ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี

ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี

ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี/ โดย เพจลงทุนแมน

เมื่อวานนี้ รัฐบาลประกาศให้นำประกันสุขภาพ มาลดหย่อนภาษีได้
เรื่องนี้อาจจะไม่ดัง คนไม่ค่อยเห็นความสำคัญ
แต่จริงๆแล้วเรื่องนี้ เราไม่ควรพลาด
ถ้าเรามีเงินได้ที่ต้องเสียภาษี เราอย่าเสียสิทธิ์ตรงนี้

รัฐบาลอนุญาตให้นำเบี้ยประกันสุขภาพ หรือ อุบัติเหตุ ที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท

จริงๆแล้ว ประกันสุขภาพ และ ประกันอุบัติเหตุ ทำได้ทั้งจากบริษัทประกันวินาศภัย และ บริษัทประกันชีวิต

บริษัทประกันวินาศภัย มีข้อดีคือซื้อได้ปีต่อปี ปรับเปลี่ยนได้ยืดหยุ่นตามความต้องการในปีต่อไป

ส่วนบริษัทประกันชีวิต ต้องซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตหลักก่อนซื้อประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ

ดังนั้นถ้าเราอยากเริ่มลองทำประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ ก็น่าจะทำกับบริษัทประกันวินาศภัยแบบปีต่อปีก่อน

วิธีง่ายๆคือเดินเข้าไปธนาคาร แจ้งว่าอยากซื้อประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ(ที่มีค่ารักษาพยาบาล) ที่เป็นปีต่อปี ทุกธนาคารน่าจะมีประกันประเภทนี้นำเสนอ

เมื่อเรามีเบาะรองรับในตอนที่เราเจ็บป่วย หรือ อุบัติเหตุแล้ว เราก็มั่นใจได้ว่า เมื่อเกิดอะไรขึ้น เงินออมหรือเงินลงทุนที่เราเก็บไว้จะไม่หายไปไหน ไม่ต้องเริ่มที่ศูนย์ใหม่ และบางกรมธรรมม์ก็มีค่าชดเชยรายวันให้ด้วย

จริงๆแล้วประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ สำคัญกว่าประกันชีวิตเสียอีก

เพราะประกันชีวิตเราตายไปเราไม่ได้เงิน คนอื่นได้เงิน แต่ประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุ ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราได้ใช้ประโยชน์จริง

อย่าไปคิดว่าเป็นการจ่ายเงินทิ้ง เพราะเมื่อเกิดอะไรขึ้นมา มันคุ้มกับที่เราจ่ายไปมาก และการที่มีรัฐบาลมาสนับสนุนในการลดหย่อนภาษี ยิ่งทำให้เหมือนเราลดค่าเบี้ยประกันได้น้อยกว่าเดิม ซึ่งปกติบริษัทประกันก็มีกำไรบางอยู่แล้ว เพราะบริษัทประกันก็มีเยอะ แข่งขันค่าเบี้ยกัน

ขอยกตัวอย่างประกันที่ลงทุนแมนมีเลยละกัน (โพสนี้ไม่ได้โฆษณาใดๆ และ ขอไม่บอกชื่อบริษัทประกัน)

ประกันนี้เป็นประกันอุบัติเหตุ (ประกันอุบัติเหตุต้องเป็นประเภทคุ้มครองการรักษาพยาบาลด้วย ถึงจะได้ลดหย่อนภาษี)

จ่ายเบี้ยประกันต่อปี 10,500 บาท

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะได้เบิกได้มากสุดถึง 100,000 บาท ข้อดีคือเบิกตามจริงจาก โรงพยาบาลเอกชนได้ฟรี เราก็รู้ว่า โรงพยาบาลเอกชนมีค่ารักษาแพงขนาดไหน

