ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี

ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี

ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี/ โดย เพจลงทุนแมน

เมื่อวานนี้ รัฐบาลประกาศให้นำประกันสุขภาพ มาลดหย่อนภาษีได้
เรื่องนี้อาจจะไม่ดัง คนไม่ค่อยเห็นความสำคัญ
แต่จริงๆแล้วเรื่องนี้ เราไม่ควรพลาด
ถ้าเรามีเงินได้ที่ต้องเสียภาษี เราอย่าเสียสิทธิ์ตรงนี้

รัฐบาลอนุญาตให้นำเบี้ยประกันสุขภาพ หรือ อุบัติเหตุ ที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท

จริงๆแล้ว ประกันสุขภาพ และ ประกันอุบัติเหตุ ทำได้ทั้งจากบริษัทประกันวินาศภัย และ บริษัทประกันชีวิต

บริษัทประกันวินาศภัย มีข้อดีคือซื้อได้ปีต่อปี ปรับเปลี่ยนได้ยืดหยุ่นตามความต้องการในปีต่อไป

ส่วนบริษัทประกันชีวิต ต้องซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตหลักก่อนซื้อประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ

ดังนั้นถ้าเราอยากเริ่มลองทำประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ ก็น่าจะทำกับบริษัทประกันวินาศภัยแบบปีต่อปีก่อน

วิธีง่ายๆคือเดินเข้าไปธนาคาร แจ้งว่าอยากซื้อประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ(ที่มีค่ารักษาพยาบาล) ที่เป็นปีต่อปี ทุกธนาคารน่าจะมีประกันประเภทนี้นำเสนอ

เมื่อเรามีเบาะรองรับในตอนที่เราเจ็บป่วย หรือ อุบัติเหตุแล้ว เราก็มั่นใจได้ว่า เมื่อเกิดอะไรขึ้น เงินออมหรือเงินลงทุนที่เราเก็บไว้จะไม่หายไปไหน ไม่ต้องเริ่มที่ศูนย์ใหม่ และบางกรมธรรมม์ก็มีค่าชดเชยรายวันให้ด้วย

จริงๆแล้วประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ สำคัญกว่าประกันชีวิตเสียอีก

เพราะประกันชีวิตเราตายไปเราไม่ได้เงิน คนอื่นได้เงิน แต่ประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราได้ใช้ประโยชน์จริง

อย่าไปคิดว่าเป็นการจ่ายเงินทิ้ง เพราะเมื่อเกิดอะไรขึ้นมา มันคุ้มกับที่เราจ่ายไปมาก และการที่มีรัฐบาลมาสนับสนุนในการลดหย่อนภาษี ยิ่งทำให้เหมือนเราลดค่าเบี้ยประกันได้น้อยกว่าเดิม ซึ่งปกติบริษัทประกันก็มีกำไรบางอยู่แล้ว เพราะบริษัทประกันก็มีเยอะ แข่งขันค่าเบี้ยกัน

ขอยกตัวอย่างประกันที่ลงทุนแมนมีเลยละกัน (โพสนี้ไม่ได้โฆษณาใดๆ และ ขอไม่บอกชื่อบริษัทประกัน)

ประกันนี้เป็นประกันอุบัติเหตุ (ประกันอุบัติเหตุต้องเป็นประเภทคุ้มครองการรักษาพยาบาลด้วย ถึงจะได้ลดหย่อนภาษี)

จ่ายเบี้ยประกันต่อปี 10,500 บาท

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะได้เบิกได้มากสุดถึง 100,000 บาท ข้อดีคือเบิกตามจริงจาก โรงพยาบาลเอกชนได้ฟรี เราก็รู้ว่า โรงพยาบาลเอกชนมีค่ารักษาแพงขนาดไหน

และ ถ้าเรานอนโรงพยาบาล จะมีเงินชดเชยรายวัน วันละ 2,000 บาท

สุดท้ายถ้าลงทุนแมนตายด้วยอุบัติเหตุ ครอบครัวลงทุนแมนจะได้เงิน 5,000,000 บาท

ทีนี้ก็พอจะนึกภาพออกว่าครอบครัวของลงทุนแมน ไม่ต้องห่วงเลยถ้าลงทุนแมนเสียชีวิต เพราะพวกเขาจะได้เงิน 5,000,000 บาท

ถ้าเรามีรถให้ลองนึกกลับไปดูว่า เราจ่ายค่าเบี้ยประกันรถปีละเท่าไร? แล้วทำไมเราจะจ่ายค่าประกันสำหรับตัวเราเองไม่ได้

ส่วนประกันสุขภาพก็จะต่างจากประกันอุบัติเหตุตรงที่ คุ้มครองในการรักษาเมื่อเราเจ็บป่วย เราก็คงรู้ดีถ้าเราเป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา อาจจะทำให้เงินเก็บเราทั้งชีวิตหายไปเลย ประกันสุขภาพก็จะช่วยมาจ่ายแทนได้

และนี่แหละคือข้อดีของประกัน อย่างน้อยทุกคนน่าจะมีติดตัวไว้เป็นเบาะรองรับ เป็นสิ่งที่ถูกแล้วที่รัฐควรสนับสนุนเรื่องนี้

ลักษณะของประกันเมื่อดูแล้วก็จะมีหลักการคล้ายลอตเตอรี่ จ่ายไม่มาก แต่พอแจ๊คพอตที เราจะได้เยอะมาก

ถ้าคนที่ซื้อลอตเตอรี่เป็นประจำ แบ่งเงินนั้น มาซื้อประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ก็คงจะดี

แต่จะต่างกันก็ตรงที่ คงไม่มีใครอยากได้แจ๊คพอตจากบริษัทประกัน..

