เงินเฟ้อ สูงสุดในประวัติศาสตร์

เงินเฟ้อ สูงสุดในประวัติศาสตร์

ทุกคนคงรู้จักคำว่าเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อที่สูงเกินไป คงไม่ดี เพราะหมายถึงราคาสินค้าแพงขึ้น จนคนไม่สามารถซื้อสินค้าได้
และอาจทำให้ ต้นทุนผลิตสูงเกินไปจนธุรกิจเจ๊ง

แล้วเงินเฟ้อที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ เท่าที่บันทึกมาคือที่ไหน?

เงินเฟ้อสูงสุดเกิดขึ้นในประเทศฮังการี เมื่อปี 1946

ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกอย่างในฮังการี ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เพราะเป็นสนามรบระหว่าง เยอรมัน และ รัสเซีย ทำให้โครงสร้างพื้นฐาน การผลิตสินค้า ต่างๆ หายไปเกือบ 90%

และ หลังสงคราม รัฐบาลได้พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจโดยอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบจำนวนมหาศาล

เมื่อสินค้าในตลาดขาดแคลน บวกกับ เงินในมือคนเยอะ ผลลัพธ์ก็คือราคาสินค้าพุ่งขึ้นไม่หยุด

นั่นเป็นเหตุให้เกิด Hyperinflation หรือเงินเฟ้อขั้นรุนแรง ครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

มาลองดู ราคาสินค้าชนิดหนึ่ง ในช่วงเวลาไม่ถึง 1 ปี (สกุลเงินฮังการีขณะนั้นชื่อว่า Pengo)
เดือน กันยายน 1945 ราคา 400 Pengo
เดือน มกราคม 1946 ราคา 72,000 Pengo
เดือน เมษายน 1946 ราคา 36,000,000 Pengo
เดือน มิถุนายน 1946 ราคา 954,000,000,000,000 Pengo
สัปดาห์แรก เดือน กรกฎาคม 1946 ราคา 3,000,000,000,000,000,000 Pengo
สัปดาห์ที่สอง เดือน กรกฎาคม 1946 ราคา 11,000,000,000,000,000,000,000 Pengo
สัปดาห์ที่สาม เดือน กรกฎาคม 1946 ราคา 1,000,000,000,000,000,000,000,000 Pengo

ว่ากันว่า ณ จุดพีคของวิกฤติ เงินเฟ้ออยู่ที่ 150,000% ต่อวัน ! เรียกว่าเงินในมือ แทบกลายเป็นเศษกระดาษ ซื้ออะไรไม่ได้เลย

แต่สุดท้ายปัญหาคลี่คลายได้ เพราะฮังการีประสบความสำเร็จ ในการฟื้นฟูภาคการผลิตต่างๆอย่างรวดเร็ว คือเติม Supply เข้าไป จนตลาดเกิดภาวะสมดุลในที่สุด และประเทศก็สามารถพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ ตอนนี้รายได้ต่อหัวของคนฮังการีสูงกว่าไทยเสียอีก

ในปี 1942 รายได้ต่อหัว ฮังการี อยู่ที่ $2,500

ในปี 1946 รายได้ต่อหัว ฮังการี อยู่ที่ $1,600 (-35%) ส่วนไทย อยู่ที่ $850 น้อยกว่าประมาณ 2 เท่า

ในปี 2016 รายได้ต่อหัว ฮังการี อยู่ที่ $14,800 ส่วนไทย อยู่ที่ $5,900 น้อยกว่าเกือบ 3 เท่า

ในปัจจุบันมีประเทศที่เกิดสงคราม ความไม่สงบ เช่น ซีเรีย อิรัก ซึ่งนอกจากจะเจอกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตแล้ว ในอนาคตอาจจะยังต้องเจอกับวิกฤติเงินเฟ้อตามมาอีก

ซีเรีย ปี 2016 รายได้ต่อหัว อยู่ที่ $1700 น้อยกว่าไทย 3 เท่า ขณะที่เงินเฟ้อสูงถึง 50%

