ดีกว่ามั้ย ถ้าเราซื้อกองทุนดีๆได้ในที่เดียว

ดีกว่ามั้ย ถ้าเราซื้อกองทุนดีๆได้ในที่เดียว

ในอดีต ถ้าเราเดินเข้าไปธนาคารเพื่อซื้อกองทุน
เราจะเลือกกองทุนได้แต่เฉพาะของธนาคารนั้นเท่านั้น
แล้วถ้าเราอยากซื้อกองทุนของธนาคารอื่นด้วยหล่ะ? เราก็คงต้องเดินไปเปิดบัญชีอื่นอีกหลายๆ ธนาคาร
ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็น Pain point ของคนไทยทุกคนที่ถูกจำกัดเสรีภาพด้านการลงทุน

จะดีกว่าไหม? ถ้าเรื่องการซื้อกองทุนเปิดเสรีให้เราเลือกซื้อกองทุนของธนาคารอื่นๆ ได้ครบในที่เดียว

เพราะจริงๆ แล้วพอร์ตการลงทุนของเรา ควรมีหลายๆ กองทุนในพอร์ต จัดสรรลงไปในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพื่อกระจายความเสี่ยง

บริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายประเภทสินทรัพย์เป็นอย่างไร?

วิธีการจัดการความเสี่ยงนั้นมักจะมีคนกล่าวไว้ว่า “อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าเดียวกัน”

นั่นก็คือ อย่าเอาเงินทั้งหมดไปซื้อสินทรัพย์ (เช่น หุ้น) เพียงประเภทเดียว เพราะว่าถ้าเกิดอะไรที่เราไม่คาดคิดขึ้น (เช่น วิกฤติเศรษฐกิจ) ก็จะทำให้เงินของเราสูญหายไปอย่างมากในคราวเดียว

ซึ่งนี่ก็สอดคล้องกับข้อได้เปรียบของการลงทุนผ่านกองทุน เพราะว่ากองทุนนั้นเปิดโอกาสให้เราสามารถที่จะลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภท หมายความว่าเราก็สามารถที่ถือครอง ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ หรือแม้แต่อสังหาริมทรัพย์ ในพอร์ตการลงทุนของเราได้พร้อมกัน

เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ของการกระจายเงินลงทุนไปในหลายๆ สินทรัพย์ จะขอแสดงผลตอบแทนย้อนหลังของสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ใน 5 ปีที่ผ่านมา (2555 ถึง 2559) โดยประเภทของสินทรัพย์มีดังนี้

1) กองทุนหุ้นไทย (SET50)
2) กองทุนหุ้นอเมริกา (S&P500)
3) กองทุนตราสารหนี้ (Bond)
4) กองทุนทองคำ (Gold)
5) กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (Property)
6) พอร์ตแบบกระจายการลงทุนไปใน 5 กองทุนที่กล่าวมาข้างต้นอย่างละ 20% (Asset Allocation)

(กองทุนทั้ง 5 กองนี้เป็นกองทุนจริงที่ขายในประเทศไทย แต่ขออนุญาตไม่เปิดเผยชื่อกองทุน)

ผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ตลอดช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เป็นดังนี้

ปี 2555:
1) กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ได้ผลตอบแทน 44.07%
2) กองทุนหุ้นไทย ได้ผลตอบแทน 35.47%
3) พอร์ตแบบกระจายการลงทุน ได้ผลตอบแทน 18.95%
4) กองทุนหุ้นอเมริกา ได้ผลตอบแทน 12.98%
5) กองทุนตราสารหนี้ ได้ผลตอบแทน 3.59%
6) กองทุนทองคำ ได้ผลตอบแทน -1.38%

ปี 2556:
1) กองทุนหุ้นอเมริกา ได้ผลตอบแทน 33.34%
2) กองทุนตราสารหนี้ ได้ผลตอบแทน 3.21%
3) พอร์ตแบบกระจายการลงทุน ได้ผลตอบแทน 0.23%
4) กองทุนหุ้นไทย ได้ผลตอบแทน -3.39%
5) กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ได้ผลตอบแทน -7.14%
6) กองทุนทองคำ ได้ผลตอบแทน -24.86%

ปี 2557:
1) กองทุนหุ้นไทย ได้ผลตอบแทน 16.80%
2) กองทุนหุ้นอเมริกา ได้ผลตอบแทน 13.85%
3) พอร์ตแบบกระจายการลงทุน ได้ผลตอบแทน 8.32%
4) กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ได้ผลตอบแทน 8.03%
5) กองทุนตราสารหนี้ ได้ผลตอบแทน 4.14%
6) กองทุนทองคำ ได้ผลตอบแทน -1.22%

