ตำนาน พริกไทยตรามือ

ตำนาน พริกไทยตรามือ

ตำนาน พริกไทยตรามือ / โดย เพจลงทุนแมน
พริกไทย “ตรามือที่ 1” ฉลากสีฟ้า ฝาสีแดง
ใช้กันแพร่หลาย ตั้งแต่บ้าน ร้านอาหารแผงลอย
ยันภัตตาคารระดับห้าดาว
มีเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจให้เราเรียนรู้

พริกไทย ราชาแห่งเครื่องเทศ ที่มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชียใต้ 3,000 ปีก่อน ถือเป็นของหายาก ที่ขนส่งทางเรือมาจากอินเดีย ราคาของมันจึงแพงดั่ง “ทองคำสีดำ” จนผู้คนบางแห่งในสมัยนั้น ใช้พริกไทยแทนเงินตราแลกเปลี่ยน ข้อพิสูจน์นี้อยู่ในภาษาดัทช์ ที่เรียกพริกไทยว่า เปเปอเดอร์ (Peperduur) ซึ่งแปลว่า พริกไทยที่สูงค่า

พริกไทยตรามือ มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2491 มาจากการแผงขายพริกไทยเม็ดที่หน้าวัดเล่งเน่ยยี่ (วัดมังกร) ซึ่งคุณอาจจิตต์ ลิ้มประนะ บุตรชายของเจ้าของร้านยาเส้นในสมัยนั้น นำเครื่องบดหินสำหรับโม่ข้าว มาบดพริกไทยเม็ดโชว์ ให้กับลูกค้าที่ต้องการพริกไทยป่น เมื่อลูกค้าเห็นวิธีการผลิตก็แน่ใจว่าเป็นพริกไทยแท้ จึงทำให้ขายดิบขายดี กระทั่งสามารถซื้อกิจการร้านชำที่ตัวเองเคยเช่าขายของหน้าร้านได้

ปี พ.ศ.2497 จากร้านชำเล็กๆ ในย่านเยาวราช กิจการพริกไทยบด เติบโตกลายเป็นร้าน “ง่วนสูน” ซึ่งแปลว่า การก้าวไปทีละขั้นอย่างราบรื่น จำหน่ายพริกไทยและเครื่องเทศร้านแรกของไทย ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ตรามือที่ 1” รูปมือชูนิ้วโป้ง ซึ่งสื่อความหมายว่า เป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพ

เมื่อกิจการดีขึ้น จึงได้ไปซื้อที่ดินแถวถนนสุขสวัสดิ์ ตั้งเป็นโรงงานผลิตพริกไทย และเปลี่ยนระบบการผลิตแบบครัวเรือนไปเป็นระบบอุตสาหกรรม จำหน่ายพริกไทยไปยังทั่วประเทศ

ปี พ.ศ.2520 ก่อตั้ง หจก.บางกอกชิลลี่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยจำหน่ายพริกไทย และสินค้าเครื่องเทศอื่นๆ ส่งออกไปขายในอีกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

ปัจจุบัน ง่วนสูนเป็นผู้ผลิตและส่งออกเครื่องเทศที่หลากหลาย มากกว่า 200 ชนิด จากแหล่งผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ สินค้าของง่วนสูน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ Retail Pack, Bulk Pack, Catering Pack

เมื่อเวลาผ่านไป พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยน คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีเวลาทำอาหาร เข้าครัวน้อยลง

มาดูกันสิว่า ง่วนสูน ธุรกิจระดับตำนานปรับตัวให้สอดคล้องกับวิถีการบริโภค ซึ่งต้องการสินค้าที่ทำอาหารได้สะดวก รวดเร็ว และอร่อย อย่างไร

มีการนำสินค้าแปรรูปมาบรรจุในหีบห่อสวยงาม ง่ายต่อการใช้และพกพา เช่น เป็นซอง เป็นขวด พัฒนาเป็นผงปรุงรสสำเร็จรูป ซึ่งมีทั้งผัด แกง ปิ้งย่าง ยำ และน้ำจิ้ม เช่น ผงปรุงหมักหมูแดง ผงปรุงข้าวหมกไก่ หรือนำเครื่องเทศที่แยกเป็นแต่ละชนิด (Single Spice) มาผสมกัน Mixed Spices เป็น ชุดเครื่องเทศ พร้อมปรุงได้ทันที เช่น เครื่องเทศปรุงต้มยำ ต้มข่า น้ำพะโล้ ผัดไทย

