บัตรเครดิตรูดแล้ว ใครได้ค่าธรรมเนียมบ้าง

บัตรเครดิตรูดแล้ว ใครได้ค่าธรรมเนียมบ้าง

ทุกครั้งที่เราซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิต ถ้าจ่ายเงิน 100 บาท โดยเฉลี่ยแล้วร้านค้าจะได้รับเงินเพียง 97.76 บาท แล้วเงินส่วนต่าง 2.24 บาทหายไปไหน ไปตกอยู่ที่ใครบ้าง?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตในครั้งนี้ว่ามีใครบ้าง
1)ลูกค้าที่จ่ายเงิน
2)ร้านค้าที่รับเงิน
3)ธนาคารของลูกค้า
4)ธนาคารของร้านค้า
5)ตัวกลางในการตัดเงินระหว่าง ธนาคารของลูกค้า และธนาคารของร้านค้า เช่น mastercard visa unionpay jcb

ขอใช้ตัวเลขโดยประมาณ และไม่ใช้ศัพท์เข้าใจยาก ตัวอย่างถ้าเราซื้อสินค้า 100 บาท โดยรูดบัตรเครดิตกสิกรไทยที่เป็น mastercard จากร้านค้าที่มีเครื่องรับบัตรของไทยพาณิชย์

เงินจะเริ่มต้นเดินทางจากกสิกรไทยไปหา mastercard 98.2 บาท แปลว่าถ้ากสิกรไทยสามารถตามเก็บเงินคนรูดบัตรเครดิต 100 บาทได้ กสิกรไทยจะได้รับเงินค่าธรรมเนียมคือ 1.8 บาท ในฐานะธนาคารผู้ออกบัตรให้ลูกค้า

หลังจาก mastercard ได้รับเงิน 98.2 บาท จะส่งเงินต่อให้ไทยพาณิชย์ 98.09 บาท แปลว่า mastercard จะคิดค่าการเป็นตัวกลาง 0.11 บาท

หลังจากไทยพาณิชย์ได้รับเงิน 98.09 บาท จะส่งเงินต่อให้ร้านค้า 97.76 บาท โดยกินค่าธรรมเนียมไป 0.33 บาทจากการเป็นธนาคารของผู้รับบัตร

โดยสรุปแล้วเงินจะถูกกระจายไปดังนี้
1)ลูกค้าที่จ่ายเงิน -100 บาท
2)ร้านค้าที่รับเงิน 97.76 บาท
3)ธนาคารของลูกค้า 1.80 บาท
4)ธนาคารของร้านค้า 0.33 บาท
5)ตัวกลางในการตัดเงิน 0.11 บาท

ทำไมธนาคารของผู้ออกบัตรให้ลูกค้าได้ค่าธรรมเนียมเยอะสุด?

ธนาคารของลูกค้าได้ค่าธรรมเนียมมากถึง 1.8 บาท นี่ก็เป็นสาเหตุให้ผู้ออกบัตรเครดิตมีการออกแคมเปญสะสมแต้มแลกของรางวัลได้มากมาย บางชนิดบัตรเครดิตสามารถให้ cash back เงินให้ลูกค้ามากถึง 1% ของยอดได้เพราะว่าเงินคืนยังน้อยกว่าค่าธรรมเนียมที่เขาได้รับ

อย่างไรก็ตามธนาคารออกบัตรให้ลูกค้ามีต้นทุนในการจัดการมากที่สุด กล่าวคือต้องทำการตลาดจูงใจให้ลูกค้าใช้บัตร ต้องจ้างพนักงาน customer service ต้องออกเงินให้ลูกค้าโดยให้เครดิตไปก่อน แล้วค่อยเรียกเก็บเงินทีหลัง และถ้าหนี้นั้นเป็นหนี้เสีย ก็ต้องจ้างพนักงานมาตามเก็บหนี้ และ หารายได้จากดอกเบี้ยของหนี้นั้น ดังนั้น ต้นทุนจึงมากกว่าธนาคารของผู้รับบัตรที่มีแค่ต้นทุนในการหาร้านค้าให้ใช้เครื่องรับบัตร

ที่น่าสนใจคือ “ตัวกลาง” ในการตัดเงินที่ได้ส่วนแบ่งเพียง 0.11 บาท ดูเหมือนจะได้ค่าธรรมเนียมน้อยที่สุด แต่ในวงจรนี้ถือว่าเป็นผู้ที่ได้เปรียบที่สุด เพราะไม่มีความเสี่ยง และมีต้นทุนในการดำเนินงานน้อยมากเพราะไม่ต้องเป็นคนไปหาลูกค้าหรือร้านค้า ทุกๆยอดที่รูดเพิ่มขึ้นไม่ต้องนำไปสำรองเป็นหนี้สงสัยจะสูญ สิ่งที่เป็นต้นทุนส่วนใหญ่จะหมดไปกับการสร้างแบรนด์ให้ทุกคนเชื่อถือ

ทำไมธนาคารไม่ตัดเงินกันเอง ตัวกลางจำเป็นไหม?

ตัวกลางเหล่านี้จริงๆแล้วก็เริ่มต้นมาจากหลายๆธนาคารร่วมกันถือหุ้นองค์กรกลางเพื่อใช้ในการตัดเงิน ต่อมาบางองค์กรก็แปรผันตัวเองมา ipo เป็นบริษัทให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ในขณะที่ธนาคารเป็นหมื่นสถาบันจากทั่วโลกต้องใช้ตัวกลางนี้ และมีผู้เล่นไม่กี่รายที่เป็นตัวกลาง รายใหม่เข้ามาแข่งได้ยากจากการมี network barrier ที่แข็งแกร่ง และต้องอาศัยเวลาในการสร้างความน่าเชื่อถือ

จากข้อมูลที่น่าสนใจคือทุกๆปีมีคนรูดบัตรดิตเป็น แสนล้าน transaction และมียอดเงินที่รูดรวมกันหลัก ร้อยล้านล้านบาท ต่อให้ได้เงิน 0.11% แต่ถ้าคูณด้วยยอดเงินที่มากมายขนาดนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้บริษัทตัวกลางเหล่านี้ เป็นบริษัทใหญ่อันดับต้นๆของโลก

จากการคาดการณ์ว่าในอนาคตเกือบทุกประเทศจะเป็นสังคมไร้เงินสด บริษัทที่เป็นตัวกลางนี้ คงได้ประโยชน์ไม่น้อยจากแนวโน้มนี้เช่นกัน

Comments

comments



336 thoughts on “บัตรเครดิตรูดแล้ว ใครได้ค่าธรรมเนียมบ้าง”

  • ATM น่าจะช่วยลดค่าพนักงาน สาขา ของธนาคารได้มากครับ จริงๆถ้าลดค่าธรนมเนียมการใช้บัตรเดบิตลงอาจจะช่วยให้ร้านค้าหันมาใช้มากขึ้น เพราะสะดวก เร็ว ไม่ต้องเตรียมเงินทอน และไม่ต้องพกเงินสด แต่ผมมองว่าปัญหาจริงๆคือ คนขายส่วนหนึ่งไม่ต้องการหลักฐานยอดขายที่แท้จริง ^^

  • สมมติว่า มีค่าธรรมเนียมในการกด ATM จริงๆ คนบางกลุ่มน่าจะยกเลิกการใช้บัตร ATM มั้ย
    คือส่วนตัว เงินเดือนเข้ามาก็กระจายออกไปหมด เก็บเงินบางส่วนเป็นค่าครองชีพ ถ้ามีค่าธรรมเนียมกด ก็ไม่ใช้บัตร ATM ได้

    • ผมมองว่าถ้ากดเงิน ATM แล้วเสียค่าธรรมเนียมมาก จะมีคนบางส่วนไม่ถือบัตรเลย (ขนาดตอนจะกดยังใช้ลูกหลานเลย) คือ ยอมเดินเข้าสาขาเดือนละครั้ง ถอนเอาเงินสดเท่าที่พอใช้ ซื้อของก็เงินสด เพราะมันรู้สึกได้จับเงินจริงๆ

    • ไม่น่าจะเป็นไปได้ครับ ทุกวันนี้สาขาคนเยอะมาก และมีเวลาให้บริการจำกัด แค่สามโมงครึ่งหรือทุ่มนึงในห้าง ขาดความสะดวก หากเกิดจำเป็นต้องใช้เงิน และการเก็บสดไว้กับตัวมากเกินไปย่อมไม่ปลอดภัยด้วย

    • จิงๆๆ ผมก้อแทบไม่ใช่เงินสด ทำธุรกรรมใดๆๆ มานานแล้ว แต่จะใช่ เพียงแค่จับจ่ายใช่สอย ต่อวันเช่น กินข้าวข้างทาง ร้านค้ารถเร่ ขนมริมทางเท้า ซึ่งบางครั้งลูกๆๆ ก้อออกไปซื้อแทน วงจรที่จับต้องได้ แบบนี่เปลี่ยนยากจริงๆๆครับ

