ข้อคิด มนต์นมสด

ข้อคิด มนต์นมสด

ข้อคิด มนต์นมสด / โดย เพจลงทุนแมน
เฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่สุดของร้านอาหาร
ไม่ใช่ เก้าอี้ที่แพงที่สุด หรือ โคมไฟที่สวยที่สุด
แต่เฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่สุด ก็คือ ลูกค้า..
เมื่อลูกค้าเต็มร้าน แน่นร้าน
จะเป็นเครื่องการันตีให้ลูกค้าเข้ามาเอง
นี่คือข้อคิดที่ได้จาก มนต์นมสด ซึ่งสอนให้เรา
ตั้งใจทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่เราทำอยู่..

มนต์นมสดเป็นร้านขนมปังปิ้งและนมสดที่อยู่มานานกว่า 50 ปี จริงๆแล้วร้านนี้ไม่ได้เริ่มมาจากการขายขนมปังหรือนมสด แต่มีจุดเริ่มต้นมาจาก การขายกาแฟบนรถกระบะ

ย้อนกลับไปปี 2507 หรือเมื่อ 53 ปีที่แล้ว คุณมนต์ วนิศรกุลและคุณพ่อ ทำงานเป็นพนักงานชงกาแฟ ที่ร้านกาแฟแถวศาลาว่าการ กทม. โดยเป็นลูกจ้างร้านนี้นานถึง 15 ปี ก่อนที่เจ้าของห้องแถวจะมาขอห้องคืนจากเถ้าแก่เจ้าของร้าน และทำให้ทั้ง 2 คนต้องตกงาน

ด้วยประสบการณ์การชงกาแฟที่สะสมมาของ 2 พ่อลูก จึงตัดสินใจใช้รถกระบะมาเปิดร้านขายกาแฟต่อ โดยขับมาจอดขายที่บริเวณเดิมที่เคยทำงานอยู่ ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้มีขายแต่กาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ได้เริ่มทำขนมปังสังขยา และนมสดมาขายด้วย

แต่เนื่องจากขายอยู่บนรถกระบะ ทำให้ต้องมีการย้ายที่จอดอยู่บ่อยๆ และคิดว่าลูกค้าอาจจะจำไม่ได้ว่าเป็นร้านเดียวกันกับที่เคยซื้อ จึงได้ตั้งชื่อร้านขึ้นครั้งแรกในปี 2522 ว่า “มนต์ คาร์เฟ่”

1 ปีต่อมา ได้บริษัททำถุงพลาสติกช่วยออกแบบโลโก้แรกของร้านให้ และก็ได้เปลี่ยนชื่อร้านมาเป็น “มนต์ นมสด” ที่เราเรียกกันในทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม การเอารถกระบะมาจอดขายของข้างทาง ก็ย่อมต้องเจอปัญหากับเจ้าหน้าที่เทศกิจเป็นธรรมดา หลังจากขายมาได้ 4-5 ปี ผ่านการถูกจับ ถูกปรับไปหลายครั้ง จึงได้เริ่มรู้สึกว่าเอาเงินที่นำไปจ่ายค่าปรับให้เทศกิจ ไปจ่ายค่าเช่าห้องแถวเพื่อเปิดร้านเป็นของตัวเองน่าจะดีกว่า

ปี 2527 ก็ได้เช่าห้องมาเปิดร้านเป็นครั้งแรก ตั้งอยู่แถวๆ บริเวณเดิม และพอมีร้าน ก็ได้เพิ่มเมนูให้มีความหลากหลายมากขึ้น ถือเป็นจุดกำเนิดของ ขนมปังปิ้งเนย นม น้ำตาล และแยม

การค้าขายในช่วงแรกก็ไม่ได้รุ่งเรืองในทันที เพราะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจซบเซา คนหลายคนไม่ได้มีอารมณ์กินขนมหวาน ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะเปิดร้านชนกับช่วงแชร์แม่ชม้อยล้มด้วย และต้องใช้เวลาถึง 7 ปี ถึงจะมีชื่อเสียงขึ้นมา จากการบอกเล่ากันปากต่อปากของลูกค้า ที่ส่วนใหญ่เป็นพวกนักเรียน นักศึกษาและพนักงานของ กทม.

แต่คุณมนต์ ก็ต้องเจอกับหนังม้วนเดิมคือ เจ้าของห้องที่เขาเช่าอยู่ มาขอห้องคืน… โดยให้ย้ายออกภายใน 1 ปี กับอีก 1 เดือน

มาครั้งนี้จึงได้ตัดสินใจกู้เงินจากธนาคารมา 7 ล้านบาท เพื่อเป็นเจ้าของห้องแถว 2 คูหา (ห้องหนึ่งเป็นของเพื่อน อีกห้องเป็นของร้านขายผ้าที่อยู่ติดกัน) บนถนนดินสอ เพื่อเปิด ร้านมนต์นมสด สาขาแรกขึ้นในปี 2537

ปัจจุบัน มนต์นมสด มีทั้งหมด 4 สาขา อยู่ในกรุงเทพ 3 สาขา และที่เชียงใหม่อีก 1 สาขา และได้ลูกทั้ง 4 คน มาช่วยรับช่วงต่อกิจการ ซึ่งแต่ละคนก็จะช่วยกันดูแลในแต่ละสาขา

โดย 3 สาขาในกรุงเทพจะมีครัวกลางคอยส่งของให้ แต่สาขาที่เชียงใหม่จะแตกต่างออกไป เพราะไม่สามารถส่งไปให้ได้ ทำให้ทายาทรุ่นที่ 2 อย่างคุณธเนศร วนิศรกุลและภรรยา ต้องเริ่มฝึกทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

คุณธเนศรให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ

ทำอะไรต้องทำตั้งใจทำมากๆ ใส่ใจในรายละเอียด ใส่จิตวิญญาณของเราเข้าไป

ถึงแม้ว่ามนต์นมสดจะขายของ 10 บาท 20 บาท แต่จริงๆแล้วใช้ใจใส่เข้าไปเยอะกว่านั้นหลายเท่า

กลับกัน ถ้าเราขายของแพงมาก แต่ใช้ใจแค่ 10 บาท ก็คงจะไม่มีมนต์นมสดในทุกวันนี้..

