ธุรกิจเหล้า ของเสี่ยเจริญ กำลังโดนแย่ง

ธุรกิจเหล้า ของเสี่ยเจริญ กำลังโดนแย่ง

ถ้าพูดถึงธุรกิจเหล้า ทุกคนต้องนึกถึง เสี่ยเจริญ
แต่ตอนนี้
กำลังมีคนหนึ่งกล้าเข้ามาแย่งส่วนแบ่ง

บริษัทไทยเบฟเวอเรจ มีทุนจดทะเบียน 25,155,025,000 ล้านบาท
เสี่ยเจริญถือหุ้นผ่านบริษัท สิริวนา จำกัด โดยถือครองหุ้นเป็นอับดับที่หนึ่งมากถึง 45.27%

ไทยเบฟฯ (จากงบ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30/06/2017)
มียอดขายรวมอยู่ที่ 142,460 ล้านบาท กำไรสุทธิ 29,615 ล้านบาท
โดยแบ่งกลุ่มรายได้ดังนี้

กลุ่มเหล้า 80,672 ล้านบาท กำไรสุทธิ 15,411 ล้านบาท

กลุ่มเบียร์ 44,341 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,789 ล้านบาท

กลุ่มนอนแอลกอฮอล์ 12,530 ล้านบาท ขาดทุน 215 ล้านบาท

กลุ่มอาหาร 5,010 ล้านบาท กำไรสุทธิ 72 ล้านบาท

กำไรที่เหลือมาจากรายการพิเศษในกลุ่ม F&N

แบ่งเป็นสัดส่วนการขาย กลุ่มเหล้า 56.7% กลุ่มเบียร์ 31.1% กลุ่มนอนแอลกอฮอล์ 8.8% และกลุ่มอาหาร 3.5%

ถึงแม้ว่าไทยเบฟฯ จะมีรายได้จากหลายกลุ่มธุรกิจ

แต่ที่กำไรไทยเบฟฯ ได้จริงๆจะมาจากกลุ่มเหล้า มากถึง 88%

เรียกได้ว่าธุรกิจเหล้าเป็นบ่อทองขนาดใหญ่ ที่ไม่มีใครเทียบได้

ณ ปัจจุบันตลาด เหล้าสีและเหล้าขาว (ไม่รวมเบียร์) มีมูลค่าสูงถึง 150,000 ล้านบาท ไทยเบฟฯ มีมาร์เก็ตแชร์ 72%

และลูกรักที่สร้างกำไรเน้นๆ ก็คือ “เหล้าขาว” ที่มีมูลค่าตลาดกว่า 80,000 ล้านบาท

ในตลาดเหล้าขาวไทยเบฟฯ ครองตลาดอยู่เจ้าเดียว กินรวบมาร์เก็ตแชร์มากถึง 90%

ตลาดเหล้าขาวช่างหอมหวนเหลือเกิน แถมมีผู้เล่นน้อยราย จนทำให้เกิดผู้ท้าชิงรายใหม่อย่างคาดไม่ถึง

แล้วบริษัทไหน…ที่กล้าเข้ามาแย่งส่วนแบ่งธุรกิจเหล้าขาวนี้?

บริษัทนี้ใช้ชื่อว่า ตะวันแดง1999 ด้วยทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท และพร้อมจะลงทุนเพิ่มอีกเป็น 3,000 ล้านบาท

น่าสนใจตรงที่ คนที่ลงทุนในตะวันแดง1999 เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) CBG ซึ่งทำธุรกิจรวมกันมากว่า 20 ปี นำโดยแม่ทัพใหญ่ คือ คุณเสถียร เศรษฐสิทธิ์

มาดูโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน CBG กันก่อน
บริษัท เสถียรธรรมโฮลดิ้ง จำกัด 25.01%
น.ส ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ 21.00%
นายยืนยง โอภากุล 7.05%
นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ 4.80%

คุณเสถียรและครอบครัว (เสถียรธรรมโฮลดิ้ง) ถือหุ้นใน CBG รวมกัน 29.81%

หลายคนอาจสงสัยว่า บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ CBG จะมี ส่วนเกี่ยวข้องในรายได้จาก บริษัทตะวันแดง1999 หรือเปล่า?

