KING POWER กำลังเจอความท้าทาย

KING POWER กำลังเจอความท้าทาย

หากเราพูดถึงธุรกิจ Duty Free ร้านสินค้าปลอดภาษีในไทย
ชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึงคือ “คิง เพาเวอร์”
แต่ตอนนี้ มีร้านค้าปลีกปลอดภาษียักษ์ใหญ่ จากต่างชาติ ได้สิทธิเข้ามาทำธุรกิจในไทย ภายใต้แบรนด์ชื่อ “ล็อตเต้ ช้อปปิ้ง”

คู่แข่ง “คิง เพาเวอร์” รายใหม่นี้เป็นใคร?

ล็อตเต้ ช้อปปิ้ง คือ บริษัทลูกของ “ล็อตเต้ กรุ๊ป” บริษัทสัญชาติเกาหลีใต้ ที่มีธุรกิจค้าปลีกปลอดภาษีใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

ล็อตเต้ ช้อปปิ้ง จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของเกาหลีใต้ (KRX) โดยมี market cap อยู่ที่ 210,000 ล้านบาท

เมื่อเดือน กรกฎาคม 2560 ล็อตเต้ ช้อปปิ้ง ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใน ศูนย์การค้า Show DC

พร้อมทั้งยังมีแผนอีกว่า จะเดินหน้าธุรกิจโรมแรม รถเช่าและ อาหาร ภายในประเทศไทยเพิ่มอีกเช่นกัน

ผลประกอบการทั่วโลกของล็อตเต้ ช้อปปิ้ง มีดังนี้
ปี 2557 มีรายได้ 831,000 ล้านบาท
ปี 2558 มีรายได้ 861,000 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ 873,000 ล้านบาท

ด้าน ผลประกอบการของ คิง เพาเวอร์ ธุรกิจของครอบครัวศรีวัฒนประภาเป็นอย่างไร?
ปี 2557 มีรายได้ 57,000 ล้านบาท
ปี 2558 มีรายได้ 78,000 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ 85,000 ล้านบาท

รายได้หลักตามกลุ่มธุรกิจ

คิง เพาวเวอร์ มีการจดทะเบียนแยกเป็น 6 กลุ่มบริษัทย่อย ได้แก่
1. คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล – ร้านค้าปลีกปลอดภาษี ย่านถนนรางน้ำ, พัทยา และสมุทรปราการ
2. คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี – ธุรกิจจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี ภายในสนามบินทั่วประเทศที่ดูแลโดยท่าอากาศยานไทย (AOT)
3. คิง เพาเวอร์ แท็กซ์ฟรี – ร้านจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกและสินค้าไทย ที่ดอนเมืองกับสุวรรณภูมิ
4. คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ – ให้บริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งหมดรวมทั้งปล่อยเช่าภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
5. คิง เพาเวอร์ มาเก็ตติ้ง แอนด์ เมเนจเมนท์ – จำหน่ายสินค้าปลอดอากรบนเครื่องบินอย่างการบินไทย และแอร์เอเชีย
6. คิง เพาเวอร์ โฮเทล แอนด์ เมเนจเมนท์ – บริหารจัดการโรงแรม พูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

ความท้าทายของ คิง เพาวเวอร์ นอกจากปัจจัยภายนอก ที่มีคู่แข่งที่ใหญ่กว่ามาเปิดแข่งในเมืองแล้ว

แต่ยังเกิดจากปัจจัยภายใน เพราะอายุของสัมปทานที่ คิง เพาวเวอร์ ที่ได้รับอนุญาตให้ขายสินค้าภายในสนามบินสุวรรณภูมิ กำลังจะหมดอายุลงในปี 2563 หรือ 3 ปีข้างหน้า

ซึ่งแน่นอนว่าการประมูลสัมปทานในครั้งหน้า คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ คิง เพาวเวอร์

เพราะคู่แข่งอย่าง ล็อตเต้ ช้อปปิ้ง หรือ เซ็นทรัล เดอะมอลล์ ก็น่าจะจ้องแหล่งรายได้นี้อยู่เช่นกัน..



