Vitalik บุคคลเปลี่ยนโลก

Vitalik บุคคลเปลี่ยนโลก

Vitalik ตอนนี้เขาอายุ 23 ปี
เมื่อ 2 ปีที่แล้วเขาได้สร้างบางอย่างขึ้นมาในโลกดิจิตอล
และตอนนี้สิ่งที่เขาได้สร้างมีมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านบาท
Vitalik คือใคร และได้สร้างอะไร?

หากเรานึกถึงผู้ที่ปฏิวัติวงการฟินเทคของโลกนอกจากนาย Satoshi Nakamoto ผู้สร้างเหรียญ Bitcoin แล้ว อีกคนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือนาย Vitalik Buterin ผู้สร้างระบบ Ethereum ที่พัฒนาต่อยอดมาจากระบบ Bitcoin ของนาย Satoshi นั่นเอง

นาย Vitalik Buterin เป็นลูกชายของนาย Dmitry Buterin นักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ กับนาง Maia Buterin เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม ปี 1994 ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย จนกระทั่งเมื่ออายุได้ 6 ขวบ ได้ย้ายตามครอบครัวไปอยู่ที่ประเทศแคนาดา

โดยในช่วงระหว่างเรียนอยู่ที่นี่ นาย Vitalik ได้ถูกประเมินว่าเป็นหนึ่งในเด็กผู้มีพรสวรรค์ในด้านวิชาคณิตศาสตร์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเขาเคยได้รับเหรียญทองแดงในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการในสาขานี้ด้วย ซึ่งในปัจจุบันเขาได้ย้ายมาอาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์แล้ว

จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการเงินดิจิตอลของนาย Vitalik เริ่มต้นในปี 2012 จากการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักพัฒนาเหรียญ Bitcoin ซึ่งในตอนนั้นเขาอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น

และเมื่อนาย Vitalik ได้ลองทำไปได้ระยะหนึ่ง เขากลับพบว่าตัวเหรียญ Bitcoin และระบบ Blockchain นั้นยังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง เขาจึงตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยในปี 2014 เพื่อที่จะพัฒนาระบบเงินดิจิตอลใหม่ที่มีชื่อว่า “Ethereum” หรือสกุลเงิน ETH ขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบ

เหรียญ ETH ได้เปิดตัวสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ปี 2015 โดยคาดการณ์กันว่ามีเหรียญทั้งหมดประมาณ 103,862,556 เหรียญ ซึ่งปัจจุบันได้ถูกขุดไปแล้ว 94,812,602 เหรียญ

โดยเหรียญ ETH มีราคาและมูลค่าตลาดในแต่ละปี ดังนี้ (คิดจากช่วงเดือนกันยายน ของแต่ละปี)

ปี 2015 ราคาเหรียญละ 39 บาท มีมูลค่าตลาดที่ 2,922 ล้านบาท
ปี 2016 ราคาเหรียญละ 403 บาท มีมูลค่าตลาดที่ 32,376 ล้านบาท
ปี 2017 ราคาเหรียญละ 9,751 บาท มีมูลค่าตลาดที่ 927,053 ล้านบาท

ซึ่งถ้านับเฉพาะมูลค่าเหรียญ ETH ที่เขาถืออยู่ตอนนี้ นาย Vitalik วัย 23 ปี มีทรัพย์สินอยู่ราว 3,981 ล้านบาท ในบัญชี Ethereum 2 บัญชี ดังต่อไปนี้

บัญชีในแอดเดรส 0x1Db3439a222C519ab44bb1144fC28167b4Fa6EE6 มีเหรียญ ETH อยู่ 11,138.15 เหรียญ มูลค่า 108 ล้านบาท

บัญชีในแอดเดรส 0xAb5801a7D398351b8bE11C439e05C5B3259aeC9B มีเหรียญ ETH อยู่ 405,001.17 เหรียญ มูลค่า 3,873 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากเรามองลึกลงไปมากกว่าราคาเหรียญที่เติบโตในแต่ละปี เราจะพบว่า ในเทคโนโลยี Ethereum นั้นมีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือ การเพิ่มชุดคำสั่ง Smart Contracts เข้าไปในระบบ

แล้ว Smart Contracts ที่ว่านี้คืออะไร?

ความหมายของ Smart Contracts นั้นเปรียบเสมือนเป็นการเอาข้อมูลทางการเงิน สัญญาทางธุรกิจ หรือข้อมูลอะไรก็ได้ มาเขียนลงในโปรแกรมทำเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ แล้วให้มันประมวลผลยึดกับระบบ blockchain ของ Ethereum

โดยระบบการทำงานของ Smart Contracts สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับข้อมูลที่มีอยู่แทบทุกอย่างบนโลกใบนี้ ซึ่งในตัวระบบนี้ได้ทำลายขีดจำกัดระบบ Blockchain ของ Bitcoin ที่จะเน้นเพียงแค่การทำธุรกรรมทางเงินเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น

หมายความว่า Ethereum เปิดโอกาสให้ใครก็ได้มาใช้ platform นี้

เราสามารถออกเหรียญดิจิตอลที่มีจำกัดของเราเองได้ ส่งเหรียญดิจิตอลนี้ให้เพื่อน ให้พ่อแม่ได้ ซึ่งเราคงเคยได้ยินคำว่า ICO ในช่วงที่ผ่านมา และ ลงทุนแมนก็มีเขียนเรื่องนี้ในตอน OmiseGo ไปแล้ว

หากเรานำเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ใช้ภายในองค์กร หรือ หน่วยงานรัฐ มันจะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนในการทำงานให้กับเราไปได้มาก เนื่องจาก concept ของ platform นี้ คือ decentralized ไม่มีคนกลางคอยควบคุม ทุกอย่างจึงโปร่งใส ตรวจสอบได้

ตัวอย่างเช่น

ปัญหาที่มีมาแสนนานของการเลือกตั้ง ไทย คือ การโกงการเลือกตั้ง เปลี่ยนหีบเลือกตั้ง การนับคะแนนการเลือกตั้งไม่โปร่งใส เรื่องนี้สามารถแก้ง่ายๆด้วย blockchain ของ Etheruem

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ฮอตที่สุดของ Ethereum ตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นเหรียญดิจิตอลที่มีมูลค่าเพิ่มสูงมากอยู่ดี

ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มอายุ 23 ปี จะสามารถเสกสิ่งสมมติในโลกเสมือนได้มีมูลค่ามากถึง 1 ล้านล้านบาท ได้ภายใน 2 ปี

แต่เมื่อย้อนกลับไปดูแล้ว ทั้ง facebook google ตอนนี้ก็เป็นแพลตฟอร์มในโลกเสมือนเช่นกัน

สรุปแล้วเราอาจจะอยู่ในโลกเสมือนไปแล้วบางส่วน โดยที่เราไม่รู้ตัว

ถ้าถามว่า เด็กรุ่นใหม่ที่เรียนหนังสืออยู่ตอนนี้ ควรมี skill อะไร ประเทศอเมริกา จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ อิสราเอล คงตอบเหมือนกันว่า วิชาการเขียนโปรแกรม..

เพราะคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ใครครองเทคโนโลยีนี้ ประเทศนั้นจะเป็นมหาอำนาจของโลกในอนาคต..

Comments

comments



277 thoughts on “Vitalik บุคคลเปลี่ยนโลก”

  • ที่อังกฤตบรรจุวิชาเขียนโปรแกรมคอมให้เด็กปอ4เรียนตั้งกะห้าหกปีก่อน ส่วนไอเรื่องความสามารถที่ควรมีนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะคิดครับว่ามันจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆในประเทศไทยเพราะเค้าใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนโปรแกรม

  • แอดช่วยอธิบายเรื่องforex หน่อยครับ เห็นลูกชายบอกเพื่อนเล่นจากเงินไม่กี่หมื่นตอนนี้ได้เกือบล้านแค่2-3ปี

    • ง่ายๆ ก่อนนะ
      ตอนนี้ ราคา 10 บาท
      เราก็เก็งว่ามันจะขึ้นหรือจะลง
      ขาขึ้น… เราตั้งขายที่ 12 บาท แต่มันขึ้นไปเรื่อยๆ ก็ช่าง เรารับตังค์ก่อนรอบนึง ถ้าจะเล่นรอบต่อก็เก็งเอาคิดเอา
      ขาลง… ก็เล่นแบบเดียวกัน ตั้งขายที่ 8 บาท ถ้ามันลงต่อต่ำกว่านั้น เราก็ได้ตังค์

    • ต้องศึกษาดีๆครับ

      forex คนเล่นสำเร็จมีไม่ถึง 5%
      การเล่นไม่ยาก อย่างที่เม้นบนบอก มีแค่ขึ้นลง
      ยากที่สุดคือจิตใจ

      ส่วนไอพวกที่บอก ลงเงินอย่างเดียว แล้วก็ขึ้นมาหลายๆเท่า อย่าไปสนใจ
      พวกมันนี่เกมส์

    • คล้ายๆยังงั้นครับ ถ้า ไม่กี่หมื่นเป็นเกือบล้านนี่ นี่ต้องแทงถูกรัวๆ ไม่ผิดเลยนะครับ

    • เหมือนแทงไฮโล ฮ่าๆ
      แทงสูงไปก่อน คือตั้งขายพรุ่งนี้ เปิดถ้วยมาถูกต้อง รับตังค์
      แทงต่ำ ก็แบบเดียวกัน
      …ปล. เล่นได้ทุกวัน มีหลายคู่เหรียญ เล่นจนตาลาย ฮ่าๆ

    • ลงทุนเหรียญ Crypto น่าจะดีกว่า Forex นะครับ

      สมมติถ้ามีคนลงเงิน 1 แสนกับ Ethereum เมื่อต้นปี ตอนนี้เขาจะมีในกระเป๋าประมาณสามล้าน

      แน่นอนมันอาศัยดวงด้วย แต่ผมว่าความกดดันน้อยกว่าเล่น Forex มากครับ

  • คนรุ่นใหม่กำลังจะสร้างระบบใหม่ของโลก(นี่เปนระบบการเงิน) แล้วเราคนไทยจะสร้างระบบอะไรให้โลกใบนี้ดี

    • ให้คนไทยทุกคนคนละ1เหรียญแล้วเปิดให้โอนให้ผู้สมัครมั้งครับ ใครได้สูงสุดก็ได้ไป

    • ไม ต้องมีระบบ สส หรือผู้แทนครับ เพราะสามารถทำประชามติเมื่อไหร่ก็ได้ ทราบผลได้ทันที โกงได้ยาก กฎหมายออกมาจากประชาขนโดยแท้จริงจากการโหวต ซึ่งต้องหารูปแบบกันต่อไป อนาคต นายกก็แค่ตราประทับ และรัฐมนตรีต่างประเทศ

    • คือหลายๆประเทศเขาจะไม่ไว้ใจให้ลงคะแนนด้วยคอมพิวเตอร์ใช่ไหมครับ ผมเห็นขนาดฝรั่งเศสยังใช้คนนับคะแนนอยู่เลย

