BTS หรือ BEM ใหญ่กว่ากัน?

BTS หรือ BEM ใหญ่กว่ากัน?

ทุกคนคงคิดว่า BTS ใหญ่กว่า MRT
บริษัทที่เดินรถ BTS คือ BTS
บริษัทที่เดินรถ MRT คือ BEM
จริงๆแล้ว BTS หรือ BEM ใหญ่กว่ากัน?

รถไฟฟ้า BTS บริหารงานโดย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC
ซึ่งแต่เดิมผู้ถือหุ้นใหญ่คือ Siam Capital Developments (Hong Kong) Limited
แต่ในปี 2553 บริษัท ธนายง จำกัด ภายใต้การนำของคุณคีรี กาญจนพาสน์ ได้เข้าซื้อหุ้นของ BTSC กว่า 95%
รวมมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท และได้เปลี่ยนชื่อจาก ธนายง เป็น บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งแทน

รถไฟฟ้า MRT บริหารงานหลักโดย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM
ซึ่งมีต้นกำเนิดจากการควบรวมธุรกิจระหว่าง บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) และ รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL)
ในช่วงเดือนธันวาคม 2558 ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ กลุ่ม บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

ใครถือสัมปทานชิ้นใดอยู่บ้าง?

BTS
สายสีเขียวเข้ม-อ่อน (สายสีลมและสุขุมวิท) – ปี 2559 ผู้โดยสารเฉลี่ย 637,087 เที่ยวต่อวัน หรือ 233 ล้านเที่ยวต่อปี
สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และ สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ซึ่งขณะนี้ BTS อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง
โดยสายสีชมพูและสีเหลือง ผู้ที่ได้สัมปทานหลัก คือ กิจการร่วมค้า BSR ที่เป็นการจดร่วมกันระหว่าง บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง , ชิโนไทย และผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง

ซึ่ง BSR พึ่งจะประมูลชนะ BEM ของ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ไปเมื่อปีที่แล้ว และการชนะครั้งนี้ ทำให้ BTS ได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะ BTS มีแผนที่จะเชื่อมสายสีชมพูเข้าไปใน เมืองทองธานี ซึ่งเจ้าของ เมืองทอง ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นของ ตระกูล กาญจนพาสน์ นั่นเอง

BEM
สายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางซื่อ) – ปี 2559 ผู้โดยสารเฉลี่ย 273,637 เที่ยวต่อวัน หรือประมาณ 99 ล้านเที่ยวต่อปี
สายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน) ผู้โดยสารประมาณ 50,000 เที่ยวต่อวัน
นอกจากรถไฟฟ้า BEM ยังเป็นเจ้าของทางด่วนเฉลิมมหานคร,ศรีรัช,อุดรรัถยา – ปี 2559 ปริมาณรถที่ใช้ประมาณ 1.2 ล้านเที่ยวต่อวัน

จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้า BTS มากกว่า MRT อยู่หลายเท่าตัว สาเหตุคงเป็นเพราะ BTS ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและจุดสำคัญมากกว่า พร้อมทั้งยังเข้าถึงเขตกรุงเทพชั้นนอกที่มีคนอาศัยอยู่หนาแน่น ซึ่งทำให้สามารถขนคนเข้ามาในเมืองได้ปริมาณที่มากกว่า MRT

ผลประกอบการของทั้ง 2 บริษัทเป็นอย่างไร?