อิรัก ปี 2016 รายได้ต่อหัว อยู่ที่ $5700 ใกล้เคียงกับไทยมาก

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่า ซีเรีย หรือ อิรัก ก็คงจะดีขึ้น ถ้าทุกคนช่วยกันฟื้นฟูบูรณะประเทศ เหมือนอย่างฮังการี

มองกลับมาที่ไทย ผู้คนอาจจะรู้สึกว่าเศรษฐกิจประเทศไทยโตน้อยกว่าที่ควรเป็น

แต่ถ้าเปรียบเทียบ กับ ฮังการี ซีเรีย อิรัก

เรายังโชคดีกว่าประเทศเหล่านี้มาก

ประเทศที่เจอสงครามยังกลับมาได้ แล้วทำไมประเทศไทยจะกลับมาบ้างไม่ได้?



Leave a Reply

97 Comments on "เงินเฟ้อ สูงสุดในประวัติศาสตร์"

Notify of
Sort by:   newest | oldest | most voted

Bit ขึ้นๆ

Thapana Hayrabut

ใครบอกเศรษฐกิจไม่โต ???

ตอนหกโมงเย็น ก็มีลุงออกทีวี บอกว่าเราโตขึ้นๆๆ
ทำไมไม่เชื่อลุง

เขาบอกว่าโตน้อยกว่าที่ควรเป็น ไม่ใช่ไม่โต

แอ๊ะ

เรากำลังจะโต เพียงแค่เริ่มต้นก็จะบ่นกันแล้ว…ขนาดพูดให้ฟังทุกๆอาทิตย์.ทำเป็นลืม…

ไทยกินเงินส่วนต่างกันเยอะมั้ง

รายได้ต่อหัวของประชากรเท่าอิรักนี่ผมโคตรภูมิใจประเทศไทยเลย(แอบร้องให้แปป)

ก่อนนี้อิรักเค้าถือเป็นประเทศ
ร่ำรวยเลยนะพี่

นี่ขนาดเขาเจอสงคราม…แล้วเราไม่เจอสงครามละแม่งเงินเฟ้อจะชิพหายกันหมดละ ลุงยังว่าเศษฐกิจดีอีก

ตอนนี้บ้านเราน่าจะเรียก
เงินฝืดมากกว่าหรือเปล่าครับ

ง่ะ เงินฝืดในความหมายว่าไม่มีตังน่ะสิ

เงินฝืดนี่คือคนมีเงินแต่ไม่จ่าย….เงินเฟ้อคืออยากจะจ่ายจะตายละแต่ไม่มีเงิน

อันนั้น นะมันขี้ตืดแล้วค่ะ. ไม่ใช่เงินฝึด. 555 ถ้ามีแล้วไม่จ่ายน่ะ

555 มันไม่อยากใช้สอย มันก็ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ได้ ผมเปรียบให้เห็นภาพครับ

นี่แหละเงินฟืด ปริมาณเงินในระบบลดลง คนไม่มีกำลังจ่าย

ผมชอบมากวิชาเศรษฐศาสตร์..แต่เลือกเรียนโทรคมนาคม

อ้าว ผมนึกว่าบ้านเราอยู่ในภาวะสงครามซะอีก เห็นซื้ออาวุธกันจัง

5555

บุญโอ ยังอยู่ดีมั๊ยครับ รายงานตัวด้วยครับ อิอิอิ

ไม่อาวววเซ่จายเยนๆๆๆๆๆ555555

พูดได้ดีฮะ คุณ โซระ ชาอิ…

มันซื้อง่าย พังง่ายตรวจสอบไม่ได้มั้งครับ

ไม่น่าเกี่ยวกับเงินเฟ้อนะ

5555

รายได้ต่อหัวบ้านเราจะพัฒนาได้ ต้องอัดฐานการผลิตให้มีคุณภาพสูงอะ

ผมนี่ กดlike แทบไม่ทัน

ถ้ามีสงครามแล้วรอซื้อก็ตายเกลี้ยงแล้วครับ

#ลงทุนแมน เงินเพ้อ 150,000% เงินตัวเดิม สกุลเดิมสามารถกลับมามีค่าเหมือนเดิมได้?

