LONG TAIL แนวคิดธุรกิจ ยุคใหม่

LONG TAIL แนวคิดธุรกิจ ยุคใหม่

หลายคนคงเคยได้ยินว่า
ยอดขายเกือบทั้งหมด มาจากสินค้าไม่กี่ตัว
ให้เน้นขายสินค้าอยู่ไม่กี่อย่างก็พอ
แต่โลกอินเตอร์เน็ตทำให้เรื่องนี้กลับเปลี่ยนไป
และเกิดคำว่า LONG TAIL ขึ้น

ในอดีตนั้น บริษัทส่วนใหญ่จะขายสินค้า โดยยึดหลัก 80/20 คือ จะมีสินค้าเพียง 20% ที่ทำยอดขายได้ 80%

ดังนั้นในสภาวะที่ทรัพยากรและเงินทุนมีอยู่อย่างจำกัด เราจึงควรมุ่งเน้นส่งเสริมสินค้ายอดนิยม 20% นั้น ที่ให้กำไรสูงสุดแก่บริษัท

เช่น ร้านขาย CD/DVD จะขายแต่เพลงของศิลปินที่คนรู้จัก หรือหนังฟอร์มยักษ์

ร้านหนังสือ จะขายแต่หนังสือของผู้เขียนที่มีชื่อเสียง

เนื่องจากไม่สามารถวางขายทุกอย่างในตลาดได้ จึงเลือกแต่สินค้าที่ขายได้แน่ๆ

แต่เมื่อปี 2004 Chris Anderson บรรณาธิการนิตยสาร WIRED ได้เขียนบทความเกี่ยวกับทฤษฎี Long tail หรือทฤษฎีหางยาว ที่ท้าทายหลักการดังกล่าว

ทฤษฎี LONG TAIL คืออะไร?

ถ้าเราลองวาดกราฟ ยอดขายจะกระจุกตัวอยู่แต่สินค้ายอดนิยมไม่กี่ชิ้น เปรียบเสมือนหัว ขณะที่สินค้าตัวอื่น ยอดขายไม่สูง แต่มีจำนวนมากมายมหาศาล เปรียบเสมือนหางที่ทอดยาวออกไป

ทฤษฎีหางยาว จะตั้งคำถามว่า ยอดขายของสินค้าที่ไม่เป็นที่นิยมที่เหลือ รวมกันแล้วอาจจะเยอะกว่า สินค้าขายดีก็เป็นได้ ทำไมเราต้องทิ้งสินค้าอีก 80% ที่เหลือไปด้วยละ?

ลูกค้าแต่ละราย มีความชอบที่ไม่เหมือนกัน อาจจะต้องการสินค้านอกเหนือจากที่มุ่งโปรโมทกันอยู่ก็เป็นได้

ถ้าหากมันมีเทคโนโลยี ที่ช่วยให้บริษัทสามารถนำเสนอสินค้าที่หลากหลายได้ไม่จำกัด ในต้นทุนที่ลดลงละ? แปลว่า มันมีโอกาสทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่ในสินค้า 80% ที่ไม่เป็นที่นิยมเหล่านั้น

สิ่งทีพูดถึงคือ Internet ที่สร้างตลาดขนาดใหญ่ในโลกออนไลน์

ในช่วงของการศึกษา Anderson พบว่า ในตลาด E-Commerce มีสินค้าที่ไม่มีขายตามร้านทั่วไปอยู่จำนวนมาก

Wal-Mart มีเพลงขาย 39,000 เพลง แต่ Rhapsody (ตอนนี้คือ Napster) บริษัทให้บริการเพลงออนไลน์ มีเพลงในคลังถึง 735,000 เพลง

Blockbuster ร้าน DVD มีหนังขาย 3,000 เรื่อง แต่ Netflix บริษัทให้บริการดูหนังออนไลน์ มีหนังในคลังถึง 25,000 เรื่อง

Barnes & Noble ร้านขายหนังสือ มีหนังสือขาย 130,000 เล่ม แต่ Amazon มีหนังสือนำเสนอกว่า 2,300,000 เล่ม

