ช่อง 3 กำไรน้อยกว่า Workpoint แล้ว

ช่อง 3 กำไรน้อยกว่า Workpoint แล้ว

ตอนนี้ถ้าถามว่า ช่อง 3 หรือ Workpoint ใครมีกำไรมากกว่ากัน?
หลายคนอาจจะแปลกใจ ถ้าจะตอบว่า
ตอนนี้ ช่อง 3 กำไรน้อยกว่า Workpoint แล้ว..

นับตั้งแต่มีการใช้โทรทัศน์ระบบดิจิตอลมา เจ้าตลาดวงการโทรทัศน์บ้านเราอย่าง ช่อง 7 และ ช่อง 3 ก็เริ่มสั่นคลอน

เพราะมีช่องใหม่ๆเข้ามาแย่งส่วนแบ่งมากมาย โดยช่องที่สำเร็จมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นช่อง Workpoint

ย้อนกลับไปในปี 2547 บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นทอร์เทนเมนท์ จำกัด ซึ่ง ณ เวลานั้นยังไม่มีช่องเป็นของตัวเอง ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ในปีนั้น บริษัทมีรายได้รวม 876 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 206 ล้านบาท และเมื่อลองเทียบกับยักษ์ใหญ่ของวงการโทรทัศน์บ้านเราที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เช่นกันอย่างช่อง 3 มีรายได้รวม 6,473 ล้านบาท เป็นกำไร 1,602 ล้านบาท คงพอจะบอกได้ว่า ช่อง 3 ทิ้งห่างอยู่หลายช่วงตัว

หลังจากนั้นทั้ง 2 บริษัทก็มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2556 1 ปีก่อนที่ดิจิตอลทีวีจะเริ่มอย่างเป็นทางการ

Workpoint มีรายได้รวม 2,186 ล้านบาท เป็นกำไร 257 ล้านบาท มูลค่าบริษัท 6,813 ล้านบาท

ช่อง 3 มีรายได้รวม 16,637 ล้านบาท เป็นกำไร 5,589 ล้านบาท มูลค่าบริษัท 101,000 ล้านบาท

ช่อง 3 ใหญ่กว่า Workpoint 15 เท่า..

ต่อมา Workpoint ก็ได้เป็นสถานีโทรทัศน์อย่างเต็มตัว เมื่อเข้าร่วมประมูลช่องดิจิตอลช่วงสิ้นปี 2556 และได้ช่องความชัดปกติ (SD) มา 1 ช่อง ในราคา 2,355 ล้านบาท ในขณะที่ช่อง 3 ประมูลได้ไป 3 ช่อง ในราคารวม 6,471 ล้านบาท

โดยในปี 2557 ที่ได้เริ่มออกอากาศผ่านระบบดิจิตอลอย่างเป็นทางการ

Workpoint มีรายได้รวม 2,270 ล้านบาท เป็นกำไร 21 ล้านบาท มูลค่าบริษัท 11,174 ล้านบาท

ช่อง 3 มีรายได้รวม 16,321 ล้านบาท เป็นกำไร 4,415 ล้านบาท มูลค่าบริษัท 102,000 ล้านบาท

เราจะพอเห็นแล้วว่า การเริ่มเป็นเจ้าของสถานีทีวีเองซักช่องนั้น มีต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นขนาดไหน

หลังจากมีสถานีเป็นของตัวเอง Workpoint ดึงรายการโทรทัศน์ต่างๆ ที่ออกอากาศในช่องอื่น กลับมาฉายที่ช่องของตัวเอง รวมถึงผลิตรายการใหม่และรายการที่ซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศอย่าง The Mask Singer ก็ช่วยส่งผลให้เรตติ้งของช่องสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและยึดอันดับ 3 ของฟรีทีวีไว้อย่างเหนียวแน่น ไล่หลังอันดับ 1 และ 2 อย่าง ช่อง 7 และ ช่อง 3 มาเรื่อยๆ

จนมาล่าสุด

ผลประกอบครึ่งปีแรกของปีนี้ ที่ได้เปิดเผยตัวเลขออกมานั้น Workpoint ทำกำไรได้มากกว่าช่อง 3 แล้ว

Workpoint มีรายได้รวม 1,952 ล้านบาท เป็นกำไร 546 ล้านบาท มูลค่าบริษัท (ณ วันที่ 15 ส.ค.) 27,261 ล้านบาท

ช่อง 3 มีรายได้รวม 6,275 ล้านบาท เป็นกำไร 362 ล้านบาท มูลค่าบริษัท (ณ วันที่ 15 ส.ค.) 31,600 ล้านบาท

นอกเหนือจากเรื่องรายได้และกำไรแล้ว ความแตกต่างด้านมูลค่าบริษัท ที่ช่อง 3 เคยใหญ่กว่า 15 เท่า ค่อยๆ ลดลงจนเกือบใกล้เคียงกันในปัจจุบัน

คงจะสังเกตเห็นว่า สิ่งที่ทำให้ Workpoint ทำกำไรแซงช่อง 3 ได้ในปีนี้นั้น ไม่ใช่เพียงเพราะ Workpoint ดีขึ้นอย่างเดียว แต่เป็นทางช่อง 3 เองด้วยที่กลับสร้างกำไรน้อยลงเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด

ในช่วงไม่ปีกี่ปีมานี้ ทางช่อง 3 คงจะมีปัญหารุมเร้ามากมาย ไล่ตั้งแต่การที่คนดูมีช่องให้เลือกมากขึ้น ผู้ผลิตรายการเจ้าใหญ่ๆ ที่เคยป้อนรายการมาให้ ต่างผันตัวไปมีช่องเป็นของตัวเองกันหมด ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการผลิตและบริหารรายการเพื่อออกอากาศถึง 3 ช่อง รวมไปถึงการขาดหายไปของอดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง

โดยอัตราค่าเช่าโฆษณาตรง ที่มีการเปิดเผยออกมาของ 3 ช่วงรายการที่คุณ สรยุทธ จัดนั้น เรื่องเล่าเช้านี้ 2.2 แสนบาทต่อนาที เรื่องเด่นเย็นนี้ 2.2 แสนบาทต่อนาที เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ 2.9 แสนบาทต่อนาที ทั้ง 3 รายการสร้างรายได้ให้ช่อง 3 รวมกันประมาณปีละ 2,900 ล้านบาท

หลังจากการหายหน้าหายตาไปของคุณ สรยุทธ เรตติ้งของช่อง 3 ก็หล่นลงไปเป็น เป็นรองช่อง 7 คนดูหายไปจำนวนมาก มีรายได้ลดลง

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อน ปัจจุบันเราใช้เวลาในการดูโทรทัศน์น้อยลง และเสพสื่อต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้นโดยเฉพาะการดูผ่านมือถือ โดยมี Youtube และ Facebook เป็นสื่อออนไลน์ที่รับได้ความนิยมที่สุดเป็นอันดับต้นๆ

ทั้ง 2 บริษัท ก็มีการปรับตัวเพื่อขยายฐานคนดูให้ครอบคลุมไปในส่วนออนไลน์ด้วย เช่น มีการทำชาแนลใน Youtube และเปิดเพจต่างๆ ใน Facebook เพื่อ LIVE สดรายการ ลงภาพและคลิปโปรโมท รวมไปถึงวิดีโอย้อนหลังที่ลงแทบจะทันทีหลังจบรายการ

ปัจจุบัน Workpoint มีคนติดตาม (Subscriber) ใน Youtube 9 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดในกลุ่มสถานีและรายการโทรทัศน์ (Television station and program) ของประเทศไทย และคนติดตามเฉพาะเพจหลัก ใน Facebook 10.9 ล้านคน

ช่อง 3 มีคนติดตามใน Youtube 4.2 ล้านคน และติดตามเพจหลัก ใน Facebook เพียง 1 ล้านคน

จุดที่แตกต่างกันของเพจหลักใน Facebook ที่พอจะมองเห็นได้คือ ของ Workpoint น่าจะทำให้คนดูรู้สึกมีส่วนร่วมกับรายการต่างๆ มากว่า เนื่องจากมีการ Live ที่คึกคักกว่าทางเพจหลักของช่อง 3 ที่ส่วนใหญ่จะเป็นรูปโปรโมทละคร

สำหรับในส่วนของ Youtube นั้น รายการวาไรตี้เกมโชว์หลายๆ รายการของทาง Workpoint สามารถสร้างกระแสและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อย่าง I Can See Your Voice และ The Mask Singer ที่ยอดคนดูส่วนใหญ่จะอยู่ในหลักล้าน และในบางคลิปบางตอนมียอดคนดูขึ้นหลัก 10 ล้านจนไปถึงมากกว่า 100 ล้านครั้ง

ขณะที่ของช่อง 3 ส่วนใหญ่จะเป็นละครย้อนหลัง ที่นานๆ ครั้งจะมีละครที่เป็นกระแสขึ้นมา ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ปัจจุบันมีละครให้เลือกดูมากขึ้นจากหลายๆ ช่อง

การที่ Workpoint นำเสนอรายการที่สามารถสร้างและเกาะกระแสนิยมในบ้านเรา รวมถึงการเข้าถึงสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ Workpoint เติบโตสวนกระแสช่องอื่นๆในยุคที่คนดูโทรทัศน์น้อยลง

ถึงแม้ว่าตอนนี้กำไรของช่อง 3 จะน้อยกว่ากำไรของ Workpoint แล้ว แต่มูลค่าบริษัทของช่อง 3 ยังมากกว่า Workpoint อยู่เล็กน้อย (ช่อง3 31,600 ล้านบาท Workpoint 27,261 ล้านบาท)

แต่ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ก็ไม่แน่ว่าอีกไม่นาน ช่อง 3 จะกลายเป็นบริษัทที่มูลค่าเล็กกว่า Workpoint ก็เป็นได้..

