ปรากฏการณ์ NMD ของ adidas

ปรากฏการณ์ NMD ของ adidas

adidas เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก Nike และ adidas ยังเป็นเจ้าของแบรนด์ Reebok และหุ้นส่วนหนึ่งของสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิคอีกด้วย บริษัทมีร้านขายสินค้า 2,811 ร้านทั่วโลก แต่ที่น่าสนใจคือบริษัทมีกำไรต่อยอดขายน้อยมาก ถ้าราคารองเท้า 100 บาท บริษัทมีกำไรแค่ 5.3 บาทเท่านั้น

ประเภทสินค้าที่บริษัทขายได้มากสุด คือรองเท้า 53% รองลงมาคือเสื้อผ้า 39% และที่เหลือคืออุปกรณ์กีฬาอื่นๆ 9%

ชื่อบริษัทเดิมคือ Dassler Brothers Shoe Factory มาจาก 2 พี่น้องชาวเยอรมัน Adolf (Adi) Dassler เริ่มผลิตรองเท้ากีฬาร่วมกับพี่ของเขาชื่อ Rudof (Rudi) Dassler ต่อมาพี่ของเขาแยกไปทำแบรนด์ Puma ส่วน Adof เปลี่ยนชื่อบริษัทเดิมเป็น Adidas

หลัง Adolf เสียชีวิต กิจการได้ถูกขายให้ Bernard Tapie แต่เขากู้เงินมาซื้อกิจการแล้วไม่มีจ่าย จึงโดนธนาคารฝรั่งเศส Crédit Lyonnais ผู้เป็นเจ้าหนี้ยึด ต่อมาธนาคารขายหุ้นให้กับ Robert Louis-Dreyfus ซึ่งเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลมาร์กเซย์ด้วย

หลังจากนั้น กิจการของ adidas ก็เติบโตเรื่อยมาจนปี 2015 adidas ได้ออกรองเท้าใหม่ชื่อรุ่น UltraBOOST และ NMD มีโฟม BOOST เทคโนโลยีพิเศษของ adidas อยู่ด้านล่างทำให้รองเท้านุ่มเป็นพิเศษ ซึ่งได้รับความนิยมมาก จนสินค้าขาดตลาด สำหรับในประเทศไทยรองเท้ารุ่นนี้มีราคาสูงถึง 8,000 บาท และบางรุ่นที่หายากมีราคาเป็นหลักหมื่นบาท

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ปี 2016 บริษัท adidas มียอดขายมากสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 720,000 ล้านบาท มีกำไรถึง 38,000 ล้านบาท เติบโตถึง 40%

เรื่องที่น่าสนใจคือถ้าเราซื้อหุ้น adidas เมื่อปี 2015 ตอนรองเท้า 2 รุ่นนี้ออกใหม่ ปัจจุบันเราจะได้กำไรจากหุ้นตัวนี้ 2 เท่า

เรื่องนี้ทำให้คิดได้ว่าถ้าเราจับความนิยมของคนในสังคมได้เร็ว ก็มีโอกาสทำกำไรได้เหมือนกัน

Comments

comments