    • อีกระบบ ที่คล้ายๆๆ กันคือบัตรทางด่วน ณ.ปัจจุบัน ยังไม่สามารถออกใบกำกับภาษี ได้สะดวก ยังต้องไปวางยื่นคำร้องเพื่อเอาใบกำกับ และมาอีกครั้งเมื่อได้รับ
      เนื่องจากระบบทางด่วน 2 ระบบยังไม่ร่วมกัน
      ภาครัฐ นะสำคัญ กว่าในการเปลี่ยนแปลง และวิธีคิดให้ง่ายแต่ปลอดภัยด้วย

    • หากต่อดนิดต่อดน้อยอย่างนั้น ผมจะปิดบัญชีทั้งหมดแล้วเก็บเป็นเงินสดเอาดีกว่า ตู้เซฟเดี๋ยวนี้ก็ไม่แพงละ ดอกก็ใช่ว่าจะมาก

    • ผมมองว่าคนโดยส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะใช้บัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็มต่างๆ…คนส่วนใหญ่หาเช้ากินค่ำ รับจ้างรายวัน เกษตรกรรายย่อยยิ่งแล้วใหญ่ เงินฝากในบัญชีแทบจะเป็นศูนย์…แถมมนุษย์เงินเดือนชอบใช้บัตรเครดิตมากกว่าเดบิตซะอีก โครงการนี้สำเร็จได้เฉพาะคนบางกลุ่มคนส่วนน้อยเท่านั้น…ผลักดันยาก เพราะเรายังติดกับดักความยากจนครับ

    • ลดจำนวนตู้สิครับ แบบ ตปท หาตู้กดลำบากพอตัว

      แล้วก็เพิ่ม ระบบ อินเตอร์แอค เข้าไปด้วย + ให้ความสำคัญกับ เดบิตมากขึ้น เพราะบางทีซื้อของที่ต่างๆหรือออนไลน์ในไทยแม่มไม่รองรับเดบิต

    • อย่าลืมถือบัตร ATM ก็มีค่าธรรมเนียมรายปีเหมือนกันนะคะ ซึ่งมีตั่้งแต่ระดับ 200 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตรที่เลือก

  • ที่ผมไม่ใช้บัตรเดบิตเพราะการปฏิเสธความรับผิดชอบของธนาคาร ถ้าโดนขโมยข้อมูลบัตรเดบิตธนาคารไม่รับผิดชอบเพราะเป็นเงินของเรา ถ้าบัตรเครดิตปฏิเสธการจ่ายได้เพราะเป็นเงินธนาคาร บัตรเดบิตผมทุกใบปรับวงเงินให้เหลือ0บาท

  • ส่วนตัวที่ไม่ใช้เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัยที่สุดเลยค่ะ ยิ่งรัฐบาลตอนนี้ด้วยยิ่งทำให้ไม่น่าใช้ไปใหญ่เลย

  • ซื้อจ่ายเงินสดไม่มีขั่นต่ำ รูดบัตรมีขั้นต่ำค่าfeeอีก แถมบัตรเครดิตรูดวันนี้จ่ายเดือนหน้า ทำไมต้องใช้บัตรเดบิตโง่ๆที่โดนบังคับ

  • ถ้าใช้บัตรแล้วมีชาร์จ คงไม่มีคนใช้ จริงๆมองผิดนะครับ แบงค์พยายามให้คนหันมาใช้ atm เครื่องฝากเงินสดแทนการใช้ธนาคาร เพราะต้นทุนถูกกว่า การไปสาขา

    ลองคิดดูถ้าคนไม่ใช้เครื่องหันไปใช้สาขาแทนนี่ยุ่งเลย

  • ผมว่าข้อเสนอตอนหลัง(ให้เพิ่มค่าธรรมเนียมatm)มันไม่ตอบปัญหาตอนแรก(ความปลอดภัยของข้อมูลพร้อมพัง เอ้ย พร้อมเพรียง)นะสิครับ สุดท้ายคนคงเลือกไปใช้บริการแบบอื่นเช่นเคาเตอร์ธนาคาร เบิกเงินมาฝังตุ่มที่บ้านแทน

    • ใช่ครับ แต่พร้อมเพย์เป็นแค่การรับเงิน การรับเงินถ้าให้สบายใจก็คงต้องบอกเบอร์บัญชีธนาคารแบบเดิม

      ส่วนตัวใหญ่ที่จะทำให้เป็นสังคมไร้เงินสด คือการจ่ายผ่านบัตร แทนเงินสดครับ

    • ส่วนตัวผม ก็อย่างที่ลงทุนแมนยกตัวอย่างไปในบทความแหละครับ อยู่ๆก็ต้องให้เบอร์โทรกับเลขบัตรประชาชนคนแปลกหน้าไป ก็ไม่รู้เค้าจะเอาไปทำอะไรอย่างอื่นได้หรือเปล่า นอกจากนี้ ถ้าต้องผ่านทางบุคคลที่3 ก็อาจทำให้มีคนรู้รายรับเราโดยไม่ต้องการได้

    • คือแค่เลขบัตร เอาไปทำธุรกรรมอะไรไม่ได้เลยครับ มันแค่ id และมันก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร ไม่งั้นคงไม่เขียนแปะหราอยู่บนบัตร
      บัตร ปชช หาย ทางการก็ไม่ได้เปลี่ยนเลขให้ใช่มั๊ยครับ

    • ย้อนกลับไปที่ประโยคแรกครับ คนไม่สบายใจที่จะบอกเบอร์มือถือ หรือเลขบัตรประชาชนให้คนอื่นจริงๆครับ

      สมมติว่าผมใช้มือถือเครื่องเดียว แล้วอยากรับเงินจากการขายสินค้าให้คนอื่นที่เราไม่รู้จัก แล้วจะต้องบอกเบอร์มือถือให้เขาโอนเงินมา

      ผมก็จะกังวลว่าลูกค้าจะโทรมาเวลาอื่นที่จะรบกวนความเป็นส่วนตัว หรือ จะแอดเบอร์ของผมเข้า LINE เขา ซึ่งบางทีผมไม่อยากให้ลูกค้าแอดไลน์

      ส่วนเลขบัตรประชาชนยิ่งไปใหญ่ครับ

      พอนึกภาพออกไหมครับ

    • นั่นคือความกลัวที่ต้องแก้ไงครับ เพราะมันแทบไม่มีประเด็นอะไรเลยกับการรู้เลขบัตรปชช.

    • แค่เอาเบอร์บัตรปชช.ไปล้วงเอาผลการยื่นภาษีก็รู้แล้ว. อีนี่เงินเยอะ. ภาครัฐระบบการักษาข้อมูลไม่ดีจริง

    • เลขบัตรประชาชน คือข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ในการ “ยืนยันตัวตน” ในหลายๆ ระบบค่ะ ไม่ใช่ “แค่เลข id”
      เพราะงั้นมันไม่น่าที่จะเอาไปบอกใครก็ไม่รู้ อย่างที่ admin ว่าค่ะ

    • ข้อดีข้อแรก คือ ปัญหาคอรัปชั่น น้อยลง เพราะสามารถตรงสอบเส้นทางการเงินได้

      เราจะไม่ได้เห็นข่าวนักการเมืองเก็บเงินสดเป็นพันล้านไว้ในบ้านเหมือนข่าวในอดีต

    • ด้วยความเคารพ @ลงทุนแมน นะครับ ข้อดีข้อนี้ ไม่พอครับ และผมว่ามันออกจะเป็นแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุไปนิดนึง (คนที่ไม่คอรัปชั่นก็ไม่ได้ประโยชน์?) ไม่ทราบมีข้อดีอื่นๆ (สำหรับประชาชน) อีกไหมครับ?
      ปล.ชอบเพจนี้ ไม่มีเมนต์ดราม่า เน้นวิชาการดีครับ

    • ไร้เงินสด ลดการใช้ ATM ไม่ต้องฝาก ไม่ต้องกด โอนเงินไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่ต้องพิมพ์ธนบัตร ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้

    • จีนตอนนี้เลยเลยครับ ไปไหนก็อลิเพย์ หลักๆคือรัฐจะรู้ความเคลื่อนไหวของเงิน

    • ตามที่คุณ karanyaphong บอกเลยครับ เสริมอีกนิดนึงว่า ต้นทุนการพิมพ์ธนบัตรของแบงค์ชาติก็จะหายไป
      การดูแลขนย้ายเงินสดของธนาคาร และร้านค้า ปัจจุบันมีมูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาทต่อปี ต้นทุนตรงนี้ถ้าลดได้ก็จะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมเหมือนกัน

      ส่วนที่บอกว่าคนที่ไม่ได้คอรัปชั่นไม่ได้ประโยชน์ ผมไม่อยากให้คุณ Warayu คิดอย่างนี้เลยครับ การที่เขาคอรัปชั่นเงินของภาครัฐมา มันก็เหมือนเงินของเราที่เป็นประชาชนทุกคนครับ

    • การคอรัปชั่นคือการเอาเงินของคนไม่คอรัปชั่นไปใช้คนเดียวแทนที่จะเอามาทำสาธารณะประโยชน์ครับ ถ้าไม่มีคอรัปชั่น ทุนคนได้ประโยชน์หมดครับ

