กระทิงแดง รวยขนาดไหน

กระทิงแดง รวยขนาดไหน

ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จักตระกูล “อยู่วิทยา”
ที่ร่ำรวยมหาศาลจากเครื่องดื่มกระทิงแดง และ ผลิตภัณฑ์ Red Bull
คุณเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าสัวรุ่นที่ 1 คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

คุณเฉลียวเคยให้สัมภาษณ์ไว้กับนิตยสาร The Executive ว่า สมัยวัยรุ่นเคยทำธุรกิจหลายอย่างทั้งขายขนุน ทุเรียน เนื้อเค็ม หรือแม้แต่ไปรับจ้างโยงเรือให้ชาวญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก ซึ่งหมดจบลงด้วยการเจ๊งไม่เป็นท่า

โดยสาเหตุนั้นเจ้าสัวเฉลียวได้ให้เหตุผลไว้ว่าเกิดจาก “ความไม่รู้ ไม่มีความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำ”

จุดเปลี่ยนครั้งแรก ของว่าที่มหาเศรษฐีรายนี้คือ การเข้ามาทำงานร้านขายยาที่กรุงเทพกับพี่ชาย โดยเริ่มต้นจากเด็กช่วยงานในร้านจนเป็นเซลล์ขายยา

เมื่อสะสมชั่วโมงบินหลายปี ประกอบกับลู่ทางในการทำธุรกิจคุณเฉลียวจึงได้ก่อตั้ง ห้างหุ้นส่วนจำกัดทีซีฟาร์มาซูติคอล ขึ้น เพื่อนำเข้ายามาขายเอง และภายหลังได้ก่อตั้งโรงงานเพื่อผลิตยาเองด้วย

จุดเปลี่ยนครั้งที่สอง ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณเฉลียวตัดสินใจกระโดดมาร่วมวงเครื่องดื่มชูกำลังที่ในยุคนั้นมีเจ้าตลาดอย่าง ลิโพวินตันดี ของเครือโอสถสภาเป็นเจ้าตลาดอยู่แล้วด้วยการก่อตั้ง “บริษัท ที.ซี.ฟาร์มา ซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด” ผลิตเครื่องดื่ม”กระทิงแดง” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด

ด้วยกลยุทธ์ด้านราคาที่เน้นขายในราคาถูก แต่มีคุณภาพดี บวกกับการจัดทำประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ด้วยการ “แจกฟรี” แก่บรรดาคนขับรถบรรทุก สายตรวจรวมไปถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ กระทิงแดงจึงประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจนถึงขนาดที่ทางโอสถสภาต้องดัน M150 ออกมาสู้ในตลาดล่าง

อย่างไรก็ตามความสำเร็จนี้ก็ยังเป็นเพียงแค่ความสำเร็จในระดับประเทศเท่านั้น

จุดเปลี่ยนที่สาม คือ การร่วมทุนกับ Mr. Dietrich Mateschitz นักธุรกิจชาวออสเตรียในปี 2531 โดยมีเรื่องเล่าว่านักธุรกิจผู้นี้ติดใจในรสชาติหลังจากได้ดื่มกระทิงแดงเพื่อแก้อาการเมาเครื่องระหว่างพักผ่อนในประเทศไทย

Mr. Dietrich Mateschitz และคุณเฉลียวได้ก่อตั้ง บริษัท Red Bull GmbH ขึ้นโดยทั้งคู่ถือหุ้นฝ่ายละ 49% และคุณเฉลิม อยู่วิทยา ลูกชายถือหุ้นอีก 2% ที่เหลือ

กระทิงแดงถูกนำออกจำหน่ายในยุโรปในชื่อ Red Bull ซึ่ง Mr. Dietrich Mateschitz เป็นผู้ดำเนินการหลักในการจัดจำหน่ายบนภาคพื้นยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่ขายในต่างประเทศจะจำหน่ายในรูปแบบกระป๋องแทนที่กระทิงแดงขวดแก้วแบบดั้งเดิมที่ขายในประเทศไทย

หลังจากนั้นตำนาน Energy drink ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็ติดลมบน

โดย Red Bull ได้สร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำด้วยการสนับสนุนกิจกรรม extreme หรือแม้กระทั่งทีมกีฬามากมายเช่น New York Red Bull ทีมฟุตบอลในลีคอเมริกา และ RB Leipzig ในเยอรมัน

เครื่องดื่ม Red Bull ตอนนี้ถูกจำหน่ายปีละ กว่า 6 พันล้านกระป๋อง ใน 171 ประเทศทั่วโลก

บริษัท Red Bull GmbH
ปี 2557 มีรายได้ 190,000 ล้านบาท
ปี 2558 มีรายได้ 230,000 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ 240,000 ล้านบาท

บริษัท ที.ซี.ฟาร์มา ซูติคอล
ปี 2557 มีรายได้ 23,254 ล้านบาท กำไร 5,837 ล้านบาท
ปี 2558 มีรายได้ 26,530 ล้านบาท กำไร 7,232 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ 28,772 ล้านบาท กำไร 8,086 ล้านบาท

ตระกูลอยู่วิทยารวยขนาดไหน?

ในปี 2560 นิตยสาร Forbes ได้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินของตระกูลอยู่วิทยาไว้ที่ 4.3 แสนล้านบาท

ซึ่งอยู่ในอันดับสี่ของทำเนียบมหาเศรษฐีไทยเป็นรองเพียง
ตระกูลเจียรวนนท์ (7.4 แสนล้าน)
ตระกูลสิริวัฒนภักดี (5.3 แสนล้าน)
และตระกูลจิราธิวัฒน์ (5.27แสนล้าน)

ก่อนจบคงต้องพูดดักไว้ก่อนว่า เรื่องนี้ขออนุญาตไม่คอมเม้น เรื่อง คุณบอส ที่ตอนนี้กำลังไปเที่ยวต่างประเทศ..

Comments

comments