Wongnai มีแผน IPO

Wongnai มีแผน IPO

Wongnai จัดได้ว่าเป็นตัวอย่าง startup ที่เป็นรูปเป็นร่างมากสุดในประเทศไทย
Wongnai เพิ่งฉลองการเปิดบริษัทครบ 7 ปี กับพนักงาน 165 คน เมื่อเดือน กรกฏาคม ที่ผ่านมา
บริษัทก่อตั้งโดย คุณยอด ชินสุภัคกุล เพราะเคยใช้ Yelp ในอเมริกาสมัยเรียนที่นั่น เมื่อกลับมาจึงได้ตั้ง ธุรกิจนี้ขึ้น

เริ่มแรก Wongnai ให้บริการข้อมูลร้านอาหารแก่ผู้บริโภคเพื่อค้นหาร้าน ตามประเภทอาหาร ตามสถานที่ตั้ง และตามรีวิวของ ของคนที่เคยทานแล้วแนะนำไว้ว่าอย่างไร

Wongnai เป็น content platform ให้สมาชิก เข้ามาใช้งาน โดยการร่วมสร้างและแบ่งปันข้อมูล ดังนั้น ข้อมูลที่มีคุณภาพ รวมทั้ง จำนวนสมาชิก จำนวนคนที่มาใช้ และ ความถี่ในการใช้งาน มีส่วนสำคัญที่จะสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ

รายได้หลักของ Wongnai คือ ค่าโฆษณาจากแบรนด์ต่างๆ จากร้านอาหารที่ต้องการโปรโมท ต้องการเข้าถึง คนใช้งานในทุกสื่อของ Wongnai

ตอนนี้ Wongnai มีช่องทางต่างๆดังนี้ Facebook, Instargram, Website, Wongnai app, Wongnai Line, Wongnai event และโอกาสที่มหาศาลคือการจับมือกับ LINEMAN ในการส่งอาหารถึงบ้าน

ด้วยข้อมูลร้านอาหารมากกว่า 200,000 ร้านค้าของ Wongnai และ การมีผู้ใช้ไลน์ 50 ล้านคนในไทย บวกด้วยฐานคนส่งของด้วยมอเตอร์ไซด์ของ LalaMove ทำให้ LINEMAN เป็นผู้นำของ FOOD DELIVERY ในเวลาอันรวดเร็ว เบียดผู้ทำตลาดก่อนหน้านี้ Foodpanda และ UberEats อย่างชัดเจน

การไม่หักเปอร์เซนต์ กับร้านอาหาร เป็นข้อได้เปรียบอีกข้อ ที่ทำให้มีร้านค้าใน LINEMAN มากขึ้นนับเป็นตัวอย่าง ecosystem ของ startup ที่ประสบความสำเร็จ

จำนวนสมาชิกตอนนี้ของ Wongnai ที่ลงทะเบียนมี 2.9 ล้านคน มีการเข้ามาดูข้อมูลประมาณ 3 ล้านหน้าต่อวัน หรือ 100 ล้านหน้าต่อเดือน มี active user 6 แสนรายต่อเดือน

จำนวนคนใช้ที่เข้ามาใช้ข้อมูลที่มากขึ้น ย่อมทำให้มีการลงโฆษณามากขึ้น

แล้ว Wongnai มีรายได้เท่าไร?

รายได้ของ Wongnai โตอย่างก้าวกระโดด

ปี 2558 มีรายได้ 50,034,781 บาท

ปี 2559 มีรายได้ 89,469,540 บาท

และได้ข่าวมาว่า 8 เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้มากกว่าปี 2559 ทั้งปีไปเรียบร้อยแล้ว ก้าวกระโดดจริงๆ

ปี 2559 Invent บริษัทภายใต้ Intouch Holding ได้เข้ามาลงทุน และ ถือหุ้น Wongnai 10%

Wongnai มีแผนที่จะเข้า IPO ใน ปี 2019 โดยการมุ่งมั่นให้เป็น Lifestyle platform โดยให้สัดส่วนของรายได้ตามกลุ่มคือ Food 60%, Beauty 20%, Delivery & Deal 10% และ Cooking 10%