    • คือไม่มีคอรัปชั่น ทุกคนได้ประโยชน์หมดและเป็นเรื่องที่ดีแน่ๆ ครับ ผมเพียงแต่เห็นว่าถ้าเราจะทำระบบ cashless เพื่อปราบคอรัปชั่นเป็นวัตถุประสงค์หลัก น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และกระทบกับคนทั่วไป ควรแก้ตั้งแต่ต้นเหตุ เช่น การตรวจสอบ ปราบปราม และลงโทษอย่างจริงจังมากกว่า ส่วนถ้ามีประโยชน์อื่นๆ ตามที่ได้แนะนำเพิ่มเติมมา ก็โอเคครับ

    • ขอเสริมนิดนึงนะคะ การใช้ระบบ cashless เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ ก็ตรงกับที่คุณ Warayu บอกว่า ควรแก้ตั้งแต่ต้นเหตุ เช่น “การตรวจสอบ” นะคะ
      ทุกอย่างจะตรวจสอบได้ หากเรามีระบบที่ดีค่ะ และแน่นอน ระบบที่ดีจะเกิดขึ้นได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายค่ะ

  • ในฐานะลูกค้า : บัตรเครดิตดีกว่าเยอะครับ บัตรเดบิตเผลอๆโดนร้านชาร์จอีก

    ในฐานะผู้ประกอบการ : ถ้ามันเข้าระบบธนาคารหมด มีโอกาสสูงมากที่จะโดนบังคับจด vat ครับ

    • ในคนไทยทั้งหมด คนจำนวนมากไม่สามารถขอบัตรเครดิตได้ครับ

      ถ้าให้ภาพใหญ่ทุกคนใช้บัตร คงต้องเป็นเดบิตครับ

    • อยากทราบว่าปัจจุบันสัดส่วนคนไทยที่ใช้บัตรเครดิตเป็นเท่าไหร่ครับเมื่อเทียบกับบัตรเดบิต เพราะคนรอบตัวเกือบทุกคนใช้แต่บัตรเครดิต ไม่มีใครเอาเดบิตมารูดเลย

    • ไม่เคยโดนชาร์จนะคะ มีร้านอาหารแค่บางร้านที่ไม่รับบัตร เท่าที่ใช้มา คือไม่มีบัตรเครดิต ใช้เดบิตตลอด สะดวกดี ส่วนตัว คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่กลัวการเปลี่ยนแปลง จริงๆมันง่ายมาก ในฐานะคนที่ไม่ชอบพกเงินสด สะดวกไม่ต้องพกเหรียญด้วย

    • ถ้าที่ไหนมีวีซ่า/มาสเตอร์การ์ด เดบิตที่ทำไว้สามารถรูดชำระได้หมด เพียงแต่คนไม่ค่อยชินกะการใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่า

    • ตอบคุณ Omkoy คนไทยใช้บัตรเครดิต 23 ล้านใบ และ มีบัตรเดบิต 50 ล้านใบครับ แต่ถ้าคิดเป็นจำนวนต่อคนแล้วคงน้อยกว่านั้น เพราะ 1 คนมีบัตรหลายใบ

    • ที่ผมไม่ใช้บัตรเดบิตผมคิดว่ามันไม่ปลอดภัยมันตัดเงินไปเลย แต่บัตรเครดิต ใช้แล้วมาดู statement รายการไหนเราไม่ได้ใช้เราแย้งได้

  • แล้วร้านค้าก็จะแก้ด้วยการเพิ่มราคาสินค้า (อาจจะแพงกว่าค่าธรรมเนียมที่ตัวเองจ่าย) สุดท้ายคนที่ต้องเสียก้คือผู้บริโภค คนที่ได้ก้คือรัฐบาลกับร้านค้า

  • จากปากผู้ประกอบการ​นะ กลัวโดนเรื่องภาษีครับ รัฐเลยจะบังคับให้ ทำบัญชีเดียว และให้แบงก์ชาติกำหนดให้ ถ้าจะขอสินเชื่อ ต้องใช้งบที่ส่งสรรพากรเท่านั้น โดยทำพร้อมเพย์มารองรับเรื่องธุรกรรม เพื่อลดต้นทุนขนเงิน และตรวจสอบที่ไปที่มาของเงินได้ เรื่องค่าธรรมเนียม​เนี่ย บัตรเครดิต ดีกว่า มีโปรโมชั่น ผ่อน 0% ก็ได้ แต่บัตรเดบิตเนี่ย ไม่มีไรเลย ซื้อของเกินเงินที่มีก็ไม่ได้ ที่สำคัญรูดทีโดนชาร์ตอีก ต้องมีขั้นต่ำอีก ยังไง ก็เปลี่ยนพฤติกรรม​ยากครับ

    จุดประสงค์​หลักๆ ไม่มีไรหรอกครับ แค่อยากเก็บภาษี​ให้มีประสิทธิภาพ​มากขึ้นแค่นั้น (เพราะแบงก์พาณิชย์ ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะสูญเสียรายได้ค่าธรรมเนียม​ครับ)

  • ไม่ไปธนาคารมานานแล้ว…
    1.เงินเข้า 7-11 เติม true wallet
    2. จ่ายค่าไฟฟรี หลาย ๆ อย่างค่าธรรมเนียมถูกดี เช่นค่าไฟฟรี ชำระบัตรเครดิตบางใบฟรี
    3. โอนเข้าธนาคารเสียแค่ 15 บาท
    4. ใช้ net banking แทน/ปธนาคารโดยตรง
    5. บัตรเครดิตเป็นเครื่องช่วงเตือนความจำหรือทำบัญชีไปในตัว..

    ที่สำคัญเข้า 7-11 เอาแต่โทรศัพท์ไป..

  • บัตรเดบิตอันตรายกว่าบัตรเครดิตนะคะ ถ้ารูดไปแล้วยอดเงินยังไม่ตัด แล้วรูดซ้ำอีกครั้งนึง มีสลิปออกมา วงเงินในบัตรจะถูกตัดทั้ง 2ยอด และกว่าจะได้เงินคืนต้องใช้เวลา แตกต่างจากบัตรเครดิต จากผู้ที่เคยมีประสบการณ์รูดซื้อของด้วยบัตรเดบิต แล้วต้องรอเงินคืน 14วัน

  • เอาจริงๆ มันมีประเทศไหนมันใช้พร้อมเพย์ที่ผูกกับ เบอร์โทรศัพท์ และ บัตรประชาชน บ้างครับเนี่ย …

  • ATM ก็มีค่าธรรมเนียมนะ เป็นค่าธรรมเนียมรายปี ก็เหมือนเหมาจ่ายรายปี ธนาคารไม่เพิ่มค่าธรรมเนียมตอนกดแน่ เพราะจะมีคนยกเลิกเยอะเลย ส่วนพร้อมเพย์ ก็ยังไม่ถึงกับ fail เพราะตอนนี้น่าจะใช้ในหมู่คนรู้จักที่รู้เบอร์โทรกันอยู่แล้ว หรือร้านค้าที่ให้เบอร์ติดต่อกันอยู่แล้ว ส่วนเรื่องความปลอดภัย หากไม่มีข่าว หรือประเด็นอะไร ที่เสียหาย ก็จะมีคนหันมาใช้มากขึ้น แต่เห็นด้วยว่า บัตรเดบิตที่จะออกมา fail แน่นอน สู้ไปทำ Mobile App ที่มันผูกกับบัญชีธนาคารและ Limit วงเงินจ่ายได้ดีกว่า

  • เราก็ค้าขายนะ อยากให้ระบบเงินสดมันหมดไปจิง จะได้ไม่ต้องไปวิ่งหาตังค์ทอนทั้งแบงค์ทั้งเหรียญในแต่ละวัน ป้องการการทุจริตได้ด้วย แต่สำคัญที่ ค่าธรรมเนียมนี่แหละ แถมยังไอ้บัตร ยูเนี่ยนเปย์ นี่ก็รูดได้น้อยที่มาก ไม่น่าเปลี่ยนบัตรใหม่หมดเล้ย ปัญหาชีวิตตามมาเยอะเลย ไปไหนมาไหนจะต้องไปซื้อข้าวของใช้เงินมากๆ จำต้องกดเงินสดติดตัวแถมยังเสี่ยง กลายเป็นว่าบัตรเดบิทก็ต้องกดเงินสด ออกมาอยู่ดี

  • ถ้าอยากให้ใช้เงินสดลดลง น่าจะส่งเสริม Cash card มากกว่าแบบที่ ญี่ปุ่นมี Suica, ฮ่องกงมี Octopus ส่วนบัตรเดบิตที่ปริมาณคนมีบัตรมากน่าจะเพราะธนาคารไม่ยอมออกบัตร ATM เฉยๆแต่รวมบัตรเดบิตด้วยเลย
    สุดท้ายทุกวันนี้ ATM ก็ไม่ฟรีนะมีค่าธรรมเนียมรายปี

