TESLA บริษัทเปลี่ยนโลก ตอนที่ 1 ดวงอาทิตย์

TESLA บริษัทเปลี่ยนโลก ตอนที่ 1 ดวงอาทิตย์

ในอวกาศเมื่อ 4,600 ล้านปีที่แล้ว มีวัตถุใหญ่ก้อนหนึ่งที่มีแรงดึงดูดมหาศาล ทำให้เกิดแรงบีบอัดตัวมันเอง แรงบีบอัดนี้ทำให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆจนเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่แกนกลางของวัตถุ เมื่อความร้อนที่แผ่ออกมามากพอที่จะต้านแรงดึงดูด การบีบอัดก็หยุดลงจนกว่าพลังงานจะถูกเผาไหม้หมด
เราเรียกวัตถุก้อนนั้นกันว่า ดวงอาทิตย์

ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก พืชสังเคราะห์แสง สัตว์กินพืช สัตว์กินสัตว์ เกิดเป็นห่วงโซ่อาหารที่เราคงเคยเรียนกัน โดยหน่วยวัดพลังงานจะเรียกว่า จูล

มนุษย์กินอาหารก็เหมือนเป็นการขโมยพลังงานมาจากอาหาร ที่เราคุมน้ำหนักดูแคลอรี่ก็คือการคุมพลังงานที่เราได้ ซึ่ง 1 แคลอรี่มี 4.184 จูล

นอกเหนือจากการกินอาหาร มนุษย์ฉลาดพอที่จะรู้จักการใช้พลังงานมาอำนวยความสะดวกเรื่องอื่นด้วย เช่น ใช้ช้างลากท่อนซุง ใช้ม้าสำหรับเดินทาง ใช้พลังงานลมมาแล่นเรือใบ แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการใช้พลังงานคือ “การเผา” เพื่อได้พลังงานความร้อน

ในประวัติศาสตร์ 50,000 ปีที่มนุษย์เกิดขึ้น สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีวิวัฒนาการที่ก้าวกระโดดมากที่สุด ก็คือการ “เผาน้ำ” แล้วเอาแรงดันไอน้ำมาดันลูกสูบ หรือเราเรียกว่า เครื่องจักรกลไอน้ำ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปี 1800 หรือเมื่อ 200 ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ปฏิวัติชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์จริงๆน่าจะเป็นการค้นพบวิธีการส่งกระแสไฟฟ้าสลับ (AC) ของ Nikola Tesla เพราะพลังงานสามารถเปลี่ยนเป็นรูปแบบที่มนุษย์ต้องการได้ตั้งแต่ แสงสว่าง ตู้เย็น ทีวี ลำโพง เครื่องปรับอากาศ ตามแต่จินตนาการ และการต่อยอดเทคโนโลยีของมนุษย์

ถ้าเรามาดูการใช้พลังงานของมนุษย์ในปัจจุบันจะ แบ่งออกเป็น 2 เรื่องใหญ่คือ
1) การผลิตกระแสไฟฟ้า
โรงไฟฟ้าเผาเชื้อเพลิงเพื่อเอาไอน้ำไปหมุนขดลวดในสนามแม่เหล็กเพื่อทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า แล้วส่งไฟฟ้าไปบ้านเรือนผ่านสายไฟ การเผาจะเกิดขึ้นที่โรงไฟฟ้า ไม่ได้เกิดขึ้นที่บ้านเรือน โดยเชื้อเพลิงหลัก 2 ประเภทของโรงไฟฟ้า คือ ถ่านหิน และ ก๊าซธรรมชาติ

2) การขนส่ง
ตั้งแต่ 100 ปีที่แล้ว รถถูกออกแบบมาให้ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการเผาเพื่อดันลูกสูบ สังเกตว่าคราวนี้การเผาจะเกิดขึ้นภายในรถแต่ละคันเลย และน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงที่สะดวกในการพกพา คงจะไม่ดีเท่าไรถ้าจะบอกเด็กปั๊มว่า ตักถ่านหินให้เต็มถังเลยครับ มนุษย์เริ่มนิยมใช้น้ำมันเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา จนทำให้ร็อคกี้เฟลเลอร์เป็นเศรษฐีรวยสุดในประวัติศาสตร์ก็เพราะผูกขาดธุรกิจน้ำมัน

อย่างไรก็ตามถ่านหิน เป็นพลังงานที่ถูกที่สุด จึงนิยมที่จะนำมาผลิตไฟฟ้า แต่ถ่านหินก็ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากที่สุดเช่นกัน ก๊าซนี้คือก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้โลกร้อนขึ้น และน้ำแข็งที่ขั้วโลกจะละลาย ประเทศจีนใช้ถ่านหินคิดเป็นครึ่งหนึ่งของโลก และตอนนี้จีนกำลังลดการใช้ถ่านหินลงเพราะมีปัญหาเรื่องมลพิษมาก ถ่านหินบนโลกมีให้ได้ใช้อีกประมาณ 100 ปี