      เพราะเขากลัวมีคนแฮค server กลาง หรือปรับเปลี่ยนข้อมูล โกงเลือกตั้ง

      แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาเก็บข้อมูลใน blockchain แทนที่จะเราจะมีข้อมูลใน server กลางชุดเดียว แบ็คอัพอีกชุดสองชุด เราจะมีคนจำนวนเป็นแสนๆล้านๆรันฐานข้อมูลพร้อมๆกัน

      การจะโกงผลเลือกตั้งได้ ต้องแฮคระบบให้ได้เกิน 51% ก็คือแฮคคอมเป็นแสนเป็นล้านเครื่อง เท่ากับว่าการโกงนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยครับ

    • ตัว Blockchain หรือ Ethereum เป็นระบบปฏิบัติการของเหรียญ Bitcoin หรือ เหรียญ Ether เป็นคนละส่วนกันครับ

      หากให้แยกออกมาเป็นภาพรวมจะได้ออกมาประมาณนี้ คือ

      Bitcoin/Blockchain เป็นชื่อเรียกสกุลเงินของ Bitcoin (ตัวย่อ BTC) โดยมีเทคโนโลยีเบื้องหลังคือ Blockchain ขณะที่ Ethereum เป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังของสกุลเงิน: Ether (ตัวย่อ ETH)

      สิ่งที่คาดว่าจะมีผลกระทบกับเปลี่ยนแปลงของโลกจริงๆ คือ ตัวระบบเทคโนโลยี Blockchain ที่เป็นระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลให้ทุกคนเห็นข้อมูลซึ่งกันและกันได้ ใครจะทำอะไร แลกเปลี่ยนอะไร ทุกคนสามารถตรวจสอบได้หมด คล้ายๆกับห่วงโซ่ที่เชื่อมโยงกันเป็นใยแมงมุมครับ

      ซึ่งในตัวระบบของ Ethereum Blockchain ที่ต่อยอดมาจาก Blockchain ของ Bitcoin นั้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับวงการอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่วงการการเงินได้ เหมือนกับตัวอย่างในเรื่องของการเลือกตั้งในบทความ เราก็สามารถย้ายข้อมูลประชากรของคนในประเทศไทยลงไปในระบบนี้ ว่ามีกี่คน ชายกี่คน หญิงกี่คน อายุเท่าไร ใครมีสิทธิ์เลือกตั้งจริงๆบ้าง พอเวลาทุกคนไปเลือกตั้ง นับผลคะแนนออกมา เราก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่า คนๆนี้ไปเลือกตั้งจริงหรือไม่ เป็นการสวมสิทธิ์หรือเปล่า เพราะ ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบได้หมดจากในระบบนี้ครับ

      แล้วถ้าถามว่า ถ้ามีคนแอบไปเปลี่ยนข้อมูลในระบบนี้ละ ทำได้หรือไม่?

      คำตอบคือ ยากมากครับ เพราะอย่างที่บอกระบบนี้ ข้อมูลทุกข้อมูลจะถูกแชร์ไปยังทุกๆคน ทุกคนในระบบล้วนมีสำเนาที่เก็บไว้ตอนแรกอยู่แล้ว ถ้าเกิดมีใครไปเปลี่ยนแปลงหรือไปเพิ่มอะไรในระบบ ทุกคนก็ทราบทั่วถึงกันหมดครับ

      สามารถลองเข้าไปดูตัวอย่างการถ่ายโอนเหรียญ Ether ได้จากลิ้งค์นี้ครับ

      https://etherscan.io/address/0x1db3439a222c519ab44bb1144fc28167b4fa6ee6

    • คิดได้ แต่ implement ไม่ได้จริง ให้ประชาชนหลายล้านในประเทศไทย โหวตพร้อมๆกันผ่านระบบจะทำอย่างไร ทุกวันนี้แค่กาบนบัตรแสนจะง่ายยังผิดพลาดกันเท่าไหร่ ที่ว่าป้องกันการเปลี่ยนข้อมูลนั่นคือปลายทาง ถ้าต้นทางโดนสวมมาแต่ต้นยังไงก็ไม่รอด ไม่ต่างกับหัวคะแนนจ่ายเงินชาวบ้านแล้วยึดบัตร ปชช. เพื่อไปลงคะแนนแทน

    • แถมหัวคะแนนที่มี รหัสอยู่ในมือมากยิ่งมีค่าตัว และการจะตรวจสอบในลักษณะที่เป็นชีวภาพก้อทำไม่ได้ ดังนั้น สำหรับประเทศเราที่ประชาชนยังไม่ค่อยตระหนักในเรื่องนี้ ยิ่งกลายเป็นส่งเสริมการทุจริต+ทำได้ง่ายขึ้นอีกต่างหาก

    • ไม่ต้องกลัวครับ..อีกหน่อยระบบการระบุเอกลักษณ์บุคคลจะทำได้ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เช่นการจะลงคะแนนเสียงจะต้องใช้การสแกนม่านตา หรือ ใบหน้า + การส่งคะแนนไปพร้อมๆกันแบบนี้โกงไม่ได้แน่นอน

    • สำหรับคนเมืองที่พอจะรู้เรื่องบล็อคเชนอ่านแล้วพอเข้าใจได้,แต่ถ้าเป็นคุณปู่คุณย่าหรือตาสีตาสา,คนขับมอเตออร์ไซควิน,แท็คซี่,สามล้อคงได้ถูกหลอกให้กาผิดแน่ๆครับ,เพราะแค่คำถามว่าคุณเข้าใจเงินดิจิตัลไหมคำตอบคือ???

