ไทยเบฟ vs บุญรอด

ไทยเบฟ vs บุญรอด

ตลาดเบียร์ในบ้านเราที่มีมูลค่าเกือบ 2 แสนล้านบาท
ถูกครอบครองโดยเบียร์เพียงไม่กี่แบรนด์
และส่วนแบ่งการตลาดกว่า 90% เป็นของเบียร์ไทย

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงเบียร์ไทย ก็คงไม่หนีพ้นเจ้าใหญ่อย่าง เบียร์ลีโอ และเบียร์สิงห์ ของตระกูล ภิรมย์ภักดี (บุญรอดบริวเวอรี่) และเบียร์ช้าง ของเสี่ยเจริญ (ไทยเบฟ)

บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ นั้นมีประวัติมาอย่างยาวนาน เพราะเริ่มธุรกิจผลิตเบียร์มาตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 7 โดยพระยาภิรมย์ภักดียื่นหนังสือขออนุญาตจากรัฐบาลและได้รับอนุมัติเพื่อตั้งโรงต้มกลั่นเบียร์แห่งแรกของไทยในปี 2476 ซึ่งผู้บริหารในยุคปัจจุบันก็เริ่มเข้าสู่รุ่นที่ 4 ของตระกูลภิรมย์ภักดีแล้ว

ด้าน เสี่ยเจริญ ก่อร่างสร้างตัวมาจากธุรกิจสุราก่อนจะมาจับธุรกิจเบียร์ โดยเริ่มจากการเป็นลูกจ้างในบริษัทที่จัดส่งสินค้าให้โรงงานสุราบางยี่ขันผู้ผลิต แม่โขง ในปี 2504 ก่อนจะร่วมกันกับเจ้าสัว เถลิง เหล่าจินดา ในปี 2518 เข้าซื้อกิจการ ธารน้ำทิพย์ หรือก็คือบริษัทแสงโสมในปัจจุบัน แล้วจึงได้ตั้งบริษัท เบียร์ไทย และ เบียร์ทิพย์ บริวเวอรี่ ขึ้นในปี 2534 เพื่อเริ่มทำธุรกิจผลิตเบียร์

ซึ่งบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด เพิ่งถูกก่อตั้งขึ้นไปเมื่อปี 2546 โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อรวมกิจการที่เกี่ยวข้องกับเบียร์และสุราให้มาเป็น กลุ่มบริษัท นั่นเอง

เบียร์ไหนเกิดก่อนกัน?

แน่นอนว่า เบียร์สิงห์ เกิดก่อน และเกิดก่อนมานานมาก เพราะเบียร์สิงห์เปิดตัวครั้งแรกต้องย้อนไปเมื่อปี 2477 หรือเมื่อ 83 ปีก่อน วางขายครั้งแรกที่ราคาขวดละ 32 สตางค์

ตามมาด้วย เบียร์ช้าง จากการที่รัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมเบียร์ในปี 2534 และได้วางขายครั้งแรกในปี 2538 หรือ 22 ปีก่อน โดยมีกลยุทธ์ที่ใช้สู้กับเจ้าตลาดอย่างเบียร์สิงห์ด้วยการเสนอราคาที่ถูกกว่าค่อนข้างเยอะ และระบบขายพ่วง (เช่น สุราพ่วงเบียร์) จึงสามารถแย่งลูกค้ามาได้เป็นจำนวนมาก และทำให้เบียร์สิงห์เริ่มสั่นคลอน

เบียร์ลีโอ วางขายครั้งแรกในปี 2541 หรือเมื่อ 19 ปีก่อน ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโต้การทำตลาดของเบียร์ช้างโดยเฉพาะ ด้วยการกำหนดราคาให้ถูกลงกว่าเบียร์สิงห์ และใกล้เคียงกับราคาของเบียร์ช้างมากขึ้น