Pawasin Bright Pinyowanichkul Nampen Tanadee Athipat Vichara-anont

โอโหห อิรักนี่มันร่ำรวยจริงๆ
ขนาดเจอสงครามกลางเมืองแบบตรงๆจังๆมาเกือบ 10 ปี รายได้ต่อหัวยังสูงถึง 5700USD/ปี (คิดว่ามาจากน้ำมันแน่ๆ) ถ้าฟื้นฟูประเทศได้ รึสงครามไม่เกิดก็คงร่ำรวยๆไล่ๆชาติตะวันออกกลางแถบๆนั้น ความจริงกรุงแบกแดกนี่ คือหนึ่งในเมืองหลวงที่เก่าแก่มีอายุมากที่สุดในโลกที่ยังอยุ่ในปัจจุบันเลยทีเดียว

ผมว่าต่อจากนี้ราคาน้ำมัน
จะต่ำลงเรื่อย ๆ นะ ถ้าจะขายน้ำมันมาฟื้นฟู
ประเทศอย่างเดียวเนี้ย
น่าจะลำบากล่ะครับ
…แบกแดดนี่มีมนต์ขลังจริง ๆ เนอะ

น้ำมันพาซวย และช่วยชีวิต น้ำมันหมดก็ ปลูกข้าวขายลองดู

เฟ้อ ขนาดนั้น
แล้วรัฐบาลปรับยังไงให้เข้าที่หรือครับ

เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตร เงาะ กับ อ้อย ยังกำหนดราคาไม่ลงตัว อุ้ย! โทดๆๆๆ ผิดประเด็น ><" -/-

ชอบบทความที่นำมาโพสต่างๆ รู้สึกเปิดโลกทัศน์มากครับ

ขอบคุณครับ

บทความดีมากครับ

ผมนึกว่าซิมบับเวจะเงินเฟ้อรุนแรงที่สุดอีกครับ

ที่ผ่านมา ผมคิดว่าเป็นเยอรมันซะอีก เข้าใจผิดตั้งนาน 555 ปรับใหม่ๆ

ชายคนหนึ่งขนเงินจำนวนมากใส่เกวียนเพื่อไปซื้ออาหารที่ร้าน เมื่อเขาออกจากร้านมาเพื้อจะนำเงินเข้าไปจ่ายกลับพบว่าเกวียนหายไป เหลือแต่เงินกองอยู่เต็มพื้น

เอาเรื่องจริงมาพูดได้ไงนี้

ไทยมีหนักกว่าสงครามจริง คือ สงครามการเมือง

นี่ต้องไปเทียบกับประเทศที่โดนทำลายล้างจนสิ้นซาก เพื่อบอกว่าเรายังดีเหรอครับ?

เค้าตั้งใจจะให้ข้อคิดว่า ประเทศที่เจอวิกฤต ขนาดนั้น ยังกลับมาได้เลย แล้วเราเจอแค่แบบเด็กๆ ทำไมเศรษฐกิจเราถึงจะกลับมาโตไม่ได้เล่า

ที่เขากลับมาได้ มีประเทศไหนที่ให้ทหารปกครองต่อมั้งล่ะครับ เขาเลือกตั้งทั้งนั้น

Suphot Sintuparmuan จีนไงครับ เวียดนามด้วย เยอะแยะ

จีนเป็นคอมมิวนิสต์​ทั้งประเทศ​นายและประธานาธิบดี​ก็เป็นการเลือกตั้ง​จากพรรค​คอมมิวนิสต์​ ไม่ใช่ทหารนายพลที่ไหน​ก็​ได้มายึดอำนาจ​นะครับ​

Suphot Sintuparmuan งั้นอินโดฯ สมัย ปธน. ยุทโทโยโน ที่เศรษฐกิจโตพรรดพราดล่ะครับ? หรือแม้แต่สมัยหลังปฏิวัติช่วงที่ พล.อ. เปรม เป็นนายกฯ

นายจะบอกว่าตู่เก่งเหรอครับ?

ขอบคุณมากครับได้ความรู้มากเลย ตอนนี้ภาคการผลิตของเราอ่อนแอลงไปมากเลยครับ เรื่องอื่นๆแทบไม่ต้องคิดเลย เตรียมหลุมหลบภัยไว้ดีกว่าเนาะ

wpDiscuz