และ ถ้าเรานอนโรงพยาบาล จะมีเงินชดเชยรายวัน วันละ 2,000 บาท

สุดท้ายถ้าลงทุนแมนตายด้วยอุบัติเหตุ ครอบครัวลงทุนแมนจะได้เงิน 5,000,000 บาท

ทีนี้ก็พอจะนึกภาพออกว่าครอบครัวของลงทุนแมน ไม่ต้องห่วงเลยถ้าลงทุนแมนเสียชีวิต เพราะพวกเขาจะได้เงิน 5,000,000 บาท

ถ้าเรามีรถให้ลองนึกกลับไปดูว่า เราจ่ายค่าเบี้ยประกันรถปีละเท่าไร? แล้วทำไมเราจะจ่ายค่าประกันสำหรับตัวเราเองไม่ได้

ส่วนประกันสุขภาพก็จะต่างจากประกันอุบัติเหตุตรงที่ คุ้มครองในการรักษาเมื่อเราเจ็บป่วย เราก็คงรู้ดีถ้าเราเป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา อาจจะทำให้เงินเก็บเราทั้งชีวิตหายไปเลย ประกันสุขภาพก็จะช่วยมาจ่ายแทนได้

และนี่แหละคือข้อดีของประกัน อย่างน้อยทุกคนน่าจะมีติดตัวไว้เป็นเบาะรองรับ เป็นสิ่งที่ถูกแล้วที่รัฐควรสนับสนุนเรื่องนี้

ลักษณะของประกันเมื่อดูแล้วก็จะมีหลักการคล้ายลอตเตอรี่ จ่ายไม่มาก แต่พอแจ๊คพอตที เราจะได้เยอะมาก

ถ้าคนที่ซื้อลอตเตอรี่เป็นประจำ แบ่งเงินนั้น มาซื้อประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ก็คงจะดี

แต่จะต่างกันก็ตรงที่ คงไม่มีใครอยากได้แจ๊คพอตจากบริษัทประกัน..



Leave a Reply

205 Comments on "ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

Anchi Ta ดูๆลดๆ เดี๋ยวซื้อให้

Lek Monthon

ขอบคุณครับ.

เห็นด้วยครับ ยิ่งอายุมากขึ้น การเจ็บไข้ได้ป่วยก็มีมากขึ้น ทุกวันนี้ผมก็มีโอกาสได้ใช้ประกีนสุขภาพที่ซื้อไว้ ได้ประโยชน์จริงๆ

จริงๆ รัฐบาลไม่ควรจะจำกัดวงเงินลดหย่อนภาษีไว้ที่ 15,000 บาทเลยนะครับ น่าจะให้วงเงินสัก 30,000
บาท หรือมากกว่านั้น

เบี้ยประกันสุขภาพ 1.5หมื่น ก็ลดเยอะนะครับ จากปกติ 0
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่บ.ประกันจะรับทำประกันสุขภาพ

ผมก็ไมเห็นว่าการซื้อประกันสุขภาพจะยากอะไรนะครับ ตอนที่ผมซื้อก็ไม่ยุ่งยาก เวลาเข้ารับการรักษาก็ไม่มีปัญหาอะไร เเล้วเดี๋ยวนี้ค่าห้องพัก ค่าการรักษา รวมถึงค่าชดเชยรายวัน รวมๆ ที่จ่ายไปก็ไม่น้อยกว่าสองหมื่น ถ้าซื้อแบบครอบคลุมเรื่องโรคร้ายเเรคต่างๆ อาจจะมากกว่าสามหมื่นบาทนะครับ

คนหนุ่มสาว กับ สุขภาพแข็งแรง ทำง่ายครับ คนอายุเยอะ และเป็นโรคจะประจำตัว บ.ประกันเค้าไม่ค่อยรับครับ

