BITCOIN กับเงินเฟ้อในเวเนซุเอลา

BITCOIN กับเงินเฟ้อในเวเนซุเอลา

หากใครได้ยินชื่อประเทศเวเนซุเอลา
คงถึงนึกถึงแต่สาวงามเจ้าของมงกุฎนางงามจักรวาลหลายสมัย
แต่รู้หรือไม่?
เงินสกุลดิจิตอลอย่าง BITCOIN กำลังเป็นเรื่องที่น่าสนใจในประเทศเป็นอย่างมาก

หากใครติดตามข่าวเศรษฐกิจคงจะพอทราบกันว่า ปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจในเวเนซุเอลานั้นอ่อนแอเหลือเกิน

อัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดในโลกถึง 700% และถูกคาดการณ์โดย IMF ว่าจะสูงถึง 2000% ภายในปีหน้า

สกุลเงินหลักของประเทศ “bolivar” มีมูลค่าต่ำลงกว่า 92% ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การชนะการเลือกตั้งของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร่ ซึ่งเหตุผลหลักมาจากการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด และการฉ้อโกงมาอย่างยาวนาน

จากประเทศที่เคยเป็นมหาอำนาจ มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกาใต้

ปัจจุบันแม้กระทั่งสินค้าพื้นฐานเพื่อการอุปโภค บริโภค ก็ยังตกอยู่ในสภาวะขาดแคลน

แล้วเกี่ยวอะไรกับ BITCOIN ?

ปัจจุบันค่าแรงในเวเนซุเอลาต่ำมาก เงินเดือนของพนักงานที่ทำงานให้รัฐอยู่เพียงแค่ 45 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1500 บาท คิดเป็นต่อวันเหลือเพียง 50 บาทเท่านั้นเอง

ในขณะที่ไข่ไก่ 30 ฟองราคาอยู่ที่ 75 บาท

ทำงาน 1 วันก็ยังไม่สามารถซื้อไข่ไก่ได้ด้วยซ้ำ..

ด้วยเหตุผลข้างต้น

ชาวเวเนซุเอลาบางส่วนจึงเริ่มทำงานเสริมในการ ขุดเหรียญ BITCOIN เพื่อนำ BITCOIN มาใช้จ่าย ซื้อสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่าน e-commerce ที่รับสกุลเงิน BITCOIN อย่างเช่นเว็บ purse.io

เนื่องจาก BITCOIN เป็นสกุลเงินที่ไม่มีศูนย์กลาง (decentralized) การเมืองหรือเศรษฐกิจในประเทศใดประเทศหนึ่งจึงไม่ส่งผลต่อค่าเงินนี้นั่นเอง

ฟังดูน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับประเทศที่สกุลเงินของตัวเองแทบจะไม่มีค่าอีกต่อไป

แต่กลับไม่ได้ง่ายเช่นนั้น

ถึงแม้ว่าการขุด BITCOIN ในเวเนซุเอลาจะถูกกฎหมายอย่าง 100% แต่รัฐบาลกลับไม่เห็นด้วยในสกุลเงินดิจิตอลเหล่านี้ เพราะมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อค่าสกุลเงินในประเทศ

ปัจจุบันผู้ขุดถูกจับดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก

ไม่ใช่ในข้อหาขุด BITCOIN แต่เป็นข้อหาโจรกรรมพลังงาน ฟอกเงิน หรือแม้กระทั่งก่อการร้าย…

ด้วยความที่ราคาไฟฟ้าในเวเนซุเอลาถูก จนแทบจะใช้ฟรี เนื่องจากรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้กับประชาชน ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบาลประชานิยมที่มาอย่างยาวนาน

ทำให้ การขุด BITCOIN ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมหาศาล ถือว่าได้เปรียบมากหากสามารถทำได้ในประเทศที่มีค่าไฟถูกเช่นนี้

ดังนั้นผู้ที่ขุด BITCOIN ในเวเนซุเอลาจึงถูกจับด้วยข้อหาโจรกรรมพลังงานนั่นเอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือน หากบ้านหลังไหนมีการใช้ไฟฟ้ามากผิดปกติ ก็จะถูกสอบสวนว่ามีการใช้ไฟไปในการทำอะไร ดังนั้นนักขุด BITCOIN ส่วนใหญ่จึงต้องแอบทำอย่างลับๆ

นอกจากจะซ่อนตัวตนว่าเป็นใครแล้ว ยังต้องซ่อนร่องรอยการใช้ไฟฟ้าอีกด้วย ซึ่งมักทำโดยการกระจายคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการขุดไปหลายๆที่ หรือจ่ายเงินเพื่อนบ้านเพื่อใช้ไฟฟ้าสำหรับการขุดนั่นเอง

ปัจจุบันในเวเนซุเอลามีผู้ใช้ BITCOIN สูงถึง 85,000 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2014 ที่มีเพียง 450 คน

รายได้เฉลี่ยของการขุด BITCOIN ของชาวเวเนซุเอลาจะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 120 USD คิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,000 บาท ซึ่งมากกว่าเงินเดือนปกติถึงเกือบ 3 เท่า

ถึงแม้ว่าคนขุด BITCOIN รู้ดีว่าตัวเองเสี่ยงที่จะถูกตำรวจจับ

แต่บางครั้ง คนเราก็ต้องยอมเสี่ยง เพื่อความอยู่รอดของตนเอง และคนที่เรารัก..

ที่มา washingtonpost, cnbc



Leave a Reply

214 Comments on "BITCOIN กับเงินเฟ้อในเวเนซุเอลา"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

ได้อ่านก่อนไปทำงาน สดชื่นดีครับ

ยอดเยี่ยม พอๆกับหน้าตา

Cool !!!