ปี 2558:
1) กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ได้ผลตอบแทน 13.75%
2) กองทุนตราสารหนี้ ได้ผลตอบแทน 2.49%
3) กองทุนหุ้นอเมริกา ได้ผลตอบแทน 0.52%
4) พอร์ตแบบกระจายการลงทุน ได้ผลตอบแทน -1.70%
5) กองทุนทองคำ ได้ผลตอบแทน -8.99%
6) กองทุนหุ้นไทย ได้ผลตอบแทน -16.25%

ปี 2559:
1) กองทุนหุ้นไทย ได้ผลตอบแทน 22.35%
2) กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ได้ผลตอบแทน 17.62%
3) พอร์ตแบบกระจายการลงทุน ได้ผลตอบแทน 11.60%
4) กองทุนหุ้นอเมริกา ได้ผลตอบแทน 9.29%
5) กองทุนทองคำ ได้ผลตอบแทน 7.52%
6) กองทุนตราสารหนี้ ได้ผลตอบแทน 1.23%

จะเห็นได้ว่าแต่ละสินทรัพย์นั้นมีทั้งปีที่ดีและไม่ดี

แต่พอร์ตที่กระจายการลงทุนนั้นจะอยู่ประมาณกลางๆ เสมอ และที่สำคัญ คือ ไม่มีการขาดทุนหนักเลยแม้แต่ปีเดียว

สินทรัพย์ที่ขาดทุนมากๆ นั้นจะถูกเฉลี่ยด้วยสินทรัพย์ที่ได้กำไร ดังนั้น ผลตอบแทนจึงไม่ค่อยเหวี่ยงมาก

มีกำไรพอสมควรและขาดทุนไม่มาก ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แม้จะรวยช้ากว่าการลงทุนในหุ้นแบบหมดหน้าตักอยู่บ้าง แต่ก็มั่นคงกว่า

พอร์ตกระจายการลงทุนในตัวอย่างข้างต้นนั้นใช้วิธีการจัดสรรเงินลงทุนที่ง่ายที่สุด ซึ่งก็คือ การแบ่งไปเท่าๆ กันในแต่ละสินทรัพย์ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราก็สามารถเลือกแบ่งจำนวนเงินลงทุนได้ตามความเหมาะสมของเราเอง

คนที่เน้นผลตอบแทนและรับความเสี่ยงได้มากก็ลงไปในหุ้นมากหน่อย

คนที่กลัวความเสี่ยงก็ลงไปในกองทุนตราสารหนี้มากหน่อย

หรือคนที่อยากมีรายได้สม่ำเสมอคล้ายปล่อยเช่า ก็ลงในกองทุนอสังหาริมทรัพย์มากหน่อย

เราสามารถเลือกสัดส่วนได้ตามใจเรา ตราบใดที่เราไม่ได้ไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป

แต่จะดีกว่าไหม? ถ้ามีที่ปรึกษาการลงทุนช่วยให้คำแนะนำจัดสรรพอร์ตลงทุน และเลือกกองทุนให้เราด้วย

โดยที่ปรึกษาการลงทุนนั้นมีความเป็นกลาง ไม่ได้เชียร์ว่าต้องซื้อกองทุนจากธนาคารเดียว

และคงจะดีที่สุด ถ้าปรึกษาการลงทุนได้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือ มีข้อผูกมัดใดๆ

TMB เป็นธนาคารไทยแห่งแรก แห่งเดียวที่เปิดเสรีเรื่องนี้ โดยสามารถเลือกซื้อกองทุนได้จาก 8 บลจ. ชั้นนำ ได้ในที่เดียว

8 บลจ.นี้มีที่ไหนบ้าง?

Aberdeen, CIMB Principal, K Asset, Manulife, One, Tisco, TMBAM, UOBAM

เพราะจริงๆ แล้วพอร์ตการลงทุนของเรา ควรมีหลายสินทรัพย์ในพอร์ต โดยจัดสรรตามกลุ่มสินทรัพย์ เพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งต้องไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นกองทุนของธนาคารเดียว แต่ควรจะเป็นกองทุนที่ดีที่สุดของแต่ละด้านในทุกๆ ธนาคาร

ซึ่งที่ปรึกษาการลงทุนของ TMB จะให้คำแนะนำในการจัดสรรพอร์ตการลงทุนได้อีกด้วย โดยวิเคราะห์จากข้อมูลตลาดปัจจุบัน และสถิติย้อนหลัง ไม่มีข้อผูกมัด และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Amundi ผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสที่มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกว่า 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของยุโรป

หากใครสนใจ สามารถขอคำแนะนำได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด
– ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแบบส่วนตัวTMB Advisory Room ที่สาขา TMB
– สอบถาม ซื้อขายเรื่องกองทุน โทร. TMB Contact Center 1558 กด #9
– ลงทะเบียนในเว็บไซต์ TMB Advisory www.tmbbank.com/LM/ADVISORY เพื่ออัพเดทสถานการณ์การลงทุนได้ฟรี หรือ
– แอด Line @TMBadvisory

