แจ๊คหม่า vs โพนี่หม่า

แจ๊คหม่า vs โพนี่หม่า

ถ้าถามว่าบริษัทไหนใหญ่ที่สุดในจีน
คงจะตอบลำบาก
เพราะตอนนี้มีอยู่ 2 บริษัท
สลับขึ้นลงกันเป็นที่หนึ่งของประเทศจีน
2 บริษัทนั้นคือบริษัทอะไร?

คำตอบคือ บริษัท Alibaba ที่มีผู้บริหารชื่อ แจ๊ค หม่า และ Tencent ที่มีผู้บริหารชื่อ โพนี่ หม่า

2 บริษัทนี้เป็นบริษัทเอเชีย 2 บริษัทแรกที่มีมูลค่า (Market Cap) มากกว่า 400,000 ล้านเหรียญ หรือ 13.4 ล้านล้านบาท

Alibaba ตอนนี้มีมูลค่าบริษัท 15.2 ล้านล้านบาท

Alibaba Group ก่อตั้งขึ้นโดย Jack Ma, Peng Lei และคนอื่นๆ รวม 17 คน เมื่อปี 2542 หรือเมื่อ 18 ปีที่แล้ว โดยเริ่มต้นจากการสร้างเว็บไซต์ Alibaba.com ขึ้น เพื่อช่วยจับคู่การค้าระหว่างผู้ผลิตในจีนกับผู้ซื้อในต่างประเทศ (แบบ business-to-business)

ปัจจุบัน Alibaba เป็นหนึ่งในบริษัท e-commerce และค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก (มากกว่า Amazon ในเชิง GMV) โดยได้ขยายธุรกิจจากเดิมแค่เว็บไซต์สำหรับจับคู่ B2B ไปให้ครอบคลุมทั้งแบบ consumer-to-consumer (C2C) และ business-to-consumer (B2C)

ตอนนี้บริษัทมี Alibaba.com เป็น B2B จับคู่ผู้ผลิตจีนกับต่างชาติและ 1688.com สำหรับจับคู่ภายในจีนเอง Aliexpress.com สำหรับเจ้าของธุรกิจรายย่อย (เป็นเว็บไซต์ e-commerce ที่ถูกเข้ามากที่สุดในรัสเซีย) และ Taobao ตลาดซื้อขาย C2C ที่ใหญ่ที่สุดในจีน และ Tmall ตลาด B2C สำหรับการขายสินค้าจากแบรนด์ใหญ่ๆ รวมไปถึง Lazada ที่ครองตลาด e-commerce ในภูมิภาคอาเซียนที่ชื่อคุ้นหูสำหรับคนไทย

นอกเหนือจาก e-commerce ยังมีธุรกิจและบริการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น e-payment อย่าง Alipay ที่ช่วงนี้เราน่าจะเคยได้เห็นป้ายกันใน 7-11 และ cloud computing อย่าง Aliyun เป็นต้น

โครงสร้างรายได้ของ Alibaba
56.5% มาจากธุรกิจ Online Marketing ของ e-commerce ในเครือ โดยแบ่งออกเป็น
– 52.6% จาก Pay-for-Performance (P4P) และ Display Marketing
– 3.9% จาก Taobaoke program หรือค่าคอมมิชชั่นจากผู้ขายบน Taobao และ Tmall รวมถึงค่า product placement บน Juhuasuan (เว็บไซต์สินค้าลดราคาแบบ flash sales ของ Taobao)

สรุปแล้วรายได้ของ Alibaba มาจากค่าโฆษณาจากผู้ขายสินค้าอีกทอดหนึ่ง ไม่ใช่การขายสินค้าเอง

ที่เหลือ
27.5% มาจากค่าคอมมิชชั่นจากยอดการซื้อขายสินค้ารวม
7.5% มาจากค่าสมาชิกและบริการเสริมต่างๆ (Value-added services) เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค และการจัดหน้าร้านแบบพรีเมี่ยม
8.5% มาจากธุรกิจอื่นๆ เช่น cloud computing