Jonathan Jostar

จะขุดเอง หรือ จะซื้อมาเกร็งกรรมลัย ครับทั่นพี่

Jonathan Jostar แล้วแต่เวเน

ราคาไข่ผิดเปล่าครับ 30 ฟอง 75 บาท มันถูกมากนะ

ไม่ผิดหรอกครับถ้าเป็นเบอร์2-3 ถ้าไข่ใหญ่เบอร์0 อยู่ที่100-110บาท

โหวว เบอร์0 ตลาดหน้าหมูบ้านผม48.-

ถ้าเบอร์2-3ราคานี้ก็ถูกอยู่ดี ราคาที่เวเนตอนนี้คงแพงกว่านี้มาก

ทำงาน 1 วัน ได้ 20 ฟอง / ไทยเรา ค่าแรงขั้นต่ำ 300 ไข่ 30 ฟอง แผงละ 90 คิดหยาบๆ ได้ 90-100 ฟอง

ข้อมูลจาก cnn money แผงละสามหมื่นกว่าบาท

วันนี้ราคาไข่ไก่ขายส่ง0=115 1-95 2-90 ผมส่งทุกวัน

ขอแก่ไขครับ0=105ราคาบาทเพิ่งลงมาเมื่วาน =115จัมโบ้

Pitipol Satiraj อธิบายแบบนี้นะครับ อัตราแลกเปลี่ยนที่รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศ ไม่มีใครยอมรับ เลยจะเห็นว่า rate นี้ไม่มีใครเอามาใช้ได้จริงๆ จะเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะ ไข่แผงละ 30,000 บาท

อัตราแลกเปลี่ยนในบทความ cnn money คือ 45 usd : 200,021 bolivar

ถ้างั้นก็ยิ่งถูไปกันใหญ่ ถูกกว่าเมืองไทยเยอะเลย

คุณ Pitipol Satiraj เทียบราคาไข่ของประเทศไทยไม่ได้ค่ะ ต้องเทียบราคาไข่ประเทศเวเนซูเอลากับรายได้ขั้นต่ำต่อวันแล้วจะพบว่าเงินเฟ้อมากจริง ๆ ลงทุนแมนเขียนชัดนะคะ “รายได้ขันต่ำต่อวัน 50 บาทเท่านั้นเอง ในขณะที่ไข่ไก่ 30 ฟองราคาอยู่ที่ 75 บาท”

จริงๆผมชอบบทความลงทุนแมน ส่วนหนึ่งก็เพราะได้ความรู้จากหลายๆท่านที่เข้ามาcomment นี่แหละครับ อย่างน้อยตอนนี้คนที่เคยรู้แค่ว่าเพิ่มไข่ดาวคิด 10 บาท ไข่เจียว15 บาท ก็ได้รู้ซะทีว่าราคาส่งจริงๆมันเท่าไหร่ ขอบคุณครับ

ค่าแรง 50 บาทครับท่้าน

ถ้าเทียบกับรายได้ขั้นต่ำในประเทศไทยจะราคาถูก
แต่ถ้าลองเทียบกับรายได้ในประเทศเค้า มันแพงนะครับ

ถ้ามีโรงไฟฟ้าเอง
ก็ทำเหมืองได้เลย
พวกผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยในไทย
สามารถเล่นตรงนี้เหมือนส่งออกพลังงาน
อื่มน่าคิดนะ

ดังนั้นผู้หญิงเวเนซูเอล่า จึงนิยมประกวดนางงาม เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะหนีความยากจน และยกระดับชีวิตขึ้นมา

ติดโซล่าได้ครับลดโหลดค่าไฟช่วงกลางวัน

Narawich Siri
Krittin Sirinawakhun

ผมเกรงว่า Bitcoin อาจไม่ได้ไปต่อ…รัฐบาลจีน ประเทศ consumer อันดับต้นๆโลก ไม่สนับสนุนบิทคอยน์…คือ PBoC (ธนาคารกลางจีน) เค้ามีนโยบายควบคุม Capital flow เพื่อ keep ค่าเงินหยวนให้เป็นตามที่รัฐบาลต้องการอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่ว่าจะ cryptocurrency ไหนๆ จีนก็จะเข้าไปควบคุมการซื้อขายแน่นอน เค้าจะสกัดไม่ให้ ปชช. นลท. เอาเงินหยวนไปเทรด ไปซื้อเงินดิจิตอลพวกนี้ได้อย่างเสรีแน่นอน …เพราะมันส่งผลต่อเสถียรภาพค่าเงินหยวน เมื่อ ปชช. นลท. หา cryptocurrency มาใช้ยาก ก็อาจทำให้ความสนใจในสกุลเงินดิจิตอลพวกนี้ลดลง ซึ่งมันเป็นคนละอย่างกันกับการใช้สุกลเงินหยวนผ่านระบบดิจิตอลนะครับ เด๋วเข้าใจผิดกัน…คือรัฐบาลจีนก็ concentrate ที่สกุลเงินของประเทศคือเงินหยวนเป็นหลัก…และเคส เวเนซูเอล่า ก็เช่นกัน ผมว่าการแก้ปัญหา inflation rate ของประเทศ โดยเปลี่ยนไปใช้สกุลเงินอื่น ก็เป็นการแก้ปัญหาผิดจุด…เพราะค่าเงินและ inflation rate ของแต่ละประเทศ จะเป็นตัวบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของ ปชช. นลท. ในตัวเศรษฐกิจ พฐ ของประเทศ มันทำให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายการเงิน การคลัง เพื่อคอยสนับสนุนและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในแต่ละช่วงเวลาได้….ไปเอาสกุลเงินอื่นๆมาใช้ ที่มันไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจของประเทศตัวเองนี่ อยากให้ดู EU ครับ…10 กว่าประเทศในยุโรป จะให้ใช้สกุลเงินเดียวกัน ทั้งๆที่โครงสร้าง พฐ ทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน…นับวันก็ยิ่งมีแต่ทำให้การเงินและระบบเศรษฐกิจถดถอยลง จน EU จะล่มสลายอยู่รอมร่อละ…” All country one currency” มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่นอน

Bitcoin Crashes Again After China Moves to Halt Exchange https://www.bloomberg.com/news/articles/2017-09-15/china-is-said-to-call-for-bitcoin-exchange-halt-by-month-end-j7lblmdg