    • ค่าธรรมเนียมรายปีเป็นสิ่งที่จ่ายไปแล้ว เวลาคนไปกดตู้ ATM ไม่ได้มีต้นทุนอะไรเพิ่ม จึงเป็นสาเหตุให้ร้านค้าบอกให้คนซื้อไปกดเงินที่ตู้ ATM ได้ โดยคนซื้อก็ยอมไปกดแต่โดยดีครับ

  • เป็นพวกเทคโนโลยีพร้อม ออนแฮนด์มาก เข็ดจากการพกเงินแล้วขี้ลืมทำหาย แต่เงินในบัญชีไม่ค่อยมี

  • มันน่าจะชื่อพร้อมรับเพราะมีไว้แค่รับเงิน ใครวะตั้งชื่อว่าพร้อมจ่ายคนเลยกลัวดิ

  • ทุกวันนี้บางร้านบอกให้เราไม่ต้องเดินไปตู้เอทีเอ็มค่ะ ให้โอนผ่าน mobile banking ได้เลย ค่าธรรมเนียมก็ไม่ต้องเสีย ไม่ต้องเดินไปกดเงินด้วย

  • เราเป็นคนนึงนะที่ชอบใช้บัตร ATM แบบเดบิตในการซื้อสินค้าหรือบริการ เราว่ามันสะดวกดี ไม่ต้องพกเงินสดไว้กับตัวเยอะๆ ประเด็นคือเคยกดเงินมาไว้ในกระเป๋าแล้วกระเป๋าตังค์หาย คือไปเลยหลายพัน ตั้งแต่นั้นมา เราเก็บเงินสดไว้กับตัวน้อยมาก ส่วนมากจะใช้เดบิตจ่าย ส่วนตัวเราว่าสะดวกดี

  • ไม่เคยใช้บัตรเดบิต แต่มีบัตรเดบิตไว้กดเงินสด เพราะธนาคารบังคับขายบัตรเดบิตเพื่อให้ลูกค้าจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น จริงๆอยากได้แค่บัตรเอทีเอ็มธรรมดา

  • เข้าใจว่านโยบายพร้อมเพย์นี่มีนานแล้ว แต่ดันมาทำยุครัฐบาลโคตรโกงและโคตรรีดภาษีบ้าบอยุคนี้ด้วย บอกตรงๆว่าทำใจสมัครไม่ได้จริงๆ (เพื่อนๆทุกคนที่ไม่ทำก็เพราะรัฐบาลยุคนี้ด้วนนี่แหละ)

  • จริงๆรูดบัตรไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมสิ ตู้ATM คิดค่าธรรมเนียมกด ผู้ค้าและลูกค้าถึงจะนิยม เพราะไม่มีใครอยากเสียทั้งนั้น สมองมีไว้กินเงินภาษีประชาชนจริงๆ

    เพราะอะไร ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ไปกำหนดกดเงินที่ตู้ เสียเงิน ค่ากด และรูดบัตรยังเสียค่ารูด ประชาชนจะไปที่ธนาคารเพื่อที่จะถือเงินสด เพราะถ้าเป็นผมผมก็ทำอย่างนั้น

  • ผมมีบัตรเดบิตนะ แต่เวลาใช้บัตรจริงๆ ก็ใช้แต่บัตรเครดิต ก็บัตรเดบิต มีค่าเท่ากับเงินสด ในขณะที่บัตรเครดิต จ่ายเงินทีหลัง และมีส่วนลด + โปรโมชั่น + ไมล์

  • ผมว่าจัดสมดุลของมันดีกว่า เงินสดยังไงก็คงต้องใช้ในหลายๆอย่าง ส่วนบัตรเดบิตมันก็ตอบโจทย์​ตรงที่เอาไว้จ่ายของออนไลน์​ พร้อมเพย์​ผมว่าก็สะดวกดีเวลาโอนให้น้องให้แม่ ปล.ผมใช้เบอร์โทร​เดียวมันก็ไม่เห็นอันตรายนะ เพราะมันก็มี otp แจ้งมายืนยันก่อนกดไม่ใช่หรอครับ?

  • ต้องไม่มีค่าธรรมเนียม​ตอนรูดบัตรสิ ร้านค้าจะอยากใช้มากขึ้น ลูกค้าก็อยากรูดมากขึ้น​

  • คนไทยเปลี่ยนเบอร์มือถือบ่อย หยั่งกะเปลี่ยนเสื้อ
    เบอร์มงคล เอย , โปรลดค่าโทรเปิดเบอร์ใหม่ เอย
    บางคน3ดือน เปลี่ยนเบอร์ที
    ระยะเวลา ไม่ถึง20ปี เรามีเบอร์ขึ้นด้วย 06xไปจนถึง 09x นับดูสิ กี่สิบล้านเบอร์แล้ว

  • ไม่มั่นใจความปลอดภัย จริงๆเอทีเอ็มก็ใช้ได้ไม่อยากยุ่งยากเพิ่ม ระบบก็เน้อ ตอนเปิดบัญชีก็ต้องใช้บัตรปชช.เบอร์โทยุละ ถ้าเก็บความลับลูกค้าได้จริงอย่างพูดคงไม่มีพวกขายประกันโทร.มาให้รำคาญหรอก

  • แอดมินครับ หากเรากลายเป็นสังคมไร้เงินสดจริงๆ ถ้าผมขายหมูปิ้ง ผมต้องไปขอเครื่องรูดด้วยใช่มั้ยครับ ไม่งั้นลูกค้าคงซื้อหมูปิ้งไม่ได้

    ที่ผมพูดคือแอดมินมองภาพใหญ่ แต่สเกลเล็กๆมีรายละเอียดอีกมากมาย ทำพร้อมเพย์ถึงไม่บูม เพราะประโยชน์ที่จะได้รับมันเฉยๆ ถ้าประโยชน์มีมากพอ อย่าว่าแต่ id หรือเบอร์โทรเลยครับ ถามสัดส่วนยังยินดีที่จะบอก
    ร้านค้าทำไมถึงไม่อยากรับรูด เพราะรับเงินสดคือรับ 100% ทันทีเดี๋ยวนั้น แต่รูดบัตร โดนหัก% จะเท่าไหร่ก็คือโดนหัก แถมรอตัดบัญชีถึงได้เงิน มีแต่นี้จริงๆ ถ้าแอดมินตั้งโจทย์ยากก็แก้ยากครับ

    • ใช่ครับ อนาคต หมูปิ้งควรจะรับเงินแบบไร้เงินสดครับ
      ที่จีนเป็นแบบนี้แล้วครับ

      เรายื่นมือถือของเราที่เป็นโค้ด ให้ลูกค้าแสกน จ่ายเงิน จบ ไม่ต้องทอนเงิน

      แสกนจบเงินเข้าธนาคารเราเลย ถ้ามียอดเข้าเยอะ ธนาคารให้เครดิตเงินกู้ด้วย

      ทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าเริ่มต้นครับ

      เมืองไทยอาจจะใช้เวลาหน่อย สิบปี ร้อยปี ในที่สุดจะเป็นแบบนั้นครับ

  • ปัญหาใหญ่ของคนที่อยากใช้ promptpay คือ ร้านค้าที่ขายของออนไลน์ ไม่ยอมสมัครครับ เพราะกลัวสรรพากรจะไล่เชค
    ดังนั้นเลยต้องเสียค่าธรรมเนียมตามเดิม

  • ต่างจังหวัด ยังไม่รู้จักกันเลยครับ พร้อมเดย์คืออะไร บ้างคนโอนเงินในแต่ละวันค่าธรรมเนียม เป็นหลักพัน ผมคิดว่าที่มัน fail เพราะคนเราไม่ยอมเปลี่ยนแปลงกันเองหละครับ ยังไม่รวมคนหาเช้ากินค่ำเงินเก็บไม่มีใช้วันหมดวัน

  • ในมุมมองลูกค้า : หลายคนยังไม่รู้ว่าจะใช้ promptpay ยังไง บางคนกลัวเรื่องความปลอดภัย บางคนชินกับการพกเงินสดมาจับจ่ายซื้อของ เรื่องรูดบัตร ถึงจะชาร์จค่าธรรมเนียมน้อยยังไง ก็คือชาร์จนั่นแหละ มันให้ความรู้สึกว่า เราจ่ายเยอะขึ้นอยู่ดี บางคนก็อาจจะไม่ไว้ใจเครื่องรูดของทางร้าน
    ในมุมมองร้านค้า : บางร้านกลัวถูกตรวจสอบข้อมูลการขาย สินค้าบางประเภท ที่กำไรต่อชิ้นไม่เยอะ ถ้าให้รูดจ่ายแทนเงินสด และร้านต้องรับภาระค่าธรรมเนียมเอง ก็จะได้กำไรน้อยลงไปอีก บางทีก็กระอักกระอ่วนใจถ้าจะต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรูดบัตรเพิ่มจากลูกค้า บางคนรู้สึกว่าได้เงินเข้าบัญชีช้า ไม่เหมือนเงินสดที่ได้เข้ากระเป๋าเลย นอกจากนี้ การขอติดตั้งเครื่องก็ยุ่งยาก ธนาคารก็ไม่ให้เครื่องฟรี ๆ บางเจ้าเรียกเก็บค่าประกันเครื่องหลายพัน บางเจ้าขอเอกสารวุ่นวาย บางที่กำหนดยอดรูดต้องตามเป้าจึงจะไม่เสียค่าธรรมเนียมรายเดือน เครื่องบางประเภท เช่นเครื่องรูดบัตรแบบเคลื่อนที่ (เสียบกับสมาร์ทโฟน) ก็ระบบห่วย ไม่รองรับมือถือทุกเครื่อง แถมไม่รองรับบัตรบางประเภทของต่างชาติ เช่น unionpay ของจีน