Comments

comments



205 thoughts on “ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี”

  • เห็นด้วยครับ ยิ่งอายุมากขึ้น การเจ็บไข้ได้ป่วยก็มีมากขึ้น ทุกวันนี้ผมก็มีโอกาสได้ใช้ประกีนสุขภาพที่ซื้อไว้ ได้ประโยชน์จริงๆ

    จริงๆ รัฐบาลไม่ควรจะจำกัดวงเงินลดหย่อนภาษีไว้ที่ 15,000 บาทเลยนะครับ น่าจะให้วงเงินสัก 30,000
    บาท หรือมากกว่านั้น

    • เบี้ยประกันสุขภาพ 1.5หมื่น ก็ลดเยอะนะครับ จากปกติ 0
      แต่ไม่ใช่ทุกคนที่บ.ประกันจะรับทำประกันสุขภาพ

    • ผมก็ไมเห็นว่าการซื้อประกันสุขภาพจะยากอะไรนะครับ ตอนที่ผมซื้อก็ไม่ยุ่งยาก เวลาเข้ารับการรักษาก็ไม่มีปัญหาอะไร เเล้วเดี๋ยวนี้ค่าห้องพัก ค่าการรักษา รวมถึงค่าชดเชยรายวัน รวมๆ ที่จ่ายไปก็ไม่น้อยกว่าสองหมื่น ถ้าซื้อแบบครอบคลุมเรื่องโรคร้ายเเรคต่างๆ อาจจะมากกว่าสามหมื่นบาทนะครับ

    • คนหนุ่มสาว กับ สุขภาพแข็งแรง ทำง่ายครับ คนอายุเยอะ และเป็นโรคจะประจำตัว บ.ประกันเค้าไม่ค่อยรับครับ

    • จริงครับ เพราะฉนั้นต้องซื้อกันไว้ตั้งเเต่อายุยังน้อยครับ
      ขนาดผมรับราชการ ผมยังซื้อประกันสุขภาพไว้เลยครับ แต่ละปี ต้องมีเจ็บไข้ได้ป่วยต้องมานอนโรงพยาบาล อยาางน้อยก็ปีละครั้งสองครั้งแหละครับ แค่นี้ผมว่าก็คุ้มแล้วกับการที่เราซื้อประกันสุขภาพไว้

    • รพ.เอกชนถอนตัวจาห30บาทหมดเหลือแต่รพรัฐแถมรพ.รัฐติดตัวแดงกันแทบทุกโรงเรื่องนี้ไม่ต้องกังวลครับ

  • เป็นการส่งสัญญาณจากรัฐบาลว่า ต้องการให้ประชาชนพึ่งพิงระบบบัตรทองและประกันสังคมให้น้อยลง รับผิดชอบตัวเองให้มากขึ้น

  • ครอบคลุมถึงการซื้อประกันสุขภาพให้ สามี-ภรรยา บุตรหรือไม่(พ่อแม่อันนี้ลดได้อยู่แล้ว)

  • ครับ ถ้าเกิดตายขึ้นมา แบบร้อยเวรส่งชันสูตร ส่งเป็นศพ ไม่ทราบเหตุมานะ
    แล้วไม่ผ่าชันสูตรศพปุ๊บ ถ้าเคสโรงบาล มีประวัติดารรักษาก็ไม่ได้มีอะไรยากยังได้ประกันอยู่ แต่ถ้าตายคนเดียวอยู่บ้าน ไม่มีคนอยู่นะ ตำรวจส่งมาชันสูตร

    พอทีนี้ถ้าญาติขอไม่ผ่าชันสูตรนิแหละ ประกันไม่จ่ายนะครับ ฝากบอกญาติๆด้วยครับ บางทีเราก็อยากให้ญาติเราไปสวยๆ พอไม่ผ่าชันสูตรเท่านั้นแหละ

    ไอ่ที่จ่ายๆมา ไม่ได้อะไรเลยนะครับ

    จากใจคนตรวจศพ

    • ไม่ใช่ครับ กฏหมายระบุต้องผ่าพิสูจน์ภายใน 14 วัน เพราะไม่อย่างนั้น จะไม่สามารถตรวจหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดได้ แล้วแพทย์จะระบุว่าเป็นตายด้วยอุบัติเหตุหรือไม่ได้ยากครับ

  • (ผมแก้ไขคอมเมนท์นี้จากเริ่มต้นนะครับ เพราะผมคิดว่าผมอาจจะพิมพ์สื่อสารที่ไม่ดีในครั้งแรก)

    ใครเหมาะสมจะทำประกันบ้าง?
    .
    คำตอบ ควรเป็นทุกคนเช่นนั้นหรือครับ?
    .
    ทำไมผมถึงไม่คิดเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกันสุขภาพ ซึ่งเป็น premium option

    ก่อนอื่นๆ ผมเป็นคนต่างจังหวัด ที่เห็นคนที่มีรายได้ไม่มั่นคงจำนวนมาก ผมเห็นการจูงใจจากผู้แทนขายทั้งพนักงานธนาคาร และผู้แทนแบบจริงจัง ผู้คนเหล่านั้นซื้อประกันโดยเฉพาะประกันชีวิต โดยคิดว่าตนจะสามารถจ่ายเบี้ยได้สบาย และเป็นการลงทุน ซึ่งผ่านไปหนึ่งปี หรือสองปี เขาเริ่มตระหนักถึงความเป็นภาระในการจ่ายเบี้ย ถ้าตัดสินใจหยุดหรือเวนคืน ก็เหลือคืนครึ่งหนึ่ง แบบนี้เขาเหล่านี้เหมาะสมจะทำประกันหรือครับ

    แล้วใครเหมาะจะทำประกัน? ผมคิดว่าน่าจะแบ่งคนออกเป็น 3กลุ่ม

    ก. คนที่มีรายได้มั่นคงแต่ไม่สูงมาก มีเงินออมไม่มาก สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ โดยไม่เป็นภาระหนัก แต่ถ้าเกิดเหตุแล้ว ค่าใช้จ่ายนั้น จะเป็นภาระหนักในการดำรงชีวิตต่อไปทั้งของตนเอง หรือครอบครัวเบื้องหลัง #คนกลุ่มนี้ผมสนับสนุนอย่างยิ่งว่าควรทำประกันในประเภทที่ต้องการใช้งาน

