Under Armour ผู้ท้าชิง NIKE และ ADIDAS

Under Armour ผู้ท้าชิง NIKE และ ADIDAS

Kevin Plank ชื่อนี้อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยเท่าไหร่
แต่ประวัติความเป็นมาของเขานั้น น่าสนใจไม่แพ้เจ้าสัวหลายๆ ท่านในบ้านเรา

เมื่อปี 2539 Kevin Plank ที่มีอายุ 23 ปี อดีตกัปตันทีมพิเศษของทีมอเมริกันฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัย เกิดไอเดียจากประสบการณ์ที่น่าเบื่อ ต้องคอยเปลี่ยนเสื้อที่ชุ่มเหงื่ออยู่บ่อยๆ เวลาซ้อมอเมริกันฟุตบอล

เขาเลยต้องการที่จะทำเสื้อยืดที่สามารถระบายความชื้นจากเหงื่อได้ดีกว่าเสื้อยืดที่ทำจากผ้าคอตตอนที่เขาใช้

ภายในห้องใต้ดินของบ้านในวอชิงตัน เขาทำการวิจัยเกี่ยวกับเนื้อผ้าเส้นใยสังเคราะห์ที่จะสามารถตอบโจทย์นี้ได้ และได้ทำเสื้อรุ่นแรกภายใต้ชื่อ Under Armour ออกมา เอามันใส่ท้ายรถ แล้วขับรถตะเวนขายเสื้อยืดของเขาในแถบชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐ

ในปีนั้นเขาขายเสื้อยืดที่มีนวัตกรรมระบายความชื้นนี้ได้ 500 ตัว สร้างรายได้ให้กับเขา 570,000 บาท พร้อมกับยอดสั่งซื้อมูลค่ากว่า 3.3 ล้านบาทในปีถัดมา ทำให้สุดท้ายเขาต้องย้ายที่ทำงานจากห้องใต้ดินในบ้าน ไปเปิดสำนักงาน และหาโรงงานผลิต เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี Under Armour เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดย 3 ปีหลังจากเริ่มกิจการ บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นจากหลักแสนเป็น 25 ล้านบาท และในที่สุดก็เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในปี 2548 ได้เงินทุนมากว่า 5,000 ล้านบาท ก่อนจะย้ายมา NYSE ในปีต่อมาและอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

ผ่านมา 21 ปีจากการทำงานในห้องใต้ดิน Under Armour ก็ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าและรองเท้ากีฬาชั้นนำของโลก ถึงแม้ว่าจะยังห่างจากยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง NIKE และ ADIDAS อยู่พอสมควร

ปี 2559 Under Armour มีรายได้รวม 160,394 ล้านบาท เป็นกำไร 8,542 ล้านบาท และปัจจุบันมีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 230,000 ล้านบาท

ADIDAS มีรายได้รวมประมาณ 765,000 ล้านบาท เป็นกำไรประมาณ 40,400 ล้านบาท และปัจจุบันมีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท

NIKE มีรายได้รวมประมาณ 1.14 ล้านล้านบาท เป็นกำไรประมาณ 140,938 ล้านบาท และปัจจุบันมีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 2.95 ล้านล้านบาท

โดยความสำเร็จส่วนหนึ่งของ Under Armour นั้น ก็มาจากสูตรสำเร็จของเหล่าบริษัทผู้ผลิตสินค้ากีฬา คือการเซ็นสัญญาสปอนเซอร์กับนักกีฬาชื่อดังของโลก ซึ่งสำหรับ Under Armour นั้นคือ Stephen Curry หนึ่งในซุปเปอร์สตาร์ของวงการบาสเก็ตบอล ที่สามารถแย่งตัวมาได้จาก NIKE

ปัจจุบัน Under Armour ก็มีร้านอย่างเป็นทางการในบ้านเรา โดยเปิดสาขาแรกที่ สยามเซ็นเตอร์ ไปเมื่อ 2 ปีก่อน และก็มีการขยายสาขาไปตามห้างต่างๆ ในกรุงเทพ รวมไปถึงที่พัทยา และจังหวัดภูเก็ต โดยมีเป้าหมายหลักที่จะทำให้คนไทยโดยเฉพาะในต่างจังหวัดรู้จักกับแบรนด์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น ประกอบกับต้องต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดมาอย่างยาวนาน ทำให้การสร้างรายได้และกำไรให้เป็นไปตามเป้าของบริษัทและของนักลงทุนนั้น ไม่ง่าย

ถึงแม้ว่าจะเคยสร้างรายได้ให้โตขึ้นอย่างน้อย 20% ติดต่อกัน 26 ไตรมาส ในไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทก็ขาดทุนเป็นครั้งแรก รวมถึงในไตรมาสที่ 2 บริษัทก็ยังขาดทุนอยู่ 409 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจาก การที่ตลาดรองเท้าที่ไม่เติบโตเหมือนที่ผ่านมา รวมไปถึงความนิยมในเชิงแฟชั่นของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

ในปีนี้บริษัทมีปัญหารุมเร้าค่อนข้างเยอะ เช่น การเสีย CFO ของบริษัทไป การที่บริษัทมีรายได้และกำไรต่ำกว่าที่ได้รับการประเมินไว้ รวมไปถึงตัว Kevin Plank เอง ที่ออกมาพูดให้การสนับสนุนประธานาธิบดี Donald Trump เมื่อช่วงต้นปี สร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆ คน จนถึงขั้นมีการเรียกร้องให้คว่ำบาตรสินค้าของ Under Armour จน Kevin Plank ต้องออกมาชี้แจงว่าเลือกใช้คำพูดไม่ดี ทำให้เกิดความเข้าใจผิด

หุ้นของ Under Armour เคยมี PE ที่สูงถึง 100 เท่า ปีที่แล้ว หุ้นมีราคา $34.58 ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ที่ $16.37

ตลาดหุ้นบางทีก็โหดร้ายแบบนี้ ใครเห็นว่าแบรนด์นี้กำลังมาแรงเมื่อปีที่แล้ว แล้วซื้อหุ้น Under Armour เข้าไป ตอนนี้เขาจะขาดทุนครึ่งหนึ่ง..

Comments

comments



82 thoughts on “Under Armour ผู้ท้าชิง NIKE และ ADIDAS”