จริงครับ เพราะฉนั้นต้องซื้อกันไว้ตั้งเเต่อายุยังน้อยครับ
ขนาดผมรับราชการ ผมยังซื้อประกันสุขภาพไว้เลยครับ แต่ละปี ต้องมีเจ็บไข้ได้ป่วยต้องมานอนโรงพยาบาล อยาางน้อยก็ปีละครั้งสองครั้งแหละครับ แค่นี้ผมว่าก็คุ้มแล้วกับการที่เราซื้อประกันสุขภาพไว้

Wose Wasa Nattaya Wisawarungruangkij

และ สิ่งที่ประกันเอกชนน่าจะกลัวมากมากส์ ก็คงเป็นโครงการณ์ 30 บาท ฉบับ สมบูรณ์…

รพ.เอกชนถอนตัวจาห30บาทหมดเหลือแต่รพรัฐแถมรพ.รัฐติดตัวแดงกันแทบทุกโรงเรื่องนี้ไม่ต้องกังวลครับ

เป็นการส่งสัญญาณจากรัฐบาลว่า ต้องการให้ประชาชนพึ่งพิงระบบบัตรทองและประกันสังคมให้น้อยลง รับผิดชอบตัวเองให้มากขึ้น

ครอบคลุมถึงการซื้อประกันสุขภาพให้ สามี-ภรรยา บุตรหรือไม่(พ่อแม่อันนี้ลดได้อยู่แล้ว)

สามีเป็นผู้มีรายได้และยื่นเสียภาษีทำประกันสุขภาพให้กับ ภรรยา ยื่นลดหย่อนได้คะ

พ่อ ทำประกันสุขภาพให้ลูก พ่อยื่นลดหย่อนได้มั้ยคะ

พัชชา เฉยศิริ ไม่ได้ครับ

Chanisara Pasurak ได้เฉพาะประกันชีวิตครับ ประกะนสุขภาพไม่ได้

ครับ ถ้าเกิดตายขึ้นมา แบบร้อยเวรส่งชันสูตร ส่งเป็นศพ ไม่ทราบเหตุมานะ
แล้วไม่ผ่าชันสูตรศพปุ๊บ ถ้าเคสโรงบาล มีประวัติดารรักษาก็ไม่ได้มีอะไรยากยังได้ประกันอยู่ แต่ถ้าตายคนเดียวอยู่บ้าน ไม่มีคนอยู่นะ ตำรวจส่งมาชันสูตร

พอทีนี้ถ้าญาติขอไม่ผ่าชันสูตรนิแหละ ประกันไม่จ่ายนะครับ ฝากบอกญาติๆด้วยครับ บางทีเราก็อยากให้ญาติเราไปสวยๆ พอไม่ผ่าชันสูตรเท่านั้นแหละ

ไอ่ที่จ่ายๆมา ไม่ได้อะไรเลยนะครับ

จากใจคนตรวจศพ

ไม่ใช่ครับ กฏหมายระบุต้องผ่าพิสูจน์ภายใน 14 วัน เพราะไม่อย่างนั้น จะไม่สามารถตรวจหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดได้ แล้วแพทย์จะระบุว่าเป็นตายด้วยอุบัติเหตุหรือไม่ได้ยากครับ

ประกันมันตั้งใจยึกยัก
โดนมาหลายเคส…
ธรรมาภิบาล!!

Surapun Kanjanawong Napat Kanjanawong

Naomi Yuen

(ผมแก้ไขคอมเมนท์นี้จากเริ่มต้นนะครับ เพราะผมคิดว่าผมอาจจะพิมพ์สื่อสารที่ไม่ดีในครั้งแรก)

ใครเหมาะสมจะทำประกันบ้าง?
.
คำตอบ ควรเป็นทุกคนเช่นนั้นหรือครับ?
.
ทำไมผมถึงไม่คิดเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกันสุขภาพ ซึ่งเป็น premium option