หมายเหตุ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน



Leave a Reply

154 Comments on "ดีกว่ามั้ย ถ้าเราซื้อกองทุนดีๆได้ในที่เดียว"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

ว้าววว….ไม่ได้คิดค่าธรรมเนียมอะไรเพิ่มเติมใช่ปะครับ

จากที่ TMB ให้ข้อมูลมา ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ

มีแค่ค่าคอมซื้อกองทุน กับค่าดูแลกองทุนคิดต่อปี ไม่แพงครับ

ค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาผ่าน TMB Advisory ไม่มีเรียกเก็บนะคะ ส่วนค่าธรรมเนียมกองทุนก็แล้วแต่ละกองค่า

ใช่ครับผม

ไม่ทราบข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี สถาบันใดเป็นผู้จัดทำครับ

ข้อมูลนี้ดูได้จาก morningstarthailand.com ครับ

ขอบคุณครับ

งบไม่เยอะมากเริ่มต้นขั้นต่ำเท่าไหร่ครับแล้ว ถ้าลงทุนแมนอายุ42 แต่งานมาแล้ว13ปี วางแผนไม่มีลูกไม่มีหนี้สินส่วนบุคคล มีหนี้บ้างนิดหน่อยที่ลงทุนใน Property Asset
ลงทุนแมนจะเลือกตัวนี้ไหมครับ
แฟนทำงานประจำ ส่วนผมอาชีพส่วนตัว แฟนประจำ #ลทม.

เรื่องนี้รบกวนติดต่อ TMB ตามรายละเอียดในลิงค์นะครับ

ขั้นต่ำลงทุนเท่าไหรครับ

ขั้นต่ำน่าจะ 500บาทครับ

อยากเล่นแต่ไม่ค่อยเข้าใจ

แล้วแต่กองนะครับ

ตอนนี้แนะนำกองอะไรดีคะ ลงทุนแมน

ผมว่านะถ้าเรายังไม่มีความเข้าใจค่อย ๆ ศึกษาก่อนดีกว่าครับ อย่าไปถามเลยว่าตอนนี้ซื้อกองไหนดี ถ้าเรามีความรู้แล้วเราเข้าใจว่าตัวเองมีลักษณะการลงทุนแบบไหนเดินเข้าแบงค์แล้วบอกความต้องการของเรา หรือมีบางเวบที่เก็บสถิติของมูลของแต่ละกองย้อยหลังเป็นสิบปีให้ดูผลประกอบการเลยก็มี ใจเย็น ๆ ครับ

ปฏิภาณ ลม ครั้งแรก 2,000 บาทค่ะครั้งต่อไปเริ่มต้นที่ 1 บาทค่ะ ส่วนค่าธรรมเนียมแล้วแต่ละกองทุนนะคะ ถ้าเป็นกลุ่ม Money Market ก็ไม่มีค้าธรรมเนียม แต่ถ้าเป็นกลุ่ม Active Fund ก็จะมีค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไป ที่สำคัญลูกค้าสามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ทั้งกองทุนในประเทศและต่างประเทศค่ะ สนใจก็เดินไป TMB ได้ค่ะ

สามารถติดตาม จน ที่มีของทุกกองทุนผ่านมือถือได้หรือไม่คับ

Mint Henpitak

มาหนับหนุนเพจ

ขอบคุณครับ

สปอนเซอร์มาแล้ววว

Nan Kanokporn

น่าสนใจ

ผมชอบ TMB ก็ตรงนี้แหละ

Nopharath Boonleerawath

ปีนี้คาดว่าเดี๋ยวลองเข้าtmbไปเลือกดีกว่า

PloyJa Bfc

น่าทำ

Attapon Phannarai เค้าว่า..ถ้าใครสนใจ สามารถขอคำแนะนำได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด ..ลองดูไหมฮับ ^^

Ssa Pannsa

Coke Thanawongpan

ดีมากจ้า

ต่างจาก TMB Open Architecture ยังไงครับ

เป็นส่วนหนึ่งครับ Open Architecture เป็นเรื่องเปิดให้ซื้อขายกองทุนได้หลายเจ้าผ่าน TMB

Araya Tang
น่าสนใจมากนะ ไว้ไปคุยด้วยกันมั้ย

อิงฟ้า ประกายฟ้า
อิสรา เกียติอำไพวงศ์

อยากเล่นแต่หาอ่านข้อมูลละยังงง ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี อายุ23 พอจะเริ่มลงทุนได้ไหมต้องมีเงินทุนเยอะไหม

500 ครับ

ลองปรึกษา TMB ดูครับ เริ่มต้นใช้ทุนไม่เยอะ

อย่านะพี่โฟน เดี่ยวโดนหลอก ยายเตรียมพร้อมทุกๆอย่างสำหรับพี่เรียบร้อยแล้ว ไม้ต้องห่วง

wpDiscuz