ผลประกอบการของ 2 บริษัท

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นับเฉพาะธุรกิจเบียร์ (ซึ่งมี เบียร์ช้าง เบียร์อาชา และเบียร์เฟดเดอร์บรอย)
ปี 2555 มีรายได้ 34,386 ล้านบาท ขาดทุน 1,256 ล้านบาท
ปี 2556 มีรายได้ 32,935 ล้านบาท ขาดทุน 447 ล้านบาท
ปี 2557 มีรายได้ 35,193 ล้านบาท กำไร 396 ล้านบาท
ปี 2558 มีรายได้ 43,112 ล้านบาท กำไร 1,215 ล้านบาท
ปี 2559 (มีการเปลี่ยนแปลงรอบปีให้จบที่เดือน 9) มีรายได้ 44,397 ล้านบาท กำไร 2,780 ล้านบาท

บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทจัดจำหน่ายเครื่องดื่มของเครือบุญรอด
ปี 2555 มีรายได้ 98,990 ล้านบาท กำไร 3,115 ล้านบาท
ปี 2556 มีรายได้ 105,563 ล้านบาท กำไร 3,256 ล้านบาท
ปี 2557 มีรายได้ 113,897 ล้านบาท กำไร 2,915 ล้านบาท
ปี 2558 มีรายได้ 116,548 ล้านบาท กำไร 2,310 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ 104,794 ล้านบาท กำไร 770 ล้านบาท

แต่จะเปรียบเทียบรายได้ตรงๆ เลยคงไม่ได้ เนื่องจากรายได้ของทางบุญรอดนั้น น่าจะรวมเครื่องดื่มอื่น นอกเหนือจากเบียร์ เช่น น้ำดื่ม โซดา หรือ ซันโว ไว้ด้วย

บุญรอดยังมีบริษัทในเครืออีก 2 บริษัทคือ
1 บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ ปี 2559 มีรายได้ 8,698 ล้านบาท กำไร 3,580 ล้านบาท
2 บริษัทสิงห์คอร์เปอเรชั่น ปี 2559 มีรายได้ 4,747 ล้านบาท กำไร 3,226 ล้านบาท

สำหรับส่วนแบ่งทางการตลาดของเบียร์นั้น จากการเปิดเผยตัวเลขโดยประมาณเมื่อปลายปีที่แล้ว
ลีโออยู่ที่ 53% ช้าง 38% สิงห์ 5%

 

ที่น่าสนใจต่อมาคือ ในยุคที่ห้ามโฆษณาเหล้าเบียร์ออกสื่อ

มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หลังจากมีการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราก็รู้สึกได้ว่าจะเห็นโฆษณา “โซดา” ที่มีแบรนด์เหมือนกับเบียร์บ่อยขึ้น

ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว ลีโอ ได้เปิดตัว โซดาลีโอ และเราคงมีโอกาสได้เห็นโฆษณาโซดาลีโอทางทีวีกันบ้างแล้ว

สรุปแล้วโฆษณาเบียร์ไม่ได้ บริษัทเลยโฆษณาโซดาแทนละกัน

จุดที่น่าสนใจต่อมา คือ ข้อมูลที่เปิดเผยจากบริษัทไทยเบฟ ภาษีสรรพสามิต มีสัดส่วนมากถึง 57.7% ของยอดขาย

สรุปแล้ว ถ้าเรากินเบียร์ คนที่ได้เงินมากสุด ไม่ใช่บริษัทขายเบียร์ แต่คือ รัฐบาล..



Leave a Reply

152 Comments on "ไทยเบฟ vs บุญรอด"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

Adtapol Lekbanjong

สนับสนุนไปเยอะ555

มวยคู่นี้ ห่างชั้นครับ….ไทยเบฟ ไปไกลกว่าเยอะ ในนามTCC ส่วนสิงห์ หรือบุญรอด ยังวนอยู่แค่ไม่กี่ธุรกิจ อาศัยความเป็นอำมาตย์ พัฒนาต่อยอดได้นิดเดียว สู้TCCไม่ได้หรอกคับ พัฒนารุกไปอีกหลากหลายธุรกิจแล้ว

เขาเปรียบเทียบเเค่ตลาดเบียร์ ไม่ได้รวมทั้งหมด

จำเริญนี่เลียระดับโลกเลยน่ะ !!!!!