ก่อนอื่นๆ ผมเป็นคนต่างจังหวัด ที่เห็นคนที่มีรายได้ไม่มั่นคงจำนวนมาก ผมเห็นการจูงใจจากผู้แทนขายทั้งพนักงานธนาคาร และผู้แทนแบบจริงจัง ผู้คนเหล่านั้นซื้อประกันโดยเฉพาะประกันชีวิต โดยคิดว่าตนจะสามารถจ่ายเบี้ยได้สบาย และเป็นการลงทุน ซึ่งผ่านไปหนึ่งปี หรือสองปี เขาเริ่มตระหนักถึงความเป็นภาระในการจ่ายเบี้ย ถ้าตัดสินใจหยุดหรือเวนคืน ก็เหลือคืนครึ่งหนึ่ง แบบนี้เขาเหล่านี้เหมาะสมจะทำประกันหรือครับ

แล้วใครเหมาะจะทำประกัน? ผมคิดว่าน่าจะแบ่งคนออกเป็น 3กลุ่ม

ก. คนที่มีรายได้มั่นคงแต่ไม่สูงมาก มีเงินออมไม่มาก สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ โดยไม่เป็นภาระหนัก แต่ถ้าเกิดเหตุแล้ว ค่าใช้จ่ายนั้น จะเป็นภาระหนักในการดำรงชีวิตต่อไปทั้งของตนเอง หรือครอบครัวเบื้องหลัง #คนกลุ่มนี้ผมสนับสนุนอย่างยิ่งว่าควรทำประกันในประเภทที่ต้องการใช้งาน

ข. คนที่มีรายได้ไม่มั่นคง และ/หรือ รายได้ต่ำ มีโอกาสที่จะไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ตลอดรอดฝั่ง แบบนี้น่าคิดว่า #ไม่ควรจะซื้อประกัน ควรใช้การดูแลขั้นพื้นฐานที่ภาครัฐจัดให้ หรือไปตายเอาดาบหน้า ซึ่งกว่าดีกว่าจ่ายทิ้งโดยเฉพาะประกันชีวิต /99 ทั้งหลาย

ค. คนที่มีเงินออมสูงมาก และ/หรือ มีสวัสดิการอยู่แล้ว #คนกลุ่มนี้ไม่น่าสนใจประกัน เพราะสามารถดูแลตนเองหรือครอบครัวเบื้องหลังได้อย่างดีอยู่แล้ว แต่มีบางคนคิดว่าการทำประกันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเลยทำประกันโดยหวังผลตอบแทนจากการที่คิดว่าเป็นการลงทุน ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเพราะการกำหนดเบี้ยประกันประเภทต่างๆ ถูกคำนวณโดยนักสถิติประกันภัยแล้วว่า โดนเฉลี่ยในระยะยาวแล้วบริษัทประกันต้องกำไร รวมถึงนายหน้าด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะทำธุรกิจก็ย่อมต้องมีกำไรเป็นธรรมดา แต่มันก็แปลว่าการทำประกันไม่ใช่การลงทุนที่ดีเพราะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ สูงแน่นอน

แล้วแบบนี้ทุกคนควรทำประกันหรือครับ?

อธิบายไปแล้วครับ ประกันช่วยได้คือ ผมไม่ต้องการเริ่มที่ 0 ใหม่ หรือ ติดลบ
ลอตเตอรี่ไม่ได้ช่วยตรงนี้ได้..

ลงทุนแมน เห็นด้วยเลยครับ

ถ้าคนที่สามารถจ่ายเบี้ยได้สบาย แต่ถ้าเกิดเหตุแล้วจะลำบาก แบบนี้สมควรทำประกันมากครับ

แต่สำหรับคนที่ลำบากจ่ายเบี้ย หรือมีโอกาสที่จะจ่ายไม่ไหวโดยเฉพาะประกันชีวิต ผมว่าอาจจะต้องคิดว่า เหมาะสม กับการทำประกันหรือไม่?
และอีกพวก คือ คนที่ไม่ได้มีความจำเป็นที่ต้องการการประกันจริงๆ ก็ไม่น่าจะเหมาะ เพราะต้องยอมรับว่า โดยรวมเฉลี่ยระยะยาวแล้ว บริษัทประกัน นายหน้าย่อมกำไรธุรกิจถึงไปได้ (ดีด้วย)