Leave a Reply

73 Comments on "KING POWER กำลังเจอความท้าทาย"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

เหงคิงพาวเวอร ตั้งแต่คนไทยยังไม่รุ้จักสมัยอยุ่เวิลดเทรดเซนเตอรชั้น7 สมัยนั้นยังเล็กๆ พอรัฐบาลทักษิณมาคิงพาวเวอรก็ขยายไปสุวรรณภูมินั่นแหละจุดเริ่มต้นความมหารวย

เห็นด้วยครับ…บ.ต่างชาติเป็นรองเพราะเส้นสายทางการเมืองในบ้านเรานี่แหละ

ผมว่ามีปัจจัยมากกว่านั้นนะครับคือการรู้จักปรับตัวและเข้าให้ได้กับทุกคนเพราะทุกวันนี้ King Power ก็ยังอยู่ได้ดีทั้งที่เป็นรัฐบาลทหารมาหลายปีแล้ว

King Power ก็รู้ดังนั้นจึงประมูลที่ดอนเมืองชนะที่สองและที่สามขาดลอยเป็นเท่าคือยอมจ่ายแพงแต่รักษากลยุทธ์ภาพใหญ่คือรักษาทำเลให้ได้ อาจจะเรียกว่าแพ้ศึกแต่เพิ่มโอกาสชนะสงครามในอนาคต

กลยุทธ์คือเข้าได้กับทุกคนไงครับ ถึงเป็นทหาร แต่พี่เน……แกก็จัดให้ได้

แน่ใจหรอว่าจะอยู่ได้ในยุคนี้ ติดตามต่อไป…

ชื่อก็บอกเเล้วครับ ว่า king power

ทำไมจะอยู่ไม่ได้ครับ ล่าสุดขึ้นภาษีไวน์หลายเท่าตัว บีบให้คนไปซื้อจากดิวตี้ฟรี ใครได้ประโยชน์เต็มๆล่ะครับ ช่วงกอบโกยจริงๆ

ระบบประชาธิปไตยมันก็ดีอย่างนี้แหละครับ อิอิ!

Jakkrit Keeratichokchaikun Wuttikorn March Keeratichokchaikun Minty King’s

เราเอาเองเลย ไม่ต้องไปไห้ไครรับไป ง่ายดี

อย่างที่เกาหลีก็มี DutyFree แข่งกันหลายเจ้านะครับ ของไทยเหมือนจะมี KingPower ผูกตลาดอยู่เจ้าเดียว อันนี้ ผบภ.น่าจะได้ประโยชน์ดีครับ

ผมเคยเห็น ceo เค้าให้สัมภาษณ์ว่า เค้าเสียพื้นที่ตรงดอนเมืองให้เจ้าอื่นไปนิครับ ไม่น่าจะผูกขาดนะ แต่คิงเพาเวอร์ผมชอบคือเค้า สนับสนุนงานฝีมือคนไทยนะครับ นำไปขายในชอป และคืนสิ่งดีสู่สังคมด้วย

ที่ดอนเมืองkpประมูลได้แล้วครับ

คืนสิ่งดี คุ้มกันมั้ยกับที่ผูกขาดไป แต่ช่างเถอะ ไม่ใช่ของเราคนเดียว

รอดู….ว่าจะต่อสัญญามั้ย?

ผมว่าเขาเอาแน่ๆ พร้อมจ่าย……เพราะไม่ว่าใครก็ต้องจ่าย ไม่งั้นจะไปทำอะไร…..

ถ้าทัวร์จีนหาย kingpower ก็กระอักเลือดแล้ว

ถ้าทัวร์จีนหายไม่ใช่KPน่ะครับที่กระอักกันทั้งประเทศรายได้หลักของประเทศมาจากการท่องเที่ยวอย่าลืมครับส่วนKP่อย่างมากแค่ล้มบนฟูกส่วนคนในประเทศนี้แขวนคอตายครับ

ทัวร์จีนหายน่ะ ทั้ง เยาวราช สำเพ็ง platinum ประตูน้ำ นี่แหละกระอักเลือด อีกมากมาย kp แทบไม่สะเทือน

แต่ก่อนทัวร์จีน ไม่มี kp ไม่เห็นเป็นอะไร ก็ยะงรวยได้มาจนทุกวันนี้ ก็แค่กำไรลดลง

Siriporn Siriprammanakul

ฟรีไทยแลนด์แดนซื้อขาย ติดต่อทีมเซลล์เลยครับซื้อได้หมด ดินแดน ผลประโยชน์ชาติต่างๆ เงินถึง ไม่ว่าไทยเทศ โอเพนเสรี

