Freeconomics ทำกำไรจากการแจกฟรี

Freeconomics ทำกำไรจากการแจกฟรี

สอดอStyle น่าจะเป็นคู่ที่ดังสุดๆในตอนนี้
หลายคนคงเคยได้ยินว่า ของฟรีไม่มีในโลก
แต่เมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย
ก็อาจจะทำให้คำพูดนี้เปลี่ยนไป
ผู้บริโภคใช้ฟรี และคนขายก็ได้กำไร
เป็นไปได้อย่างไร?

ในอดีตวิธีที่เรามักได้เห็นกันบ่อยๆ คือ การขายแบบ ซื้อ 1 แถม 1 ซื้อสินค้าชนิดนี้ แถมฟรีสินค้าอีกชนิดหนึ่ง

แต่จริงๆแล้วกลยุทธ์แบบนั้น ไม่ได้ฟรี ต้นทุนของสิ่งที่แจกฟรีได้ถูกคำนวณรวมไปในสินค้าที่ขายแล้ว การให้ฟรีเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนซื้อสินค้าหลักมากขึ้นนั่นเอง กลยุทธ์นี้ถูกเรียกว่า Cross-Subsidy

แต่ตอนนี้ เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น จะมาช่วยเรื่องการแจกฟรี ให้ดีกว่าเดิม

ในปี 2009 Chris Anderson บรรณาธิการนิตยสาร WIRED ได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อกลยุทธ์การตั้งราคาขาย ในหนังสือชื่อ Free : The Future of Radical Price โดยบอกว่า การแจกฟรีนี่ละ ที่จะเป็นกลยุทธ์การขายแห่งอนาคต

รูปแบบ แจกฟรีแบบใหม่ คือ บริษัทจะได้กำไรจากค่าโฆษณา

อินเตอร์เน็ต สร้างโลกออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่มีคนจ้องมองหน้าจอเป็นจำนวนมาก (eyeball) และการมองหน้าจอนี่แหละเป็นกลุ่มเป้าหมายของการโฆษณา บริษัทสามารถขายสินค้าให้กับลูกค้าฟรีๆ เพราะจะมีบริษัทโฆษณามาจ่ายค่าสินค้าให้นั่นเอง

Concept นี้ ไม่ต่างจากทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่คนจีนได้มาเที่ยวประเทศไทยฟรี แต่แลกกับการพาทัวร์จีนไปลงสถานที่ซื้อสินค้าที่ทัวร์จัดไว้ให้ สถานที่ซื้อสินค้าก็เปรียบเหมือนการให้เราเห็นโฆษณา

รูปแบบที่เราคุ้นเคยกันดีก็คงจะหนีไม่พ้น Facebook และ Google

เราอ่านเนื้อหาใน Facebook ได้ฟรี เพราะ Facebook ได้รายได้จากค่าโฆษณา

เราค้นหาใน Google หรือ ฟังเพลงดูวิดีโอใน Youtube ได้ฟรี เพราะ Google ได้รายได้จากค่าโฆษณาเช่นกัน

อีกรูปแบบหนึ่ง คือ ฟรีเฉพาะบางอย่าง หรือ เรียกว่า Freemium

ยกตัวอย่าง ในโลกออนไลน์ใครๆก็สามารถพัฒนา app ให้คนโหลดกันได้ แต่คนจะใช้มากกว่าถ้ามันโหลดฟรี ซึ่งทุกวันนี้ จะมีบาง app ที่เปิดโหลดฟรี แต่ถ้าอยากเหนือกว่าคนอื่น ต้องซื้อไอเท็มเพิ่ม หรือจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน

นี่คือการแจกฟรี โดยหวังกำไรจากลูกค้าบางกลุ่ม ที่ซื้อบริการเพิ่ม และคนกลุ่มนี้จะมีแนวโน้มที่จะซื้อซ้ำเรื่อยๆด้วย

ใครที่ติดเกมส์ในมือถือก็คงจะรู้ว่าเผลอซื้อไอเท็มในเกมส์ไปมากแค่ไหน

ที่น่าสนใจ คือ ไม่ใช่แค่บริษัทใหญ่เท่านั้นที่ได้ประโยชน์จาก Freeconomics แม้แต่คนธรรมดาอย่างเราก็อาจจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้

เพราะว่า เทคโนโลยี ทำให้ต้นทุนการทำธุรกิจในบางเรื่องแทบจะเป็นศูนย์ เช่น ศิลปิน ดารา หรือแม้แต่คนธรรมดา สามารถมีช่องทางสู่สังคมของตัวเอง เช่น ใน Instagram หรือ Youtube ซึ่งสามารถขายสินค้าของตัวเองได้ฟรีในนั้น

จากเมื่อก่อนที่ต้องไปพึ่งพาสถานีโทรทัศน์ วิทยุ หรือ เช่าพื้นที่ขายในห้าง ตอนนี้แค่เปิดมือถือถ่ายรูปลงโซเชียลก็ขายของได้แล้ว

และเราไม่จำเป็นต้องมีสินค้าของตัวเองก็ได้ แต่เป็นการ tie-in โฆษณาสินค้าของคนอื่นใน content ตัวเอง

เราจึงได้เห็นคนธรรมดา กลายมาเป็นเน็ตไอดอล ทำเงินเป็นล้านได้ เช่น สอดอStyle หรือ เบนซ์ อาปาเช่ ส่วนคนที่ได้รับความนิยมมากก็อาจข้ามกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ได้เลย อย่างเช่น น้องเป่าเปาของกุ๊บกิ๊บ

ถ้าย้อนกลับไปสมัยก่อนเรื่องทั้งหมดนี้คงไม่เกิดขึ้น

แต่ตอนนี้เมื่อเทคโนโลยีพร้อม ผู้บริโภคพร้อม ก็คงเหลือจะแต่เราที่จะเก็บเกี่ยวจากคำว่า Freeconomics ได้อย่างไร?..