Comments

comments



538 thoughts on “ช่อง 3 กำไรน้อยกว่า Workpoint แล้ว”

  • ไม่น่าแปลกใจเลยตั้งแต่ GMM. RS , Workpoint ออกมาตั้งช่องตัวเองช่อง 3 สร้าง content ดีๆขึ้นมาแทนที่พวก content ที่ 3 เจ้านี้เคยสร้างมาลงไว้ในช่อง 3 ไม่ได้เลยก็ต้องลงละนะรูโหว่เบอเริ่มเลย

  • เพราะรายการวาไรตี้ มันเดิมๆห่วยเหมือนเดิม ตีสิบ กี่ชาติก็แบบเดิม ทไวไลท์กี่ชาติก็แบบเดิม คู่จิ้นก็แบบเดิม คนมันเบื่อ มันไม่เร้าใจให้ใครพูดถึงอีกต่อไปแล้ว ยิ่งสรยุทธหายไปอีก ข่าวเช้านี่จบเลย

    • ต่อให้สรยุทธกลับมาผมก็ว่ายากนะ..เดี๋ยวนี้คนกระจายติดไปหลายๆช่อง มีให้เลือกหลายๆรส. อยากฟังข่าวจ้าเลยก็เนชั่น ไทยรัฐ นิว อยากฟังเบาๆก็ช่อง8. อยากฟังเเบบเเรงๆก็อัมรินทร

    • สรยุทธดึงดูดที่สุดแล้ว ถึงแม้จะมีหลายช่องให้เลือก ถ้าเขายังอยู่ก็ยังดึงฐานคนดูได้มาก คนแถวบ้านผมก็ยังบอกถ้าสรยุทธกลับมาค่อยกลับมาดูใหม่

  • ช่อง3 ตามไม่ทันโลกเอง ตกยุค ผู้บริหารแก่ๆทั้งนั้น หวงcontentของช่องตัวเอง ยุคนี้เป็นยุคฟรีcontent ขอให้มีคนติดตามเยอะๆเถอะ เดี๋ยวมูลค่า มันก็ตามมาเอง! ดูworkpointสิ! ทั้งliveสด ทั้งปล่อยคลิปyoutubeเองแบบชัดๆด้วยนะ คิดสิคิด!55

  • บทความนี้ดีมากแสดงให้ถึงการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย อยากให้ลงทุนแมน เขียนเกี่ยวกับcar3ด้วยค่ะ ขนาดการ์ตูนยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของยุคเลย

    • ต้นทุนน้อยรึป่าวครับ
      ซื้อลิขสิทธิ์นอกมา อาจลงทุนน้อยกว่าทำเองรึป่าวครับ

    • น่าจะค่าจ้างบุคลากรไม่มากเท่าช่อง3ครับ ช่อง3บุคลากรในองค์กรค่อนข้างมาก

  • ตอนนี้ลากเอานาคี2มาสู้ ถ้าไม่รอด.. คงต้องคิดแล้วว่าความสำเร็จเดิมๆมันไม่ได้ใจคนสมัยนี้

    • คงยังเหลือผู้ชนะครับ เพราะ โฆษณายังมีเงินให้ใส่ลงมาอยู่ ขึ้นกับว่าสินค้านั้นอยากใส่ลงไปในไหน

    • ครับเพียงแต่ผู้ชนะ ผมมองว่าจะไม่ได้อยู่บนทีวีอีกต่อไปแล้วอย่างแน่นอน และ facebookคือผู้ชนะ ครับ ผมว่าผมมองไม่ผิดนะ

    • Facebook และคนที่มี content ที่ผู้ชมสนใจครับ

      เงินสปอนเซอร์จะยังจ่ายไปที่เจ้าของคอนเทนท์เป็นหลัก ส่วน facebook เป็นแค่แพลทฟอร์ม ที่กินค่าโฆษณาทีละนิดของหลายคนอีกที

  • เห็นว่า ในช่วงที่เวิร์คพ้อยพึ่งมีช่องเป็นของตัวเอง รายการที่เวิร์คพ้อยเคยทำให้ช่องอื่นๆ ตอนนั้นเหมือนโดนช่องเหล่านั้นไล่ให้ไปออกอากาศที่ช่องตัวเอง พอมาตอนนี้เป็นไง อย่างที่เห็นๆกันตอนนี้ #ผิดพลาดอย่างไรก็ขออภัย

    • ไม่ได้โดนไล่ครับ เป็นไปตามกฎหมายของ กทสช ครับ บริษัทใดที่ประมูลช่องทีวีได้ ต้องนำรายการที่อยู่ตามช่องต่างๆกลับไปช่องทีวีที่ประมูลมาได้ครับ

  • WP ขาดแต่ละครที่ดึงคนรอบ 2 ทุ่ม ให้อยู่ติดหน้าจอนะครัช คอนเทนอื่นกินช่อง 3 เปื่อยหมดแย้ว..!!!

  • ช่อง 3 เอะอะก็ให้คนในช่องทำอนเทนส์ กี่ปีๆก็หน้าเดิม ย่ำอยู่กับที่แบบนี้ไม่แปลกที่จะโดนแซง จะโดนทิ้งเอาด้วยในอนาคต

  • สังคม มันเครียด คนเลย ต้องหาอะไร ตลกๆ ผ่อนคลาย เวิร์คพ้อยตอบโจทย์ได้ ดีที่สุดล่ะครับ

  • workpoint มาถูกจุดตรงที่รายการสนุก คนไทยชอบ ถึงแม้จะเน้นบันเทิงไม่ค่อยมีสาระก็ตาม อีกจุดนึงคือใช้โลกออนไลน์ถ่ายทอดให้ผู้คนทั่วไปเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็น youtube facebook และ web browser คนที่อยู่นอกบ้านก็ดูได้ คนที่ไม่ว่างก็ดูย้อนหลังได้ ซึ่งช่อง3 ดูจะช้าเกินไปสำหรับเรื่องนี้ ทำให้เสียเรทติ้ง เมื่อเสียเรทติ้งก็สูญเสียรายได้ตามไป และการประมูลทีวีดิจิตอลถึง 3ช่อง ทำให้แบกภาระค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว ถ้าเป็นผมคงตัดสินใจประมูล HD แค่ช่องเดียว เนื่องจากในอนาคตทีวีและเครื่องรับสัญญาณทุกเครื่องสามารถรับ HD ได้หมด

    • ตอนนี้ละครเพลิงบุญช่อง3 ยังแย่ง..กันอยู่เหมือนเดิมนะ และ ยังมีคนชอบดูอยู่เหมือนกัน ไม่ถึงกับขายไม่ออก แต่ก็มีบางส่วนไม่อยากดูละครแย่ง..กันแล้ว เลยไปดูคนร้องเพลงแทน

    • ดูพวกสารคดีชีวิตสัตว์โลกนี่ ทำให้รู้สึกชีวิตมีคุณค่ามากกว่าดูละครชะนีไทยแย่งกาดอเลี่ยมทองหลังข่าว

  • ตื่นเช้าเปิดช่อง 8 ดูข่าว ะระหว่างวันเปิดช่อง 23 ทิ้งไว้ ดูได่ตลอดวัน พอสัก 2 ทุ่มกว่าๆไปดูละครช่อง ONE เชื่อว่าหลายคนเป็นแบบนี้ … ช่อง 3 เลิกดูไปนานแล้ว

  • ช่องสาม ต้นทุนสูงด้วยนะครับผมว่า มีช่องที่เรียกได้ว่าเป็นภาระอย่าง 3sd กับ 3family ด้วย คนดูน้อย

  • ช่องหนึ่งกำลังเดินหน้า ต่างกับอีกช่องที่กำลังถอยหลัง ถ้ายังเป็นแบบที่ลงทุนแมนรายงานต่อไปถ้าจะแย่ Workpoint ไม่ใช่กระแส แต่เขาคืออนาคต เป็นกำลังใจให้ทั้งสองช่องเลยครับ ในถานะคนนานๆดูทีวี ที

  • ช่อง3 มาเคราะห์ซ้ำตรงรายการข่าวด้วย ไม่สามารถนำเสนอได้เหมือนเคย ตัวตายตัวแทนหาไม่ได้ เลยฟลุบไปหมดทั้งละครทั้งข่าว

    • พุทธ โดดเด่นสุดในช่วงนี้ แต่ก็ได้แค่ข่าวชาวบ้านๆ ยังเทียบกับสอ.ยากอยู่ ที่บอกว่านำเสนอข่าวไม่ได้เหมือนเดิมนี้ไม่ใช่เฉพาะแต่ผู้ประกาศเอง แต่รวมถึงเนื้อหาข่าวด้วยที่ไม่อิสระเหมือนเมื่อก่อนด้วย ช่องทีวีที่เป็นช่องข่าวโดนกันหมด

    • พุทธ ที่เล่า ข่าวจาก facebook แล้วก็ แซวผู้ประกาศข่าวหญิงแบบไม่ให้เกียรติ อะนะ?

      ไปดู voice tv. ช่วงเดียวกัน ข่าว.ตปท. น่าสนใจกว่าตั้งเยอะ

    • พุทธ แรกๆก็ดีนะ ตอนนี้แย่มาก หลายๆนำเสนอข่าวได้ไม่เป็นกลางเลย ไม่นำเสนอเหตุผลทั้ง2ฝั่ง บางข่าวสิ่งที่รัฐทำมีเหตุผลนะ แต่ดันเอาตามกระแสชาวเน็ท

    • พุทธเด่นสุด แต่ไม่ดีสุดครับ เวลาถามคำถามจะใช้อารมณ์ความรู้สึกตัวเองในการตั้งคำถาม บางครั้งตัดบททำให้ผู้ชมไม่ได้เนื้อหา จนความหมายเปลี่ยน

    • Wadee Wongkaeo ยังไม่เข้าใจถึงทุกวันนี้ว่าทำไมต้องบักกะบู มันตั้งชื่อแอปช่อง7 ไม่ง่ายกว่าเรอะ

    • จิง ละเห่ย ช้า เสร่อปะ ดูบอลละขัดตลอด เคยเม้นไปนางบอกว่าบักกะบูดูได้แค่ที่ไทย เจริญพรกับวิชั่น ช่องอื่นเขามีเวียดซับ จีนซับกันหมดแล้ว

  • ช่องเดิมๆ คิดแบบโบราณ คือ กะเอาดารา ละครมาดึงกระแส

    แต่ช่องใหม่ๆ อย่าง wp เน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ลงทุนเปิดเอารูปแบบใหม่ๆ จากรายการตปท.มาทำ

    คนดูรู้สึกว่าถูกดูถูกและยัดเยียดน้อยลง.. (แต่ก็ยังต้องทนกับตลกห่ามๆ รายการเน้นดราม่าของ wpไปอีกสักหน่อย)