    • ผมว่าในทางทฤษฎีมันคงเป็นไปได้ แต่นึกในทางปฏิบัตินะครับ เอาง่ายๆเรายังมีปัญหากับการมีมิจฉาชีพหลอกคนไปโอนเงินให้ทางatm จนหมดเนื้อหมดตัวอยู่เลยครับ แคหลอกให้่เปลี่ยนภาษาของตู้atmที่เคยใช้ทุกวันจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษก่อนโอนแค่นั้น

    • ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ครับ ??

      เข้าคูหาเสียบบัตร > ใช้นิ้วแตะที่เครื่องวัดลายนิ้วมือ > หน้าจอขึ้นหมายเลขผู้สมัคร > ใช้นิ้วจิ้มหน้าจอเลือกคนที่ชอบ > กดตกลง > จบ

      นี่ผมว่าง่ายกว่าแบบเดิมอีกนะเนี่ย โกงก็ยากมากๆ

    • เป็นเรื่องของอนาคตมากๆ และผมก็หวังให้มันเกิดขึ้นซักวันนะ ไม่ใช่แค่ระบบเลือกตั้ง แต่ระบบการปกครองแบบกระจายศูนย์โดยใช้แพลตฟอร์ม พวกนี้หวังว่าซักวันคงจะเกิดขึ้น ภาษีเราจะได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงๆจังๆซักที

      เรื่องความปลอดภัยของบล๊อกเชนไม่ค่อยน่าห่วง แต่เรื่องจะทำยังไงไม่ให้ถูกอิทธิพลบังคับให้โหวตเนี่ย อาจจะต้องจัดตั้งหน่วยลงคะแนนแล้วให้คนไปโหวตกันตรงนั้นโดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล คล้ายกับเข้าคูหานั่นแหละ แต่แทนที่จะกาด้วยกระดาษก็เปลี่ยนเป็นลงคะแนนด้วยคอมพิวเตอร์ ตัดปัญหาการขโมยหีบเลือกตั้งด้วย

    • เข้าคูหาเอานิ้วจิ้ม แบบนี้ใช้ blockchain ตรงช่วงไหนครับ
      ทำจริงได้ง่ายเลยใช่ไม๊ครับ
      ใช้ได้กับการเลือกตั้งในประเทศนี้ แบบไม่เกิดปัญหาแน่หรอครับ
      แล้วสแกนนิ้วเนี่ย ปัญหาการโกงได้จริงๆ ใช่ไม๊ครับ
      ฐานข้อมูลลายนิ้วเนี่ย อยู่ตรงไหนน้า ฮ่าๆ

    • การเอานิ้วไปจิ้มเลือกหน้าคนที่ชอบ ผมว่ามันโคตรโกงง่ายมาก
      ต่อให้คุณจิ้มนาย A หรือนาย B สุดท้ายผลโหวตอาจจะเป็นนาย C ก็ได้
      และมันจะเป็นแบบนั้น โดยที่คุณไม่มีทางรู้เลย
      และใครๆก็ไม่มีทางรู้ เพราะกฎหมายก็ไม่ให้สิทธิ์ใครรู้ว่าคุณเลือกใคร

      ง่ายกว่าเดิมตรงที่แก้โปรแกรมนิดเดียว ตูมไปทั่วประเทศ
      ไม่ต้องมาดับไฟคูหา แล้วแอบเทบัตรที่เตรียมมา ซึ่งยากกว่ากันเยอะเลย

    • รู้หรือไม่ว่าการจะแฮกระบบใดๆ มันมีวิธีการมากกว่าหนึ่งเสมอ มีจุดอ่อนเยอะแยะไปหมด การป่วนระบบก็ทำไม่ได้ยากอะไรเลย ต่อให้ไม่มีใครป่วนแต่ขอให้ระบบ online ตลอดก็ยากแล้ว ต่อให้ในคูหาคุมเข้มขั้นสูง ก็ยังอาจจะโดนดักจับข้อมูลกลางทางแล้วเปลี่ยนได้อีก

      เชื่อเถอะครับ ว่าถ้าได้ศึกษาเรื่อง IT security มาสักหน่อย คุณจะรู้ว่าการจะ implement ระบบนี้ในประเทศนี้ แล้วบอกว่าปลอดภัย 100% นั้นเป็นไปไม่ได้

    • ข่าวไม่นานมานี้จำได้ว่าคนกุมระบบแลกเงินบล็อกเชนเองยังโดนแฮกเอาไปเลย ไม่ได้แฮกที่บล็อกเชนโดยตรงก็แฮกจากจุดอื่นได้อยู่ดี