ประกันกับล็อตเตอรี่ จ่ายก่อน อาจจะได้เงินหรือไม่ได้เงินกลับมาภายหลังก็ได้

แต่จังหวะไม่เหมืิอนกัน

ประกันจ่ายเรา เวลาเรามีความจำเป็น เวลาเราลำบาก มันช่วยเราได้ มันให้ความอุ่นใจ

ล็อตเตอรี่จ่ายตอนไหน แล้วแต่โชคล้วนๆ อาจจะเป็นเวลาที่เราจำเป็นต้องใช้พอดี แต่ก็อาจจะไม่ใช่

#ไม่ได้ขายประกันเน่อ

#ผมไม่เห็นด้วยกับการซื้อล็อตเตอรี่นะครับ กลัวเข้าใจผิด เพราะล็อตเตอรี่โดยรวมเฉลี่ยระยะยาว ก็มีแต่เจ้ามือรวย คนซื้อโดยเฉลี่ยต้องขาดทุนครับ

ทุกคนควรมีหลักประกันครับ ยังขอยืนยัน

จะทำประกันคุ้มครอง เรามากเท่าไรขึ้นกับกำลังเงินของเรา

ค่าเบี้ยไม่ได้มาก ไม่ต่างจากค่าลอตเตอรี่ที่คนไทยซื้ออยู่ทุกวัน ไม่มีกำลังซิ้อ น่าจะเป็นข้ออ้าง

เราไม่รู้หรอกว่าเราจะเป็นคนโชคร้ายของโลกเมื่อไร

อย่าเข้าข้างตัวเองว่าเราจะโชคดีไม่เจออะไรไปตลอด

คนที่ลำบากจ่ายเบี้ย หรือมีโอกาสที่จะไม่สามารถจ่ายได้ตลอดรอดฝั่ง (โดยเฉพาะประกันชีวิต) ผมคิดว่าควรใช้ประกันพื้นฐานที่ภาครัฐจัดให้ครับ เช่น 30บาท หรืออื่นๆ

ถ้าอยากเริ่มมีหลักประกัน แนะนำประกันสุขภาพ หรือ อุบัติเหตุ ก่อน ทำประกันชีวิตครับ ตัวเองได้ใช้ อย่างที่อธิบายในบทความ

สุดท้าย จริงๆ ผมแค่ต้องการเสนอมุมมองว่าทุกอย่างมี ข้อดี (ซึ่งลงทุนแมนเสนอไปแล้ว) และก็ต้องมี ข้อเสีย (หรือไม่เหมาะ) บ้างครับ

ขอบคุณครับ ปล.บทความลงทุนแมนยอดเยี่ยมครับ ผมแฟนคลับอ่านตลอด ชื่นชอบชื่นชมครับ

ประกัน เวนคืนได้ ล้อตโต้จ่ายแล้วจ่ายเลย

ตอนนี้ประกันที่ค่าเบี้ยไม่แพงก็ไม่โครอินชัวรัน ค่าเบี้ยประกัน 200 บาท เป็นโครงการของรัฐกับ คปภ. ที่ช่วยกันผลักดัน ยังไงก็ลองศึกษาข้อมุลไว้เป็นอีกทางเลือกนึงครับ

มีประกันเวลาเกิดเหตุต้องใช้เราก็มีใช้ แต่ซื้อลอตเตอรี่เวลาจำเป็นต้องใช้ก็ไม่มีใช้ เสี่ยงมากซื้อมาก เสี่ยงน้อยซื้อน้อย ไม่เสี่ยงเลยหรือไม่มีเงินเลยก็ไม่ต้องซื้อ มี สปสช.พอประทังไปได้