ขอบคุณรูปจาก สอดอStyle

Comments

comments



161 thoughts on “Freeconomics ทำกำไรจากการแจกฟรี”

  • ส่วนตัวคิดว่า “หลายคนมีของ” แต่ด้วยเงื่อนไขของเทคโนโลยี (การที่จะเข้าถึงคนจำนวนมากๆ ในอดีตถูกจำกัดและต้องจ่ายแพง แต่ตอนนี้แทบจะฟรี เราจึงเห็นความคิดสร้างสรรค์ การนำเสนอใหม่ๆ เห็นศิลปินหน้าใหม่ผลิตงานเอง (ดังด้วย) ของฟรีมี แต่ต้องมีสมองและการนำเสนอด้วยถึงจะได้เงิน กลับกลายเป็นการจะหาเงินต้องคิดเยอะขึ้น แต่ถ้าใครตีโจทย์แตก หรือทำในสิ่งที่สังคมชอบ ก็รวย (ดูจากเพจดังๆ หลายเพจเอาก็ได้)

    • ถูกเลยครับ ผมว่าคนเราส่วนใหญ่ชอบมองที่ผลลัพธ์ที่ออกมา แต่ไม่ค่อยมองระหว่างกระบวนการว่ามันต้องผ่านอะไรออกมาบ้างถึงจะมาได้ อีกอย่างก็นั้นแหละครับ น้ำลายกับเหงื่อเป็นน้ำเหมือนกัน แต่วิธีการจะให้มันออกมามันต่างกัน ✌

    • Aun Pratanvorapunya ผมเองก็ทำเพจ บางคนบอกทำไมดูง่ายจริง (แต่ไม่เลย ประสบการณ์ด้านที่ถนัดเป็นสิบปี) และจังหวะที่เหมาะสม มีหลายๆ องค์ประกอบ แต่ต้องคิดและวางแผนเยอะมาก จริงๆ เทคโนโลยีเปิดโอกาสแต่คนทีเขาทำแล้วออกมาดี เขาผ่านการคิดมาหลายชั้น จริงๆ ต้องชื่นชมในหลายๆ เพจที่ไปถึงจุดนั้นได้

    • Thanachok SeiKaew ถูกกกกกมากกกก บวกๆ บอกเลยมันไม่ง่ายที่ทำมาไกลได้ขนาดนี้และเป็นอันดับต้นๆของประเทศ ฐานคนมากและอิมเพรชชั่นออแกนิค ล้วนจริงๆ ชอบคำว่า #ระหว่างกระบวนการ

    • Pimlada Wawtaisong มันยากๆจริงๆ ตอนนี้ที่ทำ นี่แบบ ตื่น 6โมง นอนสี่ทุ่ม วันๆ ทำงานอยู่หน้าคอม หยุดคิดไม่ได้ หนังสือต้องอ่าน ดูเทรนใหม่ๆ (แต่ส่วนตัวเราสนุกนะ) การทำเพจ แค่มีคนชอบฟินมากๆ แล้ว และถ้ามันมีประโยชน์กับสังคม พลังบวกมากมาย แต่ก็ต้องต่อสู้กับ ปัญหาหลายอย่าง แต่คนที่บอกว่าเงินสร้างเพจได้นี่เราเถึยง จริงๆ เพจที่มีคนเข้ามาอ่านติดตาม “เขามีแบรนด์”ของเขาเอง มันไม่ใช่แค่ไลด์ แต่มันคือ ความชอบ อะไรที่คล้ายกัน….(ขอแอบไปส่องเพจคุณนะ เราก็เพิ่งเห็น ไว้จะไปแอบบอกเพจเรา)

  • คนเรามัยเหงามากขึ้น จึงนิยมคลุกในโลกออนไลกันเพิ่มขึ้นแต่สัมพันกะคนจริงๆน้อยลง

  • บทความกระชับ ตรงประเด่นดีครับ
    อ่าน2-3 นาที เป็นนาทีที่คุ้มค่า
    เป็นกำลังใจให้ครับ

  • ชอบบทความครับ แต่จะบอกว่าไม่เคยได้ยินสอดออะไรนี่มาก่อน มาอ่านเจอครั้งแรกก็ในบทความลงทุนแมนวันนี้นี่แหละครับ ตอนแรกนึกว่าเป็นคำย่อรูปแบบการลงทุนหรือธุรกิจอะไรซะอีก ยังสงสัยว่าเลือกคำย่อประหลาดๆ

    • เขาเป็นแฟนกันคู่นึงที่ทำวิดีโอแกล้งทะเลาะกันไปมา ผู้หญิงเอาแต่ใจ ผู้ชายง้อ แต่สุดท้ายมีโฆษณาสินค้าท้ายเรื่องครับ มีหลายคนชอบดูกัน