    • ลองคิดง่ายๆ ให้ กกต .ตั้ง ICO มาตัวนึง ชื่อว่า ThaiElec2018 จำกัดจำนวนเหรียญ 80 ล้าน สำหรับ คนมีสิท 40 ล้านคน…เลือกได้สองแบบ บัญชีรายชื่อและแบบปาร์ตี้…จากนั้น ดาวโหลด wallet แล้วสมัครเพื่อให้ได้ address + private key คนที่ได้ address แล้วไป register กับ กกตอีกที ว่า บัตรรปะชาชนเราผูกกับ Address ใหน … จากนั้น ให้ กกต. โอนเหรียญนั้นทำการ ส่งเงินมา คนละ 2 บาท เข้ากระเป๋าคนที่ register ไว้….พอถึงวันเลือกตั้ง ทุกคนก็ไป จุดเลือกตั้ง เช็ค id กับ address ว่าตรงกัน เข้าคูหา..ทำการโอนเหรียญนั้น เข้า บรรชีคนที่รักพรรคที่ใช่ …คนจะลงคะแนนได้โอนได้ต้องมี address + private key ข้างต้น….ที่นี้จบวัน ก็รู้แล้ว ใครได้เป็น ไม่ต้องนับคะแนน….โดยที่ กกต ไม่ต้องมี server เพราะทุกคนบนโลก Etrerium ช่วยกันคอนเฟิร์ม … อยากรู้ว่า ใครเลือกใคร หรือไม่เลือก หรือกาผิดเบอร์ ก็รู้ได้จาก transaction …. ถ้าอยากรู้ว่าเป็นใครได้อีก ก็ไปเทียบบัญชี กกต… โปร่งใสเห็นๆ…

  • เงินอุปโลกขึ้นมา เมื่อมีคนสร้าง ก็มีคนจ้างให้สร้างขึ้นมา และคนจ้างนี่เองที่ช่วยอุปโลกอีกต่อนึง

  • แอดหมายถึงเอาเทคโนโลยี​ blockchain​ มาใช้ตอนลงคะแนนเลือกตั้งครับ​ เพื่อป้องกันการโกงผลคะแนน

    • ขอบคุนที่แชร์ค่า หนูเนยอ่านเข้าใจง่ายจริงๆ นี่พยายามอ่านมาหลายที่แล้วก้ยังไม่เข้าใจมานานนมาก ขอบคุนนะคะ

  • ชอบที่เอาเรื่องที่หาอ่านได้ยากมาแปลให้ครับ
    อะไรน่าสนใจเอามาลงก่อนได้เลยครับรออยู่
    มีคนเข้าใจ<20%ก็ไม่เป็นไรนะผมว่า

  • ไทย ต้องพัฒนาภาษาอังกฤษให้เทียบเท่าอินเดีย เน้นคิดสร้างสรรค์ ไม่เน้นท่องจำ โปรแกรมระดับโลกคงอยู่ไม่ไกล

    • ครั้งนึงคนเคยใช้หอยเบี้ยแทนเงินนะครับ แต่วันนี้ไม่่มีใครใช้หอยเบี้ยอีก หน่วย อัฐ เฟื้อง ชั่ง ก็หายไปหมด

    • ครับ แต่ผมมองว่า ตำนาน pizza ที่เอามาเทียบกับเงินจริง ทำให้คนไม่กล้าใช้เงิน digital ในฐานะเงินครับ แต่จะเก็บเอาไว้เป็นทรัพย์สินมากกว่า

  • เวลาอ่านเรื่องพวกนี้ต้องอ่านหลายรอบ อ่านรอบเดียวไม่ค่อยเข้าใจ มองไม่ออกเลยว่าโลกในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะเป็นแบบไหน แต่สิ่งที่ตามไม่ทันแน่ๆคือกฎหมาย และระบบราชการที่ล้าหลัง

  • แอด.น่าจะรวมเล่มบทความ ทำเป็นหนังสือพิมพ์ออกมาขายนะครับ..ผมชอบอ่านบทความของเพจ แต่ไม่ค่อยชอบอ่านบนคอมฯ ขอบคุณครับ

  • หมอนี่เป็นเหมือนเมสซี่ของวงการคลิปโตเลย
    แค่ทวิตรูปรูปเดียวราคาเหรียญพุ่งไปเป็น 10%

  • ทำไมเมืองไทยไม่มีผู้ทำให้ความรู้ทางเทคโนโลยีประเภทนี้เข้าถึงเด็กตั่งแต่เด็กชั้นประถม,ชาวบ้านทั่วไปที่สนใจ ไม่ใช่สอนกันแต่ในมหาวิทยาลัยสาขาวิศวะคอมพ์ แล้วเราก็คอยแต่ชื่นชมเด็กนอกว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ของเรากับกีดกันศักยภาพคนไทยด้วยกันเอง อยากให้มีจิตอาษาที่มีความรู้เปิดคอรส์สอนฟรีในสวนลุมหรือสถานที่โรงเรียนฝึกอาชีพเพื่อให้คนสนใจได้เข้าไปศึกษาหาความรู้ ผมเป็นคนหนึ่งถ้ามีเปิดก็จะรีบไปสมัครทันทีครับ

  • คนสร้างระบบนี้ คือนาย Vitalik สามารถ กำหนดเงินที่เป็นของตัวเองได้ไหมครับ

    • เคยกำหนดไปแล้วช่วง ICO ครับ เหมือน IPO หุ้น ICO ก็นำเหรียญมาขายเช่นกัน

      ตอนนี้หากอยากได้เพิ่มก็ต้องทำตามระบบคือ ขุดหรือซื้อเอาเหมือนคนอื่นๆครับ

    • Jiraboon Narktong มาคิดดูแล้ว unblock ให้นะครับ เรื่องบทความที่แล้วเป็นความเห็น ณ ตอนนั้น ผิดพลาดอย่างไร ขออภัยจริงๆ อย่าถือสากันเลยนะครับ ลองมองข้ามบทความเดียว แล้ว อ่านบทความอื่นๆ บทความในเพจนี้ทุกบทความตั้งใจเขียน และจะรอบคอบ ระวังให้มากขึ้นครับ ขอบคุณครับ