ประกันภัยกับการพนันแม้จะใกล้เคียงกันมาก แต่ต่างตรงส่วนได้เสียอันอาจเอาประกันภัยได้ครับ

เมื่อมีส่วนได้เสียอันอาจเอาประกันภัยได้ (ในที่นี้คือชีวิตและร่างกายของผู้เอาประกันภัย) บุคคลนั้นก็เอาประกันภัยเพื่อคุ้มครองชีวิตและร่างกายของตนได้ ถือว่าเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงของบุคคลนั้น ๆ

แต่การพนันนั้นใครจะเล่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย ไม่ถือว่าเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงครับ

เราไม่รู้หรอกว่าเราจะไม่สบาย หรือเจออุบัติเหตุตอนไหน ลองคิดดูว่าวันนึงเรามันเกิดขึ้น ถ้าไม่มีประกัน เราต้องควักเงินเองเป็นเงินก้อนใหญ่ ซึ่งเป็นเงินที่เราใช้ในแต่ละเดือน ทีนี้ก็ขัดสนสิ ต้องไปกู้ ไปยืมมาให้พอกับค่ารักษา แต่ถ้าเรามีประกัน ก็เหมือนเราซื้อการป้องกันไว้ในอดีตแล้ว เราก็ใช้ประกันจ่าย ทีนี้เราก็ไม่ต้องควักเงินเองที่จะเป็นต้องใช้ในแต่ละเดือนแล้ว ปล.ถ้าจ่ายก้อนไม่ไหว เค้าก็มีแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนนะ เราก็จ่ายเป็นรายเดือน เราจะรู้ค่าใช้จ่ายตายตัวในแต่ละเดือน ถ้าจ่ายเป็นรายปีจะดูเยอะ เพราะมันจะไปชนกันกับค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีก ทำใหดูจ่ายไม่ไหว

รถยังมีประกันเลย ประกันรถมีให้เลือก ตามความพอใจ แล้วเราทำไมถึงไม่ต้องลงทุนตรงนี้
จริงๆแล้ว สเตป ก็เข้าใจง่ายนะครับ
ไม่อยากจ่าย ก็เข้า รพ รัฐ ช้ากว่า ไม่ค่อยสะดวก แต่ก็มีคนเอาแบบพ่อผมคือไม่รีบอ่ะครับ
ส่วนคนที่ยอมจ่ายค่าประกันทิ้ง ก็เป็นผมและแฟน คือ มันเร็วกว่า ครับ
ส่วนที่จะจ่ายแพงจ่ายถูก มันก็มีออฟชั่นให้เลือกนี่ครับ อยากได้ค่าห้อง ค่าชดเชย ค่านู่นนี่ เราเลือกได้นะครับ แต่ขึ้นกับความพอใจ เรา นั่นละครับประกันสุขภาพ เหมือน ชั้น 1 2 3 ของรถเลย

ครับ สนับสนุนบทความนี้ครับ เห็นคนไปญี่ปุ่นเกาหลี แล้วดันเจ็บหนักไม่สบายมั้ยครับ ค่ารักษาแพงขนาดไหน ไม่ได้ซื้อประกันไว้ สภาพอนาถขนาดไหน จ่ายไปเถอะครับอย่าเหนียว อย่างน้อยครอบครัว คนรอบข้างคุณไม่เดือดร้อน

เห็นด้วยกับเม้นท์นี้
บางคนเหมาะ
บางคนไม่เหมาะ

ใครเหมาะสมจะทำประกันบ้าง?
.
คำตอบ ควรเป็นทุกคนเช่นนั้นหรือครับ?
.
ทำไมผมถึงไม่คิดเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกันสุขภาพ ซึ่งเป็น premium option