BTS
ปี 2558 มีรายได้ 10,000 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,400 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ 9,600 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,200 ล้านบาท

แต่เมื่อดูตามกลุ่มธุรกิจจะพบว่า กำไรส่วนใหญ่กว่า 53% มาจากธุรกิจงานโฆษณาทั้งในและนอกระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส ไม่ใช่จากธุรกิจหลักอย่างระบบขนส่งมวลชน ซึ่งมีสัดส่วนกำไรเพียง 29% เท่านั้น (เพราะขายรายได้เข้ากองทุนไปแล้วส่วนหนึ่ง)

BEM
ปี 2558 มีรายได้ 13,100 ล้านบาท เหลือเป็นกำไรสุทธิ 2,700 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ 13,200 ล้านบาท เหลือเป็นกำไรสุทธิ 2,600 ล้านบาท
โดยกำไรตามกลุ่มธุรกิจกว่า 85% มาจากธุรกิจทางด่วนพิเศษ
แต่กำไรจากธุรกิจรถไฟฟ้ามีเพียงแค่ 9% เท่านั้น

มาถึงตรงนี้อาจมีหลายคนเข้าใจว่ากำไรของ BEM ที่น้อยเกิดจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ประสบปัญหาขาดทุนไปก่อนหน้านี้

แต่แท้จริงแล้ว การขาดทุนของสายสีม่วงแทบจะไม่มีผลกระทบอะไรต่อ BEM เลย

เพราะสัญญาของรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ BEM ทำไว้กับ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นลักษณะ PPP Gross Cost  ซึ่ง BEM ไม่มีสิทธิในรายได้ค่าโดยสาร จะได้รับแต่เพียงรายได้ค่าบริหารเท่านั้น

แตกต่างกับสัญญาของรถไฟฟ้าสีน้ำเงินที่ BEM เคยขาดทุนมาก่อน เพราะจะได้รับส่วนแบ่งค่าโดยสารจาก รฟม. ด้วย

ดังนั้น เราจึงพูดง่ายๆว่า ไม่ว่าคนจะใช้รถสายสีม่วงมากแค่ไหน BEM ก็ไม่ได้กำไร หรือขาดทุน

ถ้าหากตัดรายการพิเศษในงบการเงินของ BTS ในปี 2558 ออกไป และดูที่กำไรปี 2559 จริงๆแล้ว BEM ที่เป็นเจ้าของ MRT กลับมีกำไรมากกว่า BTS..

เพราะกำไรหลักของ BEM ที่มาจากทางด่วน มากกว่า กำไรหลักของ BTS ที่มาจากโฆษณา

ซึ่งก็สอดคล้องกับมูลค่าบริษัท (Market Cap) ของ BEM มีมูลค่า 122,300 ล้านบาท ใหญ่กว่า BTS ที่ 102,700 ล้านบาท

เรื่องนี้สรุปได้ว่า การเดินรถไฟฟ้าใน 2 บริษัทนี้ไม่ได้มีกำไรมากอย่างที่คิดนั่นเอง..

หมายเหตุ การลงทุนมีความเสี่ยง บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหุ้นที่กล่าวถึง โปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน..



Leave a Reply

242 Comments on "BTS หรือ BEM ใหญ่กว่ากัน?"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

ถือ bts อยู่ สงสัยต้องไปส่อง bem เพิ่ม

เช่นกันครับ แต่แอบสงสัยว่าทำไมไม่ขึ้นไม่ลงเลย นิ่งมาก เหมือนมีอะไรมาล็อคไว้

ได้กำไรหมดอะครับทั้งคู่ แต่รัฐขาดทุนหมด ตอนเซนต์สัญญาล่าสุด โดยเฉพาะ BEM ไปหาดูครับว่าผมพูดจริงมั้ย สัญญาแบบนั้น ไม่กำไรให้มันรุ้ไป BEM

รัฐทำเองก็ แบบ รฟท ไง

ขาดทุน เอกชนที่ไหนจะมาลงทุน

สัญญาสายสีน้ำเงินเก่ากว่าจะกำไร bmcl เกือบตาย

ถ้า bmcl ยังแยกกันอยุ่ ก้อยังอาจจะขาดทุนอยุ่

ก็มีแต่ขึ้นค่ารถไปเรื่อยๆ ระบบขนส่งสาธารณะบ้านเรา ทางด่วน รถไฟ เพราะเอกชนต้องเอากำไรอยู่แล้ว