    รอดูการปรับตัวของพวกช่องเก่าๆ ที่เคยคิดว่าจะตีกินคนดูด้วยเมนู กระเพราไก่ไข่ดาวเดิมไปได้เรื่อยๆ

    ว่าจะพลิกตัวได้มั้ย…

  • รายการเวิร์คพ้อยหลายรายการสนับสนุนให้ดูซ้ำหลายๆ ครั้ง เช่น i can see your voice หรือ mask singer เพราะคนเข้าไปฟังเพลงซ้ำๆ แถมยังมีตัดออกมาเป็นรายคน แต่กับช่องอื่นอาจจะได้ยอดวิวแค่ครั้งเดียวต่อรายการ

  • แม่เหล็ก อ่อน ดูดไม่ติด
    สินค้าไม่ตรง กลุ่มเป้าหมาย
    เทคโนโลยี เปลี่ยน
    หลากหลายเหตุผล
    ไม่ปรับตัว ก็ไม่รอด

  • workpoint รายการสร้างสรรค์ดีค่ะ มีทั้งสาระ รายการให้ความรู้ และความสนุก ซึ่งช่องอื่นยังทำได้ไม่เท่า บางทีก็เบื่อละครผัวๆเมียๆ ละครแรงๆ ผู้ชมมีหลายช่วงอายุ เอหรือจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก็ไม่รู้

  • เป็นเพราะช่อง​ 3​ มัน​โลภ​ที่ประมูล​ถึง​ 3 ช่อง​หรือเปล่า​ พอ​ถึงเวลาจริงๆก็ทำคอนเท้นท์​ดีๆให้ครบทุก​ช่องไม่ได้​ พอคนดูมีทางเลือกในการเสพสื่อมากขึ้น​ ช่อง​ 3​ เลยร่วง

  • ปี 57 สรยุทธ์คนเดียว ได้ 2900ล้าน รายได้มากกว่า Workpoint ทั้งช่องอีก .. กำไร ไม่ต้องพูดถึง เพราะต้นทุนต่ำกว่ามาก

    ส่วนปัจจุบัน WP ครึ่งปีได้ 2000ล. เริ่มแซงแระ

  • ช่อง3 นับรวมส่วนของ 3sd และ 3family ด้วยหรือป่าวคะ ถ้านับน่าจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วย และเป็นช่องที่ยังไม่แข็งพอที่จะทำกำไรได้มากๆ ส่วน workpoint เราว่าวางแผนดีมาตั้งแต่ประมูลช่องค่ะ เพราะประมูลช่อง sd มาในราคาที่ต่ำกว่าช่อง hd (ถึงแม้ว่าเราดูในทีวีจะไม่เห็นความต่างของความละเอียดก็ตาม) ทำให้ช่วยในส่วนของกำไรอีกทางด้วยหรือเปล่าคะ

    • อีกอย่างคือความต่างของค่าโปรดักชั่นละครกับรายการเกมส์โชว์ค่ะ เราว่ายิ่งทำให้ต้นทุนการผลิตต่างกันขึ้นอีก ช่อง3 เน้นละคร หรือรายการที่ถ่ายนอกสถานี แต่workpoint มีสตูดิโอของตัวเอง เน้นเกมส์โชว์ และชิตคอมที่ถ่ายในสถานที่

    • ถ้าผมจำไม่ผิด workpoint ผิดแผนต่างหาก ประมูล Hd แต่สู้ราคาไม่ไหว เลยต้องมาเอา sd แทน ในราคาที่แพงอันดับ 1 แพงกว่าคนสุดท้าย 155 ล้านบาท เพราะต้องเอาให้ได้ ลองเช็คข่าวดูน่ะครับ
      ปล.
      ผมยังจำหน้าเสียของเสี่ยตาตอนพลาดได้อยู่เลย

    • คิดว่า sd ที่คุณปัญญาได้มาในราคาที่ตำ่กว่า hd นะคะ อันนี้เราว่าลัคกี้นะ ได้เลือกเบอร์ช่องก่อนด้วย ซึ่งเบอร์เลขช่องนี่ก็เป็นส่วนช่วยในตอนแรกๆนะคะ แต่ว่าตอนแรกคุณปัญญาตั้งใจเอา hd เเล้วผิดแผนอันนี้จริงๆค่ะ เรายอมรับ

    • ผมเชื่อว่าช่อง สาม มองการไกลตามรัฐบาล ที่จะจัดระเบียบช่องทีวีแยกตามประเภทเลยมีช่อง 3 โน้นนี่เยอะไปหมด แต่รัฐดันไม่เอาจริงเอาจัง ช่อง 3 เลยมีภาระการจ่ายมากขึ้นตามไปด้วย แต่ต้องยอมรับด้วยว่า work point การตลาดดีมาก เลยโตอย่างรวดเร็ว

  • เอาสั้นๆ workpoint ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ลงทุนน้อยกว่า แต่กลับกำไรมากกว่าช่อง 3 ส่วนช่องสามมีอะไรมากกว่าน่ะเหร๋อ ค่าใช้จ่ายมากกว่า บริษํทขนาดใหญ่กว่ามาก ทำให้เคลื่อนไหวได้เชื่องช้า ผู้บริหารอายุมากกว่า (เปลี่ยนความคิดได้ยากแล้ว ทัศนคติยิ่งยากไปใหญ่ทีจะเปลี่ยน)

  • เดี๋ยวนี้เราก็ดูละครช่องอื่นมากกว่าช่อง3ค่ะ เบื่อ ขายแต่คู่จิ้น เราติดหลงไฟ สนุกมาก

  • ผมเบื่อการโปรโมทละครของช่อง 3 ครับ ชอบเอาฉากที่ด่าๆกันออกมา โดยเฉพาะพระกับนาง (ผมไม่ดูละครครับ)

  • ถ้ายังยึด keyword เดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง..ยังไงก็ร่วงแน่นอน…..แย่งมรดก, สลับร่าง, ความจำเสื่อม, แย่งผู้ชาย…..ผู้กำกะบเดิมๆก็สร้างละครแนวเดิมๆ….

    • ถ้าไม่มีปัญญาคิดเรื่องใหม่จริงๆ อย่างน้อยไปซื้อลิขสิทธิ์ จากเมืองนอกมา remake เป็นเวอไทยก็ยังดี

  • ชอบมากค่ะ ลงทุนแมน มีประโยชน์ ช่วยเปิดหูเปิดตาให้กว้างขึ้น ขอบคุณค่ะ

  • ละคร ไม่มีการพัฒนา เกาะกินความสำเร็จเก่า รีเมค วนอยู่แบบนั้น ความบังเทิง มันก็ไร้ความบันเทิง รายการเกมโชว์ที่หลากหลาย ย่อมน่าดูกว่า

    ถ้าใครสามารถทำให้ละครให้ผู้ชมมีส่วนรวมได้ ก็อาจจะรอดครับ

  • ช่องสาม ณ ตอนนี้ เน้น ละคร เกมส์โชว์ วาไรตี้ ตั้งแต่ คุณสรยุทธ ยุติบทบาทหน้าสื่อ ข่าวช่อง สาม บีบอัดเวลา เร่งเวลาจนรายการ ดีๆ ในช่วงข่าว หรือ คนอ่านข่าวต้อง รีบอ่านๆ มากเกินไป จนตอนนี้ไม่อยาก ดูแล้วไป Amarin and Springnews ไรงี้ มากกว่า

  • ถ้าวิเคราะห์ความจริงอีกมุมมองหนึ่งก็คือ คนไทยส่วนใหญ่ชอบรายการที่จะถูกมอมเมาดูมายาความบันเทิงมากกว่าสาระความรู้ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ช่องสามอย่างเดียวเท่านั้น จึงไม่ประหลาดใจที่การศึกษาทำได้แค่เพียงผลิตกระดาษปริญญา มากกว่าทำให้คนคิดเป็น

  • ลูกชาย7ขวบดูช่องเวิคพ้อยตลอด ดูจนจำได้ว่าวันนี้เวลานี้มีรายการอะไร พิธีกรกรรมการ เป็นใคร รายการเขาครบเครื่องจับกลุ่ม คนดูทุกระดับชั้น ข่าว ตลก บันเทิง ดราม่า รายการสำหรับเด็ก แต่ไม่ได้ทำมาเพื่อเด็กอย่างเดียว แต่ทำมาเพื่อ จับกลุ่มพ่อแม่ที่มีลูกยังเด็ก ให้เด็กมาร้องเพลง ที่ติดหูรุ่นพ่อรุ่นแม่ กวาดเรียบพ่อแม่ลูกกันเลยทีเดียว

  • ต้นทุนเกมส์โชว์มันต่ำกว่ารายการของช่อง3มากครับ ผมว่าถ้าช่อง3ปรับตัวได้แป๊บเดียวก็ขยี้workpointกระจุย contentในมือมันคนละเรื่องกันครับ

  • รายการของ Workpoint สามารถดูย้อนหลังได้ตลอด เช่น I Can See หรือ The Mask

    เพราะคนสามารถฟังเพลงได้ตลอดเวลาจึงทำให้ยอด View แต่ละคลิปใน YouTube แตะหลักล้านเกือบทั้งหมด
    ยิ่ง WorkPoint ลงคลิปย้อนหลัง หลังจากที่ออนแอร์ทางช่องแทบจะติดๆกัน นี่ทำให้คนยิ่งรู้สึกว่าสามารถดูเมื่อไหร่ก็ได้อีก

    ซึ่งช่อง3 หนัง หรือ ละคร ดูจบครั้งเดียวก็รู้เรื่องแล้ว ดูอีกทีก็ไม่ตื่นเต้นแล้ว

    ผมเป็นผู้ชม ผมรู้สึกแบบนี้นะครับ

  • Natchai Sky Walker Niti Ds ให้นิติ ผู้มาใหม่ได้เริ่มเข้าใจความเคลื่อนไหว สิ่งรอบตัว

  • ถ้ายังทำละครน้ำเน่าอยู่
    อีกไม่นานช่อง3จะกลายเปนประวัติศาสของโทรทัศไทยและถ้าผมเปนดาราสังกัดช่อง3ผมจะ………

  • รายการวาไรตี้ Workpoint ก็ดึงฐานคนดูไปหมด ส่วนละคร ซีรี่ย์ กระเเสของ GMM ก็มาเเรงกว่า เเถม 2 ช่องนี้เข้าถึงคนดูได้ทั่วถึงกว่าด้วย ช่อง 3 จะขายละครรีเมคกับคู่จิ้นอย่างเดียวก็เหนื่อยหน่อย