ซึ่งยอดขายของสินค้าที่มีขายเฉพาะในออนไลน์ ในตลาดเพลง คิดเป็น 22% ในตลาด DVD หนัง คิดเป็น 20% ในตลาดหนังสือ คิดเป็น 57%

พูดง่ายๆคือ ถ้าบนโลกนี้มีหนังสือ 100 เล่ม จะมีหนังสือที่ขายอยู่ในร้านหนังสือแค่ 43 เล่ม ส่วนอีก 57 เล่มจะขายอยู่ในโลกออนไลน์เท่านั้น จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถอ่านหนังสือนอกกระแสอีก 57 เล่มได้? และนี่แหละคือที่มาของคำว่า LONG TAIL

เรื่อง LONG TAIL ยังแทรกซึมไปในชีวิตประจำวันของทุกคน เราจะได้เห็นว่าความนิยมในเรื่องต่างๆแตกกระจายไปเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เราจะไม่ได้เห็นนักร้องคนไหนดังสุดขีดเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว แต่ก็จะมีนักร้องหน้าใหม่ที่มีแฟนคลับเฉพาะกลุ่มมาแทน

ในปัจจุบันมีธุรกิจมากมายที่เกิดขึ้นจากแนวคิดนี้ ที่นำเสนอสินค้าตามความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น iTunes, Lazada, AirBnB เป็นต้น นี่จึงเป็นคำอธิบายยุคเฟื่องฟูของ E-Commerce

ปัญหาที่สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ลูกค้าเห็นสินค้าที่ต้องการได้?

นั่นทำให้เราได้เห็นการพัฒนา Search Engine หรือ ระบบ AI มาเพื่อวิเคราะห์ประวัติการซื้อและกรองข้อมูลให้ลูกค้า เช่น เวลาเราซื้อของออนไลน์ จะมี Function ในตอนท้ายว่า สินค้าอื่นๆที่คุณอาจสนใจ หรือ คนที่ซื้อสินค้าชิ้นนี้ มักจะซื้ออันนี้ด้วย เรื่องพวกนี้เกี่ยวกับ AI ที่จะแนะนำสินค้าที่ลูกค้าน่าจะสนใจได้ทันที

ในที่สุด บริษัทจะไม่ขายเฉพาะกลุ่มลูกค้าใดเพียงกลุ่มเดียว ถ้านำเรื่อง LONG TAIL มาใช้ บริษัทจะตอบสนองสินค้าให้ได้ทุกกลุ่ม รักษาลูกค้าเดิม และ เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ต่อยอดได้ไม่รู้จบ

ส่วนคนที่นำเสนอสินค้าในรูปแบบเดิม มีสินค้าไม่กี่อย่างให้เลือก ก็จะค่อยๆหายไป..



Leave a Reply

98 Comments on "LONG TAIL แนวคิดธุรกิจ ยุคใหม่"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

Pimsupa Ariyapoolpong เห็นชอบมา like ตอนแชร์

คนที่ทำ Online Marketing มาตั้งแต่ยุคแรกๆของเมืองไทย จะรู้จักกลยุทธิ์นี้ดีครับ

แต่อนิจจา ตอนนั้นเรื่อง Online Marketing ในเมืองไทย พวกผู้ใหญ่ยังมองว่าเป็นของเด็กเล่น

ทั้งๆที่ amazon เค้าใช้ Long Tail มาตั้งนานแล้ว

คุ้นๆ ก็ long tail keyword + blue ocean
ทำไมต้องไปแย่งกันรุมทึ้งเค็กก้อนใหญ่ ที่สุดท้ายจะมีคนชนะได้กินอิ่มแค่เพียงไม่กี่คน ในเมื่อสามารถเอื้อมมือหยิบเค้กก้อนเล็กๆ แต่ได้หลายๆ ก้อนได้ โดยที่แทบจะไม่มีคู่แข่งเลย หรือมีคู่แข่งน้อยมาก ซึ่งกินได้อิ่มไม่น้อยไปกว่าผู้ชนะในการแย่งเค้กก้อนใหญ่ ดีไม่ดีเค้กก้อนเล็กอาจมีให้กินได้เยอะกว่าด้วยซ้ำ

