อาลีบาบาตั้งฐานมาเลเซีย คือความเสี่ยงที่ไทยยังไม่อยากเดิมพัน

อาลีบาบาตั้งฐานมาเลเซีย คือความเสี่ยงที่ไทยยังไม่อยากเดิมพัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องสรุปจาก thaipublica อีกที สัปดาห์ที่แล้วอาลีบาบาประกาศร่วมมือมาเลเซียตั้งฐาน E Commerce ประจำภูมิภาค

คุณ อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้เขียนบทความนี้บอกว่า การให้อาลีบาบาตั้งฐานมีความเป็นได้ 2 ทางคือ
1) ผลดี คนไทยได้ประโยชน์
2) ผลเสีย สินค้าจีนกินรวบประเทศไทย

ถ้าผลออกมาคือทางที่ 2 จะทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องล้มหลายเจ้า ดังนั้นรัฐบาลไทยยังลังเลอยู่ ไม่อยากเดิมพัน

ที่มาเลเซียตั้งเขตเสรีดิจิตัล (DFTZ) เพราะแจ๊คหม่าเสนอ ไปคุยกับรัฐบาลมากมายไม่รับข้อเสนอ แต่มาเลเซียใช้เวลา 4 เดือนก็ตั้งเขต DFTZ แล้ว

DFTZ เป็นเขตเสรีดิจิตัลแห่งแรกของโลก ได้รับ ยกเว้นภาษีทั้งหมด โดยอาลีบาบาจะตั้งโกดัง และศูนย์กระจายสินค้าที่มาเลเซีย

ถึงแม้ว่า DFTZ จะดูดีมาก แต่ถ้าเปิดเสรีแล้วจะมีคนได้และเสียประโยชน์

คนได้ประโยชน์คือ
1) ผู้บริโภคของมาเลเซีย เพราะสินค้าราคาถูกจากจีนจะเข้ามา เพราะยกเว้นภาษี
2) เกิดการจ้างงานเกี่ยวกับ e-commerce และผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งในประเทศมาเลเซีย
3) ตัวอาลีบาบา เองได้ประโยชน์มากสุดเพราะได้ส่วนแบ่งจากสินค้าที่ขายได้

คนเสียประโยชน์คือ
1) เจ้าของกิจการค้าปลีกเดิมในมาเลเซีย ซึ่งมีการจ้างงานเดิมกว่า 1.2 ล้านคน สู้การขายออนไลน์ที่ต้นทุนต่ำกว่าไม่ได้
2) โรงงานผู้ผลิตเดิมในมาเลเซีย สู้สินค้าราคาถูกจากจีนไม่ได้

ไม่ใช่แจ๊คหม่าไม่เลือกเมืองไทย แต่รัฐบาลไทยเองไม่กล้าที่จะเดิมพัน เพราะมีความเสี่ยงกับธุรกิจเดิมมาก คนโดนกระทบหนักสุดคือ วงการค้าปลีก ค่าส่ง โรงงานไทย ทั้งหมด

สรุปว่า
มาเลเซียเลือกที่จะพนันว่าโลกดิจิตัลคือโลกอนาคต และยอมให้มีคนเจ็บตัว

แต่ไทยเลือกที่จะหมอบ รอดูไปก่อน ยังไม่อยาก take risk

ส่วนความคิดเห็นของลงทุนแมน ตอบตรงๆก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าผลจะออกมาดีหรือไม่ดีกันแน่ ดูมีเหตุผลทั้งสองฝ่าย แต่ที่ทราบคือตอนนี้ไม่ควรซื้อหุ้นค้าปลีกมาเลเซีย

Comments

comments