  • ดีแล้วครับ ตลาดแบบผูกขาดไม่ดี ต้องมีอะไรใหม่ๆมาแข่งขันบ้างประโยชน์ตกที่ผู้บริโภค

  • เพราะถ้ารายกายยังเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง คนที่เปลี่ยนก็คือคนดูเขาจะเปลี่ยนไปดูช่องอื่น

  • ดีแล้วครับ จะได้รู้กันว่าตระกูลนั้นจะกินสัมปทานช่องทีวีไปตลอดชาติไม่ได้

  • เดียวนี้คนดูtvน้อยลงมากกว่า20เปอรเช็นแถวบ้านวัยรุ่นเล่นแต่มือถืออย่างเดียวบ้านผมเดียวนี้ดูtvน้อยมากบางวันไม่เคยดูเลย

  • ตอนมัธยมเราโตมากับเรื่องเล่าเช้านี้ เพราะเป็นเวลาตื่น เห็นแพนด้าหลินปิง อาบน้ำ จนแต่งตัวเสร็จ หลิงปิงก็ยังอยู่ นั่งดูข่าว ฟังสรยุทธเล่า แล้วไปโรงเรียน ทำแบบนี้ทุกวันและค่อยไปโรงเรียน เสาร์อาทิตย์ ก็ชอบดูเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ เพราะแอบชอบไก่ ภาษิต555 วันธรรมดาช่วงเย็น ชอบดูเรื่องเด่นเย็นนี้ ดูดีเบต เวลาเอาสลิ่มมาปะทะ กับเสื้อแดง จะชอบมาก เพราะความสลิ่มคือศูนย์รวมจักรวาล ดักดารไม่มีเปลี่ยน เข้ามหาลัยก่อนไปเรียนก็ดู เพลินดี พอเดี๋ยวนี้ไม่มีสรยุทธ มันก็เหงาๆนะ แต่ก็เลือกที่จะเปิดคลิปฟังสกุ๊ปข่าวแทน /ยิ้มให้กันตอนเช้า เล่าเรื่องราวให้ฟังก่อนใคร อยู่กับเธอแล้วมันอุ่นใจ เล่าเรื่องใหม่ด้วยกัน

  • ช่อง 3 พลาดที่ประมูล 3 ช่อง ขณะที่ช่อง 7 เลือกประมูลแค่ 1 ช่อง ทำให้ต้นทุนห่างกันมากในขณะที่มูลค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นในตลาดไม่มาก ทำให้แต่ละช่องแข่งกันแบ่งเค๊กก้อนเดิม งานนี้ใครดีใครได้จริงๆ

  • ตั้งแต่มีดิจิตอลไม่ได้ดูละครทั้ง2ช่องเลย มีแว่บดูนาคีช่วงปล่อยยาวจนจบเรื่องเดียว นอกนั้นก็FOXบ้าง MONOบ้าง เวิร์กพ้อยบ้าง จนตอนนี้ไม่รู้จักดาราใหม่ๆเลยสักคน

  • แล้วรายได้/กำไร จากการต่อยอดจากรายการของตัวเอง เช่น the mask singer สามารถขายสินค้าสิขสิทธ์ได้อีกละครับ

  • ผมยังรอว่าเมื่อไหร่ เมืองไทยจะมีละครดีๆแบบซีรีย์ญี่ปุ่น ซีรีย์เมกา กะเค้าซักที

    แต่ละเรื่อง มีแต่รักๆใคร่ๆ แย่งผัวแย่งเมีย ต้องมีพระเอก นางเอก ตัวอิจฉา บทกากๆที่เดาเนื้อเรื่องออกมาแต่ไกล และรีเมครอบที่ล้านแปด

  • ช่อง3…. ปล่อยปะละเลย ตามใจ จนต้องเกรงใจดารามาเฟีย ไม่กล้าพอที่ชี้ทางเดิน ให้ช่อง….. ปล่อยให้ดาราปากเสียไปด่า… เเละ ฝักไฝ่การเมือง จนชาวบ้านชนบทเขาเลิกดู….

  • ซื้อลิขสิทธิ์ซีรี่ย์จีนดีๆมาดองไว้แล้วไม่ฉายสักที สมควรแล้วครับ ที่ไม่มีคนดูหรือดูช่อง3น้อยลง ฉายแต่ซีรี่ย์เก่าซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่มีหนังดีๆอยู่ในมือ แต่เวิร์คพ้อยทน์ซื้อซีรี่ย์มาแล้วพากยเสร็จแล้วฉายเลย แต่ช่อง3ซื้อมาดองมีของดีแต่ไม่ฉาย ฉายแต่ละครไทยน้ำเน่าของช่อง3

  • ผมเห็นด้วยเลยนะคับที่มีทีวีดิจิตอลเนี้ย เพราะจะได้มีการแข่งขันกันมากขึ้น เพื่อที่จะได้ผลิตรายการดีๆออกมาให้ผู้ชม ดารานักแสดงก็มีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อก่อนบางคนอาจจะไม่ค่อยได้มีงาน แต่พอมีช่องมากขึ้นผู้จัดก็จะได้มีตัวเลือกในการเลือกนักแสดงมากขึ้น แล้วยังไปถึงพวกบริษัทที่มาซื้อเวลาในการทำโฆษณาอีก ไม่ต้องมาจ่ายแพงๆเพื่อซื้อเวลาในช่องที่มีการแข่งขันสูง สรุปแล้วเป็นผลดีมากๆเลยนะคับ

  • ช่องสาม เรตติ้งดีเพราะละคร กับ ข่าวสรยุทธ พอไม่มีสรยุทธ คนก็เลิกดูข่าว ละครก็ย่ำอยู่กับทีไม่ไปไหน คนก็หันไปดูละครของ GMM ที่แรงหว่า กัดจริง จูบจริง ด่ากันสะใจกว่า เนื้อเรื่องทันสมัยกว่า รายการบันเทิงก็ๆม่บันเทิงดูแห้งๆเหี่ยวๆ ติดตามรายการย้อนหลังก็ดูยากไม่ค่ิยอัป คนสมัยนี้ เวลาทั้งหมดอยู่บนหน้าจอมือถือตั้งแต่ตื่นนอน จนเข้านอนก็ดูมือถือ ช่องสามเลยลดความนิยมลงเรื่อง

  • เพราะเจ้าของ เขาลงมาเล่นเอง รับรู้ปัญหาด้วยการสัมผัส จับตลาดเป้าหมายชัดเจน(กลุ่มลูกค้า) แสวงหารายการแปลกจากต่างประเทศมาดัดแปลง /ใช้หลัก 4 พี อย่างเข้มแข็ง..อ่านและเข้าใจพื้นฐานทางความคิดของ ปชช.ออก..เก่ง เป็นสถาปนิกนี่ ก็คงเหมือนการเขียนแปลนที่เริ่มจากฐานรากก่อน..5555

  • ที่เขียนมาก็จริงนะ แม้ว่าผม จะมีความรู้สึกว่าทีวีไม่จำเป็นต้องมีในห้องแล้ว เพราะดูแต่ในมือถือเป็นหลัก และเมื่อลองสำรวจตัวเองว่า เราดูรายการของเวิร์คพอยท์หรือช่องสามมากกว่ากัน ก็มักจะดูรายการของเวิร์คพอยท์ที่ผลิตมากกว่าช่องสาม เพราะโดยส่วนตัว ก็ชอบรายการของเวิร์คพอยท์ เพราะเค้ามีแนวคิดในการทำรายการออกมาที่แหวกแนวมาแต่ต้น ส่วนช่องสามนั้น ถ้าเกิดจะดูก็จะดูแต่ละคร ซึ่งน้อยครั้ง
    สำหรับโดยส่วนใหญ่ ก็มักจะดูแต่ตอนที่มีการพูดกันแชร์กันมากในเฟซบุค ก็จะไปดูย้อนหลัง
    ถามว่า ดูละครบ้างมั้ย ถ้าดูก็จะดูของช่องวันหรือจีเอ็มเอ็มมากกว่าที่จะดูของช่องสาม แต่โดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ดู เพราะเวลาดูแล้วติด ก็จะดูติดกันไปจนจบแบบรวดเดียวยาวตลอดคืนเพราะขี้เกียจคอยมาจำว่าเรื่องนี้วันนี้วันนั้น และปกติ ที่ดูละคร เพราะจะดูเฉพาะคนที่แสดงมากกว่า
    ก็มีอะไรประมาณนี้ครับ
    เลยคิดว่า บทความนี้ เมื่อมาลองพินาในพฤติกรรมส่วนตัว ก็ถือว่าค่อนข้างจะสอดคล้องกับผมซึ่งเป็นหน่วยเล็กเท่าฝุ่นคนนึง

  • ประมูลนี่เสือนอนกินจริงๆ มีผีมือก็ไปต่อได้ เจอค่าประมูลไปนี่จุกเลย

  • Workpoint ไปออนไลน์ใน platform หลักอย่าง Facebook และ Youtube โดยปล่อยฟรีไปเลย และใช้การโฆษณาของyoutube ไปปกติ แต่ช่อง 3 ยังลังเล ไม่อยากเข้ามาเล่นใน facebook/youtube เคราะคงคิดว่ารอสร้าง platform เอง เหมือน buggabo ช่อง 7 แต่กว่าจะสร้างเสร็จก็ช้ามาก จนตอนนี้ไม่รู้ว่าจะได้เริ่มเมื่อไร เวลา 1 วัน อะไรก็เปลี่ยนไป ตามให้ทันนะช่อง 3

    ส่วนเรื่อง content ยังคงต้องแข่งกันต่อไป เพราะถ้า content ยังไม่ถูกใจคนดู เรทติ้งก็จะหล่นไปเรื่อยๆแบบนี้

  • ยังชอบช่อง3มากกว่า มีหนังดี สนุกให้ดูเยอะกว่า ดีกว่าพวกเกมโชว์ไร้สาระที่มีมากเกินไป หรือถามคำถามบ้าๆบอ

  • ช่อง3ถ้าไม่เปลี่ยนตัวเอง ยังเน้นแต่ละครน้ำเน่าเหมือนช่อง7เมื่อก่อนก็เหมือนรอวันฝัง เอาแต่เก็บดาราเข้าสังกัด จัดงานประจำปีก็เหมือนตำน้ำพริกละลายลงมหาสมุทร ยังนึกว่าคนกลุ่มใหญ่ยังคลั่งดารากัน รายการสาระ บันเทิง ไม่มีรายการไหนเป็นที่กล่าวขานของ ปชช ละครสร้างสรรค์ก็ไม่เห็นมี ละครต่างประเทศที่เคยเป็นเอกลักษณ์นำมาออกอากาศในสมัยก่อนก็ไม่ได้เห็นแล้ว สมัยก่อนเคยมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ถึงบ้าน เป็นสิ่งที่ฉีกแนวจากช่องอื่นและรูปเล่มที่ดูมีคุณน่าประทับใจ (สมัยนี้คนคงไม่สนใจแล้ว) ถ้ายังเน้นละครน้ำ… รายการบันเทิงไม่ฉีกแนว ไม่ดึงดูด ก็เหมือนผู้บริหารแก่หมดไฟ ทำงานแบบรอเกษียรอายุ??