Teerata Tanayuttanan แสดงว่าอยู่ยุคเดียวกันกับผม 🙂

Bobby Freedom Trader น่าจะใช่ค่ะ ยุคที่ต้องรู้จักไทยเสียว และไทยเสียวรุ่งเรื่องสุดๆ ก็ทู้วิ่งตกหน้าแรกเร็วมาก 555+

Nichamon Chaichanachuchird คนเขียนเดียวกับ free พูดถึงเรื่องเดียวกัน

ติดตามเรื่อง free ได้เร็วๆนี้ครับ

ขอบคุนครับ @nichamon แจนรออ่านเพจนี้แหละ

Fee ผมลืมหนังสือเล่มนี้ไปเลยนะ เป็นหนังสือที่ดีมากๆเล่มนึงเลยครับ

@bobby เรียกว่า เป็นความเข้าใจพื้นฐานของการทำธุรกิจในยุคนี้เลยครับ

Warit Srisuriyarungrueng ว่าจะกลับไปอ่านอีกรอบอยู่ครับ ทั้งสองเล่มเลย FREE กับ Long Tail

บริษัทต้องใหญ่พอถึงควรทำ long tail. ที่บริษัทมีสินค้าตัวเดียว ขายหมดตลอดแต่คนมีน้อย สินค้ามีน้อย ตลาดที่ทำก็unique. มีสินค้าให้เล่นน้อย แต่ก็เหนื่อยน้อยด้วย

ใช่เลยครับ นายทุนรายใหญ่ ทำ longtail เพราะต้องใช้พื้นที่ในการเก็บสินค้ามาก

ตั้งตัวแทนหรือหน่วยย่อย สร้างสตอรี่ ดีเทล แล้วแต่เทคนิค ไปๆมาๆหลายๆครั้ง กลายสินค้าอินเทรนด์ทำรายได้ดีกว่าตัวหลักๆไปซะงั้น คิดดูบางทีมันก็ตลกดีไม่ใช่น้อย

บริษัทใหญ่ๆ เงินทุนหนาๆ คนงานเยอะๆ ทำอะไรก็สนุกค่ะ

ผมขาย Souvenir อย่างเดียว รอดไป…^^

บทความนี้ ถึงแม้จะสั้นแต่เหนือชั้นมาก… ภูมิใจกับเพจ ลงทุนแมนจริงๆครับ

สั้นแล้วเหรอครับ ตอนแรกกลัวว่ายาวไป คนไม่อ่าน ขอบคุณมากครับ

หลายบทความดีมากนะครับ…ผมมีความเห็นว่าสั้นไปด้วยซ้ำครับ …มีประโยชน์ทุกบทความในการเอาข้อมูลไปใช้เลยครับ…ผมมั่นใจว่าคงมีหลายท่านคิดคล้ายๆผม…ข้อมูลชัดเจนกระชับ ย่อยง่ายแต่มีระดับครับ (จะทำแบบนี้ได้ไม่ง่ายนะครับ)…อ่านเพจนี้อารมณ์เหมือนได้อ่านนิตยาสารผู้จัดการรายเดือน ครับ

คนติดตามเพจนี้อ่านเกืนมาตรฐานคนไทยอยู่แล้ว เห็นด้วยกับเจ้าของเม้นต์

สงสัยอ่านเพลินครับ จบเร็วไปหน่อย…

เห็นด้วย เนี้ยผมขึ้นมาอ่านบนชั้น2 เลยนะ
ขำขำครับ.. เวลาเลื่อนฟีดหน้าเฟสจะต้อวสดุดหยุดอ่านเฟจนี้เสมอ..