    ข. คนที่มีรายได้ไม่มั่นคง และ/หรือ รายได้ต่ำ มีโอกาสที่จะไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ตลอดรอดฝั่ง แบบนี้น่าคิดว่า #ไม่ควรจะซื้อประกัน ควรใช้การดูแลขั้นพื้นฐานที่ภาครัฐจัดให้ หรือไปตายเอาดาบหน้า ซึ่งกว่าดีกว่าจ่ายทิ้งโดยเฉพาะประกันชีวิต /99 ทั้งหลาย

    ค. คนที่มีเงินออมสูงมาก และ/หรือ มีสวัสดิการอยู่แล้ว #คนกลุ่มนี้ไม่น่าสนใจประกัน เพราะสามารถดูแลตนเองหรือครอบครัวเบื้องหลังได้อย่างดีอยู่แล้ว แต่มีบางคนคิดว่าการทำประกันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเลยทำประกันโดยหวังผลตอบแทนจากการที่คิดว่าเป็นการลงทุน ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเพราะการกำหนดเบี้ยประกันประเภทต่างๆ ถูกคำนวณโดยนักสถิติประกันภัยแล้วว่า โดนเฉลี่ยในระยะยาวแล้วบริษัทประกันต้องกำไร รวมถึงนายหน้าด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะทำธุรกิจก็ย่อมต้องมีกำไรเป็นธรรมดา แต่มันก็แปลว่าการทำประกันไม่ใช่การลงทุนที่ดีเพราะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ สูงแน่นอน

    แล้วแบบนี้ทุกคนควรทำประกันหรือครับ?

    • อธิบายไปแล้วครับ ประกันช่วยได้คือ ผมไม่ต้องการเริ่มที่ 0 ใหม่ หรือ ติดลบ
      ลอตเตอรี่ไม่ได้ช่วยตรงนี้ได้..

    • ลงทุนแมน เห็นด้วยเลยครับ

      ถ้าคนที่สามารถจ่ายเบี้ยได้สบาย แต่ถ้าเกิดเหตุแล้วจะลำบาก แบบนี้สมควรทำประกันมากครับ

    • แต่สำหรับคนที่ลำบากจ่ายเบี้ย หรือมีโอกาสที่จะจ่ายไม่ไหวโดยเฉพาะประกันชีวิต ผมว่าอาจจะต้องคิดว่า เหมาะสม กับการทำประกันหรือไม่?
      และอีกพวก คือ คนที่ไม่ได้มีความจำเป็นที่ต้องการการประกันจริงๆ ก็ไม่น่าจะเหมาะ เพราะต้องยอมรับว่า โดยรวมเฉลี่ยระยะยาวแล้ว บริษัทประกัน นายหน้าย่อมกำไรธุรกิจถึงไปได้ (ดีด้วย)

    • ประกันกับล็อตเตอรี่ จ่ายก่อน อาจจะได้เงินหรือไม่ได้เงินกลับมาภายหลังก็ได้

      แต่จังหวะไม่เหมืิอนกัน

      ประกันจ่ายเรา เวลาเรามีความจำเป็น เวลาเราลำบาก มันช่วยเราได้ มันให้ความอุ่นใจ

      ล็อตเตอรี่จ่ายตอนไหน แล้วแต่โชคล้วนๆ อาจจะเป็นเวลาที่เราจำเป็นต้องใช้พอดี แต่ก็อาจจะไม่ใช่

      #ไม่ได้ขายประกันเน่อ

    • #ผมไม่เห็นด้วยกับการซื้อล็อตเตอรี่นะครับ กลัวเข้าใจผิด เพราะล็อตเตอรี่โดยรวมเฉลี่ยระยะยาว ก็มีแต่เจ้ามือรวย คนซื้อโดยเฉลี่ยต้องขาดทุนครับ

    • ทุกคนควรมีหลักประกันครับ ยังขอยืนยัน

      จะทำประกันคุ้มครอง เรามากเท่าไรขึ้นกับกำลังเงินของเรา

      ค่าเบี้ยไม่ได้มาก ไม่ต่างจากค่าลอตเตอรี่ที่คนไทยซื้ออยู่ทุกวัน ไม่มีกำลังซิ้อ น่าจะเป็นข้ออ้าง

      เราไม่รู้หรอกว่าเราจะเป็นคนโชคร้ายของโลกเมื่อไร

      อย่าเข้าข้างตัวเองว่าเราจะโชคดีไม่เจออะไรไปตลอด

    • คนที่ลำบากจ่ายเบี้ย หรือมีโอกาสที่จะไม่สามารถจ่ายได้ตลอดรอดฝั่ง (โดยเฉพาะประกันชีวิต) ผมคิดว่าควรใช้ประกันพื้นฐานที่ภาครัฐจัดให้ครับ เช่น 30บาท หรืออื่นๆ

    • ถ้าอยากเริ่มมีหลักประกัน แนะนำประกันสุขภาพ หรือ อุบัติเหตุ ก่อน ทำประกันชีวิตครับ ตัวเองได้ใช้ อย่างที่อธิบายในบทความ

    • สุดท้าย จริงๆ ผมแค่ต้องการเสนอมุมมองว่าทุกอย่างมี ข้อดี (ซึ่งลงทุนแมนเสนอไปแล้ว) และก็ต้องมี ข้อเสีย (หรือไม่เหมาะ) บ้างครับ

      ขอบคุณครับ ปล.บทความลงทุนแมนยอดเยี่ยมครับ ผมแฟนคลับอ่านตลอด ชื่นชอบชื่นชมครับ

    • ตอนนี้ประกันที่ค่าเบี้ยไม่แพงก็ไม่โครอินชัวรัน ค่าเบี้ยประกัน 200 บาท เป็นโครงการของรัฐกับ คปภ. ที่ช่วยกันผลักดัน ยังไงก็ลองศึกษาข้อมุลไว้เป็นอีกทางเลือกนึงครับ

    • มีประกันเวลาเกิดเหตุต้องใช้เราก็มีใช้ แต่ซื้อลอตเตอรี่เวลาจำเป็นต้องใช้ก็ไม่มีใช้ เสี่ยงมากซื้อมาก เสี่ยงน้อยซื้อน้อย ไม่เสี่ยงเลยหรือไม่มีเงินเลยก็ไม่ต้องซื้อ มี สปสช.พอประทังไปได้