    • สวัสดีครับ ผมไม่เคยถือสาอยู่แล้วครับ แค่งงว่าผิดอะไร ส่วนตัวคิดว่านักเขียนมืออาชีพในด้านการเขียนอยู่แล้วครับ แต่เรื่องข้อมูลบางข้อมูลที่มีความ sensitive มากๆ อยากจะแนะนำว่าให้ลดความเห็นส่วนตัวลงหน่อย โดยเฉพาะในด้านราคา

      เพราะถ้าคุณ call มันว่าเป็นฟองสบู่แล้วมันไม่ฟองสบู่จริง คนที่ตามหลังมาเสียโอกาสครับ พยายามลด bias ดูครับ 🙂

    • โอ้ แมนมากครับ ผมยอมรับเลยว่า ตัวเองค่อนขอดเพจนี้ ตอนที่ฟันธงว่าบิทคอยน์ฟองสบู่แตก ในช่วงปัญหา Segwit ในเดือนสิงหาคม เพราะจริงๆ มันเป็นปัญหาจากปัจจัยพื้นฐาน

      ต่อไปผมจะเลิกแซะแล้ว อยากให้พวกเราจะให้ความรู้และความเข้าใจกันและกันครับ แน่นอน Crypto Currency มีความเสี่ยง อาจจะเยอะกว่าตราสารอนุพันธ์ด้วยซ้ำ กราวของมันเองก็อาจจะไม่ Solid วงการก็พัฒนาไป อย่างท่าน ลงทุนแมน เองก็คงเห็นอะไรๆ ชัดเจนขั้นในสามเดือนที่ผ่านมา

      ขอบคุณครับ

  • กระแสโลกทุนนิยมสร้างอะไรใหม่ๆขึ้นมาเพื่อสร้างมูลค่าฐานอำนาจในการแลกเปลี่ยน แล้วทั้งโลกก็เห็นดีเห็นงามตามๆกันไป จนเข้าไปอยู่ในระบบ เอาข้าวปลาอาิหารของจริงไปแลกกับอุปโลก แล้วเอาอุปโลกไปแลกของที่ อยาก ได้อีกที มายาวนๆกันไป

    • งั้นเงิน ก็คือสิ่งที่ อุปโลก ขึ้นมาแต่คุณก็ยังใช้มัน ? ใครๆรัฐก็ผลิตๆเองได้ แต่เงินดิจิตอล ไม่มีใครควบคุมได้ มีหมด เหมือนทองคำ รัฐบาล หรือใครที่ไหนก็ควบคุมไม่ได้ นี่หละ คือ เงินดิจิตอล

    • มูลค่ามันเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้มานานแล้วครับ เพราะมูลค่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นในใจเรา ข้าวหนึ่งจาน สำหรับคนคนนึงอาจมีมูลค่ามาก สำหรับอีกคนอาจจะแทบไม่มีค่า แรกๆยังใช้ระบบยื่นหมูยื่นแมว (barter trade) แลกเปลี่ยนสิ่งของกันตามความพึงพอใจในมูลค่าของทั้งสองฝ่าย แต่พอเราเริ่มมีระบบเศรษฐกิจ มีการแลกเปลี่ยนสิ่งของกันระดับมหาภาค จึงจำเป็นต้องมีตัวกลางในการแลกเปลี่ยนมูลค่าขึ้นมา มันคือการดีลกับสิ่งไม่มีตัวตนตั้งแต่เริ่ม แรกๆอาจใช้ทอง ประเทศไทยยังเคยใช้เปลือกหอยมาเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนมูลค่าเลย ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้กระดาษแทน(แบงก์) และอนาคตเราเริ่มหันมาใช้เงินในระบบอิเลคทรอนิคหมดแล้ว มันจะแปลกอะไรล่ะครับ ถ้าสงสัย คุณควรสงสัยตั้งแต่แบงก์กระดาษ หรือเปลือกหอยแล้วล่ะ ว่าทำไมคนเอาสิ่งเหล่านั้นมาใช้อุปโลกเป็นมูลค่าในการแลกเปลี่ยน ไม่ต่างกันหรอก จะต่างนิดหน่อยตรงที่บล็อกเชนมันตรวจสอบได้ โปร่งใสกว่าแบงก์กระดาษที่สามารถปลอมแปลงง่าย พิมพ์เพิ่มเองได้ ( QE ) ในแง่นี้บล๊อกเชนดีกว่านะครับ

  • บล็อกชง บล็อกเชน อะไร อยากให้ต่างชาติเย้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งนักรึไง ปั๊ดโธ่ววววว

  • การันตีได้อย่างนึงว่า จะไม่เกิดการนำ blockchain มาใช้ในการเลือกตั้งในประเทศเราเพราะมันโกงไม่ได้

    • เห็นด้วยครับ เพราะปัญหาไม่ใช่ข้อจำกัดเรื่องเทคโนโลยี แต่อยู่ที่คนนำไปใช้

    • ต่อให้ใช้ก็โกงได้ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่วิธีการเลือกตั้ง มันอยู่ที่มีคนขายเสียง ถ้าไม่มีคนขายก็ไม่มีใครซื้อได้
      ระบบที่ว่าคือป้องกันการโกงตอนนับ แต่ป้องกันการโกงตอนเลือกไม่ได้

  • ถูกต้องต้องแล้วครับ แต่ประเทศไทยยังอยู่ที่บล๊อกโกงกันต่อไปครับ ประมูลงานราชการเป็นอีบิดดิ้ง ก็ยังล็อกสเปค หรือไม่ก็ล็อกเวลาประมูล เลือกตั้งยุค 4.0 ของไทยก็ยังเป็น 0.4 ต่อให้มีเทคโนโลยีดีแค่ใหน มีบล็อคเชน ไทยก็ยังเป็นไทย ไทยรวมพลังสร้างชาติ จะสามารถป้องกันขันแข็ง ถึงแม้นว่าเทคโนโลยีผู้มีแรง มายื้อแย่งก็จะพินาศไป