CBG ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นในตะวันแดง1999
แต่เป็นกลุ่มบริหารและกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของCBG ที่มาลงทุนในตะวันแดง1999 โดยลงทุน100%

รวมถึงในทางบัญชี รายได้ของตะวันแดง1999 จะไม่ไปขึ้นเป็นรายได้ในบัญชีของ CBG

ถึงอย่างไรก็มีผู้บริหารเป็นกลุ่มเดียวกันกับ CBG

ต้องยอมรับตรงๆว่า ตะวันแดง1999 มีการวางแผนมาดีมาก ตั้งแต่การซุ่มหาที่ดินที่เหมาะสมเพื่อสร้างโรงงาน ขอใบอนุญาต และการคิดค้นสูตรเหล้าขาว ทั้งหมดนี้รวมใช้เวลาถึง 9 ปี

สำหรับ คุณเสถียร ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่กล้าท้ารบยักษ์ใหญ่ เพราะตอนทำคาราบาวแดงช่วงแรกๆ ก็คล้ายๆกับครั้งนี้

เป็นถึงม้ามืดที่กล้าท้ารบกับ 2 ยักษ์ใหญ่ อย่าง M-150 (โอสถสภา) และ กระทิงแดง (อยู่วิทยา) มาแล้ว ทั้งๆที่ในตอนนั้นเป็นคนธรรมดามากและไม่มีใครรู้จัก

แล้วจะใช้กลยุทธ์อะไรมาสู้? เล็กกว่ามากจะสู้ยังไง?

CBG ได้จัดตั้ง คาราบาวดีเอ็มซี เสริมจุดบอดด้านเครือข่ายร้านค้า ยกระดับความสามารถเพื่อลงลึกไปถึงระดับรากหญ้าให้กว้างขึ้น สร้างศูนย์กระจายสินค้า 30 ศูนย์และรถกระจายสินค้า 337 คัน พร้อมปูพรมร้านค้ามากกว่า 320,000 ร้านค้าไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม สงครามนี้คงต้องสู้แบบมวยรอง วันนี้กลุ่มคาราบาว ยังมีอาวุธที่จะสู้ได้น้อยอยู่มาก เป็นรองทุกกระบวนท่าและทุกขุมกำลัง

ไทยเบฟฯ พร้อมกว่า มีแบรนด์เหล้าขาวอยู่ในมือถึง 12 แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นตรารวงข้าว, ไผ่ทอง, นิยมไทย, เสือขาว, หมีขาว, มังกรท่าจีน, ไชยา, เจ้าพระยา, แม่วังวารี, พญานาค, พญาเสือ, บางยี่ขัน และโรงงานผลิตอีกกว่า 14 – 15 โรง กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของไทย

ส่วน คาราบาว กรุ๊ป มีแค่ 1 แบรนด์ คือ เหล้าขาวตะวันแดง และ 1 โรงงานผลิตที่เคลมว่าใหญ่ที่สุดโดยประเทศไทย

ตลาดเหล้าขาวที่มีมูลค่า 80,000 ล้านบาท คุณเจริญจะยอมหรือ? ที่จะให้ใครก็ได้มาแย่งไป

แต่ไทยเบฟฯไม่เคยมีคู่แข่งมาตลอดเกือบ 30 ปี จะส่งผลกับทีมงานที่ไม่เคยเจอสถานการณ์แข่งขันไหม?

กำลังใจอันเปี่ยมล้นของ กลุ่มคาราบาว ที่ในตลอดหลายปีทำอะไรก็มักจะความสำเร็จไปซะหมดทุกอย่าง จะมีผลต่อการสู้ศึกอย่างไร?

สงครามนี้น่าติดตามว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร..

สุดท้ายคงต้องขอบอกว่า

การดื่มสุราทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรดื่ม..

Comments

comments



343 thoughts on “ธุรกิจเหล้า ของเสี่ยเจริญ กำลังโดนแย่ง”