  • เท่าที่จำได้ Workpoint ประมูลช่อง HD แพ้นะ เหลือช่อง SD ที่ประมูลหลังจาก HD ทำให้ Workpoint ต้องกล้าที่จะเคาะราคาสู้ จึงได้มาในราคาที่ค่อนข้างสูง

  • เมื่อก่อนผูกขาดงัยมีแค่ 5 ช่องพอช่องเยอะก้อกระจาย แล้วมาเจอยุคโซเชียลอีก คนดูยิ่งเสพได้หลากหลาย จะไปเลียนแบบเมกาได้ยังงัยมีเป็นร้อยช่อง เค้ามีคนทั้งทวีป เราแค่ประเทศเล็กๆ

  • อีกเรื่องที่ผมคิดว่าที่ทำให้ช่อง3เริ่มไม่ประสบความสำเร็จก็คือขอพูดตามตรงว่าไม่ค่อยมีพื้นที่ให้นักแสดงดาวรุ่งครับจะเห็นนักแสดงดาวรุ่งลงเล่นค่อนข้างน้อยทำให้คนดูรู้สึกเบื่อซํ้าซากนักแสดงหลายๆคนอายุ30+แล้วทั้งนั้นหรือบทบาทของนักแสดงดาวรุ่งก็มักจะเป็นพระรองนางรองซะมากกว่าหรือมีการดึงนักแสดงชื่อดังมาจากช่องอื่นๆเลยและสุดท้ายพื้นที่สำหรับนักแสดงดาวรุ่งก็แทบจะไม่มีจริงๆช่อง3มีนักแสดงดาวรุ่งดีๆหลายคนแต่ทางเลือกของพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่พ้นต้องย้ายช่องไปเพื่อหาทางเลือกของซีวิตที่ดีกว่าและโอกาสที่ดีกว่า

  • มันเป็นเรื่องปกติของ ธุรกิจ ใครปรับตัวเร็วก็ได้เปรียบ เวิคพอย ขนาดองค์กรเล็ก มีคนตัดสินใจ แค่ คนเดว ได้เสียไปเลย เมื่อก่อนช่อง3 คงแบบนี้แหละ พอโตมากก็ ช้า คนเยอะ เถียงกันมาก เอาใจแต่ เจ้านาย คนทามงานไม่ได้ความดีความชอบ ก็ ออก กัน เหมือนหมด ช่อง7 ตอนนี้

  • ยังไงก็แพ้รายการฟรีจากรัฐบาลอยู่ดี กี่นาทีก็ฟรี เห็นว่าจะมีรายการ 1 รัฐมนตรี 1 ช่องอยู่

  • Boom Sarut Sirikasamsap ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตามโลกให้ทันว่าตอนนี้ผู้บริโภคต้องการอะไรแค่นี้ก็อยู่รอด

    • ช่อง 7 ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้หาข้อมูลจริง ๆ ได้ลำบากว่าเขามีรายรับ รายจ่าย กำไรสุทธิ เท่าไร และ เขาไม่เข้าด้วย

  • ละครหลังข่าว เมื่อ 20 ปีที่แล้วเป็นยังไง ปัจจุบันก็เป็นแบบนั้น ไม่ว่า บทที่อ่อนยวบ ตัวละครไร้มิติ โปรดักชั่น แบบเก่าๆ ที่ต่างก็คือหนังหน้าดาราพระเอกนางที่เป็นวัยรุ่นมาแทนดารา รุ่นเก่าที่ผันตัวไปเล่นบทพ่อแม่แทน คนก็เลยหันไปเสพรายการบันเทิงจากช่องอื่นที่ตรงจริตตัวเองดูแล้วว้าว แทนการดูช่องครำ่ครึ

  • ช่อง 3 อวยดาราจนน่าเบื่อครับ ดาราหลากหลาย แต่อวยไม่กี่คู่ สุดท้ายกลายเป็นการจำเจ ส่วนข่าว ผู้ประกาศเยอะ แต่วนอยู่ไม่กี่คน เบื่อดูละครับช่อง 3

  • ไม่แปลกใจ เห็นวิสัยทัศน์ผบหช่องสามแล้วรู้สึกว่าเต่าล้านปีมาก เหมือนยังติดอยู่กับการวัดความสำเร็จจากกล่องเรตติ้งยุคหมิวกะวิลลี่

  • เหมือนทุกช่องต้องดิ้นรนมากกว่าครับในเวลานี้ ไม่เช่นนั้นอาจเป็นแบบแกรมมี่
    ส่วนมากยังต้องเพิ่งplatform อื่นๆอยู่อีก มีช่องของตัวเองแต่คนรับชมไปดูในยูทูป
    ที่บ้านทีวีไม่ได้เปิดมา7วันแล้ว เปิดก็ตอนดูผ่านยูทูปอยู่ดี

    อยากให้แอดมินช่วยวิเคราะห์ว่า เค้าจะเอาตัวรอดกันยังไงสักโพสต์ได้มั้ยครับ

    • ทีวีผมใช้ดูทุกสิ่งอย่างออนไลน์มาเป็นปีๆแล้วครับ กล่องดาวเทียมถอดปลั๊กเก็บหมดแล้ว รายการสดที่จะดูก็ดูออนไลน์

    • ยืนยันอีกเสียง ไม่เปิดทีวีดูมาเกือบปีแล้ว ดูทุกอย่างผ่านมือถือและเครื่องพีซี

    • พักหลังมาผมดูทีวีนะ. ผ่านยูทูป ดูรายการของเวิร์คพ้อย ย้อนหลัง
      ส่วนพวกละคร เลิกดูมาสิบปีละคับ

    • ซื้อTv Androidซิครับผมใช้Sony50นิ้วดูออนไลน์ทุกอย่างต่อลำโพงใหญ่โฮมเธียเตอร์สบายตาสุด นี่กำลังจะซื้ออีกตัว65นิ้วรอให้ราคาลงอีกนิด

    • ครอบครัวที่มีหลายคนพักอยู่ด้วยกัน ความชอบที่ไม่ตรงกันทำให้การดูทีวีมีข้อจำกัด เสียงดังของทีวีรบกวนคนอื่นด้วย แต่การใช้มือถือทุกคนเลือกสิ่งที่ต้องการดูได้ และพกพาไปได้ทุกที่แม้ในห้องน้ำ และขณะเดินทาง

  • มองว่าใหญ่เท่ากันด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ครับ แต่มันไม่ยั่งยืนนะ หุ้นมีขึ้นมีลง .ยังงัยตอนนี้ BEC ก็ยังมีขนาดสินทรัพย์โตกว่า WORK มาก ณ.ราคาปัจจุบันครับ ตามความคาดหวังต่อ work ที่มีอยู่สูง

    • เห็นด้วยเลยครับ มูลค่าหุ้นมีขึ้นมีลง แค่ตอนนี้ใหญ่เท่ากัน แต่ในแง่ ความยั่งยืน ความมั่นคงของรายได้และกำไร ยังต้องดูกันอีกยาวนะ

    • ถ้า BEC ไม่มีไรใหม่นักลงทุนขายหุ้นทิ้งเรื่อยๆ มีสะเทือนนะครับ เป็นเล่นไปมีผลต่อตลาดแน่นอน สินทรัพย์พวกสือไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่คอนเทนน์ ต่างๆหากต้องนำเสนอให้โดนใจผู้บริโภคนั้นคือของจริงคือสินทรัพย์ของจริง สะท้อนมาถึงผลกำไรและราคาหุ้นด้วย

    • ว่ากันไป ณ.ปัจจุบันครับ บางคนไม่เข้าใจ จะมองว่าราคาหุ้นเท่ากัน คือขนาดเท่ากัน ธุรกิจมันพลิกกันได้ทั้งบวกและลบได้ตลอดเวลาครับ ไม่มีอะไรแน่นอน

    • ทั้งสองค่ายมีความเสี่ยงต่างกัน work ผูกติดกับ CEO มากเกินไป ถ้า CEO.ไม่อยู่เรตติ้งคงตกไม่ต่างจาก BEC ขาดสรยุทธ ช่วงหลังที่ราคาหุ้นของ.WORK เติบโตปฏีเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะโฆษณาเข้ามากตามผังรายการที่โดนใจตลาดส่งผลให้กำไรโตกว่าช่อง 3 ยิ่งได้เพิ่มน้ำหนักจาก FTSE เข้าคำนวนดัชนี แรงเก็งกำไรในหุ้นยิ่งเพิ่ม อนาคตถ้าช่อง 3 ถ้าไม่เร่งพัฒนาคงได้โดนทิ้งห่างตามไม่ทันแน่ๆ

    • ผมมองว่า work มี ปัญญา(บู๊) ประภาส(บุ๋น) เดินได้อีกยาว bec ดูจากตอนนี้ยังไม่มีใครเก่งจนจะพาบริษัทไปไกลกว่านี้ได้