ก่อนอื่นๆ ผมเป็นคนต่างจังหวัด ที่เห็นคนที่มีรายได้ไม่มั่นคงจำนวนมาก ผมเห็นการจูงใจจากผู้แทนขายทั้งพนักงานธนาคาร และผู้แทนแบบจริงจัง ผู้คนเหล่านั้นซื้อประกันโดยเฉพาะประกันชีวิต โดยคิดว่าตนจะสามารถจ่ายเบี้ยได้สบาย และเป็นการลงทุน ซึ่งผ่านไปหนึ่งปี หรือสองปี เขาเริ่มตระหนักถึงความเป็นภาระในการจ่ายเบี้ย ถ้าตัดสินใจหยุดหรือเวนคืน ก็เหลือคืนครึ่งหนึ่ง แบบนี้เขาเหล่านี้เหมาะสมจะทำประกันหรือครับ

แล้วใครเหมาะจะทำประกัน? ผมคิดว่าน่าจะแบ่งคนออกเป็น 3กลุ่ม

ก. คนที่มีรายได้มั่นคงแต่ไม่สูงมาก มีเงินออมไม่มาก สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ โดยไม่เป็นภาระหนัก แต่ถ้าเกิดเหตุแล้ว ค่าใช้จ่ายนั้น จะเป็นภาระหนักในการดำรงชีวิตต่อไปทั้งของตนเอง หรือครอบครัวเบื้องหลัง #คนกลุ่มนี้ผมสนับสนุนอย่างยิ่งว่าควรทำประกันในประเภทที่ต้องการใช้งาน

ข. คนที่มีรายได้ไม่มั่นคง และ/หรือ รายได้ต่ำ มีโอกาสที่จะไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้ตลอดรอดฝั่ง แบบนี้น่าคิดว่า #ไม่ควรจะซื้อประกัน ควรใช้การดูแลขั้นพื้นฐานที่ภาครัฐจัดให้ หรือไปตายเอาดาบหน้า ซึ่งกว่าดีกว่าจ่ายทิ้งโดยเฉพาะประกันชีวิต /99 ทั้งหลาย

ค. คนที่มีเงินออมสูงมาก และ/หรือ มีสวัสดิการอยู่แล้ว #คนกลุ่มนี้ไม่น่าสนใจประกัน เพราะสามารถดูแลตนเองหรือครอบครัวเบื้องหลังได้อย่างดีอยู่แล้ว แต่มีบางคนคิดว่าการทำประกันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเลยทำประกันโดยหวังผลตอบแทนจากการที่คิดว่าเป็นการลงทุน ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเพราะการกำหนดเบี้ยประกันประเภทต่างๆ ถูกคำนวณโดยนักสถิติประกันภัยแล้วว่า โดนเฉลี่ยในระยะยาวแล้วบริษัทประกันต้องกำไร รวมถึงนายหน้าด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะทำธุรกิจก็ย่อมต้องมีกำไรเป็นธรรมดา แต่มันก็แปลว่าการทำประกันไม่ใช่การลงทุนที่ดีเพราะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ สูงแน่นอน

แล้วแบบนี้ทุกคนควรทำประกันหรือครับ?

การซื้อประกันไม่เหมือนการซื้อลอตเตอรี่ค่ะ
ซื้อลอตเตอรี่อยากถูกลอตเตอรี่
แต่ถ้าซื้อประกัน ไม่มีใครอยากเคลมค่ะ สุขภาพดีเสียเบี้ยทิ้งไปไม่ว่ากัน
แต่ถ้าเปนไรจริงขึ้นมาก้อจะได้ไม่ลำเค็ญมากค่ะ