    • ผมถึงกับต้องเอาคำที่เพจลงทุน พูดไปค้นเลย ว่าชีวิตนี้พลาดอะไรไปหรือ หรือว่า เพจลนทุนเข็ดอะไรผิดไป อ่าวววว แล้วก็พลาดจริงๆ…ไม่ได้กดไลค์นะ แต่สงสัย AI ของ facebook รับรู้ว่าผมมไม่ได้สนใจอะไรแบบนี้ เลยไม่เอาเพจนี้มาให้เห็น…

    • เข้ามาช่วย งง ด้วยอีกคนคับ
      ไม่เคยได้ยิน ได้ฟัง ได้รู้จักรายการนี้เลยคับ_ หุ หุ

    • เริ่ดด55555 ว่าจเอาเข้าตลาดหลักทรัพ เพราะทุกวันนี้คนรอดูว่าเพจมันจะ tie in อะๆรของมันวะ

    • Pimlada Wawtaisong ป้าชอบนะ อาจจะไม่ค่อยสุภาพแต่ก็ไม่เกินขอบเขตอย่างที่หนูว่า เพียงแต่เป็นรูปแบบหนึ่ง ชอบสุดคือตอนไปร้านหมูกระทะกับตอน แฟน ผช.จับได้ว่าแอบไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ภาพที่เพื่อนคนสุดท้ายที่ออกมาจากร้านตะโกนชวนว่าไปไหนต่อแล้วเห็นแฟน ผช.มาโวยวาย ก็ม้วนตัวกลับ เป็นภาพที่ติดตาต้องดูซ้ำเพื่อขำหลายๆรอบ แต่ป้าดูจริงๆยังไม่ถึง 10 คลิปนะ บางคลิปอาจดูไม่จบเพราะไม่อิน ในที่นี้หลายคนไม่ชอบเพราะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย สังเกตคนที่ไม่ชอบจะมีลักษณะคล้ายๆกัน ป้าก็ไม่รู้ว่าถ้าดูถึง 10 คลิปจะเบื่อมั๊ย ที่เค้าวิจารณ์มาก็น่าสนนะ เผื่อเป็นไอเดียทำคลิปเพิ่มสำหรับอีกกลุ่มเป้าหมายเพิ่ม ถ้ามีเวลาป้าก็ยังหาดูอยู่นะสนุกดี

  • ผมก็ดูตลอดนะสอดอสไตล์นี่อะขำดี….แต่พอดูไปนาน ๆ เริ่มน่าเบื่อซะแล้วอะ มุขเดิม ๆ วิธีการพูดแบบเดิม ๆ และค่อนข้างจะพูดแบบหยาบคาย + กับแม่งช่างน่ากลัววะหากต้องเจอกับผู้หญิงแบบนี้อะ 555

    • ใช่ครับทุกอย่างซ้ำจะเริ่มเบื่อ
      อาหารจานที่สองไม่อร่อยเท่าจานแรก
      The voice, mask singer
      รวมถึงเพจลงทุนแมน ไม่มีใครหนีพ้น

    • เห็นคลิปแรกๆคนดูเป็นล้าน มันคงเป็นจริตของผู้หญิงแค่บางคนแค่นั้นเหละ พอดูไปดูมาเริ่มเยอะ น่ารำคาญนะ ถ้าชีวิตเป็นอย่างนี้จริงๆ 5555

    • ลงทุนแมน No…เพจลงทุนแมนไม่น่าเบื่อนะครับ แต่อาจจะต้องมี freemium มาแจกคนอ่านบ้างแล้ว

    • ลงทุนแมน เพจลงทุนแมนเหมือนอาหารมีประโยชน์ครับ….

      อร่อยบ้าง…ไม่อร่อยบ้าง …

      ก้อต้องทานทุกวันครับ เดี๋ยวตัวโตไม่ทันโลกครับ…

    • คนชอบปราบปลื้มมี คนที่เฉยๆไม่คลิ๊ก ไม่ชอบ ก็ย่อมมี แต่สำหรับผมเคยเข้าไปดูเห็นคนกดไลค์เยอะดี แต่ดูๆไปสักพักเริ่มรู้สึกรำคาญยังไงบอกไม่ถูก รู้ว่าเป็นจุดขาย เป็นการแสดง ถ้าผมต้องเจอแบบนี้คงเครียดตาย ดูหน้าปกดิ่ 5555 สงสัยคงไม่เหมาะกับผมมั้ง

    • การเรียนรู้ไม่น่าเบื่อนะ สนุกกับการเรียนรู้ในเป้าหมาย และความต้องการที่แท้จริงของเรา ไม่ต้องตามใคร ไม่รู้จักคำว่าเหงาด้วย

    • พิซซ่าอร่อย แต่กินทุกวันไม่ได้ครับ
      ผักต้ม น้ำพริก อร่อยไม่เท่า แต่กินดี มีประโยชน์ครับ
      ผมว่าลงทุนแมน กับเพจข้างต้นเทียบกันไม่ได้ครับ
      ตราบใดที่น้ำพริกยังแซ่บ ลงทุนแมนคงอยู่ต่อไปแน่นอนครับ

    • ขอบคุณทุก ๆ ท่านครับ ที่ผมว่าน่าเบื่อคือสอดอสไตล์นะครับ ไม่ใช่ลงทุนแมน เพราะลงทุนแมนให้สาระที่เป็นประโยชน์ดีและน่าสนใจ ส่วนสอดอนี่ก็ยังดูอยู่รอมุขใหม่ ๆ และรอดูไอเดียใหม่ ๆ ของเค้าอะครับ