    • ประกันภัยกับการพนันแม้จะใกล้เคียงกันมาก แต่ต่างตรงส่วนได้เสียอันอาจเอาประกันภัยได้ครับ

      เมื่อมีส่วนได้เสียอันอาจเอาประกันภัยได้ (ในที่นี้คือชีวิตและร่างกายของผู้เอาประกันภัย) บุคคลนั้นก็เอาประกันภัยเพื่อคุ้มครองชีวิตและร่างกายของตนได้ ถือว่าเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงของบุคคลนั้น ๆ

      แต่การพนันนั้นใครจะเล่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย ไม่ถือว่าเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงครับ

    • เราไม่รู้หรอกว่าเราจะไม่สบาย หรือเจออุบัติเหตุตอนไหน ลองคิดดูว่าวันนึงเรามันเกิดขึ้น ถ้าไม่มีประกัน เราต้องควักเงินเองเป็นเงินก้อนใหญ่ ซึ่งเป็นเงินที่เราใช้ในแต่ละเดือน ทีนี้ก็ขัดสนสิ ต้องไปกู้ ไปยืมมาให้พอกับค่ารักษา แต่ถ้าเรามีประกัน ก็เหมือนเราซื้อการป้องกันไว้ในอดีตแล้ว เราก็ใช้ประกันจ่าย ทีนี้เราก็ไม่ต้องควักเงินเองที่จะเป็นต้องใช้ในแต่ละเดือนแล้ว ปล.ถ้าจ่ายก้อนไม่ไหว เค้าก็มีแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนนะ เราก็จ่ายเป็นรายเดือน เราจะรู้ค่าใช้จ่ายตายตัวในแต่ละเดือน ถ้าจ่ายเป็นรายปีจะดูเยอะ เพราะมันจะไปชนกันกับค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีก ทำใหดูจ่ายไม่ไหว

    • รถยังมีประกันเลย ประกันรถมีให้เลือก ตามความพอใจ แล้วเราทำไมถึงไม่ต้องลงทุนตรงนี้
      จริงๆแล้ว สเตป ก็เข้าใจง่ายนะครับ
      ไม่อยากจ่าย ก็เข้า รพ รัฐ ช้ากว่า ไม่ค่อยสะดวก แต่ก็มีคนเอาแบบพ่อผมคือไม่รีบอ่ะครับ
      ส่วนคนที่ยอมจ่ายค่าประกันทิ้ง ก็เป็นผมและแฟน คือ มันเร็วกว่า ครับ
      ส่วนที่จะจ่ายแพงจ่ายถูก มันก็มีออฟชั่นให้เลือกนี่ครับ อยากได้ค่าห้อง ค่าชดเชย ค่านู่นนี่ เราเลือกได้นะครับ แต่ขึ้นกับความพอใจ เรา นั่นละครับประกันสุขภาพ เหมือน ชั้น 1 2 3 ของรถเลย

    • ครับ สนับสนุนบทความนี้ครับ เห็นคนไปญี่ปุ่นเกาหลี แล้วดันเจ็บหนักไม่สบายมั้ยครับ ค่ารักษาแพงขนาดไหน ไม่ได้ซื้อประกันไว้ สภาพอนาถขนาดไหน จ่ายไปเถอะครับอย่าเหนียว อย่างน้อยครอบครัว คนรอบข้างคุณไม่เดือดร้อน

    • ใครเหมาะสมจะทำประกันบ้าง?
      .
      คำตอบ ควรเป็นทุกคนเช่นนั้นหรือครับ?
      .
      ทำไมผมถึงไม่คิดเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกันสุขภาพ ซึ่งเป็น premium option

      ก่อนอื่นๆ ผมเป็นคนต่างจังหวัด ที่เห็นคนที่มีรายได้ไม่มั่นคงจำนวนมาก ผมเห็นการจูงใจจากผู้แทนขายทั้งพนักงานธนาคาร และผู้แทนแบบจริงจัง ผู้คนเหล่านั้นซื้อประกันโดยเฉพาะประกันชีวิต โดยคิดว่าตนจะสามารถจ่ายเบี้ยได้สบาย และเป็นการลงทุน ซึ่งผ่านไปหนึ่งปี หรือสองปี เขาเริ่มตระหนักถึงความเป็นภาระในการจ่ายเบี้ย ถ้าตัดสินใจหยุดหรือเวนคืน ก็เหลือคืนครึ่งหนึ่ง แบบนี้เขาเหล่านี้เหมาะสมจะทำประกันหรือครับ

      แล้วใครเหมาะจะทำประกัน? ผมคิดว่าน่าจะแบ่งคนออกเป็น 3กลุ่ม

      ก. คนที่มีรายได้มั่นคงแต่ไม่สูงมาก มีเงินออมไม่มาก สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ โดยไม่เป็นภาระหนัก แต่ถ้าเกิดเหตุแล้ว ค่าใช้จ่ายนั้น จะเป็นภาระหนักในการดำรงชีวิตต่อไปทั้งของตนเอง หรือครอบครัวเบื้องหลัง #คนกลุ่มนี้ผมสนับสนุนอย่างยิ่งว่าควรทำประกันในประเภทที่ต้องการใช้งาน

      ข. คนที่มีรายได้ไม่มั่นคง และ/หรือ รายได้ต่ำ มีโอกาสที่จะไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ตลอดรอดฝั่ง แบบนี้น่าคิดว่า #ไม่ควรจะซื้อประกัน ควรใช้การดูแลขั้นพื้นฐานที่ภาครัฐจัดให้ หรือไปตายเอาดาบหน้า ซึ่งกว่าดีกว่าจ่ายทิ้งโดยเฉพาะประกันชีวิต /99 ทั้งหลาย

      ค. คนที่มีเงินออมสูงมาก และ/หรือ มีสวัสดิการอยู่แล้ว #คนกลุ่มนี้ไม่น่าสนใจประกัน เพราะสามารถดูแลตนเองหรือครอบครัวเบื้องหลังได้อย่างดีอยู่แล้ว แต่มีบางคนคิดว่าการทำประกันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเลยทำประกันโดยหวังผลตอบแทนจากการที่คิดว่าเป็นการลงทุน ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเพราะการกำหนดเบี้ยประกันประเภทต่างๆ ถูกคำนวณโดยนักสถิติประกันภัยแล้วว่า โดนเฉลี่ยในระยะยาวแล้วบริษัทประกันต้องกำไร รวมถึงนายหน้าด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะทำธุรกิจก็ย่อมต้องมีกำไรเป็นธรรมดา แต่มันก็แปลว่าการทำประกันไม่ใช่การลงทุนที่ดีเพราะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ สูงแน่นอน

      แล้วแบบนี้ทุกคนควรทำประกันหรือครับ?