    • มองในแง่ของอนาคต Work ดูมีอนาคตกว่า สาเหตุจากการรู้จักปรับตัวเข้ากับโลกยุคดิจิตอล กล้าที่จะถ่ายทอดสดรายการที่เร็ตติ่งชนะละครในเวลาเดียวกันได้ อย่างรายการ The Mask Singer ที่ถ่ายทอดสดทั้งFacebook และYouTube เป็นการเปิดตลาดขยายตลาดเข้าสู่สังคมออนไลน์สังคมมือถือที่สามารถดูได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องมีทีวีอีกต่อไป แต่ขณะเดียวกัน ทางช่อง3 ยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำ มีแต่ให้ทางรายการไปอัพเองย้อนหลัง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปช่อง3มีแต่รอวันหมดยุค ละครที่เป็นจุดขายของช่อง3เองก็โดนช่องone แย่งคนดูไปไม่ใช่น้อย ถ้าไม่ทำอะไร หุ้นช่อง3มีแต่จะดิ่งลงครับ

    • สมัยนี้สินทรัพย์พวกฮาร์ดเเวร์ เทคโนโลยี่ผมว่ามีเงินมันตามกันทัน แต่เรื่องความสร้างสรร การเข้าใจทิศทางเข้าใจเเนวโน้ม คอนเทนท์ต้องใช้คนกำหนดหล่ะครับ ตามที่ว่าทั้งคุณตา คุณจิก คุณสรยุทธ์ กลายเป็นตัวเเปรสำคัญไปเลย ขออนุญาติกล่าวถึงเเกรมมี สมัยรุ่งๆเพื่อนเคยเป็นโปรดิวเซอร์บริษัทลูกในตึกแกรมมี่ ตัวคีย์เเมนในตึกจะมาทำงานสายๆบ่ายๆเเต่เค้าจะมีวัฒนธรรมองค์กรต้องไปดริ๊งค์กันตอนค่ำกัน เรียกว่าในวงนี้ตัวท๊อปทั้งนั้น เผอิญเคยมีโอกาสไปนั่งดื่มนั่งฟัง แต่ละคนสุดๆทั้งนั้นทั้งเเนวคิด กลยุทธ ส่วนตัวผมว่าเเกรมมี่เสียบุคลากรเเบบนี้ไปเกือบหมดเเล้ว ที่ยังไปไหวน่าจะเอทามของพี่ฉอดเเค่นั้นนะครับ

    • เห็นด้วยครับ ยุคสมัยเปลี่ยนไป บริษัทใหญ่ๆเช่น เฟสบุ๊ค หรือ อเมซอล โตจากนวตกรรม ไม่ได้โตจากสินทรัพย์

    • แม่ผม อายุ72. เปิดแต่WP เป็นหลัก เห็นแล้วยังประหลาดใจ ถามว่าทำไมเปิดไว้ แม่บอก เบื่อทีวีเดิมไม่มีอะไรใหม่

    • คิดว่า work เดินถูกทางตรงที่มองช่องทางออนไลน์ ทั้ง fb youtube line tv เป็นช่องทางในการหารายได้เพิ่ม เน้นพัฒนาคอนเทนน์ไปใส่ในช่องท่างที่หลากหลาย ขณะที่ช่อง 3 ช่อง 7 มองช่องทางออนไลน์เป็นคู่แข่ง ยึดติดกับ tv คอนเทนน์ก็ไม่พัฒนา ถ้ามองในมุมลูกค้าโฆษณา ก็ต้องเลือกลงโฆษณาที่สามารถเข้าถึงได้หลายช่องทาง เพื่อเพิ่มโอกาศเข้าถึงเป้าหมายให้มากขึ้น

    • ช่องสามยังมีผู้จัด ที่อยากได้รางวัลละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม มากกว่าจะเป็นละครโทรศัพท์ยอดเยี่ยม อยู่ ก็น่าจะดูตันๆ หน่อยนะครับ

  • ช่องหนึ่งดำเนินแนวทางแบบเดิมๆ หากินกับความสำเร็จเดิมๆ กับอีกช่องพยายามปรับแนวทางให้เป็นฝ่ายนำกระแส ไม่ยึดติดกับความสำเร็จเก่าๆ
    ก็น่าจะเห็นแล้วว่า อนาคตใครจะก้าวไปข้างหน้ากว่ากัน

  • ถ้ามองดูตัวธุรกิจภาพใหญ๋แล้ว ธุรกิจ สื่อ มีเดีย tv เป็นธุรกิจขาลงทั้งหมด ทำกำไรได้น้อยลง มี workpoint ที่ทำกำไร แต่ปีต่อไป อาจจะได้กำไรน้อยลง เพราะ ผู้คน กลับมาบ้าน ตื่น นอน อาบน้ำ ก่อนนอน ก็จะมีแค่ facebook Line youtube

    • ผิดแล้ว กำไรworkปีนี้ที่เพิ่มขึ้นมาจาก Facebook YouTube. ที่ช่องอื่นยังตามไม่ทัน

    • อยู่ที่คอนเทนท์รายการครับทำไมworkpointกำไรเพิ่มขึ้นทั้งที่ช่องอีกกำไรลดลงเพราะรายการมีเรตติ้งดีซึ่งตอนนี้เค้าหารายได้2ทางคือทางทีวีกับออนไลน์…ธุรกิจทีวีไม่มีทางล้มหรอกครับ

    • “ดอกไม้ กลางทะเลทราย” นะครับ ถ้าจำไม่ผิด peter lynch ชอบหุ้น ประเภทนี้ 555 แต่อาจจะแพงไป สำหรับเขา

    • สื่อออนไลน์workpoint เค้าก้ใช่ย่อยนะคัฟ ^^
      เพียงแค่ปรับปรุงการถ่ายทอดนิดหน่อย สำหรับตัวผมนะ work point มีทีมงานครีเอทีฟที่เจ๋ง ผลิตรายการดีๆเยอะ และสมัยนี้กระแสมาเร็วไปเร็วมาก ถ้าหากคนดูจับทางรายการได้
      ก้เตรียมบ๊ายบายได้เลย
      ต่างจากรายการยุคเก่าๆที่เจ๋งๆซึ่งน้อยมากที่จะอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน
      ดารานักแสดงของช่องนั้นๆก้มีผลเช่นกัน /ยกตัวอย่าง แก๊งค์สามช่า
      (ผมไม่ขอเอ่ยว่าใคร)การประพฤติตัวทั้งในและนอกจอ มีผลต่อเรตติ้งรายการไม่แพ้กันนะคัฟ ข้อนี้สำคัญ

  • Workเล่นกับโซเชี่ยวเป็น ฟรี=กำไร
    การให้ดูตัวอย่างรายการก็เอาให้ดูเต็มๆเลย ไม่ต้องตัดต่อ

  • คือผมไม่ดูทั้ง 2 ช่องเลยครับ ประหลาดมั้ย

    (ไม่ดูช่องไทยมานานมากกกกกกแล้ว)

  • ธุรกิจมีเดียเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยในยุคนี้ พอกระแสรายการเริ่มซาๆ ถ้าไม่มีรายการใหม่เปรี้ยงเท่า เดี๋ยวหุ้นก็คงลง แต่เวิร์คพอยท์ก็ดีตรงชอบครีเอทอะไรใหม่ๆ เอาให้โดนเอาให้ดัง แล้วน้ำขึ้นให้รีบตัก ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน พอรายการเริ่มอิ่มตัวก็สามารถคิดใหม่ทำใหม่ได้ เก่งในการเล่นกับโซเชียล และตอนนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าอยู่ได้โดยไม่ได้ใช้ปัญญาหรือแก๊งสามช่ามาเป็นโลโก้
    .
    ส่วนช่อง 3 ส่วนตัวคิดว่าออกแนวกินบุญเก่ากับขี่ช้างจับตั๊กแตน การมี 3 ช่อง ดูเกินตัวเกินไป คอนเทนต์ก็เดิมๆ จัดผังแปลกๆ การตลาดค่อนข้างไม่ทันสมัย วนเวียนอยู่กับการขายคู่จิ้น หรือการพึ่งคนเป็นโลโก้ช่องมากเกินไป เช่นกรณีสรยุทธล้มทีลุกแทบไม่ขึ้น หรือชอบมีอาการเห่อ เช่นเมื่อก่อนดูเห่อผู้หญิงถึงผู้หญิงมาก ตอนนี้ดูเห่อนาคี ก็จะชอบหยิบมาเล่นต่อ แต่ก็ยังไม่เชี่ยวชาญในการสร้างอะไรที่แปลกใหม่โดนใจมารองรับ

  • เพื่อนสนิททำงานไฟเเนนท์ลี้ภัยต้มยำกุ้งไปส่งอาหารที่อเมริกาเกือบสิบปี กลับมามันบอกที่เมกาเริ่มดูทีวีทางสัญญานเน๊ตดิจิตอลกันเเล้วเเต่เพิ่งมีเป็นบางรัฐบางพื้นที่ เเต่นั่งดูข้างถนนตรงไหนก็ได้ สิบกว่าปีเองออกฤทธิ์จนทีวีเเทบจะสูญพันธุ์กันเลยทีเดียวนะครับ

    • รู้สึกว่ากระทบกับคนผลิตเครื่องรับโทรทัศน์
      แต่ไม่ได้กระทบกับผู้ออกอากาศนะครับ

    • ทีวีในที่นี้หมายถึงช่องทางการรับชมครับ ซึ่งมันมีผลกระทบถึงผู้ผลิตคอนเทนท์ การหารายได้จากโฆษณาของช่องทีวีเหมือนที่กำลังเป็นอยู่หน่ะครับ

    • ทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้ดูผ่าน TV แล้วครับส่วนใหญ่จะดูผ่าน ipad
      ส่วนรายการโทรทัศน์ได้รับผลกระทบแน่ครับ เพราะผมดูรายการต่างๆหลังออกอากาศ เลือกเฉพาะที่อยากดู พวกโฆษณาโทรทัศน์ตัดไปได้เลย เรตติ้งตกแน่นอน เพราะผมคิดว่ามีผู้ชมหลายคนเปลี่ยนพฤติกรรมเหมือนผม

    • ทีวีนี่ดูเเต่สารคดีกับกีฬาครับ เเรงไม่เเรงCTHถึงกับหัวทิ่มเจ๊งไปเป็นพันเป็นหมื่นล้านภายในไม่กี่ปี เพราะกะว่าจะล้มทรูเจ้าเก่าด้วยการทุ่มเอากล่องดวงใจคือบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษให้ได้ ประมูลสู้บ้าเลือดเเบบเห็นราคายังเหนื่อยเเทน สุดท้ายบอลที่ว่าหาดูยากก็มีช่องทางดูฟรีเยอะเเยะจากเน๊ต ทางคอมพ์ทางโทรศัพท์ซะงั้น