——————————–

Tencent มีมูลค่าบริษัท 14.07 ล้านล้านบาท

Tencent ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 หรือเมื่อ 19 ปีที่แล้ว ก่อน Alibaba 5 เดือน โดยเริ่มต้นจากโปรแกรมแชท QQ ที่มี ICQ เป็นต้นแบบ

นอกจาก Tencent จะเป็นเจ้าของโปรแกรมยอดฮิตของจีนอย่าง QQ และ WeChat แล้ว ปัจจุบันยังเป็นบริษัทเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเป็นเจ้าของบริษัทพัฒนาเกม เช่น Supercell (Hay Day และ Clash of Clans) และ Riot Games (League of Legends) รวมไปถึงเป็นผู้ลงทุนและถือหุ้นของบริษัท Sea Group หรือ Garena บริษัทเกม start up ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บริษัทยังเป็นเจ้าของเกมมือถือ Honor of Kings ที่มียอดดาวน์โหลดจาก App Store มากที่สุดในโลกในไตรมาสแรกของปีนี้

นอกเหนือจากตลาดเกม ยังได้ขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ เช่น เข้าไปลงทุนและจับมือกับ JD.com บริษัท e-commerce อันดับ 2 ของจีน เพื่อแข่งกับ Alibaba รวมไปถึงบริการ e-payment อย่าง TenPay และ WeBank ธนาคารออนไลน์แห่งแรกของจีน

โครงสร้างรายได้ของ Tencent Holdings Limited
71% มาจากธุรกิจ เกมออนไลน์ และเกมมือถือ รวมไปถึงบริการเสริมและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้งในมือถือและคอมพิวเตอร์
18% มาจากค่าโฆษณา
11% มาจากธุรกิจอื่นๆ เช่น e-payment และบริการ cloud storage เป็นต้น

——————————–

ทั้งคู่เป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ ทั้ง แจ๊คหม่า และ โพนี่หม่า ยังเป็นบุคคลที่รวยที่สุดใน TOP 3 ของประเทศจีนอีกด้วย (อีกคนหนึ่งชื่อ Wang Jianlin ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์)

ถ้าดูจากประวัติ จริงๆแล้ว ทั้งแจ๊คหม่า และ โพนี่หม่า ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่แรก จะเห็นได้ว่าทั้งคู่เริ่มต้นพร้อมๆกันเมื่อประมาณ 18 ปีที่แล้ว ซึ่งน่าจะเป็นเวลาที่ยาวนานสำหรับชีวิตคนหนึ่งคน

ถ้าใครที่บอกว่าทำธุรกิจ Startup คือพวกที่ฉาบฉวยหวังรวยเร็ว คงต้องบอกว่าเป็นตรงกันข้าม

ธุรกิจประเภทนี้ในช่วงแรกจะเกิดขึ้นได้ลำบากมาก เพราะไม่ง่ายที่จะเชิญชวนให้คนมาใช้ platform ใหม่ได้ ธุรกิจประเภทนี้ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสร้างธุรกิจ และรู้จักปรับเปลี่ยนโมเดลไปตามสถานการณ์

ถ้าได้ตามอ่านบทความลงทุนแมนในตอนก่อนๆ แจ๊คหม่าไม่ได้เป็นคนที่เก่ง ถูกปฏิเสธการสมัครงานมานับครั้งไม่ถ้วน ส่วนโพนี่หม่าก็เกือบไม่ได้ไปต่อเพราะไม่รู้ว่าจะเก็บเงินจากโปรแกรม QQ ได้อย่างไร

สุดท้ายความอดทน ความมานะ ซึ่งไม่ใช่แค่ ปีสองปี แต่เป็นสิบปี ก็ทำให้เขาทั้งคู่มีวันนี้

วันที่ Alibaba เป็นเบอร์หนึ่งของโลกในตลาดอีคอมเมิร์ซ และ วันที่ Tencent เป็นเบอร์หนึ่งของโลกในตลาดเกม..