Wongnai Beauty เป็นคอมมิวนิตี้ความสวยความงาม เป็นอีกหนึ่ง content platform โดยใช้ influencer เป็นตัวช่วย ตลาดความงาม เป็นตลาดใหญ่ไม่แพ้ร้านอาหาร มูลค่ามากกว่า 350,000 ล้านบาท

ที่น่าสนใจคือ ถึงแม้รายได้จะเติบโตทุกปี แต่ผลการดำเนินการปี 2559 Wongnai ยังขาดทุน 7,676,344 บาท

แต่ก็ต้องยอมรับว่าการขาดทุนเป็นเรื่องธรรมดาของบริษัท startup ลักษณะนี้ในช่วงแรก การบริหารให้ขาดทุนแค่นี้ได้เป็นเรื่องที่เก่งมากๆแล้ว

ย้อนกลับไป..

ปีที่แล้ว Wongnai มีรายได้ 89 ล้านบาท

เรื่องนี้ทำให้ลงทุนแมนนึกถึงบริษัทหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารเหมือนกัน แต่ไม่ได้มีแอพ หรือ เทคโนโลยีอะไรที่ซับซ้อนเท่า Wongnai

บริษัทนั้นคือ เจคิวปูม้านึ่ง

เจคิวปู้ม้านึ่งเพียงแค่ใช้ประโยชน์จากเฟซบุ๊คในการทำการโฆษณา และขายปูม้าส่งถึงบ้าน

เจคิวปูม้านึ่ง ปีที่แล้วมีรายได้ 600 ล้านบาท ทิ้งห่าง Wongnai อย่างไม่เห็นฝุ่น

และที่สำคัญคือ เจคิวปูม้านึ่ง น่าจะมีกำไรทันทีที่ขายได้..



Leave a Reply

74 Comments on "Wongnai มีแผน IPO"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

ช่วงนี้มีแต่บริษัทจะเข้าตลาดหุ้นทั้งนั้นเลย พอร์ทไม่ใหญ่จิงจะได้หรอ IPO เหอๆ

ขอบคุณค่ะ

Pocket Richy

นึกถึงYelpแล้วก็น่าคิด มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่ในการเดินทางสิ

Phiraya Rattanopakorn

เจคิว หรือ วงใน เสียภาษียังไงคะ รวมถึงการจ่ายค่าโฆษณาให้เฟสบุค

ยังเหนื่อยอีกเยอะครับบริษัทนี้ บางทีข้อมูล ไม่เท็จจริง หรือ ให้ความเห็นไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดภาพลบได้เยอะมากครับ

เจคิวนี่โหดจริง

Pitak Charojbovorn

จะไปไหนในวงใน ต้องอ่านรีวิวในเฟสหรือในพันทิพก่อน เข้าใจว่าเป็นธุรกิจ ใครให้เงินมาก็โปรโมต บางร้านก็ไม่อร่อย ใครด่าร้านก็ลบโพสใหม่ ไม่ได้ว่าบริษัท​นะ แค่ต้องดูให้ดีก่อนไป

เคยตามไปชิมมาหลายร้านแล้วครับ ยังไม่ค่อยถูกปาก

เรื่องรสชาติ​เป็นของแต่ละคนครับ บางคนอร่อย บางคนไม่อร่อย สำหรับผมเฉยๆมาหลายร้าน แต่ก็เอาไว้เลือกร้านเวลาคิดไม่ออกนะครับ
ส่วนเรื่องคุณภาพของร้านที่เค้าด่าๆกันก็รีโพสใหม่เลย 5555ขยันดีครับ

เหมือนกันเลย ลบแอพไปนานแล้ว

เหมือนความเห็นข้างบน ลองมาหลายร้านไม่เวิร์ค ลบแอพไปแล้ว ตอนนี้ถ้าหาในเน็ตแล้วเห็นชื่อว่าวงในแนะนำนี่กลับรู้สึกว่าต้องระวังว่าไม่อร่อยและจะหลีกเลี่ยงร้านที่แนะนำมากกว่าจะไป

Smoother Nyu อันนี้จริงครับ ถ้ามีสองร้าน. ร้านนึงวงในแนะนำ อีกร้านไม่แนะนำ. ผมเข้าร้านที่วงในไม่แนะนำนะครับ