    • การซื้อประกันไม่เหมือนการซื้อลอตเตอรี่ค่ะ
      ซื้อลอตเตอรี่อยากถูกลอตเตอรี่
      แต่ถ้าซื้อประกัน ไม่มีใครอยากเคลมค่ะ สุขภาพดีเสียเบี้ยทิ้งไปไม่ว่ากัน
      แต่ถ้าเปนไรจริงขึ้นมาก้อจะได้ไม่ลำเค็ญมากค่ะ

    • ครับ ส่วนตัวผมแรกๆ ผมคิดแบบคุณละครับ ยิ่งเบี้ยประกันสุขภาพเป็นเบี้ยทิ้งด้วย แต่ประสบมากลับตัวเอง ไม่สบายแล้วต้อง. Claim
      ขอบอกว่าคุ้มมาก claim จนเกินค่าประกันไปไหนๆ. ค่ารักษาพยาบาลเดี๋ยวนี้แพงขึ้น. เคยไปรพ.รัฐไหมครับ ต้องไปนั่งรอเท่าไหร่ โรครีบด่วนพอดีตายก่อน. ความสะอาดก็ไม่ดีติดเชื้อได้ง่าย
      เวลาคุณต้องจ่ายหลายแสนถึงเป็นล้าน คุณจะคิดถึงประกันสุขภาพขึ้นมาทันที ถึงตอนนั้นย้อนกลับไปทำก็ลำบากแล้ว

    • 30บาทยังมีช่องโหว่อีกมากครับ
      เช่น คนมีฐานะควรจะช่วยจ่ายบ้างนะครับ และคนอีกประเภทที่ไม่ควรให้ใช้สิทธิ30บาทเลยคือพวกเมาแล้วขับ เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยสนใจคิดแต่ว่า 30บาทรักษาฟรี คิดว่าคนกลุ่มนี้ควรจะได้รับสิทธิ 30บาทหรือไม่ครับ

    • จริงที่ว่า คนทุกคนควรมีประกันชีวิต
      แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีศักยภาพเพียงพอจะจ่ายเงินประกันชีวิตแค่นั้นเอง
      เรามองในมุมของเรา ในมุมที่ตัวเองมีเงินมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ เราซื้อประกันได้ครับ สบายมากๆ
      แต่เราไม่ได้มองในมุมเกษตรกรที่รายได้ไม้สม่ำเสมอราคาพืชผลขึ้นลงตลอด ไหนจะภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วม แห้งแล้ง แมลง ฯลฯ
      และแน่นอนประกันส่วนใหญ่เป็นแบบระยะยาวถึงจะได้ราคาถูก และได้เงินคืนเป็นเงินก้อน
      ซึ่งถ้าเป็นแบบทำแล้วเสียเปล่านั้นถึงจะคุ้มครองสูง ถ้าไม่ส่งงวดนึงก็ตัดสิทธิทิ้ง หรือได้เงินคืนครึ่งเดียว
      ซึ่งถ้าเป็นระยะสั้นปีต่อปีก็จะราคาสูงขึ้น และ1บ้าน ทำผัวเมียต่ำๆปีนึงก็หลายพัน
      ***ถ้าทำประกันถูกๆแน่นอนเงื่อนไขความรับผิดชอบก็เยอะ วงเงินก็ต่ำ สุดท้ายส่วนใหญ่เมื่อคุณต้องรักษาเงินเป็นแสน เป็นล้าน คุณก็ต้องจ่ายเองอยู่ดี แทบไม่ต่างจากการที่ไม่ทำ

  • ผมใคร่อยากให้คุณลงทุนแมนช่วยวิเคราะห์โอกาสที่คนทั่วไปถูกล๊อตเตอรี่หน่อยครับถ้าซื้อหนึ่งใบ มีโอกาสถูกรางวัลที่1….จนรางวัลสุดท้ายกี่เปอร์เซ็นต์ คิดว่าหลายท่านคงอยากรู้เช่นกันคิดว่ามีประโยชน์มากและเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุด

  • เหมือนจ่ายทิ้งจริงๆ.คิดซะว่าจ่ายด้วยเงินส่วนเกิน(รีดไขมันออกบ้าง)เพราะถ้าแจ๊คพอตล่ะก็เบาไปเยอะ

  • ผมซื้ออยู่แล้ว ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของตัวเอง ลดภาษีได้อีกยิ่งโอเคเลย

    • สนใจประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถลดหย่อนภาษีสูงสุดได้ถึง300,000บาท
      กดเข้าไปดูรายละเอียดในเพจได้เลยครับ
      https://m.facebook.com/Nattapong1BK/

  • ถ้าประกันอุบัติเหตุอย่างเดียว ยังเอามาลดหย่อนภาษีไม่ได้ใช่มั้ยคะ

    • อุบัติเหตุที่มีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลเวลาเกิดเหตุเอามาลดหย่อนได้ครับ แต่ถ้าไม่มียังเอามาลดไม่ได้ เจตนารัฐคือช่วยลดภาระการรักษาพยาบาล

    • โอ้ววว….รัฐบาลคิดได้ไง เราต้องบาดเจ็บ เจ็บไข้ได้ป่วยก่อนหรอครับถึงจะเอามาลดหย่อนได้ ถ้าปีไหนเราไม่เจ็บป่วย ก็เท่ากับจ่ายฟรี #บางคนอาจจะมองบวกซื้อความเสี่ยง แต่ผมว่าผลประโยชน์บริษัทประกันล้วนๆ ครับ ไม่มีใครอยากเจ็บไข้ได้ป่วยหรอก ในเมื่ออยากให้เราซื้อประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ รัฐบาลก็ควรการันตีเงินภาษีคืนให้เราเลย…เพราะเบี้ยประกันพวกนี้เป็นเบี้ยทิ้ง!!!! ทำไมไม่คิดจะช่วยประชาชนให้มันเต็ม 100% #กลับไปโอบอุ้มบริษัทขายประกัน!!!