ไม่ใช่ไม่สนับสนุนครับ

ต่อให้จีนมาแบน bitcoin ตอนนี้ก็ช้าไปแล้ว เพราะเล่นปล่อยให้คนตัวเองเล่นกันมา 5-6 ปี ไม่ได้ห้าม

แต่ที่รัฐบาลจีนออกมาทำคือ

1. สั่งปิดและบังคับให้เว็บแลกเปลี่ยนทั้งหมดต้องขอใบอนุญาต

2. จะไม่อนุญาตให้มีการเทรดระหว่าง bitcoin กับ หยวน อีกต่อไป

คือใครอยากเล่น bitcoin ก็ไปเทรดกับ ethereum เทรดกับ litecoin เทรดกับเงิน crypto สกุลอื่นๆไป แต่ไม่อนุญาตให้เทรดกับหยวนเด็ดขาด

———-

ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ทำให้ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลจีนต้องการทำ ไม่ใช่แบน bitcoin ครับ แต่เป็นการพยายามควบคุมการไหลเข้า-ออกของหยวนในตลาด crypto แบบเบ็ดเสร็จมากกว่า

Globalization ไม่ให้เล่นที่นี่ ก็ไปเล่นที่อื่นก็ได้
มีข้อมูลพบว่า ตลาดฮ่องกงโตขึ้น หลังจากมีข่าวไม่ดีในจีน

อืม..รัฐบาลจีนเค้าอาจเพิ่งไหวตัวมั้งครับ ว่า นลท. พยายามไซฟ่อนเงินออกนอกประเทศผ่าน cryptocurrency…ถ้าจีนยังยึดใช้นโยบาย Capital control แบบนี้ตลอด อีกหน่อย ก็คงควบคุม cryptocurrency อื่นๆเหมือนกัน…นัยว่า รัฐบาลเผด็จการต้องควบคุมทุกอย่างได้แม้กระทั่ง capital flow…PBoC ก็เคยแถลงนโยบายทำนองนี้ในที่ประชุม world bank

คหสต. คือสมัย subprime ขนาด ฟองสบู่ money asset แบบ CDOs , CDSs ที่ว่าไร้คุณภาพ มันก็ยังมี mortgage obligation…แต่ cryptocurrency พวกนี้ no reference , no obligation..แหะๆ ผมว่าอันนี้แล้วแต่มุมมองละกันครับ ส่วนตัวผมเชื่อใน reflexivity ของโซรอสนะ…ใครอยากเป็น participant ก็คงแล้วแต่ mindset ส่วนผมขอเป็น observer เท่านั้นพอครับ..^___^

Decentralized ครับ รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งมาแบนไม่ได้ทำให้มันตาย แค่ส่งผลต่อราคาชั่วคราว ณ ตอนนี้ราคา Bitcoin กลับมายืนเหนือที่ 3600 ดอลแล้ว

บิตคอยน์ ไม่เกี่ยวกับจีนหรอกครับ จีนไม่เล่นเราก็ไม่ต้องสนใจด้วยซ้ำ
พูดจริง ไม่ง้อจีนเลย

แต่ตอนนี้นักลงทุนจีนย้ายไปลงทุนcryptoที่ญี่ปุ่นเกือบหมดแล้วครับ สรุปคือถึงจีนจะแบนแต่แบนได้แค่ในประเทศแต่คนมันก็ไปเล่นที่ประเทศอื่นอยู่ดีเผลอๆรายได้เข้าประเทศอื่นด้วยซ้ำ
ปล.nokiaก็พังเพราะไม่ตามโลกแบบนี้แหละครับ อิอิ

จีนน่ะตัวดีเลย pool ใหญ่ๆอยู่ในจีนทั้งนั้นแถม Bitmain ผู้ผลิตเครื่อง Asic ที่เอาไว้ใช้ในการขุด bitcoin ก็อยู่ที่จีน เรื่องต่างที่ออกมาในทางลบ มันเป็นทฤษฎีเกม สูงไปขายเอากำไร ออกข่าวด้านลบกดราคาเพื่อเก็บรอเก็บของถูก เหมือน JP Morgan ออกข่าวมาว่าพนักงานคนไหนเทรด bitcoin จะไล่ออก แต่ตัว CEO ดันซื้อเข้ากระเป๋าเอง

เราใช้อีเมล์ส่งจดหมาย (บิตคอยน์) เรารับผิดชอบเองทั้งหมด
เราเขียนจดหมายพับใส่ซอง หยอดใส่ตู้ (เงินปัจจุบัน) มีตัวกลางรับผิดชอบให้เรา
….คิดถึงเพลง จดหมายผิดซองไม๊ครับ บุรุษไปรษณีย์คือตัวกลางของหัวใจ
……เปรียบเทียบให้เห็นภาพการใช้งาน การทำงานก่อนนะครับ ตะได้คิดต่อได้
เด็กเดี๋ยวนี้ใช้ไลน์ รับส่งหัวใจ แทนบุรุษไปรษณีย์ไปแล้วนะครับ

จีนแบนแต่ประเทศอื่นเอา คนจีนก็หนีไปเทรดประเทศอื่นได้

อย่ามองข้าม คับ เพราะ บริษั ใหญ่ๆ ปากบอกว่า พัง แต่ ดัน ซื้อมาเก็บ ซะเอง ไม่แน่น่ะ โลก เรากำลัง เข้าสู่ยุค It ซะด้วย