เคยไปกินตาม วงใน elite รีวิวซะสวยหรูเลยย แต่พอกินจริงๆมันไม่ใช่อะ งือออ

ขอให้ความเห็นดังนี้ครับ ผมคิดว่า วงใน เป็น platform ลักษณะ User-generated content (คล้ายเฟสบุ๊ค และ ไอจี หรือ pantip ที่เราคุ้นเคยกัน) ข้อมูลที่เกิดขึ้นเกิดจากการรีวิวของ user แต่ละคนที่เขียนขึ้นมา เข้าใจว่า ร้านค้าแต่ละร้านก็จะมี คนสนับสนุน (หน้าม้า) ที่เขียนรีวิวร้านของตัวเองขึ้นมา ซึ่งพวกนี้ควบคุมลำบาก เพราะวงในมีเป็นแสนร้านอาหาร ลองนึกภาพ pantip จะมาคุมทุกความเห็นก็คงลำบาก

เพื่อให้แฟร์ก็ต้องให้กำลังใจคนทำแพลตฟอร์มแบบนี้เหมือนกันครับ อยากให้มีแพลตฟอร์มแบบนี้ของประเทศไทยเกิดขึ้นมาได้สักที ไม่งั้นเราก็ต้องใช้ของต่างประเทศไปเรื่อย

ร้านที่วงในรีวิว คือลูกค้าเค้าครับซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจดี ตัววงในเองเหมือนสื่อ จะให้แทงลูกค้ามันเป็นไปไม่ได้เลยครับ ส่วนพวกรีวิวในวงในนั่นอาจจะมีทั้งหน้าม้าและบุคคลทั่วไปครับ
แต่มันไม่ได้แย่ไปหมดทุกร้านนะครับ บางร้านผมรู้จักมาก่อนจะลงในวงในอีกครับ ถึงได้บอกว่าต้องหาข้อมูลรีวิวหลายๆที่ก่อนที่จะไปครับ
(ลงวงในเสียเงินนะครับ เพื่อนผมเคยลง ส่วนร้านที่ไม่เสียเงินซึ่งเค้าไปรีวิวให้ก็อาจจะมีครับ ตรงนี้ผมก็ไม่ทราบ)

ลงทุนแมน แสดงว่าแพลตฟอร์มแบบนี้ ข้อมูลที่ได้ก็ไม่ค่อยมีประโยชน์มาก เพราะกลั่นกรองยาก. แบบนี้หรือเปล่าครับ

ข้อมูลที่แน่นอนก็คงจะเป็น เมนู ราคา และที่ตั้ง ส่วนรสชาติ คงต้องลองชิมดู

เรื่องนี้มันอยู่ที่ศีลธรรมของความเป็นสื่อของวงในครับ ถ้าเขาประกาศว่านี่คือโฆษณา โดยไม่หมกเม็ดซ่อนปิดบัง ก็ไม่เป็นไร มันอาจจะมาในโฆษณารูปแบบแฝง รูปแบบ how to หรือซ่อนอะไรมาก็แล้วแต่ แต่ถ้ามีคำที่บอกว่าเป็น advertorial / โฆษณา นี่ไม่ผิด แต่ถ้าไม่ declare เมื่อไร ผิดกฏหมายทันที เรื่องนี้ต่างประเทศเข้มงวดมาก การซ่อนความจริง การโฆษณาแบบหลอกคนนี่จับฟ้องกันหลายล้านครับ