  • อนาคตมีแต่เงินดิจิตอลแน่/เงินทองคือมายาข้าวทรัพย์สินเปนของจิงที่จับต้องได้ดีกว่า

  • งง ทำไมรัฐบาลแต่ละประเทศไม่เป็นผู้ออกเงินดิจิตอล แบบนี้ใครออกก็ได้ แล้วมีอะไรคำ้ล่ะ

  • ระบบนี้น่าสนมากถ้าเอามาแก้ผัญหาการโหวตเลือกตั้ง..หรือลงประชามัตติต่าง..น่าสนๆ

    • ถ้าเป็นเทคโนโลยี หอยแลกเบี้ย หรือเงินพดด้วง ผมว่าเขาน่าจะมาอยู่ไทยครับ แต่ว่าไทย กับความคิดไอเดียของเขา มันอยู่คนละยุคครับ เขาก็ต้องเลิกอยู่ในยุคของเขา

  • หากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้าสู่ยุคควอนตัมคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนหรือไม่ อยากให้แอดมินนำเนื้อหาเกี่ยวกับควอนตัมคอมพิวเตอร์มาเขียนด้วยครับ

  • ถ้าสิ้นเดือนนี้ จีนสั่งปิด Bitcoin Exchange ราคาจะเหลือเท่าไหร่คับ ???
    (ผู้บริหาร Bitcoin ในจีนออกประเทศไม่ได้แล้ว)

  • โกงง่ายกว่าเก่า ไม่ต้องเข้าคูหา วันเลือกตั้งเมิงเอาเลขบัตรมา pwd มา คีย์คอมเสร็จรับเงินสดไปเลย


  • ท่านใดที่กล้าออกมานิยามคำว่า Blockchain นี่ถือว่ามีความกล้าสูงมากนะครับ เหตุเพราะอันที่จริงแล้ว Blockchain นั้นไร้รูปร่าง สามารถปรับปรุง, แก้ไข, เปลี่ยนแปลง เพื่อให้มันสามารถนำไปใช้ในวัตถุประสงค์จำเพาะตามความต้องการของผู้สนใจนั้นๆ
    ======================
    อนึ่ง หากจะถามว่าจริงๆแล้ว Blockchain เกิดขึ้นมาเพื่ออะไร ถ้าจะตอบแบบที่ใกล้เป้าความจริงที่สุดก็คือ มันคือ “ระบบฐานข้อมูล” แต่ด้วยคำว่า “มูลค่า” จึงทำให้คนเราเข้ามาสนใจและเกิดความโลภ นำมาผ่านกระบวนการทางการทำราคา แท้จริงแล้วเราควรคิดว่ามันสร้างประโยชน์เชิงวิชาการมากกว่าที่จะนำมาเป็นเครื่องมือทางการเงิน
    ======================
    ลองมองย้อนกลับไปในอดีตและหาคีย์เวิดจากคำว่า “Traditional Database” หรือ “Centralized Database” แล้วนำมาเปรียบเทียบกับระบบของ Blockchain ดู แล้วเราจะรู้ถึงประโยชน์ของมันในแง่การใช้งานที่แท้จริง
    ======================
    ก้าวผ่านระบบพื้นฐานที่เราเรียกว่า Blockchain มาถึงคำว่า Cryptocurrency ซึ่งมี Bitcoin (BTC) เป็นเงินสกุลหลัก คำว่า “ผูก” กับค่าเงินใดนั้นเราตีความกันอย่างไร จริงๆมันไม่ได้ผูกอย่างแท้จริง แต่มันเป็นเพียงคำว่า “อ้างอิง” เพราะคำว่าผูกมันเปรียบเสมือนการวิ่งตามกันไป แต่หากในวันใดวันนึง คนเกิดทิ้ง USD แล้วมาถือ BTC แทนล่ะครับ? ในที่สุด BTC ก็จะมีค่าขึ้นมาในตัวของมันเอง ด้วยคุณสมบัติของมันเอง ไม่ใช่คำว่า “อุปโลก” ดังที่บางท่านได้กล่าวไว้ เพราะคำนี้นั้นมันเอาไว้ใช้กับการกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักเกณฑ์เชิงวิชาการสนับสนุน
    ======================
    ขอทิ้งท้ายไว้ว่า…
    Blockchain นั้นมีค่าขึ้นมาด้วยคุณสมบัติและประสิทธิภาพในตัวของมันเอง
    แต่…
    Blockchain จะหมดประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ ก็เพียงเพราะความโลภของมนุษย์นี่แหละครับ

    • ที่บล็อกเชนมันมีมูลค่า เพราะมันส่งต่อมูลค่าได้ครับ ไม่ใช่มีมูลค่าจากการ decentralize
      ระบบ decentralize มันมีมาก่อนบล็อกเชนแล้วครับ ก็คือระบบ p2p ที่เราเคยใช้ใน Napster หรือ bittorrent พวกนี้ decentralized ล้วนๆ แต่มันส่งต่อมูลค่าไม่ได้ไงครับ เค้าถึงปล่อยไฟล์หนัง ไฟล์เพลง ซอฟแวร์เถื่อนกันฟรีๆ มันคือการก๊อบไฟล์แจกจ่ายกันทั่วโลก