  • ไม่ได้ชอบคุณปัญญาหนะครับที่มักเน้นทำรายการดราม่า แต่ต้องยอมรับว่าเก่งในธุรกิจมากในการปั้นธุรกิจ

  • The mask singer เป็นของสำคัญของช่อง work point ที่จะเก็บเอาไว้กินยาว หรือเอาแค่ปีเดียว เข้า season 3 แล้วกระแสเริ่มตก ควรจะเก็บไว้ให้มีปีละ 1-2 season ก็พอ หลังจากนี้จะมีอะไรที่ดีกว่านี้เป็นเริ่องยากน่าดูพอสมควร

  • ทั้งสองรายมีความเสี่ยงทางธุรกิจพอกัน ขึ้นอยู่องค์ประกอบเช่น คอนเท้นท์ใหม่ๆ พรีเซ็นเตอร์ใหม่ๆ ช่องทางสื่อใหม่ๆจากมีเดียนอกรูปแบบ พฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป
    ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดเรตติ้งแก่ผู้ที่จะสนันสนุนเม็ดเงินโฆษณาแก่สื่อช่องนั้นๆ
    ฉนั้นธุรกิจนี้ไม่มีใครเป็นเบอร์หนึ่งตลอดกาล

  • ไม่น่าแปลกใจเลยครับ ตัว Content ของช่อง 3 ตอนนี้ ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย รายการข่าวของคุณสรยุทธ ที่พิธิกรไม่ใช่สรยุทธ ก็ไม่ได้น่าดูอีกต่อไป เรามีตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาก แต่เขายังไม่ยอมปรับตัวเราก็เลยไปดูรายการช่องอื่นที่มีให้เลือกเพียบ! ส่วน WorkPoint อัดแน่นแต่รายการน่าสนใจ ทันสมัยมากกว่าช่อง 3 เยอะเลย แต่ไม่ใช่ว่า WorkPoint ดึงผู้ชมช่อง 3 ไปทั้งหมด เพราะยังมีอีกหลายช่องที่ดึงผู้ชมของช่อง 3 ไปอีกหลายช่องเลยทีเดียว แต่ไหนแต่ไรรู้สึกว่าช่อง 7 เชยมาก สู้ช่อง 3 ไม่ได้เรื่องความทันสมัย แต่หลังๆมา ช่อง 7 พัฒนาสุดลูกหูลูกตาจนรู้สึกว่าช่อง 3 โบราณไปเลย ทั้ง Content ทั้งบุคลากร ดูจะไม่พัฒนาเอาเสียเลย ลาก่อนช่อง 3 #ความคิดเห็นส่วนตัวอีกนิดนะครับ ถ้าผมเป็นผู้บริหารช่องหลักอย่างช่อง 3 หรือช่อง 7 ถ้ารู้ตัวว่าตัวเองพัฒนา Content ไม่เก่ง ผมจะซื้อลิขสิทธิ์รายการเด็ดๆมาลงในช่องให้เต็มเอี๊ยดไปเลย ถ้าไม่ซื้อเองก็ผลักดันให้ Partner ที่ผลิตรายการให้เราอยู่แล้วซื้อลิขสิทธิ์หรือคิดค้นรายการเด็ดๆ เอาให้คนไม่อยากกดเปลี่ยนช่องไปเลย

  • อีกไม่นาน workpoint จะใหญ่ BEC 2 เท่า workpoint รายได้กับกำไรจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ส่วน BEC เนื่องจอกเป็นเสือนอนกินมานาน พึ่งแค่ละครกับสรยุทธ์ แต่สรยุทธ์คงไม่ได้ออกมาอีกนานนน ส่วนละครก็มีคนแข่งเยอะขึ้นเรื่อยๆๆ แถมต้นทุนสูงมีตั้งสามช่องแต่เรตติ้งต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ออนไลน์ก็ไม่ได้เตรียมตัวดีเหมือนworkpoint รายรับจะหดลงเรื่อยๆแล้วก็จะขาดทุนมหาศาล

  • ในเรื่องของ Brand royalty ช่อง3 น่าจะยังมีมากกว่าworkpointอยู่เยอะเพราะมีฐานเดิมที่ค่อนข้างแน่นหนา ดังนั้นยังสามารถใช้จุดแข็งตรงนี้ทำ marketing เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าได้สบายๆครับ ทั้งยังเป็นสื่อฟรีทีวีที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่ก็อย่างว่านะ คอนเท้นนี่คือจุดด้อยของช่อง3 ที่ด้อยกว่าworkpoint ถ้ายังไม่เปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารและฉีกแนวทางการทำคอนเท้น อีกไม่เกินสองปี ช่อง 3 ได้ดมฝุ่นworkpointแน่นอน อีกเรื่องคือ ตอนนี้workpoint ได้ดึงดูดเอาดาราเด่นๆไปร่วมด้วยหลายคน และใครอีกหลายคนก็อยากทำงานกับ workpoint ด้วยเห็นว่าเป็นบริษัทใหม่ การบริหารก็ทันสมัยกว่า

  • เอาตัวผมเลยนะครับ สองอาทิตย์มานี้เปิดไปดูช่องสามครั้งเดียวตอนถ่ายบอลซีเกมส์นัดชิง

  • จริงๆ ช่อง 3 ยังมีตัวดังๆ เยอะ
    ไตรภพ วิทวัส กิตติ น้าเน็ก กาละแมร์ ฯลฯ
    รวมถึงพวกผู้จัดละครทั้งหลาย

    แต่ปัญหาคือ คนพวกนี้ทำ content ออกมาไม่ connect กับคนรุ่นใหม่
    ไปเน้นที่การจับกลุ่มคนดูของตัวเองกลุ่มเดียว
    มันก็เลยโตช้า

  • Work จะขึ้นแบบยั่งยืนหรือเปล่าอันนี้สำคัญกว่า อย่างรายการ the mask singer ตัวพิธีกรทำให้คนดูเริ่มเบื่อ เพราะพยายามจะเลียนแบบคุณปัญญามากไป ดูแล้วหมดสนุก
    ผมคิดว่า work คงไม่ใหญ่กว่ามาก แต่ต้องชมเชย work ตรงที่ดึง social media มา live สดให้คนดูผ่านช่องทางอื่นๆ

    • ผมงงเหมือนกันครับ ทำไมพิธีกรของช่องนี้ทุกคนดูพยายามทำตัวให้เหมือนคุณปัญญาไปหมดเลยครับ ดูไม่โดดเด่น ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย (ยกเว้นพวกที่เก่งอยู่แล้วอย่างเสนาลิง หรือคนอื่นๆ ที่เก๋าๆอยู่แล้ว)

  • ผมเชื่อในฝีมือเสี่ยตา.มุมมองไกลมากเลย เข้าถึงผู้ชมค่อยข้างจะทุกกลุ่มเลย

  • สมัยก่อนเวิคพ้อยท์เป็นได้แค่สินค้าฝากขายร้านค้าปลีก สินค้าดีแต่ไม่มีหน้าร้าน พอมีหน้าร้านเองก็ค่อยๆทยอยดึงสินค้าตัวเองกลับ แล้วผลิตสินค้าตัวใหม่ขึ้นมาเสริม

  • Work มีศักยภาพมากกว่า ไปได้ไกลกว่นะ อาทิตย์หน้าจะเปิดหน้ากาก ss3 รายได้จะขึ้นไปอีก รวมถึงรายการตลกอื่นๆที่มีเท่ง หม่ำ โหน่งเป็นโลโก้ของช่องทำให้คนไทยติด

    ช่อง 3 พอไม่มีสรยุทธ์หุ้นก็ตก รายการข่าวช่องอื่นก็ไม่น้อยหน้า ส่วนละครเรตติ่งตกฮวบฮาบ อย่างใจเริงนี่แตะที่ 3-5 เพราะคนไทยชอบดูย้อนหลัง ที่มีดีก็ฟุตบอลนี่แหละ ดูรวมๆแล้วน่าสนใจน้อยกว่า work แน่นอน

  • สุดยอด ฐานะสามารถแซงกันได้ตลอดจริงๆอะไรก็เกิดขึ้นได้

    ใครเห็นเม้นนี้ ขอให้รวยกว่า บิลเกต สาธุ

  • ผมจะเล่าสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดและหลายๆคนยังเข้าใจผิด Work กำลังโตขึ้นจุดแข๊งของ Work คือ Content เชื่อว่าของดีขายตลาดไหนก็ได้ Work ไม่หยุดอยู่กลับที่พยามเดินไปทุก platform ดูได้จาก work อยู่ใน youtube facebook appstore playstore ถ้าคุณเสิร์ช Content ของ work ในช่องทางพวกนี้คุณจะพบ work รายได้ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้จาก facebook youtube และappเกมต่างๆ เยอะมาก จุดแข๊งอีกจุดหนึ่ง work มี studio เยอะและใหญ่ที่สุดในไทยทำให้ลดต้นทุนในการผลิตรายการ จะเห็นว่า production เล่นใหญ่ตลอดเวทีอลังการ ถ้าคุณรู้สึก work มีแต่รายการหน้ากาก ก็ไม่แปลกเพราะคุณไม่ใช่ลูกค้าของเขา คุณยังไม่รู้จัก ไมค์ดราม่า หมอลำฝังมุข ฟ้าแลบแปบๆ ชิงร้อยชิงล้าน ละครก็มีแต่เน้นไปทางคนเมือง ชีวิตวัยรุ่น เป็นละครเฉพาะกลุ่ม จะให้สร้างละครตลาดมาแข๋งกับช่อง 3 ก็ไม่ใช่เรื่อง เน้น ถ่ายวันเดียว 3 ตอนรวด ต้นทุนต่ำ จบง่ายกว่า จุดอ่อนของ work ไม่ใช่ เรื่อง ceo แต่น่าจะเป็นเรื่อง ดารา ที่มีน้อยจึงพยามสร้างดารา อย่างน้อยตอนนี้ก็มี จักรวาลหน้ากากเป็นที่ถูกใจวัยรุ่นและเด็กๆ work พึ่งพยามสร้างสร้างแบรนด์ดิ้งจึงล้างสมองเด็กๆด้วยอนิเมชั่นส่วยๆเป็นส่วนใหญ่ให้จดจำน้องยุ่งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ work อย่างน้อย Work ก็คือ Work ช่อง 23

