กรณีศึกษา เด็กสมบูรณ์ ทำไอศกรีมรสเต้าเจี้ยว

กรณีศึกษา เด็กสมบูรณ์ ทำไอศกรีมรสเต้าเจี้ยว

กรณีศึกษา เด็กสมบูรณ์ ทำไอศกรีมรสเต้าเจี้ยว / โดย ลงทุนแมน

ใครจะคิดว่า ซอสเต้าเจี้ยว จะมาทำเป็นรสชาติของไอศกรีมได้
และใครจะคิดว่า ซีอิ๊วเด็กสมบูรณ์
จะแตกแบรนด์มาทำไอศกรีม

หลายคนคงทำหน้า งง ว่ารสชาติเต้าเจี้ยว เป็นอย่างไร
ลงทุนแมนได้ลองชิมแล้ว
ปรากฏว่าไอศกรีมนี้อร่อยแบบไม่น่าเชื่อ
เรื่องนี้จึงกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของ การต่อยอดแบรนด์

เรื่องเริ่มจาก
ลงทุนแมนมีโอกาสไปเดินในงาน THAIFEX
เป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับอาหารทั้งไทย และนานาชาติ
ซึ่งมีบริษัท ร้านค้าต่างๆ ไปเปิดบูทกันอย่างคึกคัก

แต่มีอยู่บูทหนึ่งที่ทำให้ลงทุนแมนสะดุดตา ก็คือบูทของ ตราเด็กสมบูรณ์
เนื่องจาก บูทที่น่าจะขายซีอิ๊ว กลับมีตู้ไอศกรีมวางอยู่

และเมื่อเดินเข้าไปดูก็ถึงกับเซอร์ไพรส์
เพราะรสชาติของไอศกรีมนั้น คือ รสชาติของซอสต่างๆ ของเด็กสมบูรณ์เอง

มีทั้ง รสเต้าเจี้ยว, รสซีอิ๊วดำพีนัท, รสซีอิ๊วดำบัตเตอร์ และรสบ๊วย

อย่างที่เรารู้กันว่าบริษัทนี้เด่นเรื่องซอส ที่ใช้สำหรับการประกอบอาหาร แต่ตอนนี้กลับกลายนำซอสเหล่านั้นมาทำเป็นรสชาติของไอศกรีม

บอกตามตรงว่าตอนแรก ลงทุนแมนก็กังวลเรื่องรสชาติ

แต่เมื่อลองทานเข้าไปแล้วกลับรู้สึกว่า รสชาติมีการปรับเพื่อให้เข้ากับไอศกรีมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จนคิดไปไกลว่า ไอศกรีมรสชาติแบบนี้วางขายตามร้านสะดวกซื้อได้เลย

แล้วเด็กสมบูรณ์ตอนนี้ใหญ่แค่ไหน?

งบการเงินปี 2560

บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น จำกัด
รายได้รวม 2,033 ล้านบาท กำไร 86 ล้านบาท

บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด
รายได้รวม 2,979 ล้านบาท กำไร 310 ล้านบาท

เด็กสมบูรณ์ หรือ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น ก่อตั้งมานานกว่า 72 ปีแล้ว นับว่าเป็นบริษัทที่เก่าแก่

แต่ดูเหมือนว่าบริษัทนี้ สามารถก้าวข้ามผ่านกำแพง ที่หลายคนคิดว่า เก่าเกินไปที่จะขยับตัว และไม่น่าจะมีสินค้าใหม่ๆ แล้ว

สิ่งที่เด็กสมบูรณ์ทำ คือการนำแบรนด์ที่มีอยู่ มาต่อยอด

แถมเพิ่มเติมรายละเอียดเล็กน้อยเช่น โลโก้ของแบรนด์ ถ้าสังเกตดีๆ โลโก้เด็กสมบูรณ์ถูกปรับให้ทันสมัยขึ้นจากที่อยู่บนขวดซีอิ๊ว

cr.imgix

เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

คนส่วนมากคิดว่าแบรนด์เก่าขายไม่ได้ สร้างแบรนด์ใหม่ยังจะดีกว่า

แต่ในบางครั้งแบรนด์ที่มีอยู่แล้ว อาจนำมาต่อยอดได้ง่ายกว่า และยิ่งแบรนด์เก่าที่ทุกคนรู้จักกันอยู่แล้ว จะมีข้อได้เปรียบบางอย่าง

เพราะถึงเรามีเงินมากแค่ไหน แต่เงินของเราซื้อตำนานของแบรนด์ไม่ได้

และนี่เองอาจเป็นข้อคิดให้กับใครหลายคน ลองกลับมามอง และพัฒนาของที่อยู่ในมือกันมากขึ้น

พ่อแม่เรามีธุรกิจอะไรอยู่
จับมาปัดฝุ่น เพื่อให้เข้ากับสมัยใหม่

จับมาพลิก ก็อาจเห็นมุมมองที่คิดไม่ถึง
เมื่อทุกอย่างเหมาะสม คนก็พร้อมที่จะลอง
และสุดท้าย เราอาจจะรู้ว่า

สิ่งที่บรรพบุรุษเราทำมา มีคุณค่ากว่าที่เราคิด..
———————-
อ่านลงทุนแมนสนุกขึ้น
อ่านในแอป blockdit
โหลดที่ http://www.blockdit.com
———————-