      แต่บล็อกเชนมันทำให้ไฟล์นึง ก๊อบไม่ได้ ถ้าส่งให้ใครแล้วไฟล์นั้นจะหายจากมือเราไปทันที และโกงยาก ดังนั้นมันถึงทำให้ดาต้ามีมูลค่าขึ้นมา และคนเลยใช้คุณสมบัตินี้เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนมูลค่าครับ Crypto currency มันเกิดขึ้นเพราะคุณสมบัติในระบบมันอำนวยให้เกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดจากความโลภครับ

    • Crypto currency มันเกิดขึ้นเพราะคุณสมบัติในระบบมันอำนวยให้เกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดจากความโลภครับ // ตีความสำนวนของผมผิดไปนิดนึงนะครับ ผมหมายถึง การลงทุนที่คนเข้ามาสนใจ cryptocurrency ในปัจจุบันนั้น เกิดจากการปั่นซึ่งถือเป็นความโลภ มากกว่าที่จะเกิดมูลค่าจากความสามารถของ Cryptocurrency ตัวนั้นๆ

    • ที่บล็อกเชนมันมีมูลค่า เพราะมันส่งต่อมูลค่าได้ครับ ไม่ใช่มีมูลค่าจากการ decentralize
      ระบบ decentralize มันมีมาก่อนบล็อกเชนแล้วครับ ก็คือระบบ p2p ที่เราเคยใช้ใน Napster หรือ bittorrent พวกนี้ decentralized ล้วนๆ แต่มันส่งต่อมูลค่าไม่ได้ไงครับ เค้าถึงปล่อยไฟล์หนัง ไฟล์เพลง ซอฟแวร์เถื่อนกันฟรีๆ มันคือการก๊อบไฟล์แจกจ่ายกันทั่วโลก
      // ไปลองหาบทความใน IEEE อ่านดูก่อนนะครับ แล้วค่อยกลับมาตอบ แยกแยะคำว่ามูลค่ากับระบบออกจากกันให้ได้ก่อนนะครับ

    • Kasamapat Vithanwattana การลงทุนที่เกิดการเก็งกำไร การปั่น มีทุกวงการครับ ถ้าจะคิดในแง่นั้น crypto currency มันมีมูลค่าไม่ได้ ถ้าระบบมันไม่อำนวยครับ ผมแย้งในจุดนี้ ไม่ใช่อยู่ดีๆจะสร้างมูลค่าในอากาศได้

      เรื่องมาตฐาน IEEE นี่ยังไงเหรอครับ ช่วยบรีฟสั้นๆให้เข้าใจได้ไหมครับว่าต้องการให้อ่านเรื่องอะไร มันกว้างมาก

      ปล. แยกระบบ กับ มูลค่าออกจากกันได้ครับ แต่ถ้าคุณเข้าใจบล็อกเชน คุณจะเข้าใจการส่งต่อ “มูลค่า” ครับ ไม่งั้นระบบ internet ยุคก่อนหน้านี้มันคงออก digital currency ไปนานแล้ว อย่างที่ย้ำ มูลค่ามันไม่ได้เกิดมาลอยๆ ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันตลอด เรื่องปั่นไม่ปั่นเป็นอีกเรื่อง ตรงนั้นมีจริง แต่ต่อให้ไม่ปั่น หรือปั่นไม่ได้อย่างเหรียญ ripple มันยังมีมูลค่าในตัวมันเลย

  • ถามแอดหน่อยครับ ถ้าเงินเสมือนมีมูลค่ากันจริงๆ สามารถทำโน่นทำนี่ได้ ทำไมไม่มีประเทศไหนตั้งกระทรวงขุดเงิน digital กันเลยครับ ถ้าเอาระดับประเทศทำ ใช้ resource ของประเทศช่วยกันขุด น่าจะได้เงินฟรีมาใช้นะครับ ดีกว่ามานั่งขุด/สำรวจน้ำมันอีก

    • มันน่าเป็นการอุปโลกของกลุ่มการเงินโลก (อังกฤษ ยิว US) ที่เอาของไม่มีมูลค่ามาปั้นหลอกกัน, สร้างมูลค่ากัน, educate สร้างทฤษฎีและตลาดเทียมเพื่อให้คนโลภเข้ามาหากำไรกัน

    • Pongsunt Akaniwan เค้าคิดเค้าทำกันเนือกว่านั้นอีกครับ เค้าสร้างเงินดิจิตอลของประเทศเค้าเองครับ 555 ลองหาข้อมูลดูครับ

    • Kirati Sangpan ทำเงินดิจิตอลของตัวเองไม่ค่อยเจ๋งนะครับ ต้องขุดเอาเงินดิจิตอลของฟรีแล้วขายให้ประเทศที่อยากได้ เอาแลกเป็นเงินสกุลจริงให้เร็วที่สุดนะครับ ที่กลัวคือเราเองจะมาสะสม BITCOIN ไว้เต็มที่ กะว่าราคามันจะพุ่งขึ้นพุ่งขึ้น แล้ว US EU ก็ประกาศว่าไม่รับการแลกเปลี่ยน BitCoin ครับ

    • Pongsunt Akaniwan เจ๋งสิครับเพราะเค้ามีวิสัยทัศน์มองออกและเข้าใจว่าโลกยุคใหม่กำลังจะไปทางไหน…..ไว้ค่อยย้อนกลับมาดูข้อความนี้กันใหม่อีกสัก5-10ปีข้างหน้าก็ได้ครับ ถ้าของมันดีจริงมันจะค่อยๆพิสูจน์ตัวมันเองให้เราเห็นครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.