    • ลงทุนแมน จะอยู่เกรียงไกรไปอีกแสนนานครับ ถ้า ยังคงคุณภาพ และความหลายหลากของบทความในระดับนี้ เพราะคนอ่านรู้นะครับว่า บทความไหน ตั้งใจ ใส่ใจกับเขียนเพียงเพื่อเสร็จๆไปที

      #เป็นกำลังใจให้ครับ จากคนที่กด see frist คนนึง

    • ผมเองก็ดูแค่คลิปแรกที่ไปร้านกันดั้มน่ะ นอกนั้นดูไม่ได้เลย มันเฟคและเยอะเกินไป คงไม่ถูกจริตผมน่ะครับ แต่อย่างหลายท่านว่า เพจลงทุนแมนเป็นเหมือนอาหารมีประโยชน์เช่นผักหรือวิตามิน ถึงจะน่าเบื่อแต่ก็มีประโยชน์และร่างกายต้องการ แต่แน่นอนว่าคนชอบผักก็มี ไม่คิดว่ามันน่าเบื่อแน่นอนครับ

    • เจ้าของเพจ สอดอ สไตล์ เขาได้อ่านโพสนี้แล้ว อยากให้ระวังการวิจารณ์ให้ soft ลงด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

    • ลงทุนแมน จริงๆเค้าน่าจะดีใจและขอบคุณนะครับ เพราะจะได้รู้ว่า ผู้บริโภค คิดยังไงบ้าง ชอบผลงานเค้าไหม

    • Somkeit Dse ขอบคุณค่า ถ้าเข้าใจ ก็จะไม่คิดเยอะ ดูเพจเราไม่ต้องคิดเยอะ รอยิ้มอย่างเดียวว่า มันจะไปค้นมุขอะไรมาเล่นของมันวะ ฮาก็ดี ไม่ฮาก็เอ็นดูเด็กมันไป 55555 ถือว่ามีความพยายาม ไม่ทำใครเดือดร้อน ทำคลิปสะท้อนชีวิตคู่รักยุค4g ^^

    • Pimlada Wawtaisong ขอบคุณครับ หวังว่าคุณสอดอStyle จะไม่ถือสาเช่นกันครับ ขอโทษแทนทุกคนหากมีใครวิจารณ์แรงไปครับ

    • อย่าปล่อยให้ความสำเร็จกลายเป็นตัวถ่วงที่จะก้าวไปข้างหน้า เพราะมีบทเรียนระดับโลกที่ถูกความสำเร็จหันมาทำลายเจ้าของความสำเร็จ

    • มองในแง่การสร้างเนื้อหาอาจจำเป็นต้องค้นหาแนวทางใหม่เพิ่มเติมครับไม่เช่นนั้นพอมันหมดความน่าสนใจแล้วคนเริ่มไม่หือไม่อือกับเนื้อหาใหม่ๆ ความสนใจของสปอนเซอร์จะเริ่มลดลง ส่วนตัวผมชอบคลิปแรกฮาดีแต่ก็เป็นอย่างที่ทุกคนพูดพอหลังจากคลิปแรกแล้วคลิปอื่นไม่รู้สึกอะไรอีกเลย ส่วนเรื่องดูแรงหรืออะไรผมเข้าใจว่ามันคือการแสดงเพื่อสร้างความน่าสนใจและจุดเด่น อันนี้เข้าใจเพราะอยู่ในวงการ content creator เหมือนกัน

      มุมผมชอบนะครับแต่ถ้ามีการพัฒนาสู่รูปแบบหลากหลายขึ้นอย่างที่หลายคนวิจารณ์ก็เยี่ยมเลย

    • Matee Halo Aloha Wimonyai คนส่วนมากชอบดูแบบนี้^^ มันอินไซด์ เราชอบดูคลิปแบบนี้ เราก็ชอบทำแบบนี้ เราสนุก คนดูก็ชิล ลูกค้าแฮปปี้ ทุกอย่างลงตัวแล้วค่ะ^^ … เคยทำคลิปแบบอื่นแต่ลูกค้าบอก #ความเป็นสอดอstyleหายไป เราไม่เสี่ยง ลูกค้าไม่เสี่ยง รีช20ล้าน ไลค์แสนอัพ วิวล้านสองล้านอัพ ไม่ถึง 24 ชั่วโมงทุกคลิป เราแฮปปี้แล้วค่าาาา

    • ลงทุนแมน ไม่ถือสาเลยค่ะ เข้าใจ คนในนี้วิจารย์โอเคเลย ได้ความรู้ และมีสาระดีเลยค่ะ ไม่ว่ากันๆ หากถ้าด่าและว่าอย่างไม่มีเหตุผล อันนี้ถึงมาคุยกันอีกที^^

    • Pimlada Wawtaisong อย่าคิดมากคือเหมือนที่ผมตอบในอีกเม้นว่าต้องดูด้วยกลุ่มคนดูหลักเป็นใครและเขาชอบอะไร อย่างสายผมด้านการปั่นจักรยานลุย กลุ่มคนดูและเนื้อหาก็จะอีกแบบเลย เท่าที่สังเกตุคนที่บอกเฉยๆคือผู้ชายหมดเลยไม่น่าแปลกใจครับ แต่ผมชอบนะพูดหน้ากล้องเก่งครับสนุกดี แต่ไม่อินคงเพราะรสนิยมแมนๆ คนละกลุ่มตลาดหลักของสอดอสไตล์ครับ