ครับ ส่วนตัวผมแรกๆ ผมคิดแบบคุณละครับ ยิ่งเบี้ยประกันสุขภาพเป็นเบี้ยทิ้งด้วย แต่ประสบมากลับตัวเอง ไม่สบายแล้วต้อง. Claim
ขอบอกว่าคุ้มมาก claim จนเกินค่าประกันไปไหนๆ. ค่ารักษาพยาบาลเดี๋ยวนี้แพงขึ้น. เคยไปรพ.รัฐไหมครับ ต้องไปนั่งรอเท่าไหร่ โรครีบด่วนพอดีตายก่อน. ความสะอาดก็ไม่ดีติดเชื้อได้ง่าย
เวลาคุณต้องจ่ายหลายแสนถึงเป็นล้าน คุณจะคิดถึงประกันสุขภาพขึ้นมาทันที ถึงตอนนั้นย้อนกลับไปทำก็ลำบากแล้ว

30บาทยังมีช่องโหว่อีกมากครับ
เช่น คนมีฐานะควรจะช่วยจ่ายบ้างนะครับ และคนอีกประเภทที่ไม่ควรให้ใช้สิทธิ30บาทเลยคือพวกเมาแล้วขับ เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยสนใจคิดแต่ว่า 30บาทรักษาฟรี คิดว่าคนกลุ่มนี้ควรจะได้รับสิทธิ 30บาทหรือไม่ครับ

จริงที่ว่า คนทุกคนควรมีประกันชีวิต
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีศักยภาพเพียงพอจะจ่ายเงินประกันชีวิตแค่นั้นเอง
เรามองในมุมของเรา ในมุมที่ตัวเองมีเงินมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ เราซื้อประกันได้ครับ สบายมากๆ
แต่เราไม่ได้มองในมุมเกษตรกรที่รายได้ไม้สม่ำเสมอราคาพืชผลขึ้นลงตลอด ไหนจะภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วม แห้งแล้ง แมลง ฯลฯ
และแน่นอนประกันส่วนใหญ่เป็นแบบระยะยาวถึงจะได้ราคาถูก และได้เงินคืนเป็นเงินก้อน
ซึ่งถ้าเป็นแบบทำแล้วเสียเปล่านั้นถึงจะคุ้มครองสูง ถ้าไม่ส่งงวดนึงก็ตัดสิทธิทิ้ง หรือได้เงินคืนครึ่งเดียว
ซึ่งถ้าเป็นระยะสั้นปีต่อปีก็จะราคาสูงขึ้น และ1บ้าน ทำผัวเมียต่ำๆปีนึงก็หลายพัน
***ถ้าทำประกันถูกๆแน่นอนเงื่อนไขความรับผิดชอบก็เยอะ วงเงินก็ต่ำ สุดท้ายส่วนใหญ่เมื่อคุณต้องรักษาเงินเป็นแสน เป็นล้าน คุณก็ต้องจ่ายเองอยู่ดี แทบไม่ต่างจากการที่ไม่ทำ

Giftz Yodsawadee

เหมาะกับตอง

Praew Auma

Passy Ka ดีเลยอ่ะพี่

ใช่เลย เพิ่งอ่านเหมือนกัน ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000.-

จะได้รับผิดชอบ ป้องกันตัวเองกันมากขึ้นด้วย

Oeychey Pooshisaตามที่กำลังศึกษา

ผมใคร่อยากให้คุณลงทุนแมนช่วยวิเคราะห์โอกาสที่คนทั่วไปถูกล๊อตเตอรี่หน่อยครับถ้าซื้อหนึ่งใบ มีโอกาสถูกรางวัลที่1….จนรางวัลสุดท้ายกี่เปอร์เซ็นต์ คิดว่าหลายท่านคงอยากรู้เช่นกันคิดว่ามีประโยชน์มากและเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุด

อธิบายไปแล้วครับโพสเก่าๆ การแทงบอลยังมี%โอกาศรวยกว่าถูกหวย

ผมว่าเดาง่ายนะครับ
1ใน ล้าน

Radathorn Thumphan

MaemeAw Pss Natvipa Prasomsin

ดีเลยยยย ดีมากๆๆฟ

wpDiscuz