  • ที่ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่ สาเหตุหลักอีกสาเหตุนึงคือธนาคารไม่ได้ทำการโอนเงินให้เจ้าของร้านค้าทันที จะทำการรวมโอนให้ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งถ้าเจ้าของร้านบางร้านที่เป็นเงินหมุนต้องการใช้เงินทันทีก้ออาจมีปัญหาในการหาเงินมาซัพพอร์ทในส่วนนี้

  • ไม่อยากใช้บัตรเดบิตรูดแล้วคือจ่ายเลย รูดบัตรเครดิตดีกว่า กว่าจะจ่ายก็เดือนถัดไปแถมได้สะสมแต้มแลกของด้วย บางร้านได้ลด % ด้วย

    • เพราะร้านค้าต้องยอมเสียค่าธรรมเนียม 2% ทำให้ card issuer หรือธนาคารผู้ออกบัตรได้ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมนี้ และเอาเงินไปทำโปรโมชั่นสะส้มแต้ม และโปรโมชันกับร้านค้าได้

      ถ้าว่าง ลองอ่านเบื้องหลังของค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตได้ที่บทความนี้ครับ สนุกดีครับ
      http://longtunman.com/205

    • ขอบคุณค่ะ ในฐานะผู้ประกอบก็ไม่ชอบบัตรเพราะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตั้งเยอะ แต่ถ้าอยู่ในฐานะลูกค้าอยากใช้บัตรเครดิตมากกว่าเดบิตหรือเงินสด

    • บัตรแต่ละชนิดค่าธรรมเนียมร้านค้าไม่เท่ากัน บัตร platinum signature พวกนี้ค่าธรรมเนียมแพงสุด

  • 1.เริ่มจากรูดไม่มีขั้นต่ำให้ได้จะ1บาทก็ต้องรูดได้
    2.ร้านโชห่วยก็มีให้เครื่องให้รูด
    3.รัฐแจกเครื่องedcไปเลย
    4.ไม่เสียค่าธรรมเนียม

  • เอาจริงๆนะคะบัญชีที่เป็นพร้อมเพย์ โอนตู้ โอนATM 9ล9 เขาควรตั้งเป็นแบบออโต้ให้เราเลยนะเพราะเป็นการรับเงินโอน ไม่จำเป็นต้องมาเลือกกดปุ่มไรอีก. บางครั้งมันก็ลำบากสำหรับคนไม่รู้เรื่องนะคะ///มันสามารถยกเลิกได้มั้ยน้อ

  • ข้อมูลที่เขียนไม่ได้ถูกทั้งหมด และมีข้อมูลทีผิดคือ รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ออกบัตร “พร้อมการ์ด” แต่เป็น บ. NITMX ที่เป็นผู้ให้บริการสวิตช์ชิ่ง รายการ ATM, บัตรเดบิต และเป็นผู้ให้บริการ “พร้อมเพย์” นอกจากนี้ ในตลาดนี้ยังมี บ. TPN ที่รวมทุนกันระหว่าง ธนาคารกรุงเทพและ Union Pay International โดยธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ออกบัตรเดบิต และ ให้บริการรับชำระ (Acquiring) บัตรเดบิต TPN ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย
    ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาล, กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทยทำคือ
    1 บังคับใช้ มาตรฐาน chip ของบัตรเดบิต
    2 รายการที่ชำระผ่านบัตรต้องทำในประเทศ (Switch On soil) ไม่ส่งออกไปต่างประเทศ เหมือนบัตรเครดิต เพื่อลดต้นทุน
    3 กำหนดเพดานค่าธรรมเนียมการรับชำระด้วยบัตรเดบิต เพื่อให้ร้านค้าเปิดรับชำระด้วยบัตรเดบิตมากขึ้น
    4 ลดการใช้เงินสด (cashless society) ลดการบริหารจัดการเงินสด (cash handling)
    แต่ปัจจัยหลักที่ร้านค้าไม่อยากรับบัตรในอกีตที่ผ่านมา มีอยู่ 2-3 ประเด็น
    1 ไม่อยากจ่ายค่าธรรรมเนียมการรับบัตร
    2 ไม่อยากเข้าสู่ระบบภาษี เพราะธนาคารมีการบันทึกภาษีจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้น ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
    ร้านค้าหลายร้านค้า ไม่รายงานยอดขายที่ถูกต้องเพื่อเลี่ยงภาษี

    การรับบัตรมากขึ้นก็จะช่วยให้รัฐบาลเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

  • วันนั้นลืมพกเงินสดผมกดโอนผ่านมือถือเลยครับ ขอเลขบัญชีร้าน เงินก็เข้าเลย sms เข้าบนมือถือของเจ้าของร้านเลย ชิวสุด 5555 แต่ก็ได้บางร้าน

    ร้านใหญ่ๆผมก็ใช้บัตรเดบิตครับ โฮมโปร โลตัส ตอนนี้อยู่เมกาใช้บัตรล้วนเลย เงินสดมีไว้ใส่ตู้ซื้อขนม

  • ร้านค้าหลายร้านกลัวค่าธรรมเนียมน้อยกว่ากลัวระบบภาษีครับ ถ้าติดตั้งเครื่องรูดบัตรขึ้นมาจะกระทบระบบภาษีอย่างมาก ยิ่งสมัยนี้ร้านค้าที่เป็นรุ่นเดิมๆ ยอดขายลดลง ส่วนต่างกำไรน้อยลง คนรุ่นนี้จะปฏิเสธระบบนี้จนถึงที่สุด ไม่เหมือนเมืองจีนแม้แต่ขอทานยังรับบริจาคผ่าน we chat

  • ต้องแยกเป็น 3 เรื่อง พร้อมเพย์บุคคล / พร้อมเพย์นิติบุคคล และเครื่องรูดบัตร EDC

    พร้อมเพย์บุคคล ไม่น่า fail รอขยายวงใช้เป็น ถ้าใช้เป็นแล้วจะสะดวกมาก

    พร้อมเพย์นิติบุคคลก็น่าจะ fail เพราะ 1) ยังติดนิสัยทำงบการเงินไม่ตรงความจริง กลัวรัฐบาลตรวจสอบ / 2) นิติบุคคลมีหลายบัญชี แต่ให้ผูกพร้อมเพย์ได้บัญชีเดียว .. แต่อันนี้บังคับให้ใช้ได้โดยให้โอน/รับเงินจากภาครัฐเข้าพร้อมเพย์เท่านั้น

    .. แต่ EDC ที่จะให้ใช้บัตรเดบิต fail เพราะคนใช้บัตรไม่ได้เสียค่าธรรมเนียม คนเสียค่าธรรมเนียมไม่ได้ใช้บัตร

  • อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้ผมนึกถึงการpayแบบใช้มือถือด้วยครับ..โดยส่วนตัวผมเป็นผู้ประกอบการรายนึง..และชอบเงินสดๆ..ดูมันได้สัมผัสอะไรที่เป็นรูปธรรมดีครับ..

    แต่..!!..เมื่อผมต้องซื้ออะไรซ้ำๆ..หรือใครที่ต้องโอนให้เราซ้ำๆ..ผมกลับชอบวิธี internet bankingครับ

    คนทั่วไปก็คงประมาณนี้ครับ ครั้งแรกที่ยังไม่สนิทกัน อาจจะใช้จ่ายแบบเงินสดก่อน หลังจากนั้นค่อยใช้วิธีอื่น..

    และผมเห็นด้วยครับว่าคนที่ใช้พร้อมเพย์ส่วนใหญ่น่าจะใช้เบอร์ที่ไม่ใช่เบอร์หลักหรือเบอร์ส่วนตัวที่เป็นPrivateมากๆครับ..