ของรัสเซียใช้มาเป็นร้อยปีแล้วก็ยังขึ้นค่าบริการไปเรื่อยๆเหมือนกันนะ ปรับราคาตามค่าครองชีพเนอะ

แล้วแต่สัญญา ครับ สีม่วงได้กำไรเพราะรับจ้างบริหาร แต่สีน้ำเงินขาดทุนเพราะเป็นส่วนแบ่งรายได้ครับ

Tiidanai Tonga ใช่ครับคุณก็พูดถูก แต่นั้นต้องสมเหตุสมผล จ่าย รฟม. ปี 50 ล้านบาทคงที่ บวกค่าโฆษณาจิปาถะเล็กน้อย แบบว่ารวมทุกอย่าง 20 ปี ก็ประมาณ 1000 ลบ. ที่รัฐได้แน่ #สรุปคือเอกชนได้เต็มๆ กำไรอย่างเดียวเอกชน

ไม่ให้เอกชนทำก็ไม่ได้ใช้ ทำเองใช้เองก็มองการรถไฟ ทุนเยอะกำไรอยู่หนาย

ถ้าไม่ให้เอกชนทำ รัฐทำเองขาดทุนตลอด ดูการบินไทยเลยครับ สายการบินเล็กๆ เก็บค่าโดยสารถูกๆเขายังมีกำไรเลย แต่รัฐทำมีแต่ขาดทุนทุกปี ดึงภาษีไปอุดตลอด

ให้เอกชนทำแหละดีแล้ว และได้กำไรก็ดีแล้วเค้าจะได้อยู่ได้และเราจะได้มีใช้ ส่วนเรื่องราคา เหมือนเค้าก็มีบอกเอาไว้แล้วนิว่าจะปรับทุกกี่ปีและที่ราคาเท่าไหร่ คือเราใช้ทั้งสองอย่างทุกวันทำงาน เราก็ว่ามันสะดวกดี ให้ใช้รถอย่างอื่นเราคงแห้งตายอยู่แยกอโศก แต่ขอส่วนลดบัตรพาส/ต่อเที่ยวให้ชัดเจนกว่านี้ ก็น่าจะจูงใจให้คนต่อคิวซื้อตั๋วรายเที่ยวลดลงได้นะ mrt ราคาเท่ากันเลย .. เออะ..ลืมไปกำไรมันไม่ได้มาจากค่าโดยสาร จะลดทำไมสินะ :'(

รฟม.ก็เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของ BEM ครับ ได้ด้วยกัน

สีม่วงเป็นเส้นที่วิ่งจากเปลือกไข่มาที่ไข่แดง เส้นสีน้ำเงินคนเยอะขึ้นก็กำไรมากขึ้น

แต่คนของรัฐที่มีส่วนในการทำสัญญารวยทั้งโคตรครับ

ก็ที่เราอยู่นี่ประเทศไทยนิครับ

รัฐทำเองสงสัยจะมีขบวนฟรีวิ่งบริการด้วย5555

ทำไมรัฐทำอะไรแล้วต้องขาดทุน ? ไม่มีความรู้ความสามารถกันเหรอครับ

Chansit Watthanaphothidit คุณไปดูระบบราชการแล้วคุณจะเข้าใจ ทำไมถึงบริหารอะไรก็ขาดทุน กว่าจะจัดหา จัดจ้าง กว่าจะตัดสินใจส่งต่อเรื่องไปให้ผู้มีอำนาจ กว่าจะเซ็นต์ลงมา

เอกชนเมื่อลงทุนผลตอบแทนที่ได้ก็คือกำไร ส่วนประชาชนก็ได้ประโยชน์จากการเดินทางที่มีทางเลือกมากขึ้นและสะดวก

เขาสำรวจไว้หมดแล้วละครับว่าเขาจะเลือกทำสัญญาแบบไหนถึงจะได้กำไรมากที่สุด

รัฐไม่จำเป็นต้องกำไร จะขาดทุนสักวันละล้านสองล้านก็ได้ เพราะสิ่งที่ได้มันคือความเจริญ มันเป็นสิ่งที่รัฐควรอุดหนุนยุแล้ว