มั่วมากกกกกกไปเอาควสมมั่นใจผิดๆมาจากไหนครับ

ถ้ามองแบบท่านความคิดแบบนี้ท่าน บองมองย้อนหลังในสมัยยุคอินเตอเนตมาตอนแรกๆครับ

ผมอ่านดู เห็นหลายเมนท์นี่เหมือนคนยังไม่ค่อยเข้าใจระหว่างตัว currency กับ ตัวเทคโนโลยี Block chain นะครับ…เทคโนโลยี block chain นี่ หลักการมัน protect&protest น่าสนับสนุนเลยครับ และธนาคารกลางและสถาบันการเงินใหญ่ๆก็กำลังเอามาปรับใช้กับระบบธุรกรรมการเงินของตัวเอง…เพราะอีกหน่อย cash น่าจะมีการใช้น้อยลง หันมาใช้ digital cash กันมากขึ้น…แต่ที่บทความ ลทม. อ้างถึงเงินเฟ้อเวเนฯ เนี่ย คือเค้า reference ถึงตัว digital currency คือ Bitcoin ครับ…คหสต. Digital currency + Block chain = Cryptocurrency ตัว Block chain นั้นถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีและก้าวหน้ามาก แต่การกำเนิด digital currency อย่าง bitcoin, ethereum, litecoin.. บลาๆ และจะเอาสกุลเงินดิจิตอลพวกนี้มาใช้แทนสกุลเงินหลักของแต่ละประเทศ มันเป็นอีกเรื่องนึง มันต้องดูความเป็นไปได้ตามหลักเศรษฐศาสตร์การเงิน

สุดท้ายถ้าไม่กลับมาเล่นบิทคอยน์ คนที่แพ้คือจีน เพราะนักลงทุนหอบเงิน มาเทรดที่ญี่ปุ่น เกาหลีหมดแล้ว

ดูเหมือนเจ้าของเม้นมากกว่าที่ไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องของไบแอสจริงๆแระ

Nipat Sittisathianchai

การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดและการฉ้อโกงมาอย่างยาวนาน อืม!

ออกแบงค์พันล้านล้านเหมือนซิมบับเว

ขุด​ bitcoin​ เป็นยังไงเหรอครับ​?

bitcoin อยู่ได้ด้วยการที่มีเซิฟเวอร์คอมหลายๆเครื่องคอยทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกแฮ็กได้

ซึ่งปกติแล้วเราจะนึกถึงภาพห้องเซิฟเวอร์ใหญ่ๆ ที่มีคอมเป็นพันๆ เครื่อง แต่วิธีนั้นมันอันตรายเพราะข้อมูลทุกอย่างเก็บรวมไว้ที่เดียวกัน

คนคิดบอทคอยน์เลยสร้าง algorithm ให้คนทั่วโลก สมัครแล้วใช้คอมของตัวเองมาเป็นเซิฟเวอร์แทน เพื่อ Decentralized การ flow ของข้อมูล

โดยมี incentive ให้คนที่มาเป็นเซิฟเวอร์ (ขุด) เป็นตัวบิทคอยน์เพื่อเอาไปใช้แลกเปลี่ยน

ซึ่งติวบิทคอยน์ตัวนี้ ยิ่งขุดก็จะยิ่งได้ยากมากขึ้น เพราะสกุลเงินมันมีจำกัด…..ประมาณนี้ครับ

ขอบคุณมากครับ​

ขุดบิทคอลย์คือการแก้สมการคณิตศาสตร์โดยใช้การ์ดจอมาสุ่มคำตอบไปเรื่อยๆจนกว่าจะถูก เมื่อคำตอบถูก จะสามารถเปิดกล่องที่บรรจุธุรกรรมต่างๆออกมาและเราจะได้สิทธิ์ในการยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมนั้นๆ เมื่อได้ยืนยันธุรกรรมนั้นเป็นคนแรก จะได้ค่าตอบแทนเป็นบิทคอลย์กลับมา ส่วนธุรกรรมที่เรายืนยัน จะถูกประกาศให้ทั่วโลกได้อัพเดทบัญชีไปพร้อมๆกัน ทำให้การทำธุรกรรมซ้ำซ้อนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ อย่างเช่นจ่ายเช็คซ้อนกัน กว่าจะรู้ตัวก็เช็คเด้งโดนเชิดของหนีไปแล้ว แต่บิทคอลย์ไม่สามารถโกงแบบนั้นได้ครับ

รู้สึกอธิบายงงไปนิด เอาใหม่สั้นๆ ปกติเราทำธุรกรรมอะไรซักอย่างเช่นโอนเงิน แบงก์จะคอยเป็นคนทำธุรกรรมให้เรา แต่บิทคอลย์มันเป็นระบบที่ไม่มีศูนย์กลาง คนที่จะมายืนยันธุรกรรมให้เราก็คือนักขุดพวกนี้แหละ ส่วนวิธีการขุดก็อย่างที่อธิบายไปข้างบน

ขุด bit coin คือไปช่วยคนอื่นเค้าตั้ง server แล้วแบ่งค่าธรรมเนียมให้ แต่ตอนแรกๆคนใช้น้อยเลยมีโปรโมชั่นแจกเงินพ่วงมาด้วย พอคนตั้งเยอะๆโปรโมชั่นก็เริ่มไม่มี เก็บกินแต่ค่าธรรมเนียม แล้วก็กลายเป็นธนาคารไปในที่สุด

ค่าดิฟไม่ใช่โปรโมชันครับ พวกนี้เป็นสมการโดยมีตัวแปรคือจำนวนคนขุด ยิ่งมีคนขุดเยอะ ก็จะได้ค่าขุดต่ำลง แต่มันก็เป็นไปตามกลไกตลาด ถ้าบิตคอลย์ราคาสูง คนก็แห่มาขุดเยอะ ค่าดิฟเพิ่ม คนขุดได้บิตคอลย์จำนวนน้อยลงในราคาตลาดสูง แต่ถ้าราคาบิตคอลย์ต่ำ คนขุดน้อยลง ค่าดิฟลดลง ขุดแล้วได้จำนวนบิตคอลย์มากขึ้นในราคาตลาดที่ต่ำ เฉลี่ยแล้วพอๆกัน ไม่ว่าจะขุดได้น้อยแต่ราคาสูง หรือขุดได้เยอะแต่ราคาต่ำ