ก๊าซธรรมชาติ เป็นพลังงานที่สะอาดกว่าถ่านหิน ประเทศไทยสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติได้จากอ่าวไทย เชื้อเพลิงประเภทนี้นิยมใช้กันมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเพราะมีเทคโนโลยีดึงก๊าซจากใต้ดินแบบใหม่ที่เรียกว่า Shale Gas ทำให้ผลิตก๊าซได้มากกว่าแต่ก่อน อย่างไรก็ตามเชื้อเพลิงนี้มีจำกัดกว่าถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติบนโลกมีใช้ได้อีกเพียง 50 ปีเท่านั้น

ส่วนการเผาที่ดูไร้ประสิทธิภาพที่สุดที่เกิดขึ้นบนโลกในแต่ละวันก็คือ การเผาน้ำมันของรถยนต์ เพราะรถถูกออกแบบให้เชื้อเพลิงถูกเผาภายในรถแต่ละคัน ข้อมูลที่น่าสนใจคือปัจจุบันมีรถทั้งหมดบนโลกนี้ประมาณ 1 พันล้านคัน ทุกๆครั้งที่รถแต่ละคันสตาร์ทรถจะเป็นการเริ่มเผาไหม้ได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ที่น่าวิตกขึ้นไปอีกคือ รถใหม่บนโลกนี้ถูกผลิตออกมาเพิ่มปีละ 100 ล้านคัน แปลว่าการเผาไหม้ของรถจะเพิ่มขึ้นได้อีกไปเรื่อยๆ

ดูเหมือนโลกจะเจอทางตันในการใช้พลังงานเพราะเจอปัญหา 2 เรื่องใหญ่คือ
1) มลภาวะ และภาวะโลกร้อน
เราอาจจะไม่รู้สึกอะไรตอนนี้ แต่เมื่อโลกร้อนขึ้น จะทำให้เกิดภัยธรรมชาติที่บ่อยขึ้น และรุนแรงขึ้น เรายังคงจำกันได้ว่าน้ำท่วมประเทศไทยตอนปี 2554 รุนแรงถึงขนาดไหน เราจะเจอกับเหตุการณ์ฝนตกมากไป และ หน้าแล้งยาวนาน ที่รุนแรงมากขึ้น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือระดับน้ำที่สูงขึ้นทุกปีจากน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลาย เมกะโปรเจกต์ในอนาคตของรัฐบาลจะไม่ใช่การสร้างรถไฟฟ้าหรือทางด่วน แต่จะเป็นการสร้างเขื่อนกันน้ำทะเล

2) เชื้อเพลิงที่ใช้เผาไหม้กำลังจะหมดไป
เราโชคดีมากที่เกิดมาอยู่ในจุดที่มีการเริ่มใช้ทรัพยากร เราพึ่งเริ่มการเผาอย่างจริงจังมาแค่ 100 กว่าปี จากประวัติศาสตร์มนุษย์ 50,000 ปี แต่ทรัพยากรที่จะนำมาเผามีให้ใช้ได้อีกแค่ 50-100 ปีต่อจากนี้ แปลว่าอีกรุ่นลูกอีกแค่ 2 Generation ต่อจากเราจะเจอปัญหานี้แน่นอน

ในที่สุด TESLA บริษัทที่มีชื่อคล้ายผู้คิดค้นระบบส่งไฟฟ้าก็เกิดขึ้น
Elon Musk สุดยอด CEO ของบริษัทบอกว่าต้นตอของปัญหาเรื่องนี้คือ การเผา เราจะไม่เผาเชื้อเพลิงอีกต่อไป ทั้งการเผาที่เกิดขึ้นภายในรถแต่ละคัน และ การเผาของโรงไฟฟ้า และคำตอบของปัญหานี้เป็นการย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดก็คือ พลังงานบนโลกนี้ทั้งหมดเกิดจาก “ดวงอาทิตย์”

TESLA ประกาศว่าจะนำพลังงานจากดวงอาทิตย์มาใช้โดยตรงทั้งในรถยนต์ และการผลิตกระแสไฟฟ้า

TESLA ก่อตั้งเมื่อปี 2003

เวลาผ่านไป 14 ปี

ปัจจุบัน TESLA เป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในอเมริกา และเป็นเจ้าของ Solar City บริษัทโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่ใหญ่สุดในอเมริกา

และนี่คือจุดเริ่มการเปลี่ยนโลกของ TESLA

อ่านตอนถัดไปได้ที่

TESLA บริษัทเปลี่ยนโลก ตอนที่ 2 รถยนต์ http://longtunman.com/170

TESLA บริษัทเปลี่ยนโลก ตอนจบ Gigafactory http://longtunman.com/367

Comments

comments