อุ๋ง อุ๋ง แล้วทำไม ตั๋วการบินไทย ถึงแพงกว่าชาวบ้านล่ะครับ แถมขาดทุนอีกต่างหาก

ทุนนิยมทงมั้งครับ ผลตอบแทนมักจะเป็นอะไรที่ผลักดันคนเราได้ดี

มันผูกขาดกันแค่อยู่ 2 เจ้ารูปแบบก็คงต้องออกมาอย่านั้น ขาดทุนเอกชนคงไม่ทำ ประชาชนชอบเดินทางสะดวก ไม่แครเครื่องรัฐขาดทุนกำไรเท่าไร แต่ถ้าถาม อย่างเราที่อยู่ในส่วนของคนที่อยู่ในสายงานก่อสร้างรถไฟฟ้า ก็คงขอแค่เรียนรู้ knowhow และรายได้พอแล้วคับ ไปใช้บริการด้วยคงไม่ไหวแพงเกิน

Kritsana Supanan ตอนนี้ยังไม่กำไรเลยนะ …. ต้องรีไฟแน้นใหม่ ให้บริษัทแม่ ck เป็นเจ้าหนี้แทน

Ketlerd Sakul สายการบินประจำชาติส่วนมากขาดทุนในระยะยาวทั้งนั้นค่ะ ไม่ใช่เฉพาะ กบท. และก็เป็นเรื่องปกติมากที่บินออกจากบ้านตัวเองราคาจะแพงเมื่อเทียบกับ ผดส ต่างชาติที่มาต่อเครื่องหรือบินจากข้างนอกเข้ามา อีกอย่างคือ กบท จำนวนที่นั่งเหมือนจะน้อยกว่าเจ้าอื่น เพื่อเพิ่ม พท ให้ ผดส ตัวหารน้อย ราคาก็สูงแหล่ะ

รัฐบาล ก่อนหน้า คสช เค้ายังอยากให้ BTS กลายเป็น ของ รัฐ ด้วย เคย มีคน เสนอ นายกฯ

สวัสดีวันใหม่ค่ะเพจลงทุนแมน ขอบคุณมากๆนะคะกับความรู้ดีๆ

สวัสดีวันใหม่ครับ

มาเสิร์ฟความรู้กันแต่เช้าเลยทีเดียว ขอบคุณครับ..

ขอบคุณครับ

ติดตามอ่านตลอดเลย ได้ความรู้มากมาย ข้อความไม่ยาวมาก กระชับอัดแน่นด้วยความรู้ล้วนๆ ขอบคุณที่ทำบทความดีๆมาให้ได้อ่านครับ เป็นกำลังใจให้เพจลงทุนแมนนะครับ✌✌

Por-mini Ppormini

Tao Sarawut

เคยทำงานรถไฟฟ้ามา หายสงสัยก็วันนี้เองครับ 555

Win Chatburapanan

ชอบครับแอดเอาบริษัทมาแบทเทิ่ลเปรียบเทียบกันสนุกดีและได้ความรู้ด้วย 🙂

กำไรทางบัญชี คือ สิ่งที่ต้องการให้สาธารณะรับรู้

เห็นเพื่อนที่เล่นหุ้น ถือตัวนี้ไว้เยอะ และบอกว่าจะทยอยเก็บไปเรื่อยๆ ส่วนผมไม่รุ้เรื่องหุ้นหรอกครับ +

ผมเคยมองทั้ง 2 ตัวนะ แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่มีหุ้นทั้ง 2 ตัวในพอร์ต

BEM ดีกว่า ในระยะยาว ทางด่วนก็กำลังขยายเยอะ รถไฟฟ้า 10 สายจะทยอยเปิดใช้ครบในปี 62-66 BEM น่าจะได้บริหาร