ยกระดับช่องทางการจำหน่ายเครื่องเทศไทย โดยเปิดตัวร้าน Spice Story ด้วยโทนสีที่สะดุดตา เปลี่ยนความคิดว่า ร้านขายเครื่องเทศต้องมีโทนสีมืดๆ ทึมๆ จับตลาดลูกค้าพรีเมี่ยม ด้วยคุณภาพของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างสวยงาม หวังให้ซื้อเป็นของฝาก แทนของใช้ในครัวเพียงอย่างเดียว flagship store ตั้งอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน และได้มีการขยายไปยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำอีกหลายแห่ง

บริษัทวางแผนจะนำรูปแบบ ร้าน Spice Story ไปเปิดสาขาที่ต่างประเทศ โดยอาจเป็นการร่วมทุนกับต่างชาติ เน้นประเทศในแถบยุโรป ซึ่งเชื่อมั่นในคุณภาพเครื่องเทศจากเอเชีย

ก่อนหน้านี้ ง่วนสูนได้เปิดร้าน Spice Story ต้นแบบที่สยามพารากอน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก จำหน่ายเครื่องเทศ ผงปรุงอาหารสำเร็จรูปหลากหลายชนิด อีกส่วนเป็นมุมอาหาร ที่เน้นการนำเครื่องเทศมาเป็นส่วนผสมหลักของอาหาร เช่น ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ตุ๋น ปอเปี๊ยทอด รวมถึงไอศกรีมที่มีเครื่องเทศเป็นส่วนผสมหลัก เช่น รสพริกไทย พริกขี้หนู ตะไคร้ แต่ในปัจจุบันส่วนที่เป็นร้านอาหารได้ปิดบริการไปแล้ว

นอกจากนี้ ง่วนสูนยังได้จับมือกับนักธุรกิจในบาห์เรน เปิดร้านอาหารไทย “มวยไทย” สาขาแรกที่กรุงมานามา โดยมีหลักคิดที่ว่า จะทําอย่างไรให้คนท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ สามารถทําอาหารไทยได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาพ่อครัวคนไทย จึงเป็นที่มาของร้านอาหารไทย ในรูปแบบกึ่งฟาสต์ฟู้ด โดยอาหารทั้งหมดปรุงด้วยผงปรุงรสสําเร็จรูปของง่วนสูน ด้วยเมนูอาหาร เช่น แกงเขียวหวานไก่ ต้มข่าไก่ พะแนงไก่ ลาบไก่ ส้มตําไทย

มาดูรายได้ของบริษัท อาจจิตต์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็พเพอร์แอนด์สไปซ์ จำกัด
ปี 2557 รายได้รวม 156 ล้านบาท ขาดทุน 10.5 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้รวม 266 ล้านบาท กำไร 5.8 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้รวม 341 ล้านบาท กำไร 9 ล้านบาท

ส่วนรายได้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด บางกอกชิลลี่ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่าย พริกไทยตรามือที่ 1 เช่นกัน
ปี 2557 รายได้รวม 39 ล้านบาท กำไร 5.6 แสนบาท
ปี 2558 รายได้รวม 40 ล้านบาท 5.7 แสนบาท
ปี 2559 รายได้รวม 40 ล้านบาท กำไร 1.3 แสนบาท

ส่วนรายได้ของบริษัทน้องใหม่ สไปซ์ สตอรี่ ซึ่งน่าจะเพิ่งตั้งเป็นบริษัทในปี 2559
ปี 2559 รายได้รวม 9.6 ล้านบาท กำไร 2.4 ล้านบาท
——————————–
เรื่องพริกไทยตรามือเป็นตัวอย่างสอนให้เรารู้ว่า
ในบางครั้งธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาและนำเสนอสินค้าให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่

จับพริกไทย เครื่องเทศ สินค้ารุ่นคุณปู่ มาแต่งตัวใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ขยายแบรนด์ไปสู่ระดับพรีเมี่ยม

นำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีการผลิตและการแปรรูป มาแปรรูปเป็น ผงปรุงอาหารสำเร็จรูป ต่อยอดไปเป็น ร้านขายเครื่องเทศ

ถึงแม้ว่าจะเจอกับปัญหาและอุปสรรคในการปรับตัวบ้าง ก็ถือเป็นบทเรียนที่จะนำกลับไปพัฒนาให้แบรนด์เติบโตต่อไป

เพราะโลกนี้ ไม่มีอะไรที่อยู่นิ่งไปตลอด คนที่ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ดีที่สุด ก็น่าจะเป็นผู้ชนะ..
———————-
<ad> อ่านเรื่องพริกไทยตรามือ แล้วยังไม่แซ่บพอ เชิญมาชิม ตำปลาร้ากุ้งสด ใส่พริกสด 30 เม็ด กินชาตินี้ เผ็ดถึงชาติหน้า ที่ ร้าน “ฝากท้อง อีสานสไตล์” ตรงข้าม เซ็นทรัลลาดพร้าว fb.com/faak.tong
———————-

Source
thairath.co.th
tcdc.or.th
dip.go.th
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า