    • ミーナ アブドゥル ノース น่าจะหมายถึงประกันอุบัติเหตุที่มีค่ารักษาพยาบาลด้วย จึงจะลดหย่อนภาษีได้ครับ ส่วนประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองเฉพาะกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอย่างเดียว ลดหย่อนภาษีไม่ได้

  • บทความนี้ผมไม่สามารถคาดเดาถึงเจตนาของผู้เขียนได้ว่า เป็นโฆษณาหรือการแนะนำในเชิงลงทุนจริง

    ผมอ่านแล้วรู้สึกมันกลมกลืน จนไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าเป็นรูปแบบใดกันแน่

    แต่ไม่เป็นไรครับ อยู่ที่ผู้อ่านแต่ละท่านว่าจะคิดอย่างไร ถือว่า surprise ผมมากที่สุดเลยครับ สำหรับบทความนี้…ขอชื่นชมมากครับ ☺

    • บทความนี้ ไม่ได้ค่าโฆษณาใดๆครับ

      เพจลงทุนแมนรู้ว่าเพจโพสอะไรไปแล้วจะมี impact ต่อสังคมในระดับหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นความรับผิดชอบของเพจไปแล้วที่จะให้แนวคิดอะไรดีๆกับผู้อ่าน

      เรื่องประกันสุขภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่คนไทยทุกคนควรมีไว้เป็นหลักประกัน

      ไม่ต่างจากที่เราทำประกันไฟไหม้โรงงาน ประกันอุบัติเหตุรถ

      แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

      แต่เราไม่รู้ว่าเราจะเป็นคนโชคร้ายเมื่อไร อย่าคิดว่าเราจะโชคดีไปตลอด

      เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้น จะได้ไม่เป็นภาระ หรือ เราต้องหมดเงินทั้งตัวที่เราเก็บสะสมมา และทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมาหลายอย่าง

      สรุปแล้ว เจตนาของโพสนี้ เพจลงทุนแมน อยากให้คนไทย เปลี่ยนแนวคิด และทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้นครับ

    • ผมมองว่าเพจเขามาบอกว่า เฮ้ย!! ประกันสุขภาพกับประกันอุบัติเหตุลดหย่อนภาษีได้ด้วยล่ะนะ (จากเมื่อก่อนได้แค่ประกันชีวิต)
      แล้วก็ยกตัวอย่างประกอบ

      ไม่คิดว่าเป็นการโฆษณานะ

    • จะโฆษณาก็ไม่ผิดนะครับ page จะอยู่ได้ก็ต้องมีโฆษณาบ้าง ตราบใดที่ประโยชน์คุณค่าเราได้มากกว่ามากมาย โฆษณาแบบเนียนๆ นี่แหละครับเป็นศิลปะดี

    • เห็นด้วยครับคุณ Akekaraj Tengamnuay ครับ ไม่มีเหล่านี้บทความดีๆไม่เกิดครับ

      และขอบคุณที่ เพจลงทุนแมนมาบอกเจตนาที่แท้จริงครับ ผมเองก็อยากให้มองว่าการทำประกันเป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยง ตามเจตนารมณ์ ของเพจลงทุนแมนครับ

      ขอบคุณอีกครั้งครับ

    • พอใครเริ่มพูดถึงเรื่องประกันคนจะคิดว่าขายของ เพราะบริษัทประกันส่วนมากทำการตลาดผิด ตัวแทนยัดเยียดการซื้อ ไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า โดยเนื้อแท้แล้วประกันเป็นอะไรที่ดีงามมาก แต่คนยังมีความรู้น้อยว่าซื้อประกันอย่างไรให้เหมาะสมกับตัวเองในแง่ คชจ และความต้องการ จึงทำให้คนอกหักจากการทำประกันเยอะทั้งประเทศ

    • ถ้าได้ค่าโฆษณาก็ดีนะครับ ละครหลังข่าวยังบันเทิงไม่เท่าอ่านบทความนี้ยังได้ค่าโฆษณาตั้งเยอะแยะ

  • ถ้ากรณีคุณลงทุนแมวเป็นหนี้ผ่อนไอโฟนXอยู่ เงินประกันต้องเอาไปใช้หนี้ก่อนไหมครับ

    • ถ้าเป็นโรคแล้วไม่มีเงินรักษาก็คงต้องขาย iphoe X มาเป็นค่ารักษาเหมือนกันครับ (ซึ่งไม่น่าจะพอรักษา)

  • เราเพิ่งเห็นความสำคัญของประกันของประกัน ปกติมีประกันชีวิต พอออกจากงานเลยซื้อประกันอุบัติเหตุจากพวกที่ขายทางโทรศัพท์ จะไปยกเลิกอยู่แล้วเชียว คิดว่าไม่ได้ใช้เสียดายเงิน(แค่เดือนละ 286) อยู่ ๆ ปีนรั้วไปตัดต้นไม้ที่ละสายไฟ ตกลงมาซี่โครงร้าว 4 ซี่ค่ารักษาหลายพันอยู่ เลยเห็นความสำคัญของการมีประกัน เล่าประสบการณ์ให้ฟังเฉยๆ ครับ

  • สนใจประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถลดหย่อนภาษีสูงสุดได้ถึง300,000บาท
    กดเข้าไปดูรายละเอียดในเพจได้เลยครับ
    https://m.facebook.com/Nattapong1BK/