จำนวนผู้โดยสาร รุบะเป็น เที่ยว/วัน หรือ คน/วัน ครับ

เที่ยวต่อวันครับ

หมายถึงหนึ่งวันวิ่งเป็นแสนเที่ยวเหรอครับ ดูไม่น่าเป็นไปได้นะครับ

มีการโดยสารเป็นเที่ยวต่อวันครับ ทำไมคนมีปัญหากับคำนี้กัน

ดูในรูปนี้ครับ ผู้โดยสาร เที่ยว ต่อวัน

ตัวเลขมันไม่สอดนะครับ
ถ้า 200,000 เที่ยวต่อวัน
เดินรถ 20 ชั่วโมง
1 นาที จะมีรถ 166 เที่ยว มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้นะครับ

200 ล้านเที่ยว ต่อปี กับรายได้ 10,000 ล้านต่อปี
เที่ยวละ 50 บาทเองนะครับ

ลงทุนแมน คือคนส่วนใหญ่ไม่ชินมั้งครับ วันก่อนมีข่าว ศาลจังหวัดมีนบุรี…. คนเข้าไปเม้นด่าเพจข่าวเพียบหาว่า มีนบุรีไม่ใช่จังหวัด -..-

เที่ยวโดยสารของคน ไม่ใช่เที่ยวของการเดินรถไฟ.

ลงทุนแมน ขอบคุณครับ

อ๋อๆ เข้าใจแล้ว นึกว่าเที่ยวการวิ่งของรถไฟฟ้า
ส่วนสาเหตุที่เข้าใจผิด เพราะปกติเวลาพูดว่าเที่ยว จะนึกถึงว่าเที่ยวการเดินรถ ไม่ใช่เที่ยวที่นับตามหัวผู้โดยสารครับ

ยินดีครับ

-..- ผมว่าแอ๊ดพิมพ์ได้ชัดเจนมากๆ แล้วนะครับ

ขอโทษทีครับ
ผมเข้าใจผิด เรื่องคำว่า เที่ยว หมายถึง จำนวนของการเดินรถ ครับ

เคยเห็นเขาใช้คำว่า “เที่ยวคน” ครับ

เราเข้าใจค่ะ แอดเขียนชัดเจนดีแล้ว

เที่ยวคน/วัน ครับ ไม่ใช่เที่ยวรถวิ่ง/วัน
พูดง่ายๆ ก็คือ จำนวนคนที่ใช้/วันนั่นแหละครับ นับจากจำนวนการแตะบัตรผ่านเกทในแต่ละวันครับ แต่เนื่องจาก 1 คน อาจจะเดินทางหลายเที่ยว ทำให้ไม่ทราบจำนวนคนที่แน่นอน เลยใช้คำว่า “เที่ยวคน/วัน” แทนครับ

ใช้คำว่า เที่ยวโดยสาร/วัน นี่ดีสุดครับ พอใช้เที่ยว/วัน บางคนเข้าใจว่าเที่ยวรถ

ลงทุนแมน จะไปอะไรมาก ค่ะ คะ แม่งยัง งง กันครึ่งค่อนประเทศ

จำนวนเที่ยวของผู้โดยสาร ไม่ใช่จำนวนเที่ยวของรถ

Little Nid

Aticha Pongsangangan

Bing Chanatip

ผมกอด bem แน่นกว่าเดิมเลยฮะ

หวังว่าซักวัน BEM ราคาจะขึ้นไปเท่า BTS ครับ ผมยังจำได้สมัย BMCL ราคา 1 บาทอยู่เลยครับ

รอดูปี62-63คับBEMราคาจะก้าวกระโดดสดใสแน่คับ

ถ้าเปิดน้ำเงินต่อขยายครบลูบ ราคาไป 15 – 20 บ. แน่นอน ถ้าได้ม่วงใต้ + ทางด่วนอีกสักสาย 8 – 9 ปีข้างหน้า ราคาไม่น่าต่ำว่า 30 ครับ

BEM รับบริหาร