ปู่ของคุณธเนศรเคยสอนไว้ว่า ถ้าไม่มีลูกค้า อย่าไปลดต้นทุน ของอร่อยต้องอร่อย ขาดทุนช่างมัน เดี๋ยวก็มีลูกค้าเอง

เรามีอาชีพขายของกิน ดังนั้นของกิน สำคัญที่สุดคือ เข้าปากแล้วต้องอร่อย

เข้าปากแล้วต้องมีสิ่งที่เรียกว่า แตกต่าง

และในความแตกต่างนั้น สามารถสัมผัสได้ด้วยว่า พอมันผ่านช่วงเวลาไป มันก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่

พอเขามีอีกรุ่นหนึ่ง มีลูกมีหลาน ก็ยังจะอยากพาลูกพาหลานมา

การที่เราไปลดต้นทุน แล้วทำให้คุณภาพกระทบกระเทือน จะเป็นการฆ่าตัวตายอย่างช้าๆในที่สุด

ความเป็นมนต์นมสด ภายนอกดูธรรมดา แต่จริงๆแล้วมีรายละเอียดซ่อนอยู่

รายละเอียดถูกฝังลึกไปแม้กระทั่งแก้วที่ใช้ในร้าน สมัยก่อนคุณมนต์ต้องนั่งรถไปสหกรณ์กรุงเทพเพื่อซื้อแก้วเทมเปอร์โดยเฉพาะ เพราะแก้วเทมเปอร์เป็นแก้วที่แตกแล้วจะไม่คม
โดยคุณมนต์ให้เหตุผลว่า
เวลาลูกน้องล้างแก้ว เมื่อแก้วบิ่น จะได้ไม่บาดมือ
เวลาลูกค้ากินนม เมื่อแก้วบิ่น จะได้ไม่บาดปาก

หลายๆ คนอาจเกิดคำถามว่า มนต์นมสด ดังขนาดนี้ ทำไมไม่คิดขยายธุรกิจเพิ่มอีก?

คำตอบคือ ครอบครัววนิศรกุลถูกปลูกฝังมาว่า ไม่ให้คิดอะไรที่ใหญ่เกินตัว ให้คิดในสิ่งเล็กๆ แต่คิดให้ลึกซึ้ง เพราะยิ่งทำอะไรให้ใหญ่ให้เยอะ จะยิ่งควบคุมดูแลได้ยาก โดยเฉพาะเรื่องของกิน ต่อให้มีเมนูให้เลือกเยอะแยะ แต่ถ้ามันไม่อร่อย กลับจะทำให้ร้านมีแต่แย่ลง

สินค้าแต่ละอย่างจะมีแฟนคลับของตัวเอง

และเราห้ามโลภ..

เราจงพอใจกับแฟนคลับของเราที่เรามี และความเหนียวแน่นนั้นมันถึงจะยาวนาน

แต่เราก็ต้องยอมรับว่าในความยาวนานในความลึก มันก็เลยทำให้ไม่กว้าง

ในวันหนึ่งมีร้อยสาขา อาจจะทำได้ แต่ความลึกก็จะหายไป และที่ไม่ต้องการขยายสาขาเพิ่ม เพราะต้องการให้คนรู้สึกว่าจะกินได้เฉพาะที่นั่นที่นี่เท่านั้น ไม่ใช่ว่าหาที่ไหนก็ได้ ซึ่งจะทำให้ร้าน มนต์นมสด กลายเป็นสถานที่ที่คนจะต้องคิดถึงเมื่อไปในย่านนั้นๆ
———————-
สรุปแล้วเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

บางครั้งคนเราไม่ต้องการอะไรซับซ้อน คนเราจริงๆอาจจะต้องการอะไรที่เรียบง่าย ตรง และ สิ่งที่ใช่กับตนเอง

ถ้ามองการต่อยอดธุรกิจว่า จะทำเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้อีกนานๆ ก็อาจจะไม่ได้จำเป็นเสมอไปว่า จะต้องเป็นการขยายสาขาออกไปให้ได้มากๆ หรือมีสินค้าหลากหลายประเภทให้เลือก

แต่อาจจะเป็นการตั้งใจทำสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้วให้ดีต่อไปหรือดียิ่งขึ้นไปอีก

ซึ่งเราก็น่าจะมองเห็นสิ่งที่มีอยู่ได้ชัดเจนมากขึ้น ถ้ารู้จักคำว่า “พอ”..
———————-
<ad> อะไรเพลินพอๆกับอ่านเพจลงทุนแมน? ขนมหนังไก่ทอดกร๊อบกรอบ ??? ตรา “กะต๊าก” กินแล้วหยุดไม่ได้ ฟินจนคำสุดท้าย สั่งซื้อติดต่อ inbox เพจกะต๊าก fb.com/katarksnacks
———————-

Source:
mont-nomsod.com/index.html
retailtalk.wordpress.com/talk/คัมภีร์ธุรกิจฉบับทายาท
mthai.com/food-recommend/88574.html
gotomanager.com/news/details.aspx?id=2360
youtube.com/watch?v=SEzSGzu1XwI

Comments

comments