ส่วนการทำตัวเป็นแบงก์นี่ยากครับ เพราะคนกำหนดค่าโอนคือผู้โอน ไม่ใช่นักขุด และนักขุดมันกระจายทั่วโลก ไม่ได้ผูกขาดแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ไม่มีอะไรหยุด Bitcoin ได้ เพราะมันเป็นระบบ decentralized blockchain

ผมตามอ่านบทความเกี่ยวกับ Bitcoin มาหลายครั้งแล้วครับ ยังไม่รู้เลยว่าอะไรทำให้ Bitcoin มีราคาคือไม่ใช่คนต้องการเยอะเลยมีราคานะครับ แต่ตัว Bitcoin มันคืออะไรอะครับ

รอ..อยากรู้เหมือนกันครับว่าบิทคอยน์มันมีที่มาที่ไปยังไง

มันมีค่าเพราะผู้ที่ใช้ bitcoin​ ร่วมกันกำหนดมูลค่าโดยไม่ผ่านคนกลาง อย่าง central bank หรือ รัฐบาล เวลาคุณใช้ bitcoin​ คุณใช้ได้อย่างมั่นใจว่ามีที่มาที่ไป เพราะ ledger มัน show บน public ใ้ห้ลองศึกษาเรื่อง blockchain​ ดู

ลองอ่านบทความเก่าในเพจนะครับ
http://longtunman.com/188

ขอสอบถามกลับนิดนึงครับว่า แล้วเงินปกติทำไมถึงมีค่าครับ

ทองคำ+สกุลเงิน(บาท) = บิตคอยน์
นะครับ จะได้เข้าใจง่ายๆ
มีค่าเท่ากับทองคำ
นำไปใช้ได้จริงตามร้านค้าแบบเงินปกติ

1bitcoin มีอย่างจำกัดเหมือนทองคำ
2 มีความโปร่งใสปลอดภัย
มีไรอีกนึกไม่ออก

อยากให้ทุกท่าน ไปลองเงินอิเล็กทรอนิกส์ปกติ กับ True money wallet ซื้อของที่ร้านเซ่เว่นก่อน นะ
แล้วถึงจะเข้าใจว่าบิตคอยน์ นำไปใช้อย่างไร
เหมือนๆ กันเลย อารมณ์เดียวกันเป๊ะๆ

ราคาแพงคนขุดกันเยอะ ดิฟขึ้นขุดได้น้อย
คนแห่ชื้อเกร็งกำไรที่ 1800 มันก้ขึ้นเรื่อยๆทะลุ 5000 คนก้เริ่มขายออก มันก้ลงมา 3000 ตามกลไกลตลาด

ถ้ามีสิ่งที่มีคุณสมบัติแทนแบงก์กระดาษได้ แต่ส่งข้ามโลกได้ไวกว่า ระบบตรวจสอบน่าเชื่อถือกว่า โกงยากมากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในยุคนี้ (แต่อีก 20 ปีก็ไม่แน่) และไม่ถูกแทรกแซงโดยแบงก์หรือรัฐบาล คุณคิดว่ามันจะมีมูลค่ามั้ยครับ

Siraseth Sawetjarusakul อันนั้นเข้าใจแล้วครับ ที่สงสัยคือใครนำเข้ามาในระบบ

เน็ตเวิร์คคอมพิวเตอร์ เป็นตัวนำเข้าระบบ
หมายความว่านำโปรแกรมไปรัน(ทำงาน) ในทุกๆ เครื่องที่เปิดระบบ
แล้วแต่ละเครื่องก็ตรวจสอบกันเอง พอได้ผลลัพท์ตรงกัน สมมติ 1 BTC ก็บันทึกลงทุกเครื่องพร้อมๆ กัน
เอาไวตรวจสอบทานภายหลังได้ จึงป้องกันการแก้ไขตัวเลขได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าจะแก้ก็ต้องแก้พร้อมกันทุกเครื่อง

พูดง่ายๆ bitcoin เหมือนพระเครื่อง โดยทำให้มีมูลค่าเหมือนชุดเบญจภาคี แล้วแต่จะเล่นกัน ส่วนคนปล่อยก็เหมือนวัดสร้างแล้วปล่อยเข้ามา ราคาก็ขึ้นลงตามแรงศรัทธา

ทำไมถึงมีค่า เพราะทุกคนให้ค่ามันครับ

เหมือนเริ่มต้นขุดทองคำจริงๆ
สมมติในตอนนั้นมี 1 BTC มีเครื่องคอม 10 เครื่อง
มันก็แบ่งกันไปคนละ 0.1 BTC
ก็ทำซ้ำไปเรื่อยๆ เหมือนคนขุดเหมืองก็เปิดหน้าดินไปเรื่อยๆ
พอเข้าใจไหมครับ

ความเข้าใจของผมถูกปล่าวครับ..คือคนต้นคิดเข้าต้องการล้อและทดลองเรื่องbitcoinให้เหมือนเรากำหนดค่าเงินในยุคแรกเริ่ม..คือเงินมันก้อคือกระดาษ..ทองมันก้อแค่โลหะชนิดหนึ่ง..แต่ทั่วโลกกำหนดและตั้งค่าให้มัน..จนมันมีค่าในหัวคนจริงๆ..bitcoinพยามนำวิธีเดียวกันมาใช้..คือทิ้งตัวเลขกลุ่มหนึ่งเข้ามาระบบและให้คนขุด(เพื่อให้มันมีค่า..เพราะทุกคนต่างแข่งกันขุด)แต่ตัวเลขลอยๆนี้ดันนำใช้แลกเปลี่ยนของในชีวิตประจำวันได้จริง(แต่ต้องในกลุ่มที่ร่วมกับbitcoinใช่ปล่าวครับ)..แต่ผมว่าbitcoinจะแป้กตรงที่มันไม่มีกายภาพคือไม่เห้นไม่มีสิ่งที่จับต้องได้ไม่มีอะไรอ้างอิงแค่เป้นเลขลอยที่ต้นคิดจำลองและตี่ค่ามันขึ้นมาถึงจะใช้ได้จริงแต่ก้อแค่ในกลุ่มใช่ปล่าวครับ