  • วิธีแก้แบบนี้คนด่าเพียบแน่ๆ ของเคยดีมาก่อน แล้วพออยากให้ไปใช้อีกอย่างเลยมาทำให้มันแย่ลง (ถึงมันจะสะท้อนรึไม่สะท้อนต้นทุนแต่คนใช้ไม่คิดแบบนั้นแน่ แต่เรื่องอื่นเห็นด้วยครับ)

  • เนื้อหาเขียนดี แต่เคยไหมครับ เวลาจ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือเดบิต แล้วร้านค้าขอคิด 3 % เพิ่ม

    3% ที่ว่า ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมอย่างเดียว แต่มันรวม vat 7% ที่ร้านค้าต้องจ่ายให้ธนาคารด้วย (ร้านค้าและลูกค้า ช่วยกันจ่าย ก่อนหารครึ่ง ก็เกือบ 10% ) เพราะเข้าข่ายสินค้าและบริการ ใครใช้ใครบริโภคต้องเสีย vat ครับ

    ถ้าร้านค้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 0.55 หรือ 2 หรือ 3% เป็นผม ก็พอทำใจได้ แต่พอรับบัตรแล้ว ต้องจ่าย vat เพิ่ม เหมือนจ่ายภาษีซ้อน แบบนี้ เป็นผม ก็ขอรับเงินสดหรือรับ cheque ดีกว่า ไม่ต้องเสีย vatและค่าธรรมเนียมธนาคารเพิ่ม

    จากประสบการณ์ตรง ร้านขายรถครับ

  • ถ้ามองให้แง่ร้านค้า คนขายสินค้า มีจำนวนไม่น้อยที่เค้าให้เบอร์มือถือไว้ให้ลูกค้าติดต่อสอบถามอยู่แล้วอะครับ

  • ขอเม้นในเชิงนโยบาย การที่ไทยยังเป็นสังคมเงินสดมันก็มีข้อดีอยู่อย่างนึงนะ คือที่ผ่านมา ก.พาณิชย์พยายามสนับสนุนให้เงินบาทเป็นเงินสกุลหลักในการแลกเปลี่ยนสินค้าในภูมิภาคอินโดจีน (แล้วถ้าCLMVใช้เงินบาทเยอะๆ ก็จะทำให้ต้นทุนทางการเงินของประเทศถูกลงในระยะยาว) แล้วการค้าในเพื่อนบ้านเนี่ยมันก็ใช้เงินสดเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเราผลักดันสังคมไร้เงินสดอย่างไม่ระมัดระวัง ผมเกรงว่ามันจะไปกระทบกับนโยบายนี้ได้

  • ความปลอดภัยจากระบบไม่ค่อยห่วงแต่ห่วงความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ เห็นข่าวเอาไปขายเอกชนอยู่ และเจ้าหน้าที่รัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างทั้งพฤติกรรมต่างๆของเรา เพราะถูกเชื่อมต่อหมด มือถือ โซเชียว การเงิน ข้อมูลต่างๆแค่คลิกเดียว น่ากลัวมาก

  • ผมมองว่าช่วงนี้พฤติกรรมคนไทยยังเปลี่ยนได้ยากครับ เป็นยุคที่ถือเงินสดไว้กับตัวสะบายใจกว่า
    การที่รัฐหรือมีเทคโนโลยีมาเข้ามาเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยนั้นต้องใช้ทุนมหาศาล เพราะถ้ายังเสียค่าธรรมเนียมในการรูดแล้ว พฤติกรรมคงเปลี่ยนยาก
    ดูอย่างการขายของOnline ผมว่าเขาขาดทุนไปเยอะมากกับการปรับพฤติกรรมคนไทย ก็ต้องดูต่อไปว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร อิอิ

  • บางร้านค้า และหลายๆร้านค้าเลย ให้คนโอนผ่าน application ของ ธนาคารนั้นๆครับ ซึ่งสะดวกมากมายครับ ต้องไปเพิ่มการคิดค่าธรรมเนียม กด app ด้วยนะ

  • พึ่งเริ่มใช้ไม่ถึงปี fail ไวจัง

    ส่วนตัวผมชอบนะเรื่องโอนเงินค่าธรรมเนียมน้อย ใช้โอนเข้าบัญชีต่างแบงค์ของตัวเองประจำ

  • ใช่ถ้ารูดเสียค่าธรรมเนียมอย่าลืมว่าหน่วยงานรัฐก็ยังไม่ใช้เช่นไฟฟ้าขประปาขโรงพยาลขนาดใหญ๋ยังไม่ใช้แล้วจะบังคับประชาชน?

  • ไปๆ มาๆ ปัญหาก็วน
    ต้นทุน คชจ. ค่าธรรมเนียม ค่า…
    การผลักภาระให้..ใคร..เป็นผู้ชำระ ต้นทุนก็เท่านั้น

    แต่..ความรู้สึกในทาง physical ได้จับเงินสด ๆ วัดกันไม่ได้..

  • อีเมล์ ระหัส ยังโดนแฮกได้ แต่นี่ผูกกับเบอร์โทร เลขบปช. ในยุคที่ใช้สมาร์ทการ์ดแต่เอะอะๆก็ถ่ายสำเนาบัตรตลอด ผมคนหนึ่งละที่ไม่ทำ มันไม่ปลอดภัย ข้อมูลหลุด โทรศัพย์หาย ยุ่งตายเลย…

  • ค่าธรรมเนียมรายปี ATM ไม่ฟรีนะครับ ปีละหลายร้อยแถมบางเจ้าแฝงประกันชีวิตอีก เดือนนึงกดบ่อยแค่ไหนกันเชียว

  • ทุกวันนี้ผู้บริโภคก็เสียค่ากดเอทีเอ็มแต่ละครั้งก็เยอะแล้วอย่าคิดอะไรที่เอาเปรียบหรือพลักภาระให้ผู้บริโภคไปมากกว่านี้เลย หากระบบที่รัฐทำออกมาดีจริงประชาชนก็จะเลือกใช้บริการเอง…แต่ที่ผ่านมาแต่ละโครงการทำเสนอมาแล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควรเพราะยังขาดความน่าเชื่อถือและสุ่มเสี่ยงกับความปลอดภัย

  • เงินสดมันสะดวกและมีประสิทธิภาพดีครับ และระบบ ATM ADM มันก็สะดวกพอสมควร ยิ่งมีระบบ Internet banking สนับสนุน เท่านี้มันก็ตอบโจทย์ได้เกือบหมดแล้วครับ

  • บัตรเครดิตสะดวกกว่าอยู่ดีครับ ผ่อน 0% ได้ด้วย มีจ่ายเงินคืนเราอีกต่างหาก ส่วนเงินสดก็กดไม่บ่่อย แต่กดเยอะให้พอใช้ทั้งเดือนทีเดียว เลยไม่ต้องกดบ่อย ซื้อของonline ก็ตัดบัตร/โอนผ่าน E-banking

  • รู้สึกไม่ปลอดภัยจริงๆค่ะ. แค่เบอร์โทรศัพท์. กับเลขบัตร. มิจฉาชีพฉลาดมากค่ะ. มีบัตรการด์ตัวใหม่. เพื่อรูดซื้อสินค้า. มันต้องเป็นร้านที่มีตัวตนไม่ล้มหาย. อย่างแม่ค้าในหมู่บ้านขายกับช้าว. ขายขนม. ขายอาหาร. มันยิบย่อยเยอะค่ะ. บางคนขายชั่วคราว. บางคนขายวันหยุด 3 วันต้องไปให้แม่ค้ากลุ่มนี้. ทำความเข้าใจและเปลี่ยนมาใช้แบบนี้ก่อนค่ะ. ยังงัยคนซื้อต้องตามคนขายอยู่แล้วค่ะ. ทุกวันนี้มันเปลี่ยนยากเพราะสะดวกและเคยชิน. ส่วนตัวพร้อมเพย์ รัฐต้องวิธีทำให้. ปชช. มั่นใจในความปลอดภัยมากกว่านี้มากๆๆๆๆค่ะ

  • ชอบใช้เงินสดมากกว่าอะ มันได้นับเงิน เหมือนเป็นการตรวจสอบค่าใช้จ่ายของเราเอง

    จริงๆ ธนาคารแห่งประเทศไทยควรจัดการให้ความรู้ด้านการเงินแก่บุคคลมากกว่ามานั้งสร้างการตลาดเรื่องการใช้บัตร คนเราจะได้จัดการดูแลการใช้จ่ายของตัวเองได้เก่งขึ้น

    เพราะถึงเป็นบัตรเครดิต ถ้าบริหารการใช้งานดีๆ มันก็ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น

  • มีบัตรเดบิตแต่ไม่เคยใช้รูดเลย เหตุผลง่ายๆแค่มันไม่ได้รู้สึกว่าจ่ายเงินออกไป จ่ายง่ายเกินไปอะ มันทำให้ใช้จ่ายเกินตัวอะ เดี๋ยวสิ้นเดือนเงินหมดซะก่อน-_-

  • ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บกับร้านค้า เหมือนจะน้อย แต่ถ้าดูในธุรกิจบางประเภทก็ถือว่าเยอะมากนะครับ
    เช่นธุรกิจปั๊มน้ำมัน เติม100บาท(ประมาณ3-4ลิตร) กำไรประมาณ2บาท(ยังไม่หักค่าใช้จ่ายต่างๆ) แต่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกืิอบ 25 เปอเซนต์จากกำไรที่ได้

  • เอาจริงๆ พร้อมเพย์ไม่ได้น่ากลัวเลย ผมว่าฝากเงินกับธนาคารบางเข้ายังน่ากลัวกว่าอีกกับข่าวเงินหายจากบัญชี