  • ทุกอย่างมีขึ้นมีลง แต่วันนี้เวิร์คพ้อยตอบสนองคนยุคปัจจุบันมากกว่าช่องอื่นๆ ทั้งนี้คงเพราะวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มองเกมออก จับกลุ่มผู้ชมได้กว้างขวางกว่า..งานมีคุณภาพจริงๆขอชื่นชมค่ะ. ไม่แปลกใจที่หุ้นขึ้นแรงตลอด…รักษาคุณภาพต่อไปนะคะ ส่วนใครจะแรงกว่ากันนั้น อยู่ที่การปรับตัว และหากลยุทธ์ใหม่ๆมาดึงเรตติ้งกลับไป ของแบบนี้ฟันธงยากค่ะ

  • วิธีเสพสื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้วครับ คอนเท้นใหม่ๆ น่าดึงดูดใจกว่าละครเดิมๆที่สามารถหาดูย้อนหลังโดยไม่มีโฆษณาขั้นกันแล้ว ช่องอื่นๆน่าติดตามมากกว่าแล้วครับ ไม่ว่าจะข่าวหรือซีรี่ live อีกอะไรอีก
    ถ้าทำแบบเดิมๆอีกไม่นานก็คงรั้งท้ายแล้วหล่ะครับ

  • ใหญ่กว่า แล้วยั่งยืนมั้ย ธรรมาภิบาลด้วยรึป่าว ทำอะไรเพื่อสังคมส่วนรวมมั้ย ถึงจะนับว่ายิ่งใหญ่จริงๆ

  • ข่าวเช้ายกให้ workpoint เกมส์โชว์ ดนตรีก็ work-point

    ช่อง 3 ชนะแค่เรื่องละคร แต่ลองถ้ามีสักเจ้าไปทำให้ work point ช่อง 3 เป็นน้องแน่นอน ทุกวันนี้ก็จะน้องอยู่ละ

  • ใครจะมีมูลค่าอะไรเท่าไรไม่สนใจค่ะสนแต่คุณภาพของรายการมากกว่าดูช่อง7ประจำแล้วก็mono/ช่อง23กูดูมีอะไรๆให้ดูเยอะ+ความรู้คู่บันเทิง

  • Work point ไม่ได้ดูเลยค่ะ ไม่ชอบเกมส์โชว์ ไม่ชอบมุขตลก ไม่ชอบเสียงเฮฮาเวอร์ๆไม่ชอบประกวดร้องเพลง (แต่ไม่ได้หมายความว่าว่าช่องไม่ดีไม่มีมาตรฐานนะคะ)แค่ไม่ชอบ

  • workpiont สู้ในด้านละครช่อง3ไม่ได้แต่ถ้ารายการวาไรตี้ ยังไงผมว่า Workpoint กินขาด ส่วนละครช่อง 3 เอาแต่หากินแบบเดิมๆ ยังดีที่หาดูง่าย (ถ้าเน้นความเข้มข้นของละคร ผมว่าช่อง One กินขาดหมดเลย ถ้าเข้าถึงง่ายกว่านี้ ไม่แน่ละครช่อง 3 ก็ช่อง 3 เถอะ)

  • ลครช่องสามทำไมเสียงพูดจาพาทีของนางๆ ทั้งหลายเสียงฟังดูเครียดเกินงามไม่เป็นธรรมชาติ

  • ไม่ได้ดูช่อง3 มานานแล้วทั้งละครและข่าวตั้งแต่เป็นทีวีดิจิทัล ถ้าจะดูข่าวก็ไทยรัฐทีวี เนชั่น สปริงนิวส์ หนังก็โมโน29 รายการบันเทิงก็Work Point

  • ทั้งหมดทั้งปวง คือคนในประเทศนี้ต้องการเสพเเต่ บรรเทิง
    ไม่ชอบเสพ สารคดี ประวัติศาสตร์ !
    รัฐบาลไม่บังคับ
    ปล่อย ฟรีทีวี มุ่งทำกำไร !

  • WP เหมือนพลุ ที่กำลังส่องสว่าง แต่จะนานแค่ไหนต้องรอดู แต่นานๆไปถ้าไม่มีอะไรหลากหลายคนก็เริ่มเบื่อ ข้อดีของWP คือ FB LIVE กะ YOUTUBE แต่หลายๆรายการของช่อง3 ก็ไม่สามารถออกอากาศ ทาง Social Media ได้(เช่น The Voice )

  • ขาลงธุระกิจสื่อ ถึงเป็นเบอร์1ของวงการก็ยังอยู่ยากเพราะไม่มีวันเหมือนเดิมทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เค้กก้อนเดิมแบ่งกันเองยังได้น้อยชิ้น เวิร์คพอยท์ดีกว่าตรงเป็นคนทำรายการอยู่แล้ว ไม่เหมือนช่อง3อาศัยการขายเวลาสถานีมาตลอด เกมส์เปลี่ยน รูปแบบวิธีการเล่นเปลี่ยน แต่ช่อง3ไม่สามารถเปลี่ยนหรือไม่อยากเปลี่ยนตามเกมส์ก็น่าจะเห็นอนาคตแล้วแหละครับ

  • ผมเริ่มไม่รู้จักว่าดาราช่องสามช่องเจ็ด คือใคร เริ่มรู้จักดาราช่องวันมากขึ้น

    รายการช่องสามมีรายการอะไรน่าดูบ้าง เริ่มไม่มีในหัว เลือนลางไปเรื่อยๆ

    ส่วนรายการเวิร์กพ้อยก้อดูทุกวีคอยู่หลายตัว

    คอนเท้นต่างๆยูทูปที่ไม่ขึ้นช่องเริ่มมีเยอะมากขึ้น

  • คลื่น ยุคดิจิตอลความเร็วที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จะกลืนกินธุรกิจอนาล็อก จนสูญพันธุ
    ผู้ที่จับปลายยอดต้นถั่วยักษ์ได้ก่อนย่อมเห็นวิวสวยที่กว้างไกลและคว้าเจ้าหญิงมาครอง

  • อยากทราบว่าลงทุนแมน หาข้อมูลจากบทความที่ลงแต่ละอย่างนั้นมาจากแหล่งข้อมูลไหนบ้างครับ
    ชื่นชมและติดตามอ่านเสมอครับ

    • อาทิตยก่อนหุ้นราคา 69 เมื่อวานปิดที่ 80 เมื่อวานวันเดียวขึ้น 7.50 บาท

  • วัดด้วยmarket capมันใช่มูลค่าที่แท้จริงรึเปล่า มันบอกมูลค่า short term ไม๊ ปั่นไม๊ มูลค่าทรัพย์สิน ศักยภาพการผลิต BEC น่าจะดีกว่าไม๊

  • รับสิทธิ์สัมมนาฟรี!!!!
    “เทคนิคสร้าง 100 ล้านจากsmartphone ”
    โดย ธีร์รัฐ เจ้าของธุรกิจในการทำการตลาดออนไลน์
    #คอร์สออนไลน์ #เรียนฟรี!!พิเศษสำหรับรอบวันหยุด
    ✔ ทำจริง สำเร็จจริง กับการลงทุน ด้วยอายุเพียง 25 ปี
    ✔ แนวคิดที่พลิกชีวิตจากติดลบสู่ 100 ล้าน
    ✔ แนวทางที่ถูกต้องในการลงทุนออนไลน์
    ลงทะเบียนฟรี!!!ที่นั่งจำกัด!!! https://goo.gl/RPiQfA

  • ช่องไหน สร้างกระแส……ได้จะนำไปก่อน…..ทั้งนี้เป็นแค่ไฟไหม้ฟางน่ะผมว่า วงการบันเทิง ต้องมีหน้าม้า อวย คอยปั่นกระแส มีข่าวสื่อในเฟสบุคดันสร้างกระแส เล่นข่าว รายการWP ก็อาจจะมีอะไรใหม่ๆ นิดหนึ่ง……แต่ผมดูๆ ก็เริ่มเบื่อน่ะ…..ยุคนี้ต้อง ดูย้อนหลัง ดูตอนไหนก็ได้ ยกเว้นแต่รายการสด ไลฟสไตล์คนเปลี่ยนสนใจมือถือ มากกว่าทีวี

  • เวิร์คพอยท์ ขายลิขสิทธิ์คอนเทนท์ให้ต่างประเทศรายรายการเเล้วด้วย

  • มองว่า workpoint น่าจะเอาตัวรอดได้อีกยาว เเต่ละรายการที่เรทติ้งดีมากๆก้ลอกเกาหลี กับอเมริกามาทั้งนั้น
    ยังเหลือรายการเกาหลีสนุกๆ(ที่บ้านเราไม่เคยมี)อีกเยอะเเยะมากกกกกมายให้ workpoint ซื้อลิขสิทธิ์เเละกระเเสไปได้เรื่อยๆ

  • ส่วนตัวแล้ว Work point มีรายการสร้างสรรค์ หลากหลายและสนุกให้เลือกดูมากกว่า

  • ดูละครช่อง 3 ผ่าน Youtube
    ดู Mask singer ผ่าน Youtube

    ดูผ่าน Youtube นี่ เราได้ช่วยสร้างรายได้ให้พวกเขาหรือเปล่าคะ ?

  • ผมซื้อตั้งแต่ราคา หุ้นละไม่ถึง40บาท
    ตอนนี้ถีบตัวไปเเตะที่86บาท

    ธุรกิจบันเทิง สร้าง% กำไรมาก
    เพราะคนไทยชอบดูรายการเพลงและตลก

    เวิร์คพ้อย ของเสี่ยปัญญาตอนนี้ กินรายได้มากกว่าช่อง3อีก
    แต่ก่อนไปเช่าช่องเขา
    ตอนนี้มีช่องของตัวเอง

    นักวิเคราะห์ ตปท วิเคราะห์ ว่า หุ้น workpoint จะขึ้นไปแตะที่110บาท และจะไม่ลงต่ำกว่า100บาท

    **อยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละคนที่จะมองครับ ตอนนี้ผมมีเงินเข้ากระเป๋าเหนาะๆ เพราะได้กำไรมากกว่า200%

Leave a Reply

Your email address will not be published.