เจ้ามือ ก็ ยิว ไงคับ
จะขึ้น จะลง ก็อยู่กับ ยิว

ผมคิดว่า บิสคอยจะบ่มสลาย

คนที่ไม่อยากขุด ก็บอกว่าเอา 0.1 BTC มาให้ผมสิ ผมจะแลกเป็นเงินบาทให้ 100 บาท
…ถ้าแบบนี้ คือ การแลกเปลี่ยนสินค้าต่างชนิดกัน ขึ้นอยู่กับคว่มพึงพอใจ ความเชื่อมั่น
… เอา BTC ไปแลกกับอะไรก็ได้ นะครับ ขึ้นอยู่กับคนในชุมชนนั้นๆ

ทีนี้ ก็เกิดนักเทรด นักเก็งกำไรขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกการแลกเปลี่ยนตรงกลางบ้างหล่ะ ทำให้เริ่มเกิดการจ้างงาน

เงินปรกติมีค่า เพราะเป็นตัวแทนผลผลิตของประชาชาติ เช่นเงินไทยมีค่าเนื่องจากเงินบาทสามารถนำมาแลกผลิตจากประเทศไทย

บิตคอยน์ มันแป๊กยากมาก เพราะมันไม่ีวันสูญหายไปจากโลกนี้ ยกเว้นเกิดวันล้างโลก คอมพิวเตอร์ที่เก็บสำเนาไฟล์ พังหมดเปิดเครื่องไม่ได้

ถ้าพูดแบบนี้ เงินปัจจุบันที่เราเก็บใน แบ้งค์ หายได้ง่ายกว่า ถ้าโดนนิวเคลียร์ลงสักลูก คอมที่แบ้งค์ชาติ พังหมดเปิดไ่ม่ขึ้น
เพราะเก็บตัวเลขไว้ที่ตัวกลางคนเดียว

เงินกระดาษทุกวันนี้ก็แทบใช้น้อยลงแล้วครับ เดินในห้างผมแทบไม่ได้ใล้เงินกระดาษเลย จะดูหนัง กินข้าว เข้า 7-11 ผมใช้ wallet ในมือถือซะส่วนใหญ่
บิทคอยที่มีค่า ไม่ใช่แค่คนกำหนดค่ามันหรอกครับ แต่มันทลายกำแพงของระบบการเงินระหว่างประเทศ โอนข้ามโลกใช้เวลาเพียงเล็กน้อย และค่าธรรมเนียมถูก ไม่มีปัญหา double spending น่าเชื่อถือมากๆ

การพึ่งพาอาศัยตัวกลาง ก็มีความเสี่ยง เช่น เงินเวเนซุเอล่า ชัดๆ เลยในปัจจุบัน
หรือเงิน กรีซ ที่ผ่านมา
แล้วเงิน “บาท” หล่ะ ฮ่าๆ ฮ่าๆๆๆ

Noknoi NewMan คิดว่าการจ่ายเงินโดยใช้บัตรเดบิต หรือใช้ทรูมันนี่มันคือเงินลอยๆไม่มีตัวตน เป็นแค่ตัวเลขในคอมจับต้องไม่ได้รึเปล่าครับ

ใช้ ตัวเลขลอยๆ
แต่วิธีการจัดเก็บข้อมูลไม่เหมือนกัน
ทรู วอลเล็ตจัดเก็บข้อมูลไว้ที่ศูนย์กลาง ฮ่าๆ ฮ่าๆๆๆ มีความเสี่ยงคอมฯ พัง นะ. อิอิ อิ

ในยุคแรกๆที่ รบ.ไทยพิมพ์เงินกระดาษมา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในยุคนั้นก็คงมานั่งจับเข่าคุยกัน แบบที่เราทำนี่ล่ะครับว่าไอ้กระดาษที่มีตราหลวงมันจะใช้ได้จริงป่าวว้า

ถ้าวันหนึ่งเกิดระบบคอมล่มทั่วโลก ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม เช่น สงครามนิวเคลีย แล้ว Bitcoin ไม่ล่มหายไปด้วยหรือ

ถ้ามีสงครามระดับนั้นสกุลเงินไหนก็ไม่มีค่าแล้วครับ คนก็คงตายหมด ไม่ก็ต้องมีสกุลเงินใหม่อยู่ดี

ถ้าคนที่คิดว่าบิทคอยมันจะล่มสลายเข้าไปดูเวปเทรดวันเดียวรู้เรื่อง

ขอบคุณทุกๆคนนะครับ ความเข้าใจเริ่มมากขึ้น

ใช้หลักการเดียวกับหายาก=มีมูลค่า แถมโกงยาก ไม่ถูกแทรกแซง ความจริงคุณสมบัติมันใกล้เคียงกับเงินตราบนโลกนี้ปัจจุบันแล้วแหละ แต่ทุกคนก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรไม่ถูกต้อง นี่คิดว่ามันไม่ล่มหรอก เป็นเกมส์การเงินรูปแบบใหม่ วันนึงมันต้องถูกรัฐบาลมาแจมด้วยถึงจะแพร่หลาย ไทยก็นะ… ต้องมองไกลๆ มองออกนอกประเทศ

เรื่องสงครามก้อกังวลนะ แต่ดูแล้วยากเพราะสงครามใช้ทุนมกาศาลแล้วสงครามที่ผ่านมาก้ิไม่มีอะไรที่เปนเรื่องดีๆเลยผมว่าทุกประเทศเค้าคงหลีกเลี่ยงการก่อสงครามนะ

โดนแฮกซ์ง่ายมั้ย? ถ้าระบบมีปัญหาเงินจะสูญมั้ย? มีอะไรเป็นหลักประกัน? กฏหมายรับรองมั้ยมีปัญหาขึ้นมาจะทำยังไง?

