กว่าจะเป็นวันนี้ของ TRUE

กว่าจะเป็นวันนี้ของ TRUE

ทรู ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2533 หรือ 27 ปีที่แล้ว ในชื่อ บริษัท เทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น เริ่มต้นจากการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน (โทรศัพท์บ้าน) ภายใต้สัญญาร่วมงานและร่วมลงทุนกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยหรือ บริษัท ทีโอที ในปัจจุบัน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2536 มีชื่อย่อว่า TA

นอกเหนือจากให้บริการโทรศัพท์บ้านแล้ว ยังได้รับอนุญาตให้เปิดบริการเสริมอื่นๆ เช่น บริการโทรศัพท์สาธารณะ รวมไปถึงการเปิดให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานพกพาหรือ WE PCT ในปี 2542

การขยายธุรกิจครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้นในปี 2544 โดยได้เปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ ADSL และแบบ Cable Modem เป็นรายแรกของไทย

และในปีเดียวกัน ก็เข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคม โดยเข้าซื้อกิจการของ บริษัท ไวร์เลส คอมมิวนิเคชั่นส์ เซอร์วิส จำกัด หรือ WCS โดยจับมือกับ Orange SA บริษัทสัญชาติฝรั่งเศส ตั้งบริษัท TA Orange ขึ้น เพื่อให้บริการโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อเครือข่าย Orange

หลังจากนั้นไม่นาน Orange SA ก็ถอนตัวออกมา และตั้งแต่ปี 2547 เทเลคอมเอเชีย ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อที่จะรวมธุรกิจโทรคมนาคมของบริษัทย่อยต่างๆ ให้เป็นแบรนด์เดียว โดยเปลี่ยนชื่อ เอเชียอินโฟเน็ต (Asiainfonet) เป็น ทรู อินเตอร์เน็ต (True Internet) และ Orange เป็น ทรูมูฟ (True Move)

ในปี 2548 ทรู ก็เข้ายึดกิจการ UBC โดยต้องใช้เงินประมาณ 12,000 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นจาก MIH และผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งหมดและถอน UBC ออกจากตลาดหลักทรัพย์ โดยเปิดตัวการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกในชื่อ UBC-True ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น True Visions ในปี 2550

ปัจจุบัน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีธุรกิจหลักแบ่งออกเป็น 3 อย่าง คือ ให้บริการอินเตอร์เน็ต (True Online) ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (True Move H) และให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (True Visions) รวมถึงธุรกิจย่อยอื่นๆ เช่น ร้านกาแฟ True Coffee และ True Life

จากผลประกอบการปีที่แล้วของ ทรู คอร์ปอเรชั่น มีรายได้รวม 124,719 ล้านบาท ขาดทุน 2,807 ล้านบาท แต่อย่างที่หลายคนทราบ นี่ไม่ใช่การขาดทุนครั้งแรก

นับตั้งแต่ปี 2543 หรือ 17 ปีที่ผ่านมา ผลประกอบการของทรู มีกำไรให้เห็น 6 ปี รวมเป็นเงิน 9,907 ล้านบาท และขาดทุนทั้งหมด 11 ปี รวมเป็นเงิน 49,447 ล้านบาท

เมื่อมีการขาดทุนอย่างต่อเนื่องและเป็นจำนวนเงินที่มาก บริษัทจึงจำเป็นต้องมีการเพิ่มทุนอยู่บ่อยครั้ง เพื่อหาเงินมาสนับสนุนธุรกิจ

17 ปีก่อน ทรู มีจำนวนหุ้นทั้งหมดอยู่ประมาณ 2,088 ล้านหุ้น
10 ปีก่อน ทรู มีจำนวนหุ้นทั้งหมดอยู่ประมาณ 4,154 ล้านหุ้น
ปีที่แล้ว ทรู มีจำนวนหุ้นทั้งหมดอยู่ประมาณ 30,860 ล้านหุ้น

เมื่อมีการออกหุ้นเพิ่มทุน ผู้ถือหุ้นเดิมที่ไม่ได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ได้รับจัดสรร ก็จะทำให้ถูก Dilute

การถือหุ้นของกลุ่ม CP ใน ทรูคอร์ปอเรชั่น

ปี 2545 กลุ่ม CP ถือหุ้น อยู่ 42.85% (ณ วันที่ 24 ก.พ. 2546 จาก 56-1 ปี 2545)
ปี 2550 กลุ่ม CP ถือหุ้น อยู่ 30.02% (ณ วันที่ 26 ก.พ. 2551 จาก 56-1 ปี 2550)
ปี 2555 กลุ่ม CP ถือหุ้น อยู่ 63.33% (ณ วันที่ 15 มี.ค. 2556 จาก 56-1 ปี 2555)
การออกหุ้นเพิ่มทุน เมื่อคนใช้สิทธิ์ไม่เต็มจำนวน ซีพี ก็เป็นคนซื้อเพิ่มไป ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเพิ่มขึ้น
ปี 2556 ก่อนการเข้าถือหุ้น 18% ของ China Mobile International กลุ่ม CP ถือหุ้น อยู่ 60.12% (ณ วันที่ 18 มี.ค. 2557 จาก 56-1 ปี 2556)
ปี 2559 กลุ่ม CP ถือหุ้น อยู่ 50.21% (ณ วันที่ 16 มี.ค. 2560 จาก 56-1 ปี 2559)

เมื่อลองเทียบกับบริษัท AIS ที่ปัจจุบันมีบริการที่แทบจะเหมือนกับของทรู คือ บริการโทรศัพท์มือถือ บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง

16 ปีที่ผ่านมา ผลประกอบการของ AIS ไม่เคยขาดทุนเลยแม้แต่ปีเดียว โดยมีกำไรรวมกันทั้ง 16 ปีอยู่ที่ 358,497 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลรวมทั้งหมดเป็นเงิน 364,569 ล้านบาท..

Comments

comments



100 thoughts on “กว่าจะเป็นวันนี้ของ TRUE”