      ป.ล สนใจมาลองปั่นจักรยานไหมครับ #เนียนเลย

    • อย่างเพจแรกที่ผมดูแลก็เรื่องการถ่ายภาพ คนรักกล้อง ก็สไตล์นึงคนดูก็คนละแบบกัน พอออกมาทำแนวการเดินทางไกลด้วยจักรยานคนที่ตามมาดูก็คนละขั้วกันเลยครับ ภาพการเดินทางที่ผมถ่ายแล้วกลุ่มจักรยานชอบกลุ่มถ่ายภาพก็เฉยๆ

    • ลงทุนแมน แต่ปัจจุบันเริ่มมีเทรนด์ใหม่เกิดขึ้นในการขาย content จากการดีลกับสินค้าเฉพาะทางคือ การรับรู้ถึงประสิทธิภาพสินค้า นึกถึงรีวิวโหดๆของฝรั่งครับ ตลาดต่างประเทศเล่นตัวนี้เยอะคือสินค้าที่ต้องการโชว์ความจัดเต็ม ส่วนมากเป็นสินค้าเฉพาะทาง โดยมาในรูปแบบการสนับสนุนเป็นตัวแทนหรือทำสกู๊ปแบบไม่มีออมมือ ในไทยยังมีไม่มาก แต่เริ่มเกิดมากขึ้นครับ

  • ไอศครีม มะนาวหวานตามหลักเลย ชอบมาก tie-in โฆษณาสินค้าของคนอื่นใน content ตัวเอง

    • ไม่ค่อยชอบเหมือนกัน แนวรำคาญ แต่น่าจะถูกใจ เด็ก ๆ ต่อไป สอดอ จะกลายเป็นพฤติกรรมที่เด็ก ๆ สมัยนี้จะลอกเลียนมากที่สุด

    • เราเป็นผู้หญิง เรายังรำคาญเลยคุณ ไม่ชอบคนพูดคำหยาบ พูดห้วนๆด้วย ฟังแล้วหงุดหงิดรูหูยังไงชอบกล

    • ถ้าเจอใน feed เราก็ดูนะคะ เพราะเค้าหน้าตาน่ารักดีค่ะ แต่ใน feed มันมีเยอะเหลือเกิน หลาย page เลยจำไม่ไหวว่าต้องติดตามใครบ้าง เหมือนตอนนี้เปิดเจออะไรก็ดูน่ะค่ะ

  • บอกเลยค่ะ ทำธุรกิจเล่มนี้คือ คำภีร์สุดยอดกลยุทธ์อีกเล่ม ไปหาอ่านเพิ่มเติมได้จะเข้าใจที่ลงทุนแมนเขียน และรูปแบบของฟรีเมี่ยมต่าง ๆ ที่เป็นสุดยอดกลยุทธ์ที่เคยล้มธุรกิจใหญ่ ๆ มามากมาย เล่มนี้พิมพ์ครั้งแรก ปี 53 ทุกวันนี้ ยังมีเนื้อหาสุดจะล้ำอีกเยอะ อยากคุยเรื่องฟรีเมี่ยมแอดมาคุยกันได้ค่ะ

  • ชอบบทความมากครับ อ่านได้ง่าย เข้าใจง่าย
    ขอบคุณครับ จะติดตามไปเรื่อยๆ

  • ตามตลอด เพิ่งรู้ว่า ลงทุนแมนก็ตามสอดอ ด้วย ปล. อยากรู้เรื่อง fintech เยอะๆ เขียนอีกน่ะครับ

  • ยุคนี้เป็นยุคที่ฉาบฉวยมากที่สุด อะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลง อันนั้นอยู่ได้ไม่นาน…

    อย่างสอดอ ตอนนี้คือของแปลกใหม่ The musk singer ฌอน บูรณะหิรัญก็ของใหม่ กระแสใหม่ที่มาแรง แต่เขาจะเเรงได้กี่วันย่อมมีร่วงโรย เพราะคำว่าฉาบฉวยของจิตใจคนที่วิ่งเร็วกว่าทุกๆ อย่าง คนดูจะชอบดูในช่วงแรก พอรู้เเล้วมันจะหมดความน่าสนใจในไม่นาน ฉะนั้นตัวโปรดักนั้นๆ ต้องปรับปรุงตัวเองเสมอ ต้องเปลี่ยนหรือปรับให้ดีขึ้น แปลกขึ้น ใหม่ขึ้น แต่ยังคงอัตตลักษณ์อย่างลงตัว เช่น iphone ที่ขายดีมาก คนชอบมาก แต่ละปีเป็นโจทย์ที่ใหญ่มากสำหรับ apple ว่าจะรักษาความนิยมได้อย่างไร ? ถ้าเจ๋งคนก็ตามต่อ ใช้ต่อ แต่ถ้าเริ่มตัน เริ่มน่าเบื่อ เริ่อมซ้ำ เริ่มหมดมุข คนจะรู้ทันและเขาจะเบื่อเร็วมาก

    อย่างสอดอ ผมดูคลิป 10 กว่าคลิป ถ้าเริ่มรู้สึกว่ามุขเดิมๆ ใจจะเริ่มเบื่อและจะไม่ดูอีก ถ้ามีสิ่งอื่นที่ตื่นเต้นกว่า ใหม่กว่า เราพร้อมจะเปลี่ยนรถได้ทันที นี่คือสิ่งที่ท้าทายที่สุดของทุกๆ เทรนบนโลก และคนนั้นชอบสิ่งใหม่ๆ แปลกๆ เสมอ โลกจะไม่หยุดเเค่เพจสอดอ หรือไอโฟน ถ้าพวกเขาเริ่มเบื่อหรือเจอสิ่งที่ดีกว่า เจ๋งกว่า นั่นคือเหตุผลว่าทำไม work point ต้องโละรายการทุกๆ 1-2 ปี ไม่งั้นอยู่ไม่ได้!