Natwara Pk

แบบนี้ต้องร้านขายของที่ยอมรับเงินสกุลนี้
หากมีแต่เงิน แต่ร้านค้าไม่ยอมรับ ก็คงไม่มีประโยชน์

Aoyoyo Wat Rose Sirinที่แว่นเล่าให้ฟังอ่ะ

มีหนังสือขายไหม แนะนำหน่อย

ล้มยากเพราะพวกผิดกฎหมายชอบใช้

เงิน true money รับรอง โดย ทรู เงินบาท รับรอง โดยรัฐบาลไทย บิตคอย ไม่มีเจ้าภาพที่แท้จริง ถ้าวันนึงระบบล่ม(ไอ้ที่บอกว่าไม่มีวันล่ม นี่ฟังต่อๆ กันมาใช่ไหม ?) ถ้าเจ้าภาพ ที่ไม่เปิดเผย ต้องการยกเลิกสกุลเงิน บิตคอยจะได้ไหม เพราะไม่รู้ว่าใครคือเจ้าภาพ แล้วจะไปตามกับใคร ?

เงินมีค่าเพราะรัฐบาลประเทศนั้นค้ำประกัน บิตคอย ใครค้ำประกัน ? กฏหมายประเทศไหนรองรับ ? แล้วระบบที่รัน แน่ใจนะว่า เป็น decentralized 100% ถ้า decentralized 100% เวลาคุณเอาบิตคอยไปขาย ตอนแรกๆ ที่ยังไม่มีคนสนใจ ใครเป็นคนซื้อ ?

ไม่มีชื่อ ไม่ต้องถาม ขอตอบเป็นข้อๆนะครับ เป็นไปได้มั้ยที่ระบบจะล่ม ตอบว่าเป็นไปได้ครับ ถ้าระบบอินเตอร์เน็ตทั้งโลกล่ม บิตคอยก็ล่มครับ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าบิตคอยคือระบบการเก็บข้อมูลแบบกระจายที่ไร้ศูนย์กลาง เซิฟเวอร์จะกระจายอยู่ทั่วทั้งโลกคอยเก็บDataในระบบ ซึ่งเซิฟเวอร์พวกนี้เรียกว่า”node”แล้วไอ้node พวกนี้เนี่ยมันเชื่อมต่อกันเป็นเคลือข่าย ถึงแม้ node ใด node หนึ่งจะถูก shutdown แต่ node อื่นๆยังคงทำงาน เซิฟเวอร์ก็จะไม่ล่ม ยิ่งมีจำนวนคอมพิวเตอร์ที่เป็น node มากเท่าไหร่ โอกาสล่มของระบบก็ยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น นอกเสียจากคุณต้อง shutdown node ทุก node ในระบบ นั่นล่ะครับระบบบิตคอยถึงจะล่มสลาย ถ้าจะให้อธิบายให้ละเอียดมันยาวมากๆ

ไม่มีชื่อ ไม่ต้องถาม ผู้สร้างบิตคอยมีหน้าที่แค่ให้กำเนิดครับ เพราะเมื่อระบบถูกรันในระบบแล้ว ผู้สร้างจะไม่สามารถเข้าไปควบคุมระบบใดๆของบิตคอยได้อีกต่อไป และระบบมันเป็นopen source ใครจะเข้าไปดูโค๊ดบรรทัดไหนก็ได้ มันจึงโดนตรวจสอบจากโปรแกรมเมอร์ทั่วโลกจนแน่ใจว่า ระบบไม่ถูกควมคุมโดยใครคนใดคนหนึ่ง ไม่มีbackdoor แน่นอน 1,000,000%

ไม่มีชื่อ ไม่ต้องถาม บิตคอยมันคือทองคำในโลกดิจิตอลครับ ผมถามหน่อยว่าทองคำมีรัฐบาลไหนค้ำประกันครับ มีประเทศไหนรองรับทองคำครับ ก็ไม่มีจริงมั้ย?? แล้วผมถามว่าเพราะอะไรทำไมทองคำถึงมีค่า?? เหตุผลที่บิตคอยมีค่า คือเป็นผลเดียวกับที่ทองคำมีค่าครับ เพราะมันใช้หลักการเดียวกันนั่นก็คือ”trust” เพราะคนทุกคนเห็นตรงกันว่ามันมีค่า เพราะคุณกับผมเห็นว่ามันมีค่า มันก็เลยมีค่า เท่านั้นเอง ถ้าผมโยนบิตคอยให้คุณ 1 btc คุณอยากได้มั้ยล่ะ แลกตังได้ตั้งเป็นแสนเชียวนะ เช่นกันกับทองคำ ถ้าผมเอาทองคำให้คุณ คุณก็ค’อยากได้ เพราะมันเอาไปแลกตังแลกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆได้ เพราะมีคำจำนวนนึงอยากได้มัน มันก็เลยมีค่ามันก็เท่านั้นเอง มันไม่ต้องมีรัฐบาลหรืออะไรค้ำทั้งนั้นแหละครับ “Trust”ล้วนๆ

ไม่มีชื่อ ไม่ต้องถาม คุณอยากให้บิตคอย decentralized แค่ไหนล่ะครับ แค่นี้ยัง decentralized ไม่พออีกเหรอ

มูลค่า มันมาจาก ราคา ที่คุณเชื่อว่ามันมีค่า พอราคามันตก ความเชื่อ trust อะไร นี่มันก็หายหมด จริงไหม เอาง่ายๆนะ สมมติว่าวันนึงบิตคอยเหลือ 1 บาท คุณจะเอาไหม คุณจะขุดมันต่อไหม คุณตอบผมนะ แล้วถ้าวันนึง ทองคำเหลือ 1 บาท ต่อกิโล คุณจะเอาไหม ทองคำ ใช้ในสิ่งของเครื่องประดับ มาเป็นพันๆปี มันจึงเป็นของ ที่ตายได้ยากมาก แล้วบิตคอยเกิด มากี่ปี ? คุณบอกว่ามัน trust เพราะมันมีราคา แล้วถ้าวันนึง ไม่มีราคา คุณจะ trust ไหม ? ทองคำ ถ้าไม่มีคนใช้เครืองประดับ อีกแล้วในโลก มันเป็นไปได้ไหมหละ แล้วบิตคอย จะโดน replace ด้วยสกุลอื่นๆ ในอนาคต ที่มี feature ดีกว่าได้ไหม ? อันนี้พูดในแง่หลักการนะ

