นักเรียนจีน อาจเป็นเป้าหมายใหม่ของ สงครามการค้า

นักเรียนจีน อาจเป็นเป้าหมายใหม่ของ สงครามการค้า

นักเรียนจีน อาจเป็นเป้าหมายใหม่ของ สงครามการค้า / โดย ลงทุนแมน

หากใครสงสัยว่า..
สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ จะจบลงเมื่อไหร่

คำตอบที่ได้คงจะไม่ใช่เร็วๆ นี้

สงครามการค้าเริ่มจากกำแพงภาษีสินค้านำเข้า
ต่อมา กลายมาเป็นการแบนบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Huawei

ล่าสุด เป้าหมายของสหรัฐอเมริกาจะไม่ใช่แค่เรื่องสินค้า
แต่เป็นเรื่อง “คน”
ต้องยอมรับว่า ในตอนนี้ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วสหรัฐฯ
มี “นักเรียนจีน” อยู่เป็นจำนวนมาก
ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ทางการสหรัฐฯ อาจไม่ชอบเช่นกัน

แล้วทำไมเป้าหมายกลายเป็น นักเรียน
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

“ตัวเลขการปฏิเสธวีซ่านักเรียนจีนในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น”
นี่คือ คำเตือนล่าสุดจาก กระทรวงศึกษาธิการประเทศจีน..

จำนวนนักเรียนจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

ไตรมาสที่ 1 ปี 2018 ถูกปฏิเสธวีซ่าอเมริกา 3.2%
ไตรมาสที่ 1 ปี 2019 ถูกปฏิเสธวีซ่าอเมริกา 13.5%

Cr. Caixin Global

และเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา..
Emory University สถาบันการศึกษาชั้นนำในสหรัฐอเมริกา
ไล่ศาสตราจารย์ชาวจีน-อเมริกันออก 2 คน

นอกจากนี้ นักศึกษาจีนระดับปริญญาเอกที่ MIT ระบุกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า

โดยทั่วไป การต่อวีซ่าจะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ แต่ปัจจุบันอาจต้องรอหลายเดือน

เรื่องทั้งหมดนี้จึงเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ
และเพิ่มน้ำหนักให้ความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐฯ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

รู้หรือไม่ว่า..
ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา

นักเรียนจีนที่เรียน และจบการศึกษาจากต่างประเทศมีจำนวนรวมกันกว่า 5.2 ล้านคน

Cr. South China Morning Post

มหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักเรียนหัวกะทิจากประเทศจีน
แม้แต่ลูกสาวของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก็จบการศึกษาจาก Harvard University..

จำนวนนักเรียนจีนที่เรียนอยู่ในสหรัฐอเมริกา

ปี 2014 จำนวน 274,000 คน
ปี 2018 จำนวน 360,000 คน

ในขณะที่นักเรียนจากทั่วโลกในสหรัฐฯ ปี 2018 มีจำนวน 1.1 ล้านคน
แปลว่า นักเรียนต่างชาติในสหรัฐฯ ทุกๆ 10 คน เป็นคนจีนถึง 3 คน

อย่างไรก็ตาม เมื่อการขอวีซ่านักเรียนกำลังเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก
ตัวเลขนักเรียนจีนในสหรัฐฯ อาจชะลอตัวลงในปีต่อๆ ไป

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่าสหรัฐฯ กำลังให้ความสำคัญกับการป้องกันการเข้าถึงงานวิจัยที่ในอนาคตอาจกลายเป็นสินทรัพย์ทางปัญญาระดับประเทศ

ในขณะที่ เรื่องดังกล่าวกำลังผลักดันให้คนจีนกลับประเทศมากยิ่งขึ้น

และในอนาคต คนจีนอาจต้องพึ่งพาทุกอย่างในประเทศ ทั้งเรื่องเทคโนโลยี และการศึกษา..

ปีนี้บริษัท Huawei ถูกยกเลิกการใช้ลิขสิทธิ์ Android
และถูกยกเลิกใบอนุญาตการออกแบบชิปจาก ARM

จีนยกเลิกการส่ง Rare Earth ไปสหรัฐฯ

สหรัฐฯ แบนจีนด้วยบัญชีดำ
จีนแบนกลับด้วยรายชื่อองค์กรที่ไม่น่าไว้วางใจ..

และ ในตอนนี้กำลังเกิดขึ้นกับภาคการศึกษา
ก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวนี้จะจบลงอย่างไร

แต่ดูเหมือน คำว่า “สงครามการค้า” อาจจะน้อยเกินไป สำหรับเรื่องราวทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้..
———————-
อ่านลงทุนแมนสนุกขึ้น
อ่านในแอป blockdit
โหลดที่ http://www.blockdit.com
———————-
References
-Bloomberg และ CNBC