  • ธ…..ไทย โทรมาหาพ่อค่ะว่าให้ไปรับเครื่องรูดด้วยที่ธนาคาร เพราะรัฐบาลระบุชื่อมาให้ไปรับ ถ้าไม่รับให้ไปลงชื่อด้วยว่าไม่รับ ตอนแรกไม่ได้ตามข่าวพอไปหาอ่านข่าว อื้อหือรัฐบาล แล้วคือ…เพื่ออออ บ้านเราไม่ใช่ร้านค้า แล้วกิจการก็แจ้งตอนเสียภาษีตลอด กลับต้องให้ทางเราเสียเวลาทำงานเพื่อไปติดต่อธนาคารกับเรื่องพวกนี้ #สมแล้วที่เป็นประเทศด้อยพัฒนา

  • ใช้โอนเงินระหว่าง ธนาคาร ของตัวเอง หรือคนรู้จัก ต่างธนาคาร ไม่เสียค่าธรรมเนียม

  • บัตรเดบิตค่อนข้างอันตรายกว่าบัตรเครดิตครับ ปฎิเสธยอดยากไม่เหมือนบัตรเครดิต ไม่ใช่ว่าบัตรเครดิตทุกวันนี้ปลอดภัยแล้วนะแค่มากกว่า เห็นบัตรเครดิตบางใบตอนนี้มี activate/deactivate ได้ด้วย เวลาโดนขโมยก็เอาไปใช้ไม่ได้

  • เพราะนี่พร้อมเพย์ยังออกมาไม่เต็มรูปแบบ ที่ออกมาเป็นแค่ครึ่งเดียวสำหรับแผนทั้งหมด การ payment สำหรับร้านค้าที่สะดวก สมเหตุสมผลจะออกมาในเร็วๆนี้ครับ

  • ถ้า ค่าธรรมเนียม 0% ยังพอเห็นทางสำเร็จอยู่ (สำเร็จในที่นี้ หมายถึงมีคนหันมาใช้เป็นจำนวนมากพอสมควร )

    ส่วนกำไร หรือ ไม่กำไร อีกเรื่อง….

    ค่าธรรมเนียม ต่อให้มัน 0.00001%

    คนมันก็รู้สึกว่ามีค่าธรรมเนียมยุดี

    ร้านผม ธนาคาร จะมาตั้งเครื่องรูดให้ได้เลย ผมก็ได้แต่ ปฏิเสธ ตลอดด

    ขายของกำไร 2-3%
    แต่ค่ารูด 2-3% มันจะเหลือกำไรได้ยังไง

    บางธุรกิจ กำไรบางมาก จนแม้แต่ ธนาคาร หรือ สรรพกรเอง ยังไม่เชื่อด้วยซ้ำ ว่ามีธุรกิจที่กำไรแค่ 2% อยู่ในประเทศด้วย

    2% ในที่นี้คือ ไม่มีนะ ที่ซื้อครบล้าน จะได้แถมของ บลาๆ คือเมิงขาย 1 แสน ก็ได้ 2 พัน จบ…. แค่นั้น ไม่มีเก็บยอด ไม่มีของแถม คือกูได้แค่นี้แหละ

    บอกธนาคาร แมร่งก็บอกให้ผลักภาระให้ลูกค้า เก็บเพิ่ม 2 % เอาสิ แต่คือ กุเสียชื่อไง ว่าขายของแพงง มันมีคนยอมจ่ายก็จริง แต่มันก็จะมีคนมองว่าทำไมกุไปเก็บเพิ่มม เพราะบางคนไม่รู้ว่า ธนาคาร มันเก็บค่าธรรมเนียมกับร้านค้า

    ก็ได้แต่ตัดปัญหาา ไม่เอาดีกว่า

  • พลาดตรงที่เริ่มต้นด้วยการบังคับนี่แหละ ถ้าไม่มีพร้อมเพย์จะคืนภาษีช้า จะไม่ได้รับสิทธิคนจน จะไม่โน่นไม่นี่… ผลคือ เกิดการต่อต้านสิครับ ด่ากระจาย
    …ส่วนบัตรเดบิตเครดิต คนไทยส่วนใหญ่ มีไว้รูดเงินสดมาใช้ ไม่ได้ใช้แทนเงินสด…
    ภาครัฐวางแผนไม่เป็น วิเคราะห์มั่ว แยกกลุ่มไม่เป็น เหวี่ยงแห ผลมันก็แบบนี้แหละ

  • ผมมองว่าคนโดยส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะใช้บัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็มต่างๆ…คนส่วนใหญ่หาเช้ากินค่ำ รับจ้างรายวัน เกษตรกรรายย่อยยิ่งแล้วใหญ่ เงินฝากในบัญชีแทบจะเป็นศูนย์…แถมมนุษย์เงินเดือนชอบใช้บัตรเครดิตมากกว่าเดบิตซะอีก โครงการนี้สำเร็จได้เฉพาะคนบางกลุ่มคนส่วนน้อยเท่านั้น…ผลักดันยาก เพราะเรายังติดกับดักความยากจนครับ

  • เมื่อหลายปีที่แล้วไปเมกา ซื้อเบอร์เกอร์ข้างทาง เค้ามีเครื่องมือเล็กๆขนาดประมาณนิ้วโป้งต่อกับไอโฟน ไว้แสกนบัตรเครดิต ผ่านมาหลายปียังแปลกใจยังไม่เห็นที่ไทย

  • เงินสดดีตรงที่มาแบบตรง ๆ
    สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
    ใช้หนี้ได้ตามกฎหมาย
    ไม่มีค่าธรรมเนียม
    เงินสดอยู่ในมือหรือกระเป๋าเราปลอดภัยสุด
    คิดถึงในหลวงก็หยิบเงินขึ้นมาดู
    จริง ๆ นะ เพราะเคยชินด้วยแหละ ให้เลิกก็ทำใจลำบาก

  • หลายร้าน รับบัตรเครดิต ทั้งที่ค่าธรรมเนียมสูงกว่า แต่ไม่รับบัตรเดบิตด้วยนะคะ

    ในแง่ผู้ใช้งาน ไม่มั่นใจในความปลอดภัย ที่จะใช้บัตรเดบิตซึ่งหักเงินตรงจากบัญชีเงินฝากได้เลยด้วยค่ะ

  • ถ้าเป็นแบบนั้น ทุกคนก็รู้สิผมมีเงินในบช เท่าไหร่ แล้วถ้ามีคนมาแฮ๊คเงินผมไป ธนาคารรับผิดชอบเต็มวงเงินไหม?

  • กูก้นึกว่าจะมาแนวครีเอทืฟ นี่กลับมาแนวครีเอถีบ ผลักภาระให้ผู้บริโภคอึกตามเคย นิสัยนายธนาคารหน้าเลือด รอชาติหน้าเหอะ จะเลิกใช้เงินสด

  • ผมเดาเล่น ๆ ว่า ถ้าค่าธรรมเนียมการกด ATM แพง คนก็คงจะกดตู้น้อยลง อาจกดแค่เดือนล่ะครั้งสองครั้ง หรืออาจเปิดบัญชีโดยไม่ทำบัตร ATM เลยก็เป็นได้ (ไม่ต้องเสียปีล่ะ 200 300 ด้วย)

  • เราว่าไม่ล้มเหลวเราใช้เป็นประจำประหยัดค่าโอนได้เยอะ เรื่องเบอร์ผมว่าแม่ค้าพ่อค้าก็เตรียมเบอร์ไว้ใช้งานโดยเฉพาะ คงไม่โดนแกล้งหรือโรคจิตโทรหรอก

  • ทำไมเมืองจีนทำสำเร็จ คนจีนข้ามผ่านระบบใช้บัตรเดบิต เครดิต ที่อันตรายไร้พาสเวิร์ด เป็น mobilepayment ….1.เพราะทุกคนมีมือถือจะถูกบังคับให้ใช้เน็ตขั้นต่ำทุกค่าย มือถือทุกเครื่องของจีนจึงออนไลน์ตลอดเวลาพร้อมรับส่งเงิน 2.ความสะดวกในการตรวจสอบยอดของผู้รับเงินpayment ผ่านระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องมาไล่ดูยอด เทียบชื่อวันเวลาเอง กลัวยอดซ้ำๆใดๆ 3.ระบบสร้าง สแกน qr code ที่ทำการจ่ายเงินทำได้ทุกแบบด้วยการสแกนจ่ายเงิน (เช่นจ่ายเงินผ่านบิลหน้าเวป) สแกนรับ(เหมือน7-11 ที่เอาบาร์โค๊ดเราให้จนท.สแกน) ทำให้พัฒนาระบบไปใช้ได้หลากหลาย …..

  • นึกว่าพร้อมเพย์เป็น นโยบายกำจัดเงินสดในระบบ เพื่อรองรับนโยบายดอกเบี้ยติดลบในอนาคต ตกลงไม่ใช่สินะ

  • ต้นทุนเครื่องรูดบัตรที่ทางร้านจะต้องจ่ายอีก แล้วถ้าซื้อของไม่ถึงร้อย ต้องรูดบัตรหรอ?