ทำไม KP ถึงมีอิทธิพลต่อรัฐบาลทุกชุด ส่วนหนึ่งเพราะตอนนั้นรัฐบาลยังไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการร้านค้าปลอดภาษีเลยครับ จะหันไปหาใครก็ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ ก็มีแต่ KP นี่แหละที่กล้าลงทุน ทีนี้ มันมาเกินเลยไปก็ตอนยึดทุกที่ ที่อยู่ในสุวรรณภูมิ อยากตั้งตรงไหนก็ตั้ง แม้แต่หัวสายพานกระเป๋าของผู้โดยสารขาเข้า หน่วยงานอื่นๆ แม้แต่หน่วยงานของรัฐ จะตั้งตรงไหนก็แทบจะต้องขออนุญาต KP ก่อน เพราะพี่แกจองไว้หมดสุวรรณภูมิเลย

ไม่ดีหรอคะ อย่างน้อยก็ของคนไทย

ก็คงต้องจ่ายอย่างหนักกว่าคราวที่แล้วนะแจ๊ะ

รบกวนวิเคราะห์ธุรกิจ “รถร่วมบริการ” ขสมก. ว่ามีความท้าทาย หรือมีความหอมหวานจากระบบสัมปทานครับ

ผมสงสัยอย่างเดียว ขายปลอดภาษี ปรกติเวลาเราไปตปท.สินค้าก็แทบไม่มีภาษีอยู่แล้ว ทำไมเขาทำกำไรได้ แถมส่วนแบ่งที่จ่ายให้ AOT ก็ไม่น้อยน่ะแล้วหลายคนที่ไปตปท.ก็จะบอกว่าของใน KP ไม่ได้ถูกน่ะ

สงสัยด้วย

สินค้าทุกตัวมีระดับราคาของมันครับ จะมีราคาของโรงงาน ราคาตัวแทนจำหน่ายปลีก หรือส่ง
แล้วแต่ว่าใครจะเอากำไรมากหรือน้อยครับ

จากที่เคยได้คลุกคลีมาระยะหนึ่ง

เหล้า/วิสกี้ ‘ตาจอห์นเดิน ตราสีแดง’
ต้นทุนที่รับมา ขวดละ 300 กว่าบาท ขายในดิวตี้ 7-800 บาท
เห็นส่วนต่างยังครับ

ปลอดภาษีที่ต้องจ่ายให้รัฐ แต่ไม่ได้ปลอดกำไรเข้ากระเป๋านะครับ

จริงครับ สินค้าหลายรายการขนาดปลอดภาษีแล้วยังแพงกว่าต่างปท.

สอบถามผู้รู้ค่ะ เป็นกิจการปลอดภาษีขายหรือเปล่าคะ แล้วรัฐจัดเก็บภาษีจากอะไรคะ

ก่อนจะได้ธุรกิจปลอดภาษีในสนามบิน ต้องประมูลที่ในสนามบินเพื่อซื้อขายสินค้าในสนามบินก่อรไงครับ รายได้มาจากการให้ประมูลสัมปทานพื้นที่จำหน่ายสินค้า ครับ

คือประมูลสัมปทานเช่าพื้นที่ แล้วได้รับการยกเว้นภาษีเหรอคะ

ปลอดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ลูกค้าที่มาซื้อในห้างครับ แต่ตัวบริษัทยังต้องจ่ายภาษีอากรตามปกติ

รัฐได้เงิน จาการให้สัปทาน จากผู้ชนะการประมูลนั้น ในที่นี้คือ kp ได้ไป และkpก็ได้พื้นที่ขายของปลอดภาษี อาจจะขายเองหรือ ให้คนอื่นเช่า ในพื้นที่ของตนเองอีกทีก็ได้ มูลค่ามหาศาลครับ คงประมาณนี้

อ้อค่ะ งดเว้นภาษีศุลกากร แต่ยังนำส่งภาษีประเภทอื่นอยู่ /ขอบคุณค่ะ

ถ้า Jack Ma เข้ามาทำด้านนี้ในไทยด้วย KING POWER คงหนาวกว่าเดิม

เลสเตอร์ไม่นับเหรอครับ

นึกว่าแกทำธุรกิจซักอบรีด อิอิ

คุณวิชัย รักศรีอักษร (ชื่อ สกุล เดิม) เริ่มต้นด้วย Thailand Duty Free Shop (ถ้าผิด ขออภัย) เมื่อประมาณ 253x ต้น ๆ ชั้นล่าง มหาทุนพลาซ่า เพลินจิต ครับ

มีเลสเตอร์ด้วยยย

มูลค่าบริษัท 2 แสนล้าน แต่ทำรายได้ 8 แสนล้านต่อปี