  • เบนซ์ อาปาเช่ tie in ไม่เก่งเลย แล้วหลังๆเริ่มหมดมุข เน้นโฆษณาซะส่วนใหญ่

  • ทุกอย่างใน internet มาเร็วไปเร็ว วันนี้เป็นผู้ชนะ พรุ่งนี้ก็อาจเป็นผู้แพ้โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ internet เปรียบเสมือนตัวเร่งวงจรเศรษฐกิจที่เคลื่อนที่ช้าๆ กลับมาเร็ว

    • เห็นด้วยครับ internet ทำให้ระบบธุรกิจเติบโตได้เร็วในอัตราเร่ง แต่ก็ทำให้อายุของวงจรธุรกิจมันสั้นลงเช่นกัน

    • ใครอยากรอดในระยะยาวต้องถอยกลับมาทำ 1.0 ครับ (ปลูก/เลี้ยง บริโภคกินเองลดร่ายจ่าย) แค่ใช้ 4.0 อำนวยความสะดวกก็พอ เช่น boost เงินใน 4.0 ค่อยๆเตรียมทุนไปทำ 1.0 (4.0 จะหวังระยะยาวไม่ได้ หนูถีบจักรที่หมุนโคตรเร็วชัดๆ) . ……..ยังมีเวลาอีก10 กว่าปี ก่อนที่ฟองสบู่4.0 จะแตก เนื่องจากผลของสังคมผู้สูงอายุและประชากรลดลง

  • เห็นครั้งแรกผู้หญิงหน้าเหมือนปุยฝ้ายafมาก ผู้ชายก็คล้ายๆแบงค์ฮอร์โมน แปลกใจทำไมหน้าคล้ายดาราทั้งคู่

  • จริงๆ มีอีกเจ้านึงที่ผมชอบความครีเอท​ของเค้ามากกว่าเพจนี้นะ ดูมีการทำงานเป็นระบบ(น่าจะทีมงานเยอะด้วย)​ ไม่หยาบตรงนี้สำคัญ #เสือร้องไห้​

    • วัยเราเราชอบดูแบบที่เราทำ เราก็ทำในสิ่งที่เราชอบ หยาบบ้างก็จริงแต่ ไม่เคยหลุดกรอบ นะะคะสังเกตุดีๆ ^^

    • คร้าบ ดีใจที่ทาง สอดอ. เล็งเห็นความเห็นของผู้ชมตัวเล็กอย่างผมนะ ยังไงก็รับคำวิจารณ์​เพื่อพัฒนาในแนวทางของตัวเองเนาะ ตรงนี้ไม่ได้แสดงความเห็นเพื่อดิสเครดิต​อะไรครับ รับชมผลงานอยู่เช่นกันครับ

    • อืมเรืองชอบเสือร้องให้แต่เฉยๆกับสอดอสไตล์ผมไม่แปลกใจครับ คือแบบนี้เวลาทำ content ออกมามันต้องกำหนดว่าอยากให้ใครชอบ จากที่เคยเห็นน้องผู้หญิงที่รู้จักแชร์คลิปสอดอ แล้วบอกว่าอินผมก็กดดูเรื่อยๆ ตามประสาคนทำงานคล้ายกัน(แต่คนละสไตลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง) คือกลุ่มเป้าหมายของสอดอน่าจะเป็นกลุ่มสาวๆ แนว gossip girl ชอบเมาท์จิกนิดๆ ดังนั้นผู้ชายจะไม่อินก็ไม่แปลกครับ ผมก็ไม่อินแต่ชมว่าน้องเค้าพูดหน้ากล้องเก่งมากครับ ของผมพูดหน้ากล้องไม่ได้เรื่องเลย เลยเน้นข้อมูลเส้นทางแบบรายละเอียดและภาพมากกว่า

  • ้เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยเข้าไปดูค่ะ อ่านแล้วนึกถึงวัฏจักรของเน็ตไอดอล ที่มาไวไปไวถ้าคอนเท้นต์ไม่เด็ดจริง ส่วนตัวชอบเอแคร์เพจจือปากค่ะ555