ไม่อยากจะพูดเลยว่า ธุรกิจใหญ่ๆของไทยส่วนใหญ่เติบโตมาจากระบบเครือข่ายอุปถัมภ์ทั้งนั้นแหละครับ

จริงๆ สิงห์ก็พยายามนะครับ ก็มีไป take over RASA แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น S อยู่ในตลาดหุ้นนะครับ

เห็นด้วย ทุกความเห็นคับ…แต่เท่าที่รู้ ทางบุญรอด อยู่ที่เดิมที่เดียวกับเมื่อ 20 ปีก่อน…ส่วนไทยเบฟ ไปไกลกว่ามากแล้วววว จริงๆ

เจริญไปไกลกว่าจริงๆครับ ทั้งธุรกิจอาหาร ไม่แน่ใจว่าสิงห์มีกี่ร้าน กี่เชน แต่เจริญมีเยอะมากแล้วตอนนี้ แล้วก็ Modern Trade ที่ตอนนี้ น่าจะได้เข้ามาบริหาร Big C อย่างเต็มตัวแล้ว

มีที่ดิน2แสนไร่จะใครละ

ทำไมขายเหล้าเบียร์จนรวยแล้ว ต้องมาทำอสังหาริมทรัพย์

ยี่ห้อไหนซ่านานที่สุด

น้ำดื่มช้างขวดสีเขียว แล้วน้ำดื่มลีโอขวดสีน้ำตาลจะออกมาสู้มั้ยครับ

ทำไมกำไรมันน้อยจนผิดปกติ

ภาษีกรมสรรพสามิตครับ กำไรล้วนๆ 57.7% ไม่ต้องเสีย รับอย่างเดียวครับ

ไม่เล่าด้วยเหรอครับถึงยุทธวิธีการทำตลาดอันฉาวโฉ่ “เหล้าพ่วงเบียร์”

สมัยก่อน เค้าทำยังไงถึงได้ สัมปทานครับ

เสี่ยเจริญปูทางธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ไว้หลากหลายกว่ามาก ขึ้นภาษีเหล้าเบียร์เมื่อไหร่ บุญรอดกระเทือนมากกว่าแน่

ในรายได้โดนภาษีต่างๆไปกี่% กำไรมันถึงน้อยจังครับ

ภาษีสรรพสามิต ของไทยเบฟ เป็นสัดส่วนมากถึง 57.7% ของยอดขาย

หมายถึง ถ้าขายเบียร์100บาท
จะเป็นภาษี 57.7บาท
ต้นทุน+กำไร =42.3บาท หรือเปล่าครับ

William Costigan Jr. ใช่แล้วครับ

ขอบคุณครับ

รายได้สำคัญของรัฐเลย

ในส่วนของค่าแรงน้อยมากๆ

ถ้าขายเบียร์100บาท
จะเป็นภาษี 57.7บาท
ต้นทุน+กำไร =42.3บาท ครับ
เร็วๆ นี้จะปรับภาษีขึ้นอีก จะต้องคอยดูกันว่า เบียร์ เหล้าราคาสูงขึ้น ที่มาทดแทนตลาดจะเป็นเหล้าขาว (ไทยเบฟ +90% market share)

ยังมี vat จากราคาขาย
กับ ภาษี CIT ที่ต้องเสียจากกำไรอีก

ราคาจริงเบียร์คงจะอยู่ที่20บาทใช่ไหม อยากลองกินแบบถูกๆจัง100บาทก็ได้เมาแล้ว

ต้องเล่าเรื่องเหล้าพ่วงเบียร์ถึงจะมองเห็นภาพด้วย

อย่าเรียกว่าเหล้าพ่วงเบียร์เลย เรียกว่า “ยัด” ดีกว่า ถือว่าตัวเองมีเหล้าอยู่ในมือ อยากได้เหล้าต้องเอาเบียร์ช้างไปด้วย ถ้าไม่เอาก็ไม่ได้ เลยต้องเอามาและลดราคาขายถูกๆไป ช้างเลยได้เกิด รสชาติตอนแรกนี่สุดๆ เรียกว่าไม่มีโอกาสเกิดเพราะรสชาติตัวช้างเองเลยครับ

