ทำไมลงทุนแมนไม่ชอบลงทุนในทองคำ

ทำไมลงทุนแมนไม่ชอบลงทุนในทองคำ

บทความนี้แปลงมาจากบทความของวอเร็น บัฟเฟตต์ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่เคยผลิตอะไรเลย แต่ถูกซื้อโดยความคาดหวังว่าจะมีใครบางคนยอมให้ราคาที่สูงกว่าในอนาคต นักลงทุนที่กลัวทรัพย์สินประเภทอื่นๆจะชอบทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินสด (กลัวว่าค่าของเงินจะด้อยค่าลงจากเงินเฟ้อ)

อย่างไรก็ตามทองคำมีข้อเสียอยู่ 2 ประการคือ ทองคำไม่ได้ถูกบริโภคเป็นจำนวนมาก และ ทองคำไม่ได้นำไปใช้ผลิตอะไรเป็นจำนวนมาก จริงอยู่ที่ทองคำถูกใช้ในบางอุตสาหกรรม และเป็นเครื่องประดับ แต่ความต้องการเหล่านี้ถูกจำกัด และไม่สามารถที่จะผลิตทองคำเพิ่มเติมจากที่เราครอบครองอยู่ให้ขยายเป็นจำนวนมากได้ ดังนั้นถ้าเราเป็นเจ้าของทองคำ 10 บาท ท้ายที่สุดแล้วเราก็จะมีทองคำอยู่ 10 บาทอยู่ดี

ในปัจจุบัน ทองคำคงเหลือในโลกมีอยู่ที่ 170,000 ตัน ถ้าทองคำทั้งหมดในโลกหลอมรวมกันจะสามารถสร้างเป็นก้อนสี่เหลี่ยมที่มีความยาวข้างละ 21 เมตร (สระว่ายน้ำ 1 สระ) ก้อนนี้จะมีมูลค่าประมาณ 210 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเรียกก้อนนี้ว่า “ก้อน A”

เรามาสร้าง “ก้อน B” กันในมูลค่าที่เท่ากัน เราจะได้มูลค่าข้าวที่คนไทยผลิตได้ทั้งหมด 612 ล้านปี และจะได้บริษัททั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทยที่มีหลายร้อยบริษัท หลังจากการซื้อแล้วเรายังเหลือเงินใช้เล่นๆอีก 160,000 ล้านบาท ถึงตอนนี้ถ้าเราเป็นนักลงทุนที่มีเงิน 210 ล้านล้านบาท เราจะลงทุนใน “ก้อน A” หรือ “ก้อน B”?

612 ล้านปีต่อจากนี้ ผลผลิตข้าวของประเทศไทย ก็น่าจะยังมีคุณค่า และคนยังกินข้าวไปเรื่อยๆ และบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย ทั้ง โรงพยาบาล สนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร โรงไฟฟ้า ธนาคาร ร้านค้าปลีก ก็มีความเป็นไปได้ที่จะขยายกิจการไปเรื่อยๆ และให้ผลตอบแทนหลายล้านล้านบาท ในรูปแบบของเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น สำหรับทองคำ 170,000 ตันแล้วก็ยังมีขนาดเท่าเดิม และยังคงไม่สามารถผลิตอะไรออกมาได้ เราอาจจะสามารถทะนุถนอมก้อนนี้ได้ แต่มันก็อยู่นิ่งๆ ไม่ได้ตอบสนองอะไรแก่เรา

แต่ต้องยอมรับว่า เมื่อคนอีก 612 ล้านปีนับจากนี้มีความกลัว ก็ดูเหมือนจะมีคนวิ่งเข้าหาทองคำเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม “ก้อน A” ที่ถูกประเมินด้วยมูลค่า 210 ล้านล้านบาทในปัจจุบันก็น่าจะให้ผลตอบแทนในอัตราที่ทบต้นที่น้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับ “ก้อน B”

Comments

comments