  • เพราะว่า เทคโนโลยี ทำให้ต้นทุนการทำธุรกิจในบางเรื่องแทบจะเป็นศูนย์ เช่น ศิลปิน ดารา หรือแม้แต่คนธรรมดา สามารถมีช่องทางสู่สังคมของตัวเอง เช่น ใน Instagram หรือ Youtube ซึ่งสามารถขายสินค้าของตัวเองได้ฟรีในนั้น
    จากเมื่อก่อนที่ต้องไปพึ่งพาสถานีโทรทัศน์ วิทยุ หรือ เช่าพื้นที่ขายในห้าง ตอนนี้แค่เปิดมือถือถ่ายรูปลงโซเชียลก็ขายของได้แล้ว
    >> จริงๆครับ อันนี้ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงมากๆ เด็กบ้านนอก ที่ไม่มีโอกาสได้นักร้อง โดยเฉพาะ คนไม่สวย หรือ ร้องเพลงไม่ได้เพราะสุดๆ แต่ก้สามารถ แจ้งเกิดได้ โดยที่เค้า พลีเซ้นต์ ตัวเองผ่าน อะไรพวกนี้ #ของผมมีญาติห่างๆคนนึง 5 ปีก่อน ยังเป็นเด็กบ้านนอกๆ ไม่มีอะไร แต่ตอนนี้ ก็สร้างตัวเองจาก การร้องเพลงผ่าน ยูทูป แชร์ผลงานผ่าน FB จนสร้างรายได้ มากกว่าผมเสียอีก โดยที่อายุยังไม่ 20ปีเลย

    หน้าตาไม่ได้สวย แต่รู้จักแต่งหน้า ใช้แอป
    เสียงก็ไมไ่ด้ถึงกับเพราะ แต่ก็สามารถสร้างยอดวิว ระดับ 50 ล้านวิวได้

    แม้จะไม่ดังเท่า ลำไย – อาม แต่ก็ ถือว่า ดีกว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้วมากๆ

    ปล. 5-6ปีก่อน ผมยังบอกน้องเค้าเลยว่า ลองอัพคลิปลงยูทูปดูจิ เผื่อดังแบบ จ๊ะ อารณ์ สยาม (ตอนนั้น จ๊ะกำลังดังจากใต้ดิน)

  • จริงๆ โมเดล Freeconomics มันมีมาตั้งนานแล้ว
    ตั้งแต่หนังกลางแปลง ที่ชาวบ้านดูหนังฟรี แต่มีโฆษณาขายยาคั่น
    วิทยุ โทรทัศน์ เราก็ฟังฟรีดูฟรี เพราะมีโฆษณา
    หรือนิตยสารแจกฟรี ตามข้างถนน ก็โมเดลเดียวกัน

    เพียงแต่พอคนเริ่มต้องเสียเงินค่า content โดยตรง
    อย่างการโหลดแอพ การฟังสตรีมมิ่ง การดู Netflix ฯลฯ
    โมเดลฟรีเลยกลายเป็นเรื่องใหม่ไป

    ส่วน Freemium ก็มีมานานแล้วเหมือนกัน
    ด้วยโปรแกรมประเภทที่เรียกว่า shareware

    อย่างใครทันโปรแกรม WinZip
    เวลาใช้เกิน 30 วัน มันจะมีข้อความขึ้นมาบอกให้จ่ายเงิน
    (แต่ไม่จ่ายก็ไม่เป็นไร แต่ต้องดูข้อความทุกครั้ง)

    ประเด็นใหม่จริงๆ ของบทความนี้
    น่าจะอยู่ตรงการที่
    สมัยนี้ ทุกคนสามารถเป็นคนดัง เป็นเจ้าของสื้อได้อย่างง่ายดาย
    มากกว่า

  • เราไม่ใช่คนรุ่นเก่า แต่ก็ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ ไม่ค่อยชอบคำพูดคำจา กริยาท่าทาง ดูหยาบไปนิด รู้ค่ะว่าเป็นจุดขาย ..แต่คำว่าเนตไอดอลคือแบบอย่างที่มีคนลอกเลียน…โซเซียลมีเดียทุกวันนี้ส่วนมากนิยมคำหยาบ …บางครั้งแค่ผ่านเข้าไปอ่านเข้าไปฟังก็เหนื่อยแล้วค่ะ ….
    ส่วนเพจลงทุนแมน ต่างกันนะคะ …เพจนี้ให้ความรู้ อ่านแล้วต้องคิด ต้องวิเคราะห์ เหมือนอ่านหนังสือ เป็นเล่มๆสมัยก่อน หากเพจนี้จะลดความนิยมลง ก็ต้องมาดูอีกล่ะค่ะว่าเป็นเพราะคนเลิกแสวงหาความรู้ หรือเพราะ เพจเปลี่ยนจุดยืนตัวเอง เหมือนเพจข่าวบางสำนัก ที่ลดคุณค่า ลดคุณภาพของตัวเอง เพียงเพื่อยอดไลท์หรือเปล่า ….เป็นกำลังใจให้เพจอยู่เป็นเปลวเทียนไปนานๆนะคะ

  • *ขอแสดงความคิดเห็นนะคะ*
    คนลงโฆษณาเยอะ แต่ตัววัดผลความสำเร็จคืออะไร? ยอดซื้อ? Awareness ได้จริงมากน้อยแค่ไหน อันนี้คนไปซื้อคงมีคำตอบในใจ (ส่วนตัวใช้มาเยอะเหมือนกัน ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แล้วแต่บุคคลไป influencer หลายคนก็สร้าง engagement ปลอมกันเยอะค่ะ)

    • วัดจากค่า “อิมเพรสชั่นรีช” ค่ะ การลงโฆษณาในTV มีข้อจำกัดเยอะ ราคาสูงมาก แต่วัด KPI ที่แท้จริงไม่ได้ วัดจากเรตติ้งแค่ไม่กี่ครัวเรือน