  • ผมมองว่า
    1. ปัญหาเรื่องเลขประจำตัวหรือเบอร์โทรศัพท์เป็นประเด็นรองครับ ที่สังคมไร้เงินสดเกิดไม่ได้เพราะแรงจูงใจในการที่จะให้ร้านบบัตรเดบิตมากกว่า ร้านได้เงินแต่ต้องโดนหักค่าธรรมเนียม แถมมีข้อมูลบันทึกไว้อีก สู้รับเงินสดไม่ได้ ตอนนี้ร้านที่รับบัตรก็เลยมักจะจำกัดอยู่กับร้านที่ผู้ซื้อต้องใช้จ่ายเงินปริมาณมากพอระดับนึง ลูกค้าจะได้ไม่รู้สึกลำบากที่ต้องพกเงินสดเยอะหรือต้องเดินไปกดเงิน
    ถ้าจะทำให้สังคมไร้เงินสดเกิด ต้องมีงเพิ่มแรงจูงใจให้ร้านค้าอยากรับบัตรมากกว่านี้

  • แล้วถ้าไปเที่ยวต่างประเทศ พกบัตรไปใช้แล้วมีเงินสดติดตัวไปน้อย ตม.จะให้ผ่านเข้าเมืองเขาไหม
    เพราะตม.ไทยดูเงินสดไม่ดูบัตร

  • ขอบคุณครับกำลังอยากรู้เลย…ว่าแต่ร้านชอบชาร์ทอีก 3% / ธนาคารลูกค้าได้หนัก ๆ จากดอกเบี้ยค้างชำระอีก 24-25% ต่อปี ผมว่าตรงนี้ที่ธนาคารได้เนื้อ ๆ

    • กฏหมายกำหนดให้บัตรเครดิตเก็บดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 20% และกำลังจะปรับลดเหลือ 18% ครับ เอามาจากไหนที่ว่า 24-25% ?

    • ก่อนหน้านี้ ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ไม่เกิน 20% ค่ะ แต่เมื่อเร็วๆนี้ พึ่งมีประกาศออกมาให้ไม่เกิน 18% มีผลเดือนกันยายนนี้ค่ะ

      เร็วๆนี้ราคาหุ้น KTC เลยลงเยอะเลยค่ะ

  • ต้องมองอีกแง่ว่าจากทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้ร้านค้าไม่ค่อยอยากรับบัตรเครดิต หรือ การติดตั้งเครื่อง EDC ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้เงินเต็มจำนวน ต้องตั้งเงื่อนไข เช่น รับบัตรเมื่อซื้อเกิน300บาท และร้านค้าก็มองว่า นี่เป็นการเข้าระบบทางหนึ่ง

    ดังนั้นทำอย่างไรที่ให้ร้านค้าจูงใจมารับบัตรเครดิต เพื่อลดการใช้เงินสด

  • หนึ่งในเรื่องที่เคยสงสัยวันนี้กระจ่างแล้ว

    และอีกเหตุผลว่าทำไมร้านค้าชอบหัก 3% เพราะเงินมันมาไม่ครบ 100% นี่เอง นี่คิดว่าชาร์จค่าเสียเวลารอธนาคารตัดเงินให้

    • เพิ่มเติมให้ด้วยครับ การกระทำดังกล่าวผิดกฎของ VISA/MasterCard ด้วยครับ สามารถระงับเครื่องรูดบัตรกับร้านนั้นได้เลย

  • กำลังงงว่าร้านค้าได้ไม่เต็มร้อยแล้วแบบนี้ไม่ขาดทุนเหรอ โดยเฉพาะขายส่งกำไรน้อยๆ ก็ยิ่งน้อยลงไปอีก มิน่าบางร้านบอกชาร์ต 3% ผมไม่รูดเลยครับ

  • จริงแล้วๆ ร้านที่บอกเราว่า จ่ายเงินสดลดเพิ่ม3% จริงๆเค้าคิดลดมาเป็นค่าอาหารตามปกติ ส่วนคนที่จ่ายบัตร เค้า+ต้นทุน3%ไว้ละ ไม่เข้าเนื้อตัวเอง

  • จากบทความนี้ เห็นได้ชัดว่าการใช้บัตรเครดิตโดยไม่สร้างหนี้ (มีเงินพร้อมชำระเมื่อเรียกเก็บ) จะมีประโยชน์มากกว่าการใช้เงินสดครับ

  • ถ้าลูกค้าที่จ่ายเงิน กับร้านค้าที่รับเงิน ใช้ธนาคารเดียวกัน จะต้องตัดข้อใดออกไปบ้าง และร้านค้าจะได้เงินเยอะขึ้นหรือไม่ เพราะได้ตัดบางข้อออกไปครับ

    • ทั้งโลกมันก็มีอยู่ไม่กี่เจ้าแหล่ะครับ
      – VISA
      – MasterCard
      – AMEX
      – JCB
      – UnionPay
      นอกนั้นนึกไม่ออกแล้ว แต่คงไม่ถึง 10 สถาบัน

  • พวก alipay samsung pay อยู่ ส่วนไหนครับ 3)ธนาคารของลูกค้า หรือ
    4)ธนาคารของร้านค้า หรือ
    5)ตัวกลางในการตัดเงินระหว่าง ธนาคารของลูกค้า และธนาคารของร้านค้า

  • ก็ลองคิดดูว่า cryptocurrency มาแทนแค่บัตรเครดิต เงินค่าธรรมเนียมนี้จะไปตกอยู่ที่ใคร?

  • นอกจากเหตุผลที่ว่า สะดวกต่อการชำระเงินของลูกค้า
    ยังมีเหตุผลอื่นอีกไหมคะ ที่ทางห้างร้าน ยอมเสีย 2.24 บาท ทุกๆ 100 บาท ทั้งๆที่รับเงินสดทางร้านได้เต็มๆ 100 บาท
    อยากทราบจริงๆค่ะ

  • เขียนเข้าใจดีมากเลยครับ คำถามคือ ถ้าเรามีการใช้ promt pay จ่ายเงินให้กับร้านโดยตรง ในประเทศไทย บัตรเครดิตทั้งหลายจะมีผลกระทบเยอะไหม

    • คนละกลุ่มกันค่ะ promptpay เป็นการจ่ายเหมือนบัตรเดบิต ที่ไปตัดเงินสดในธนาคารทันทีมาทดแทนการโอนเงินแบบเดิม

      บัตรเครดิตเป็นการจ่ายเงินแบบล่วงหน้า แล้วค่อยมาจ่ายเงินสดตามยอดทีหลัง

      คนที่จ่ายบัตรเครดิตเดิม ก็คงอยากใช้บัตรเครดิตต่อไป ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ promptpay

    • แต่คิดอีกแง่ ถ้าผมเป็นร้านค้า หรือบริษัท ก็อยากได้เงินเลยเมื่อมีการซื้อขายสินค้าและบริการ และได้เงินเต็มจำนวน
      ที่ถามคือ เห็นว่าจะมีการใช้ prompt pay แบบองค์กร ผมว่าเป็นเรื่องดีนะ ถ้าร้านค้า ผู้ขายสินค้า มีส่วนลดให้ ถ้าจ่ายผ่าน prompt pay

  • สอบถามเพิ่มเติมในส่วนของส่วนร่วมในการจ่ายที่ข้างต้นมี 5 ฝ่าย

    กรณี Mobile Payment อาทิ Alipay, ApplePay, Square และอื่นๆ

    ถ้ามีกลุ่มนี้เข้ามาเพิ่ม แสดงว่าตามข้างต้น กลุ่มนี้จะไปอยู่ตรงไหนใน 5 ข้อข้างต้นครับ หรือจะเพิ่มเป็นข้อ 6 มาอีกข้อเป็นตัวกลางเพิ่มมาอีกชั้นรึเปล่าครับ

  • ถ้ารูดบัตรเครดิตที่ต่างประเทศมีการแบ่งจ่ายอย่างไรบ้างครับ มีค่าความเสี่ยงเพิ่มมั้ย?

  • โดยรวมเขียนดีมากครับ
    ส่วนรายรับแต่ละเจ้า ก่อนมาถึงขั้นนี้เค้าตกลงกันมานาน ต่างคนต่างอยากได้มากที่สุดทั้งนั้นนะครับ

  • สังคมไร้เงินสด ดีค่ะ แสกนจ่ายอย่างเดียว ทุก transaction บันทึกไว้หมดใช่จ่ายค่าอะไร ที่ไหน วันไหน สิ้นเดือนก็ปริ้น Statement ก็เหมือนมีพนักงานบัญชีส่วนตัว แถมได้รายได้จากการรูดบัตรเอาไว้ใช้สอยและเผลอๆเหลือเก็บด้วย

  • มีคนได้มากกว่านี้ ในมุมมืด ร้อยละ 10 ขั้นต่ำ คือร้านค้าที่ให้รูดบัตร แต่ให้เป็นเงินสดไป 5555 โดยเฉพาะร้านขายทอง..คนไทยไม่แพ้ใครในโลกอยู่แล้ว 555555

  • แบบนี้เหมือนลูกคัาที่จ่ายเงินสด ขาดทุนใช่ไหมคะ เพราะร้านค้าบวกราคาตั้งเผื่อค่าธรรมเนียมไว้แล้ว