VOC บริษัทใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

VOC บริษัทใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

VOC บริษัทใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ / โดย เพจลงทุนแมน
“บริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยรู้จักมานั้นคือบริษัทอะไร ?” คำถามง่ายๆที่เชื่อว่าหลายๆคนคงคิดไม่ถึง

ใช่ Apple ผู้ผลิต iphone ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตคนทั้งโลก? หรือ Microsoft เจ้าของระบบปฏิบัติการ Windows ที่มีบิล เกตส์ เป็นเจ้าของหรือไม่?

คำตอบที่ถูกต้องนั้นต้องย้อนกลับไปไกลกว่านั้นมาก นับไปจากปัจจุบันก็กว่า 400 ปีที่แล้ว

คำตอบ คือ บริษัท Dutch East India Company หรือ VOC (Vereenigde Oost-Indische Compagnie ในภาษา Dutch )

วันนี้เราจะพาย้อนอดีตสู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ในยุคศตวรรษที่ 17 (16xx) เพื่อไปทำความรู้จักกับสุดยอดบริษัทในตำนาน

ย้อนกลับไปยุโรปยุคนั้นมีหลักการพาณิชย์นิยมที่แข่งขันกันค้าขาย สะสมความมั่งคั่ง

โดยเฉพาะการเดินเรือข้ามโลกเพื่อค้าขายกับเอเชียนั้นเป็นการค้าที่ถือว่าเฟื่องฟูมากในยุคนั้น ชาวตะวันตกเดินเรือไปยังดินแดนโพ้นทะเลโดยเฉพาะตะวันออกเช่นเอเชีย เพื่อเสาะหาเครื่องเทศ เกลือ ถ้วยชาม ผ้าไหม และสินค้าต่างๆที่หายากในตะวันตกแล้วนำกลับไปขายยังยุโรป

การค้าเช่นนี้ทำกำไรมหาศาลเป็นอย่างมากให้แก่ผู้ที่ลงทุน การเดินเรือเพียงหนึ่งรอบสามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นกอบเป็นกำ

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงของการเดินเรือนั้นถือว่าสูงมากเป็นเงาตามตัว เช่น พายุฝนกลางทะเล ถูกปล้นจากโจรสลัด หรือแม้แต้ถูกเรือคู่แข่งโจมตี

อีกประเด็นคือ ต้นทุนการเดินเรือนั้นสูงมาก การหาทุนจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก การเดินเรือนั้นโดยทั่วไปต้องมีนายทุนที่เป็นรัฐบาล ราชวงศ์ของประเทศต่างๆ หรือ เจ้าเมือง ขุนนางชั้นสูงที่มีทุนมากพอ เพื่อสนับสนุนการเดินเรือ

พ่อค้าชาวดัตช์ในยุคนั้นแก้ปัญหานี้ด้วย “ตลาดหุ้น”

สมมติว่าการเดินเรือ 1 ครั้งต้องใช้เงินทุน 1 ล้านบาท

แทนที่จะหาคนมีเงิน 1 ล้านที่สนใจ กัปตันเรืออาจจะหาคนที่มีเงิน 1 แสนเพียงสิบคนแทนซึ่งง่ายและสะดวกกว่ามาก

ในมุมของผู้ลงทุนแทนที่จะต้องเสี่ยงกับเงินทั้งหมดไปกับเรือที่อาจไม่ได้กลับมาอีกเลย ก็อาจจะกระจายการลงทุนไปกับเรือหลายๆลำ เพื่อกระจายความเสี่ยงที่จะสูญเงินทั้งหมดได้

ด้วยระบบนี้ทำให้บริษัท VOC กำเนิดขึ้นในปี 1602 หรือกว่า 400 ปีที่แล้ว ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์ เพื่อทำการค้ากับโลกตะวันออก และขยายตัวอย่างรวดเร็ว

มีการศึกษาว่า VOC สามารถจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นโดยเฉลี่ยที่ราว 18% ต่อเนื่องเกือบ 200 ปีที่ดำเนินกิจการ..

อย่างไรก็ตามเบื้องหลังของ VOC นั้นถือว่าโหดร้ายพอสมควร

VOC ทำการค้าโดยมีระบบการจัดการแบบบริษัทจำกัดในสมัยใหม่ และเนื่องจากในยุคนั้นการติดต่อสื่อสารกับประเทศแม่นั้นใช้เวลานานและยากลำบาก รัฐบาลดัตช์จึงให้สิทธิในการตัดสินใจดำเนินการต่างๆแก่ VOC เองโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากประเทศแม่ก่อน

VOC ได้รับอนุญาตจากดัตช์ โดยสามารถมีกองกำลังเป็นของตนเอง มีอำนาจในการโจมตี ประกาศสงคราม ตัดสินคดีความได้ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการดำเนินกิจการของบริษัท

บริษัทไม่ลังเลที่จะทำการโจมตีเรือ หรือ สถานีการค้าของบริษัทคู่แข่ง แทรกแซงการเมืองหรือบังคับทำสัญญาที่เอาเปรียบกับประเทศคู่ค้า หรือแม้แต่ลงมือสังหารชาวพื้นเมืองที่ต่อต้านบริษัท หากสิ่งนั้นสามารถสร้างผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหุ้นได้

ในช่วงพีคของ VOC นั้นนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าหากคำนวนด้วยค่าเงินปัจจุบันแล้ว บริษัทจะมีมูลค่าราว 7 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 233 ล้านล้านบาท

บริษัทที่มีมูลค่ามากสุดในปัจจุบันมีค่าเท่าไร?

ปัจจุบัน Apple เป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกมีมูลค่าราว 29 ล้านล้านบาท ซึ่งหมายความว่าต้องมีบริษัท Apple 8 บริษัทรวมกันถึงจะใหญ่เท่าบริษัท VOC

อย่างไรก็ตามบริษัทข้ามชาติรายนี้ต้องล้มละลายไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 เนื่องจากปัญหาหนี้สินและการคอรัปชั่นภายในของบริษัท

บทสรุปของเรื่องนี้คงจะหนีไม่พ้น ทุกสิ่งไม่มีใครอยู่จุดสูงสุดได้ไปตลอดกาล

ถ้าเราโด่งดัง มีอำนาจ รวยล้นฟ้า ในวันนี้

ทำใจไว้ว่า สักวัน มันจะไม่ได้เป็นแบบนั้น..

———————-
<ad> ใครอ่านเรื่องนี้แล้ว อยากเรียนต่อวิชา ธุรกิจการเงิน มีทุนการศึกษาที่น่าสนใจ (ลดค่าเรียนบางส่วน) จาก University of Glasgow, UK อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.mcducation.org/…/scholarship-university-of-glasg… ถ้าแจ้งว่าทราบข่าวจากลงทุนแมน รับฟรีคูปองทดสอบ mock IELTS ที่โรงเรียน BRIT Language Centre ด้วย!
———————-