FOODLAND กับ VILLA MARKET

FOODLAND กับ VILLA MARKET

ถ้าถามว่าปัจจุบัน ในประเทศไทยเรามี Supermarket อะไรบ้าง
ทุกคนคงนึกถึง โลตัสตลาด บิ๊กซีมาร์เก็ต ท็อปส์
แต่ถ้าถามต่อไปว่า Supermarket ไหนมีสินค้าแปลกใหม่สุด
คำตอบของทุกคนคงไม่ใช่ 3 ชื่อนี้
ชื่อที่หลายคนนึกถึงคงจะเป็น FOODLAND กับ VILLA MARKET.. โดยทั้ง 2 แห่งนี้เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน

FOODLAND ก่อตั้งโดย คุณสมศักดิ์ ตีระพัฒนกุล ชาวจีนที่ย้ายมาอาศัยในประเทศไทย เขาเล่าว่าหลังจากทำงานเป็นลูกจ้างเป็นเวลา 15 ปี รู้สึกเบื่อกับการเป็นลูกจ้างเลยลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง โดยศึกษาธุรกิจ Supermarket แต่ละประเทศแล้วนำมาปรับใช้ในประเทศไทย

FOODLAND เริ่มเปิดสาขาแรกในปี 2515 ซึ่งจากจุดเริ่มต้นของ Supermarket แบบห้องแถวเล็กๆ ปัจจุบัน FOODLAND มีทั้งหมด 20 สาขา แบ่งเป็นในกรุงเทพ 16 สาขา และต่างจังหวัด 4 สาขา โดยจุดเด่นของ FOODLAND นั้นเป็น Supermarket แห่งแรกที่มีร้านอาหาร ร้านยา ร้านหนังสือที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง

คุณสมศักดิ์ เล่าว่าทุกวันนี้ยังทำงานหนัก 18 ชั่วโมงเหมือนเดิม คือ นอนเที่ยงคืน ตื่นตี 5 มาออกกำลังกาย หลังจากนั้นก็เริ่มทำงาน เดินทางไปดู FOODLAND สาขาต่างๆ เพื่อไปพูดคุยกับพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เก็บข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงและพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับ VILLA MARKET นั้น ก่อตั้งโดยตระกูลภูสนาคมเริ่มต้นจากร้านขายของชำ ปัจจุบัน ดำเนินการโดยคุณพิศิษฐ์ ภูสนาคม ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่สองของวิลล่า มาร์เก็ต มีหลักคิดในการดำเนินธุรกิจคือ “มองลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว มากกว่ามองลูกค้าเป็นธุรกิจ” คุณพิศิษฐ์ เล่าว่า สินค้าทุกอย่างที่นำเข้ามาขายในวิลล่ามาร์เก็ต เราต้องลองใช้และชิมก่อน สินค้าตัวไหนที่เราไม่ทาน เราก็จะไม่นำเข้ามาขายให้ลูกค้า

VILLA MARKET เริ่มเปิดสาขาแรกในปี 2517 ยึด concept ความเป็น Niche Market ซึ่งมีความแตกต่างที่ชัดเจนจากคู่แข่ง ด้วยการเสนอสินค้าและบริการที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้านำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผักสด ผลไม้ ชีส กลุ่มสินค้าออร์แกนิค หรือ กลุ่มสินค้าสุขภาพ ปัจจุบันมีทั้งหมด 33 สาขาแบ่งเป็นในกรุงเทพ 22 สาขา และต่างจังหวัด 11 สาขา

สำหรับแผนการเติบโตของทั้ง 2 บริษัทนั้น FOODLAND มีแผนที่จะขยายสาขา 4-5 สาขาต่อปี โดยเน้นไปที่ต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งยังมีแผนที่จะแยกธุรกิจของ “ถูกและดี” ซึ่งเป็นโซนร้านอาหารที่อยู่ใน FOODLAND ออกมาเป็นอีกธุรกิจหนึ่ง รวมไปถึงจะทำการขยายร้านอาหารอื่นๆ ที่ซื้อแฟรนไชส์มา

สำหรับ VILLA MARKET วางแผนการเติบโต ผ่านการขยายสาขา 3-4 แห่งต่อปี ทั้งในกรุงเทพ และหัวเมืองใหญ่ โดยยังไม่มีแผนที่จะขยายสาขาไปยังต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทมองว่าตลาดในประเทศยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีก โดยเฉพาะในจังหวัดระดับรองๆ ลงไป

ในส่วนของรายได้และกำไร 3 ปีย้อนหลัง ทั้ง 2 แห่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง

FOODLAND
ปี 2557 รายได้ 5,306 ล้านบาท กำไร 177 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 5,487 ล้านบาท กำไร 198 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 5,774 ล้านบาท กำไร 297 ล้านบาท

VILLA MARKET
ปี 2557 รายได้ 5,140 ล้านบาท กำไร 180 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 5,308 ล้านบาท กำไร 211 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 5,450 ล้านบาท กำไร 240 ล้านบาท

ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจ Supermarket โดยเฉพาะรายใหญ่ (โลตัสตลาด และ บิ๊กซีมาร์เก็ต) ที่เน้นการขยายสาขาเพื่อรักษาและช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด

แต่ทั้ง 2 บริษัทก็ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ก็คงเป็นเพราะเน้นเลือกสินค้าที่ดี และโดนใจผู้บริโภค ลูกค้าของบริษัทจึงเป็นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงสูงที่มีกำลังซื้อ พร้อมที่จะจ่ายเงินไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแค่ไหน

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าเราตั้งใจทำอะไรจริงๆแล้ว ต่อให้คู่แข่งเป็นรายใหญ่แค่ไหน เราก็ไม่ต้องกลัว

ไม่ต้องไปแข่งกับคนอื่น แต่แข่งกับตัวเอง ทำตัวเองให้ดีที่สุด สุดท้ายถ้าดีจริง ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือน FOODLAND และ VILLA MARKET..

ที่มา forbesthailand, FOODLAND, manager

Comments

comments



136 thoughts on “FOODLAND กับ VILLA MARKET”