็นเป็นกลยุทธ์ที่หลายๆแอปพลิเคชั่นใช้กันในปัจจุบัน

ผู้ให้บริการ ต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของลูกค้าว่าต้องการอะไร และพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มรายได้ของกิจการ

TINDER เปิดให้สมัครสมาชิกรายเดือน เรียกว่า TINDER Plus ในราคา $9.99-19.99 แล้วแต่ช่วงอายุ และหากจ่ายเพิ่มอีก $4.99 จะเป็นระดับ TINDER Gold

บริการพิเศษที่เพิ่มเติมมา เช่น ปัดขวาได้ไม่จำกัด สามารถย้อนกลับมาดูคนที่เราปัดซ้ายไปแล้วได้ เปลี่ยน Location ไปอยู่ที่อื่นได้ สามารถดูว่าใครปัดขวาเราได้ เป็นต้น

ปัจจุบัน TINDER เติบโตแค่ไหน?

TINDER อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท Match Group ที่เป็นผู้นำด้านธุรกิจเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นหาคู่ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น TINDER, Match.com, OkCupid เป็นต้น โดยผลประกอบการของบริษัท เป็นดังนี้

ปี 2014 รายได้ 29,400 ล้านบาท กำไร 4,900 ล้านบาท
ปี 2015 รายได้ 33,800 ล้านบาท กำไร 4,000 ล้านบาท
ปี 2016 รายได้ 40,500 ล้านบาท กำไร 5,700 ล้านบาท

หากเทียบกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย Match Group จะมีรายได้สูงเป็นอันดับที่ 44 สูงกว่าบริษัทกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ๆ เช่น แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (34,800 ล้านบาท) แสนสิริ (34,400 ล้านบาท) หรือบริษัทสายการบินอย่าง แอร์เอเชีย (33,100 ล้านบาท)

ใครจะไปคิดว่าบริษัทหาคู่จะมีรายได้มากมายถึงขนาดนี้

โดยจากผลการดำเนินงานของบริษัทนั้น มี TINDER เป็นส่วนสำคัญที่สุด และเติบโตรวดเร็วมาก ฐานลูกค้าที่เสียค่าสมาชิกนั้น 1 ใน 3 มาจาก TINDER

จำนวนสมาชิกของ TINDER

Q1 ปี 2017 มีสมาชิกที่เสียเงิน 1.9 ล้านราย
Q2 ปี 2017 มีสมาชิกที่เสียเงิน 2.0 ล้านราย
Q3 ปี 2017 มีสมาชิกที่เสียเงิน 2.5 ล้านราย

สังเกตว่าสมาชิกเติบโตติดต่อกันทุกไตรมาส

แม้ App จะปรับมาใช้กลยุทธ์ Freemium แต่ผู้ที่จ่ายค่าสมาชิกกลับเพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะบริการที่เพิ่มพิเศษขึ้นมา มันตอบโจทย์จริงๆ

มาลองดูตัวเลขสถิติการใช้งานของ TINDER ว่าน่าตกใจแค่ไหน

ปัจจุบัน TINDER ให้บริการใน 196 ประเทศทั่วโลก ในแต่ละเดือนมีผู้ใช้บริการราว 50 ล้านรายทั่วโลก โดย 10 ล้านราย เข้ามาเล่นทุกวันซะด้วย

ภายใน 1 วัน จะเกิดการ Swipe 1,600 ล้านครั้ง (ทว่าเป็นการปัดซ้ายปฏิเสธไปซะ 988 ล้านครั้ง) หรือใน 1 นาที มีคน Swipe TINDER เกือบ 1 ล้านครั้ง

ที่ผ่านมา เกิดการ Match มาแล้วทั้งสิ้น มากกว่า 20,000 ล้านครั้ง และส่งผลให้ เกิดการ Date 1 ล้านครั้งต่อสัปดาห์

เมื่อปี 2015 Bank of America Merrill Lynch เคยประเมินมูลค่าของ TINDER ไว้ที่ 45,000 ล้านบาท และมองว่าอนาคตอาจพุ่งสูงถึง 99,000 ล้านบาท เลยทีเดียว

ถ้าดู ณ ปัจจุบัน บริษัทแม่อย่าง Match Group มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 255,000 ล้านบาท หาก TINDER มีฐานลูกค้าเกือบ 40% ของบริษัท ก็อาจจะตีมูลค่าได้อยู่ที่ราว 100,000 ล้านบาท แล้ว

หากเทียบกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย มูลค่าแสนล้าน จะสูงเป็นอันดับที่ 35 เหนือหุ้นตัวใหญ่ๆอย่าง บีทีเอส (99,000 ล้านบาท) หรือ บ้านปู (89,300 ล้านบาท) เสียอีก

เรียกได้ว่า TINDER เป็นตัวอย่างที่ดีของการดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพ

สิ่งที่สำคัญคือการมองหาปัญหา และปัญหาในบางครั้งมาจากการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ในชีวิตประจำวัน

เมื่อมีปัญหาย่อมมีโอกาส ย่อมเป็นที่ต้องการของตลาด และมีคนพร้อมที่จะจ่ายเงินซื้อมัน

สุดท้ายแล้ว
มนุษย์ทุกคนเกิดมา
เพื่อต้องการไขว่คว้าหาความรัก
ถ้าแอปไหนตอบโจทย์ DNA ของมนุษย์ได้
ก็จะประสบความสำเร็จเหมือนแอปนี้

ทั้งๆที่ทุกคนที่เริ่มลองใช้แอปนี้ ก็ไม่ได้หวังหรอกว่า

โลกแห่งความจริง จะมีเจ้าชายหรือเจ้าหญิง จริงหรือไม่

แต่ก็อยากขอลองฝันดูสักครั้ง..
———————-
<ad> หาคู่ในฝันไม่เจอ ลองมาหา รถในฝันดู รถยนต์เมอร์ซิเดส-เบนซ์คันงาม สภาพป้ายแดง ราคามือสอง ถูกกว่ารถใหม่ 10-70% จาก Benz Motor Mall มาตรฐาน ISO 9001
———————-

-https://www.blognone.com/node/73061
-http://startitup.in.th/business-model-case-study-okcupid-and-TINDER/
-https://www.goTINDER.com/press
-https://expandedramblings.com/index.php/TINDER-statistics/
-http://www.businessinsider.com/TINDER-rejection-statistics-2014-10
-https://www.fool.com/investing/2017/07/30/time-sensitiveheres-what-to-look-for-when-TINDER-p.aspx
-https://www.fool.com/investing/2017/11/09/match-group-inc-hits-pay-dirt-with-TINDER-gold.aspx
-https://www.fool.com/investing/2017/08/03/match-group-inc-revenue-rises-as-TINDERs-paid-memb.aspx
-https://finance.yahoo.com/quote/MTCH/financials?p=MTCH
-https://en.wikipedia.org/wiki/TINDER_(app)#Financials