CIVILIZATION 2000 BC: คำสาป คณิตศาสตร์

CIVILIZATION 2000 BC: คำสาป คณิตศาสตร์

โลกของมนุษย์กำลังก้าวหน้าไปเรื่อยๆ
จากอดีตพัฒนาอย่างช้าๆ
แต่มาเร่งสปีดในช่วงหลัง
รู้ไหมว่ามนุษย์เกิดขึ้นมาแล้ว 200,000 ปี
แต่มนุษย์รู้จักแรงโน้มถ่วงแค่ 330 ปีที่แล้วนี้เอง..

ปี 1687 เซอร์ ไอแซค นิวตัน เป็นผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลก
ปี 1903 สองพี่น้องตระกูล ไรท์ สร้างเครื่องบินลำแรกของโลก
ปี 1969 นีล อาร์มสตรอง เป็นมนุษย์คนแรกที่เหยียบดวงจันทร์
ปี 2024 SpaceX มีแผนจะส่งคนไปเหยียบดาวอังคาร

ถ้าถามว่าเรื่องราวความสำเร็จนี้สาเหตุมาจากอะไร คำตอบก็คงเป็น ความก้าวหน้าของ “คณิตศาสตร์”

จริงๆแล้วคณิตศาสตร์เกิดขึ้นมาพร้อมๆกับการมีความรู้สึกนึกคิดหรือ conscious ของมนุษย์เมื่อ 70,000 ปีที่แล้ว มนุษย์เริ่มรู้จักวาดรูปทรงเรขาคณิต วัดความยาว ชั่งน้ำหนัก

แต่ที่มาพีคจริงๆก็คงเป็นการค้นพบระบบเลขฐานสิบเมื่อปี 2700 BC ของชาวอียิปต์ เลขฐานสิบ คือ การนับ 1 ถึง 10 แล้วขึ้นหลักใหม่

ทำไมต้องนับถึง 10?

เรื่องนี้คงอธิบายด้วยเหตุผลง่ายๆเพราะว่า มนุษย์มี 10 นิ้ว

แต่การนับแล้วขึ้นหลักใหม่ไปเรื่อยๆ นี่แหละ ทำให้เรานับเลขได้เกินนิ้วของเรา ไปเรื่อยๆได้ไม่รู้จบ

และคราวนี้โลกก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป..

มนุษย์จะสร้างสรรค์อะไรก็ได้ ที่มีพื้นฐานจากการนับเลขไปเรื่อยๆ

เครื่องบินบินด้วยความเร็ว 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โลกอยู่ห่างจากดวงจันทร์ 384,400 กิโลเมตร ดูเหมือนไกล แต่ถ้าเอามาหารกัน เครื่องบินจากโลกไปดวงจันทร์ จะใช้เวลาประมาณ 16 วัน เท่านั้น และถ้าเป็นจรวดก็จะใช้เวลาไม่กี่วัน

สิ่งนี้เป็นตัวอย่างของคำว่าอะไรที่ดูยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเรานับเลขเป็น

แต่สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะสำคัญกว่าการไปนอกโลก คือ เรื่องตัวเลขของบนโลกซึ่งก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง “เงิน”

ในปี 9000 BC มนุษย์ใช้เมล็ดพืช แทนเป็นเงินตรา เป็นครั้งแรก แต่ข้อเสียของมันก็คือมันเน่าเสียง่าย คงรูปไม่ได้ ต่อมาจึงใช้เหรียญโลหะแทนเงินตรา

และชนเผ่าที่ได้วางรากฐานให้กับระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน คือ ชาวบาบิโลน เศรษฐกิจของชาวบาบิโลนในตอนนั้นก้าวหน้ามากจนมีระบบการกู้ยืมเงินด้วย

เมื่อมีการกู้ยืมกัน ก็อาจจะทำให้เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกัน จึงทำให้เกิดกฎหมายขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี 1760 BC ชื่อกฎหมายว่า The code of Hammurabi

“ถ้าใครไม่จ่ายหนี้ ต้องทำงานชดใช้เจ้าหนี้เป็นเวลา 3 ปี” นี่เป็นตัวอย่างข้อหนึ่งในกฎหมายของ Hammurabi

และ การกู้ยืมเงินก็เป็นต้นกำเนิดของระบบ ธนาคาร และ ตลาดหุ้น ในปัจจุบัน

ปี 1602 Amsterdam ตลาดหุ้นแรกของโลกก่อตั้งขึ้นโดยชาวดัตช์
ปี 1664 ชาวดัตช์ เสียเมือง New Amsterdam ให้อังกฤษ และเมืองนั้นถูกเปลี่ยนชื่อเป็น New York
ปี 1792 ตลาดหุ้นแรกของอเมริกาก่อตั้งที่ New York บนถนน Wall Street ซึ่งเป็นถนนที่สร้างทับกำแพงป้องกันเมืองของชาวดัตช์
ปี 2017 ตลาดหุ้น New York มีมูลค่าตลาดทั้งหมด 700 ล้านล้านบาท เป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่สุดในโลก

เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีต เป็นที่มาของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

จากคณิตศาสตร์แบบพื้นๆคือ การเริ่มต้นนับเลข 1 ถึง 10 ก็พัฒนาความซับซ้อนให้เป็น การคำนวณหามูลค่าหุ้นบริษัท Apple หรือ การคำนวณหาระยะทางไปดาวอังคารของ SpaceX