ทีต้องแยกอีกอย่างคือคำว่ารีวิว คนไทยใช้คำว่ารีวิวเหมาไปหมดทุกอย่าง รวมถึงแพลทฟอร์มที่ทำตัวเองเป็นสื่ออย่างวงในด้วย การรีวิวในเชิง journalism และความหมายที่ควรจะเป็นคือ ความเห็นอย่างเป็นกลางโดยไม่มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าวงในใช้คำว่ารีวิวกับโฆษณา ก็คือการตั้งใจหลอกลวงคนอ่าน และผู้ใช้ (ผมไม่รู้ว่าเขาใช้แบบนี้หรือเปล่าไม่ได้ไปดูนานแล้ว) แต่ที่แน่ๆ คำว่ารีวิวนี่เราใช้กันสุรุ่ยสุ่ร่ายมา รีวิวไม่ควรจะเป็นของที่ซื้อได้ เพราะไม่งั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับคำว่าโฆษณา เวลาคนเราฟังคำว่ารีวิว เราก็เชื่อว่ามันควรจะเป็นความเห็นของคนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่สังคมไทยใช้กันอย่างพร่ำเพรื่อจนความหมายบิดเบือนครับ เน็ตไอดอลถือครีมถ่ายรูปก็เรียกรีวิว อย่างนี้ไม่ใช่ครับ แบบนี้ก็เรียกโฆษณาเฉยๆ นี่แหละ

วงในที่เป็น platform ก็คงมีทั้งลูกค้า (ร้านอาหาร) ที่เคยจ่ายค่า ad จะให้ปักหมุด หรือบงเป็น advertorial อะไรก็ดี แต่แน่นอนหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนวิจารณ์เพราะรสชาติ ประสบการณ์แต่ละคนไม่เหมือนกัน และร้านก็คงไม่ดีได้ตลอดเวลา ถ้าวงในมองผลประโยชน์ในระยะยาวก็ไม่ควรพวกลบคอมเมนต์ต่อว่า ไม่งั้นร้านเองก็จะเสียประโยชน์ในที่สุด เพราะถ้าได้รีวิวดี (หน้าม้า หรือโฆษณาก็ตาม) แต่ความเป็นจริงไม่ใช่ วงในและร้านเองก็จะเสียความน่าเชื่อถือในที่สุดครับ

ผมว่าสิ่งที่วงในยังทำได้ไม่ดีคือการแยกแยะความเป็นสื่อของตัวเองและการเป็น platform ที่ user สามารถใช้งานและเชื่อถือข้อมูลได้ มันมีเรื่องผลประโยชน์คาบเกี่ยวเยอะไปหน่อย จนเพื่อนๆ ผมเดี๋ยวนี้ก็เลิกใช้กันหมดเหมือนกันเพราะผิดหวังกับร้านที่บอกว่าดีตลอด

@Thienthai Sangkhaphantanon เขียนได้ชัดเจนดีครับ. ครบทุกแง่มุม. ขอบคุณครับ

ลงทุนแมนไม่ IPO กับเขาบ้างหรอครับ

โดยส่วนตัว. เคยใช้ข้อมูล จากวงใน แล้วตามไปชิม. ไม่ค่อยถูกปากครับ. หลายร้านด้วย. ร้านที่ลงใน วงใน (ร้านแถวบ้าน) ก็ไม่อร่อยเลย แต่ยังได้ลง. เลยคิดว่า มาตรฐาน(ความอร่อย)น่าจะยังไม่แน่นอนเท่าไหร่

คิดเห็นเหมือนกันค่ะ ไม่อร่อยและแพงค่ะ

Ponpachara Boonnak

เจคิว เป็นต้นทาง รับเงินเต็มๆ
วงใน เป็นตัวกลาง เก็บแค่ค่าผ่านทาง

เจคิวทำเกือบครบวงจร มาเอ้าซอทตรงจัดส่ง ซึ่งทำระบบไว้ดีพอควร ฉลาดมาก

อยากรู้จัก chilindo คับ
แอดมิน
ผมว่า อนาคตไกลแน่นอน

อยากรู้เหมือนกัน

Nuntarat Nan Charnchakritpong

อ่านแล้ว รู้สึกว่าพระเอกจะกลายเป็นพระรอง พระรองจะกลายเป็นพระเอก งานต่อไปเขียน เจคิว เป็นพระเอกไปเลยนะครับ รออ่านๆ

ฝากแก้ พศ ครับ

ถ้าเข้าตลาดได้ ก็จะเป็นหุ้นinside (วงใน) ตัวจริง 😉

ใหม่ๆ ก็ ชอบ วงใน นานๆไป มัน ไม่ใช่แล้วล่ะ ลบแอพ เลยล่ะครับเลิกใช้

Wongnai นี่ลอก OpenRice ไหมอ่ะ

wpDiscuz