ถ้าพูดในเชิง agenda งานนี้ ไม่มีเจ้า ภาพ ผมค่อนข้างไม่เชื่อ เพราะ 1. ไม่มีเจ้าภาพ ความเชื่อในระบบ ก็แค่ คำพูดปากเปล่า ? ถามว่าใครยืนยัน ถ้ามีรัฐบาล ประเทศไหนยืนยัน คงไม่ต้องมาเถียงกันจริงไหม

2. ราคาพุ่งมาสองร้อยเท่า นี่คือ ความต้องการจริงๆ ? แล้วใครรับซื้อเป็นคนแรกๆ ผมไม่เถียง เรื่อง ราคา มันนะ ผมจะบอกแค่ว่า อย่าเป็นเหยื่อฝรั่ง นี่มันสายเกินจะไปยุ่งกับมันแล้ว หรือเปล่าครับ

ไม่มีชื่อ ไม่ต้องถาม เมื่อไร Trust มันหมด มันก็หมดค่าทั้งนั้นแหละคุณ ไม่ว่าจะ บิตคอย หรือ ทองคำ (หรือแม้แต่ดอลล่า เพราะทุกวันนี้ ดอลลล่าก็อยู่ได้ด้วย Trust เมื่อ Trust หมดมันก็ไร้ค่า) ส่วนเรื่องผ่านการพิสูจน์ อันนี้ผมไม่เถียงครับว่าทองคำผ่านการพิสูจน์มาเป็นพันๆปีแล้ว ส่วนบิตคอยมันแค่ 10 ปี trust มันน้อยกว่าทองคำมาก แต่สิ่งที่ผมกำลังจะสื่อคือ ทั้ง 2 สิ่งนี้ที่มัน”มีค่า”เพราะมันใช้หลักการเดียวกันไงครับ และ 2 สิ่งนี้ ถูกเอาไปใช้งานจริงได้น้อยพอๆกันเลยครับ ทองคำเนี่ย ถูกนำไปใช้ในอุตสหกรรมเพียง 12% ไปดูในวิกิพีเดียได้ ที่เหลือถ้าไม่อยู่ในดินก็ถูกเก็บอยู่ในเซฟ ไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์อะไรเลย แถมเปลืองเงินซื้อเซฟอีก ถ้าคุณจะพูดว่าทองคำที่มีค่าเพราะมันสวยงาม ถ้าแบบนี้ ผมเอาโลหะอย่างอื่นมาย้อมแมวให้เหมือนทองคำทุกอย่างดูด้วยตาเปล่าแยกไม่ออก และได้ function ในแง่ความสวยงามเหมือนทองคำแต่ขายราคา 200 ผมถามกลับว่าแล้วไอ้ราคาทองคำที่มันราคาเป็นหมื่นเนี่ย มันแพงเพราะอะไรครับ ถ้าไม่ใช่เพราะการเก็งกำไร (คนซื้อทองหลายๆคนก็ไม่ได้ซื้อมาใส่นะครับ เขาซื้อมาเก็บไว้เฉยๆ) แล้วผมจะยอมจ่ายเป็นหมื่นทำไม ถ้าของราคา 200 ก็ให้ความสวยงามได้เหมือนทองคำทุกอย่าง

ถ้าจะให้พูดว่าความเชื่อมาจากไหน ความเชื่อมันมาจากระบบไงครับ เขาเชื่อว่าระบบจะไม่ถูกทำลาย (เรื่องจะถูกทำลายหรือไม่ถูกทำลายหรือเปล่าอันนั้นมันอีกเรื่องนึง) เช่นเดียวกับคนที่เชื่อในเงินกระดาษ พวกเค้าเหล่านั้นก็เชื่อว่ารัฐบาลที่คอยค้ำประกันเงินพวกนั้นจะไม่ถูกทำลาย ผมก็พูดหลายครั้งแล้วว่า บิตคอย ทองคำ หรือเงินกระดาษ มันมีค่าเพราะ”Trust” เพราะ”ความเชื่อ” ผมก็ย้ำหลายทีแล้วว่า บิตคอยมันเหมือนทองคำ เพราะมันใช้ทฤษฎีเดียวกัน ทองคำก็ไม่มีใครดูแลนะครับ ไม่มีใครค้ำประกัน ขึ้นลงตามความต้องการล้วนๆ ใช้งานจริงได้น้อยพอๆกัน อยู่ได้เพราะTrustล้วนๆ ไม่ต่างจากบิตคอยเลย

ไม่มีชื่อ ไม่ต้องถาม เรื่องการถูก replace มันเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับ แต่อย่าลืมนะครับ บิตคอบมีค่ามากกว่าเงินดิจิตอลตัวอื่นๆ เพราะ Trust มันมากกว่า ในวงการคลิปโคเนี่ย บิตคอยถือว่ามีเทคโนโลยีที่ล้าหลังกว่าเหรียญคลิปโคอื่นๆนะครับ โอนเงินก็ช้ารอกันเป็นวันๆ คนในวงการบางคนเค้าด่าบิตคอยด้วยซ้ำ เทคโนโลยีก็ล้าหลังแต่มีอิทธิพลต่อเหรียญอื่นสุดๆ แต่อย่าง etherreum หรือ litecoin เนี่ย เทคโนโลยีทันสมัยกว่า โอนเงินเร็วกว่ามากๆ แต่ที่มันมีค่าน้อยกว่าบิตคอย เพราะ Trust มันน้อยกว่าบิตคอยไงครับ

มันก็ดีนะ อเมริกาจะสั่งห้ามค้าขายกะเวเนซูเอร่านิ us dollar จะใช้ไม่ได้ละ bit coin นี่แหละ อาจจะเวิร์ค

Thitinan Chongvilaiwan

Art Kriangkrai

Kanin MintAphiradee Sararom

wpDiscuz