Muratha Leelasoontornwatana Meen MorningmoonWin Win

Suthinee Sakulrattana Good thought

Ratchaneekorn Popun

อีกหนึ่งบทความคุณภาพ ครับ

ขอบคุณค่ะ

แสดงว่ามีadmin หลายคน

ตามไม่ทัน ไม่รู้จะมีส่วนร่วมกับมันได้อย่างไร

มันน่าจะทำได้แค่บางธุรกิจที่มีต้นทุนไม่มาก และไม่ต้องสต๊อกของ เพราะสินค้าบางตัวจะสั่งในราคาทุนมันต้องมียอดขั้นต่ำ ก็คงจะไม่คุ้มทุน

ลงทุนแมนเดาว่า ต้นทุนค่า สต็อก ถ้าบริษัทใหญ่มีอำนาจต่อรองอย่าง amazon บริษัทไม่ต้องจ่ายค่าซื้อสินค้ามา ผู้ผลิตเขาเอารูปสินค้า ตัวอย่างรีวิวสินค้า มาวางบนออนไลน์เหมือนฝากขาย

พอมีคำสั่งซื้อค่อยเรียกสินค้าจากผู้ผลิต

นี่คือข้อดีของออนไลน์ ที่ หน้าร้านทำไม่ได้ค่ะ

ใช่แล้วครับ อเมซอนสามารถต่อรองได้แน่นอน แนวโน้มในอนาคตสินค้าก็จะไปรวมอยู่ที่เจ้าใหญ่อย่าง อเมซอน อาลีบาๆ อีเบย์ การขายแบบมีหน้าร้านก็น่าจะทยอยหายไปในสินค้าบางชนิด

ตอนนี้ Long Tail Keywords #Clickbank

ลงทุนแมน เป็นเพจที่ดีมากครับ

กลยุทธ long tail ที่เห็นชัดเจนคือ เวปต่างๆรับจองโรงแรม

Booking.com agoda aribnb traveloka expedia เป็น longtail ทั้งหมด

แต่ละบทความที่เขียนมา มันเยี่ยมจริง ๆ ครับ รอวันรวมเป็นเล่ม อย่างใจจดใจจ่อครับ

ขอบคุณค่ะ

เป็นบทความที่ดีมากครับ

ขอบคุณค่ะ

ระบบอุตสาหกรรมในยุค 4.0 ที่สามารถผลิตสินค้าแบบ mass customization ได้ , ตอบโจทย์และจะยิ่งทำให้การตลาดแบบ Long tail เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ

กลยุทธ์นี้คนที่ทำมาตั้งแต่ตอนหนังสือออกใหม่ๆ หรือก่อนหน้า ทำให้ตั้งเนื้อตั้งตัวกันได้เลย ขายของเล็กน้อย หาซื้อยากแต่เราขายออนไลน์ได้สบายๆครับ เป็นเทคนิคที่ใช้ได้จริงๆและใช้ได้ดีด้วย ผมเลยตามอ่านทั้ง free และ maker เลย สามเล่มนี่ทำเงินให้กับคนที่เอาไปใช้ได้แน่นอน ผมคิดว่าผู้เขียนเขาเป็นสุดยอดนักอนาคตวิทยาคนหนึ่งเลยนะฮะ

5-6 ปีที่แล้ว ทำ affiliate amazon ก็ใช้หลักการนี้ละ ขายของเล็กๆ น้อยๆ แต่คนจำเป็นต้องใช้ แถมมีคู่แข่งขายน้อย จำได้ตอนนั้นขาย ฺblack friday ก่อนคริสมาส ปีใหม่ คนอื่นเน้นขายทีวี LCD ของราคาแพงๆ เป็นร้อยเป็นพันเหรียญคู่แข่งเพียบ เลยเลือกขายที่เปิดไวท์แทน ราคาแค่หลัก 10 เหรียญ แต่ก็ทำเงินได้เยอะเลย

พอจะ ช่วยแนะนำ ชื่อหนังสือ และแหล่งซื้อได้ไหมครับ

Grean Nice เข้าไปดูที่นี่นะครับ ที่ซีเอ็ดก็ยังเหลือนะครับ เป็นหนังสือหลายปีแล้ว แต่หลักการนี่เอามาใช้ได้เลย goo.gl/Jc2RNv

คนเขียนอยู่เบื้องหลัง TED TALK ด้วยนะครับ แนะนำอ่านให้จบสามเล่มเลยครับ

ทั้ง 3 เล่มมีแปลไทยไหมครับ

sireerat Sireerat Behihi อันนี้ดีครับ

Pum Puii

wpDiscuz