    • จริงๆแล้วได้มีการบอกปัดการขายโฆษณาของ agency ไปเยอะมากเลยน่ะค่ะ เพราะเค้าเสนอการวัดผลเป็น impression กับ reach ซึ่งไม่สามารรถเป็นตัวชี้วัดได้ว่าเกิด awareness ในตัวสินค้าหรือแบรนด์ได้มากน้อยแค่ไหน หรือ แค่มี awareness แค่ตัวชิ้นงานโฆษณาค่ะ

    • Patricia Obrien การทำโฆษณาใน TV , Billboard , วิทยุ เค้าสัด KPI impression ที่แท้จริงจากอะไรค่ะ อันนี้อยากรู้จริงๆเช่นกัน เราคิดว่า awareness ในการลง online page ราคาถูกกว่าลง สื่ออื่นก็จริง แต่ยังไงก็เห็นภาพได้ชัดว่าอยู่แล้ว… ลงแล้วเนื้อหาดังเป็นที่รู้จัก #เกิดกระแสออนไลน์ สินค้าเป็นที่พูดถึง

    • Pimlada Wawtaisong โดยส่วนตัวใช้วิธีวัดจากยอดขาย หรือ จำนวนคนเดินเข้าร้านเพื่อถามถึงสินค้า sku นั้นๆที่ขายค่ะ ภายในระยะเวลาช่วงที่ซื้อสื่อไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม โดยตัวแปรทั้งหมดต้องกำหนดให้ชัดเจนน่ะค่ะ / กระแสออนไลน์ ต้องดูว่ากระแสนั้น keyword ที่ถูกพูดถึงคืออะไรค่ะ / เคยเจอหลายแบรนด์ ใช้ influencer ชิ้นงานนั้นถูกพูดถึง และ แขร์เยอะมากจริง แต่ลองไปดูในสิ่งที่คุยกันแล้ว ไม่ใช่เสียงที่ต้องการค่ะ คือเนื้อหา เนื้อเรื่องความสนุก ความบันเทิงของชิ้นงาน กลบความเด่นของสินค้าหมด — ซึ่งเจอกรณีนี้เยอะค่ะ

  • ผมเคยดูผ่านๆที่เขาแชร์คลิปเดียว ไม่ดูอีกเลย มันดูไม่มีสาระ ดูพี่ขุนเขาดูมีสาระกว่า และอ่านลงทุนแมนนี่บรรเทิงกว่าเยอะ แตละ่คนชอบอะไรที่มันเข้ากับจริตของเขา และถ้าถูกจริตกับคนส่วนมากก็มักจะมีมูลค่าการตลาดสูงเสมอ

  • เจ้าของเพจ สอดอ สไตล์ เขาได้อ่านโพสนี้อยู่ด้วย อยากให้ระวังการวิจารณ์ให้ soft ลงด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

    • ทุกคนใช้คำพูดสุภาพอยู่นะคะ ไม่มีอะไรแรงเกินไป ถือว่าสมเหตุสมผลเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคดีค่ะ

    • คนบริโภคเขาก็วิจารณ์ตามความรู้สึกเขานั่นแหละครับ ซึ่งมันก็จริง ไม่ใช่ว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ คู่รักเด็กๆ จะต้องทำตัวแรง เหมือนที่คลิปนี้พยายามสื่อ มันเลยขัดใจคนดูเท่านั้นเอง

  • เคยดูคลิปเค้า 1-2 น่ารำคาญเสียงมาก ดูเฟค และพูดจาหยาบ แต่ก็ยินดีด้วยที่ประสบความสำเร็จในรูปแบบของน้องครับ

  • ไม่ทราบว่าบทความต่อไป คุณจะเกาะเพจไหนมาวิจารณ์ เพื่อให้เพจคุณมีคนกดlike จ้ะ รอติดตามอยู่ค่ะ

  • ดูตอน 10 คลิปแรกๆ แต่ถ้าลงทุนแมนไม่มาเขียนเล่าก็ลืมไปแล้วนะนี้ ตอนแรกอ่านก้อสงสัยก่อนเลยว่า สอดอstyle คืออะไร พอไปเสริชก้ออ๋อขึ้นมาทันที เคยดูๆ

    ถ้าเทียบแล้วว่ากลุ่มทาเก็ต สอดอสไตล์ จะกลุ่มที่ผู้ใหญ่หน่อย

    ถ้าแนะนำอีกสักที่ก้อ เก๋ไก๋สไลเดอร์ กลุ่มทาเก็ตของ เก๋ไก๋สไลเดอร์ ค่อนข้างจะกว้างมีตั้งแต่เด็กประถมจนถึงผู้ใหญ่กันเลยทีเดียว

    ยอดวิวแต่ละคลิปนี้แรงมาก จน digital tv. หลายๆเจ้า คงอยากเอามาวิเคราะห์กันเลยทีเดียวว่า ทำอย่างไรถึงมีคนดูขนาดนั้น

    สงสัยเลยลองไปถามหลานที่อยู่ ป.3 ดันรู้จักและเป็นแฟนพันธุ์แท้ซะด้วย

    หลายๆคลิปไม่ถึงวัน ขึ้นหลักแสนวิวจนรันไปถึงหลักล้านวิว

    ลงทุนแมน น่าเอาของเจ้านี้มาเป็นเคสตัวอย่างอีกสักเคสครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.