  • ประกัน ที่พี่แอดลงทุนแมนบอก นี่ จ่ายปีละ 10k นี่เราเอามาลดหย่อนได้ทั้ง 10k เลยป่าวครับ

    • ลดหย่อนจากเงินได้นะครับ เงินได้ที่ไปคำนวณภาษีจะน้อยลง ถ้าเราจ่ายภาษีไว้เกิน ก็ขอคืนภาษีได้ครับ

  • ผมจ่ายประกันสุขภาพปีละ4หมื่นกว่า ใช้แต่ OPD ปีนึงไม่กี่ครั้ง เมื่อก่อนไม่คิดทำแต่มีเพื่อนคนนึงทำความคิดผมเปลี่ยนไป เพื่อนคนนี้ค่อนข้างรวย มีหุ้นในบริษัทเก่าๆอย่างเช่น SCG เพียบ เรียกว่านอนกระดิกเท้าอยู่บ้านก็มีเงินใช้ปีละหลายล้านแบบชิวๆ เข้าโรงบาลไม่ต้องห่วงเรื่องไม่มีเงินจ่ายแต่เค้าซื้อประกันสุขภาพชุดใหญ่ปีนึงจ่ายหลายแสน ผมถามว่าซื้อทำไม เค้าบอกว่าเวลาป่วยในที่ไม่คุ้นเคยจะได้เป็นหลักประกันให้โรงบาลว่าได้เงินจากเราชัวร์ ใครจะมารู้ว่าเรามีเงินรึเปล่า ฟังเค้าพูดจบผมศึกษาเรื่องประกันสุขภาพแล้วทำเลย

  • ผมซื้อประกันกล่องคุ้มครองอุบัติเหตุของธนาคารกรุงศรี ปีละ 1950 เฉลี่ยเดือนละ 165 บาท เอาเงินที่ดื่มหรือเล่นหวยมาซื้อก้อได้แล้ว

  • ขอถามเป็นความรู้หน่อยค่ะ ถ้าเรามีประกันสุขภาพหลายฉบับแล้วประกันเค้าจ่ายตามจริงแล้วถ้าเป็นค่าบริการทางการแพทย์เค้าจ่ายให้ไหมค่ะ ถ้าเค้าไม่จ่ายตรงนั้นให้เราถ็ไม่ต้องหลายทำหลายถูกไหมค่ะ

  • ประกันสุขภาพ สิ้นปีเราไม่ได้เงินคืนกลับมาใช่ไหมครับ คือ เสียไปเลยถ้าไม่ได้เคลม ผมเข้าใจถูกไหมครับ ไม่มีการสะสมเงินไว้ เหมือนกับประกันชีวิต รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

    • Nattawadee Mint Nimitcharoen ปกติเป็นประกันชีวิตครับ ไม่เหมือนกัน

      ประกันสุขภาพ รัฐบาลประกาศให้ลดหย่อนได้เมื่อวานนี้ 19 กันยา 2560

      อย่างที่อธิบายในบทความประกันสุขภาพ น่าทำกว่าประกันชีวิตมาก

    • ลงทุนแมน ถ้าเป็นประกันชีวิต ต้องเป็นตัวที่คุ้มครองอย่างน้อย10ปีขึ้นไปเท่านั้นใช่มั้ยครับ

    • Nattawadee Mint Nimitcharoen ลดหย่อนได้ถ้าทำมาก่อนปี 2552 ครับ แต่ถ้าหลังจากนั้นปกติไม่สามารถลดหย่อนได้ … แต่ถ้าเอามาคำนวณด้วยแล้งว่าเรากรอกตัวเลขส่งสรรพากรผิดแล้วครับ สรรพากรจะเจอหรือไม่อีกเรื่องนึง

  • แอบสนใจประกันของ ลงทุนแมน ที่บอกว่า จ่ายรายปี 10500 ถ้าเสียชีวิตได้ 5 ล้าน รบกวนขอชื่อประกันด้วยครับ

  • ในฐานะที่เป็นหมอเฉพาะทางอุบัติเหตุฉุกเฉิน ทำไว้เถอะครับประกันอุบัติเหตุ จ่ายเบี้ยประกันต่อปีนิดเดียวแต่วงเงินคุ้มครองคุ้มมากๆ(แล้วแต่เลือก) เวลาอุบัติเหตุมามันช่วยได้เยอะครับ ถ้าไปใช้สิทธิ์ที่รพ.รัฐบาล ก็อาจสำรองจ่ายไปก่อนแล้วไปเบิกเคลมเองภายหลัง ไม่ต้องใช้สิทธิ์ 30 บาท รพ.รัฐบาลก็ได้สตางค์มาให้บริการผู้ป่วยรายอื่นๆที่จำเป็นต่อ(อย่างที่ทราบครับว่า รพ.รัฐขาดทุนกันแค่ไหน ไม่รู้ว่าพี่ตูนต้องวิ่งอีกไกลแค่ไหนถึงจะช่วยได้หมด) ได้ช่วย รพ.รัฐตรงและทางอ้อมไปในตัว (ทางอ้อมคือถ้าไปใช้บริการที่ รพ.เอกชน ก็ลดภาระงานให้แก่ จนท. รพ.รัฐบาลที่คนไข้ล้น รพ. ครับ

    • ทำประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุมาสิบกว่าปีแล้วค่ะ เคยป่วยเข้าโรงพยาบาลที่ไม่ใช่โรคร้ายแรง2ครั้งแต่อุบัติเหตุจ่ายทิ้งปีต่อปีไม่เคยเป็นอะไรเลย
      แต่ไม่เคยเสียดายเงินเหล่านี้ที่ทิ้งไปปีละเกือบ5หมื่นถือเสียว่ามีโอกาสได้ใช้เงินเหล่านี้ให้กับบริษัทประกันได้ช่วยเหลือคนอื่นที่เจ็บป่วยและเกิดอุบัติเหตุค่ะ
      เรารู้ล่วงหน้าว่าจะต้องจ่ายประกันปีละเท่าไหร่เราก็เก็บเงินไว้จ่าย
      เมื่อถึงกำหนดชำระ แต่เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าเลยว่าถ้าเราเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นเราจะต้องจ่ายเงินมากเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอในการเจ็บป่วยแต่ละครั้ง