ผลักภาระให้โชห่วยสุดๆ เอาของที่ไม่มีใครเอามายัดเยียด จนโชห่วยก็ต้องกระจายการขายด้วยการยอมกำไรน้อยให้มีเงินหมุนไปซื้อของอื่น

ตอนนั้นจำได้เลย ช้าง 4 ขวด = 100 บ.

บ้านผม บ้านนอกได้กินเบียร์ก็เบียร์ช้างนี่ล่ะครับ 4 ขวด 100 ก่อนนี้ส่วนมากก็รวงข้าว

จริงๆน่าจะกำหนดไปด้วยว่าแบรนเครื่องดื่มแอลกอฮอจะต้องไม่เหมือนหรือคล้ายกับผลิตภัณฑ์อื่น ไม่อย่างนั้นไม่รู้จะห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอไปทำไม ขึ้นโลโก้เสือหร๋าขนาดนั้น

เห็นด้วยเลย

เห็นด้วย ให้คนจดจำตราสินค้าด้วนการเนียนโฆษณาโซดา-น้ำ ที่ใช้โลโก้เดียวกัน
และที่เห็นบ่อยๆคือเสื้อทีมฟุตบอล ช้างกับลีโอหราเลย

สงสารรีเจนซี่เถอะครับขายเงียบๆมานาน ถ้าห้ามอีกนี่ปิดโรงงานเลยเถอะ

มันไม่ควรแบนเหล้าเบียร์แต่แรกเลยต่างหากล่ะ

เรื่องนี้ทำให้เห็นถึงความคิดในการหาช่องทางที่ถูกปิด

ชอบกิน สิงห์ ราคาสูงไปนิดแต่อร่อยกว่า

เบียร์สดช้างแจ่มสุดพร้อมเด็กเชียร์เบียร์ช้างด้วย

ดีครับๆ ดื่มหนักๆ เพื่อช่วยให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มอีก

สิงห์จับมือเชลซีแมนยูฯ
ช้างตอบโต้ทันที โดยจับมือมาดริดบาซ่า
ผมชอบที่มีการแข่งขัน
แต่อยากให้เปิดช่อง ตัวเล็กๆให้มีที่ยืนบ้าง

ก็รวยกันไป..เป็นคำตอบได้ป่าวว่า ธุรกิจสีเทา สร้างความร่ำรวยได้เร็ว มากกว่า และยั่งยืน กว่าทุกธุรกิจ..นี่ขนาดเป็นเมืองพุทธนะ 5555

สมัย​เรียน​เคยอ่านหนังสือพิมพ์ทางธุรกิจฉบับหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้) ได้​สัมภาษณ์​ซีอีโอของสิงห์คนหนึ่งในตอนนั้น(ไม่ได้นามสกุลภิรมณ์ภักดี) ให้​สัมภาษณ์​คำนึงว่า”ไฮเนเก้น​คือคู่แข่งส่วนช้างคือศัตรู”

คุณฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ รึเปล่า

นิตยสาร Marketeer

จำชื่อหนังสือกับคนให้สัมภาษณ์ไม่ได้จริงๆครับ เดินผ่านแผงหนังสือในห้างๆหนึ่งสะดุดตากับพาดหัวข่าวเลยเดินเข้าไปอ่านอยู่พักนึง น่าจะประมาณปี 45 หรือเปล่าไม่แน่ใจ

แต่จำได้เลยถึงจุดกำเนิดของเบียร์ลีโอ

wpDiscuz