แม้ว่าตัวเลขจะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าขึ้น แต่ในบางครั้งตัวเลขก็ทำให้คนยึดติดกับสิ่งที่ตัวเองได้สร้างขึ้นมา

เมื่อมีตัวเลข ก็ต้องมีการเปรียบเทียบ และเราก็หลงใหลไปกับการเปรียบเทียบตลอดมานับตั้งแต่นั้น

มนุษย์ตอนนี้ให้ค่าของคน จากตัวเลขในบัญชีธนาคาร ว่าใครมีมากกว่ากัน

ประเทศที่เศรษฐกิจดีที่สุดคือ ประเทศที่มีตัวเลข GDP มากที่สุด

ใครมีชื่อเสียงมากสุด ก็คงวัดจากคนที่มี follower ในสื่อโซเชียลมากที่สุด

สุดท้ายการเกิดขึ้นของ คณิตศาสตร์ กลายเป็นคำสาป สั่งให้มนุษย์ต้องทำให้ตัวเลขทุกอย่างมีค่ามากที่สุด นับถึงแค่ 10 ไม่พอ ต้องนับถึง ร้อยล้าน พันล้าน แสนล้าน

ถ้าย้อนกลับไปหามนุษย์เมื่อ 70,000 ปีที่แล้วตอนที่มนุษย์ยังไม่รู้จักการนับเลข ยังไม่โดนคำสาป ยังไม่รู้จักการเปรียบเทียบ

มนุษย์สมัยนี้ มีความสุขกว่า มนุษย์ตอนนั้น มากแค่ไหน?

คำถามนี้คงตอบได้ยาก แต่ที่ตอบได้คือ ทุกครั้งที่เกิดการเปรียบเทียบ ถ้าเรามีตัวเลขด้อยกว่าคนอื่น เราจะมีความสุขที่น้อยลง

และที่น่าคิดก็คือ มนุษย์สมัยนี้ มีการเปรียบเทียบกันทุกวันทุกเวลา..



Leave a Reply

136 Comments on "CIVILIZATION 2000 BC: คำสาป คณิตศาสตร์"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

เขียนได้ชวนอ่านมาก

อ่านเพลินมาก 😉

คมคาย

ผมนึกถึง1คน รามานุจันทร์ อัจฉริยะ ทางคณิตศาตร์ ชาวอินเดีย

เขียนเรื่องเลขฐานสองต่อได้เลยนะครับ เพราะตอนนี้น่าจะเป็นยุคของเลขฐานสองมากกว่า

ทำเพจ philo man เพิ่มด้วยน่ะครับ?, เป็น non financial articles หรือ related บ้าง, รับไว้พิจารณาด้วยครับ, ขอบคุณมากครับ

เขียนได้ดีมากๆเลยครับ ชมจากใจเลย บทความที่ดีที่สุดในรอบหลายเดือนของผมเลยนะเนี่ย 555

มนุษย์นี่ศักดิ์สิทธิ์จริมๆ กราบบบบ *-*

ไม่สุขหรอกครับ ความยุติธรรมไม่มี เจ็บป่วยก็ตาย

Ting Tang เนี่ยอ่ะสังคม

ขอบคุณฮ่ะ

เขียนได้ดีมากๆครับ คนเราจะมีความสุขจากภายในใจเราก็แค่ ” ไม่เสพติดการยอมรับ ” จากคนภายนอก ถ้าเสพติดการยอมรับเมื่อไหร่ ตัวเลขเท่าไหร่ก็ไม่พอครับ

เป็น web page เดียวทีาผมอ่านทุกบทความเลยครับ เขียนออกมาให้อ่านเจ้าใจง่ายและ คมคายมากๆ ขอบคุณที่เขียนบทความดีๆ ขอบคุณครับ

เหมือนกันเลย เป็นเพจเดียวที่ผมอ่านครบทุกบทความ ลงทุนแมนเขียนดีจริงๆ

รออ่านทุกวัน อิ่มใจเมื่อได้อ่าน ขอบคุณมากค่ะ

ถ้ามองภาพรวม ระบบที่เป็นหลักประกันความยุติธรรมสมัยปัจจุบันดีกว่าสมัยบรรพกาล คนในยุคปัจจุบันย่อมมีความสุขกว่าคนยุคโน้นแน่นอน
แต่ถ้าจับเฉพาะประเด็นการวัดค่าความเป็นคนด้วยตัวเลข คนยุคนั้นคงมีความสุขกว่า เพราะไม่ต้องดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่เป็นเรื่องสมมติมากเหมือนสมัยนี้ ยิ่งความต้องการน้อย ก็ทุกข์น้อย

ขอชื่นชมงานเขียนของ เพจลงทุนแมนทุกชิ้นครับ “กว้าง ลึก คม หลากหลาย เข้าถึงคนอ่านง่าย” ซึ่งหาได้ยากมากในสื่อและงานเขียนในยุคปัจจุบัน ขอเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์งานเขียนทีดีๆ แบบนี้ต่อไปครับ

เขียนได้ดีมากๆ ค่ะ คนที่จะเขียนแบบนี้ได้ ต้องมีมุมมองต่อโลก และต่อชีวิตอย่างคนที่เข้าใจสัจธรรมของชีวิต ปรบมือรัวๆค่ะ ^_^

แม้บวชก็ยากที่จะปลงจากตัวเลข

ปูมาดีมากครับ แต่จบแบบงงๆนิดหน่อย

wpDiscuz