  • คือส่วนตัวผมก็ทำประกันนะครับ มีทั้งแบบออม สุขภาพ และอุบัติเหตุ ถ้าดู irr หรือวัดจากผลตอบแทน ยังไงก็ไม่คุ้ม แต่ถ้ามองเป็นหลักประกัน มันก็อุ่นใจ

  • ผมเป็นคนหนึ่งที่คิดอยากจะซื้อแต่ว่ามีคนแนะนำว่าซื้อพ่วงประกันชีวิตดีกว่าเพราะถ้าเราเคลมหนักหนักแล้วปีต่อไปเขาก็ยังต่อให้อยู่ดีแต่ถ้าเราซื้อเป็นประกันสุขภาพแยกต่างหากเคลมหนักหนักแล้วเค้าจะไม่ต่อให้ ทีนี้เราก็จะเคว้งแล้วยกตัวอย่างเช่นเราเป็นโรคมะเร็งเราก็จะไปประกันกับที่ไหนต่ออีกไม่ได้ สำหรับโรคนี้ จริงหรือเปล่าครับ

    • จริงครับ ได้ในส่วนเงินก้อนจริงครับ( ประกันโรคร้ายแรง) แต่ไม่ได้เรื่องค่ารักษา (ประกันสุขภาพ) ที่แนะนำว่าควรซื้อพ่วงประกันชีวิตเพราะเหตุนี้แหละครับ เพราะเราจะได้ประกันสุขภาพการรักษาต่อเนื่องครับ ซื้อได้ถึง 80 ประกันสุขภาพบางอันซื้อได้ถึง 99 เลยครับ ส่วนถ้าซื้อพ่วงกับประกันออมทรัพย์ข้อเสียคือสิ้นสุดสัญญาเมื่อไหร่คือประกันสุขภาพจะจบไปด้วยครับ เช่นซื้อ 8/20, 5/10 สัญญามีแค่ 10-20 ปีเท่านั้นจบเร็วมาก และส่วนใหญ่จบก็เป็นช่วงที่เราอายุมากขึ้นซึ่งโรคภัยจะมาพอดีครับ

  • 30บาทยังมีช่องโหว่อีกมากครับ
    เช่น คนมีฐานะควรจะช่วยจ่ายบ้างนะครับ และคนอีกประเภทที่ไม่ควรให้ใช้สิทธิ30บาทเลยคือพวกเมาแล้วขับ เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยสนใจคิดแต่ว่า 30บาทรักษาฟรี คิดว่าคนกลุ่มนี้ควรจะได้รับสิทธิ 30บาทหรือไม่ครับ

  • Thank you very much for your article. I totally agree to buy health insurance and also please buy travel insurance when u need to travel oversea cos everything can be happen. Remark I am not working in any insurance companies

  • เมื่อวานอ่านจากบทความอื่นก็งั้นๆ พอมาอ่านของลงทุนแมนแล้วต้องมีไว้เลย
    เขียนได้ดีแบบนี้แถวบ้านผมเรียกว่า”คนมีของ”

  • พ่อกับลุงตี๋ เข้าโรงพยาบาลพร้อมกัน ใช้สิทธิ์ 30 บาท พ่อหนูเป็นตับ ลุงตี๋เป็นที่ลำไส้เล็ก มีค่าใช้จ่ายที่30 บาทไม่ครอบคลุม ของหนูแสนนึง ของลุงตี๋ สองแสน พยาบาลถามว่าจะรักษาไหม หนูรักษา แต่ลุงตี๋ ต้องกลับบ้านเพราะไม่มีเงิน ปีนี้ตั้งใจจะซื้อประกันสุขภาพ ให้ทั้งครอบครัวเลย

  • ดีใจกับการลดหย่อนในข้อนี้ค่ะ ที่จริงคนที่ซื้อประกันสุขภาพคือคนที่วางแผนเรื่องความเสี่ยงและวางแผนทางการเงินด้วย คนที่มีประกันสุขภาพก็จะไม่ได้ไปใช้บริการบัตรทองหรือประกันสังคม ซึ่งถือว่าประชาชนท่านนี้แบ่งเบาภาระของรัฐด้วย สมควรที่จะได้รับลดหย่อนค่ะ

  • ต้องมีบ้านที่มั่นคงก่อน(ประกันชีวิตตัวหลัก)ถึงจะซื้อเฟอร์นิเจอร์เสริมได้ ตลอดเส้นทาง อย่าลืมว่าถ้าคุณทำสุขภาพปีต่อปีเกิดเป็นโรคที่ต้องระกษาต่อเนื่องรึเป้นโรคร้ายแรง ปีต่อไปบ.สุขภาพอาจจะปฏิเสธการขายก้อได้นะค่ะ

  • ซื้อประกันอุบัติเหตุไว้นานแล้ว. จ่ายเป็นรายเดือนๆล่ะ 190 บาท ของ AEC แต่ไม่เคยนำมาลดย่อนภาษีได้เลยคับ แสดงว่านำมาลดหย่อนได้ใช่ไหมคับ เริ่มเมื่อไหร่

  • เห็นด้วยค่ะที่จะมีเพราะทำแล้วได้ผลจริงๆเวลาเจ็บป่วยก็จะเข้ารับการรักษาจากรพ.เอกชนไม่ต้องไปใช้บริการของรพ.รัฐ

  • แม่เราทำประกันโรคมะเร็งให้ลุงเพราะแกสูบบุหรี่จัด พอจะไปยกเลิกแกเป็นมะเร็งพอดี ค่าคีโมไม่รู้เท่าไหร่ไม่ได้จ่ายเองสักบาท ได้เงินที่นอนรพ.วันละพัน แกทำจนหายเลี้ยงหลานได้

Leave a Reply

Your email address will not be published.