4.0 คืออะไร?

4.0 คืออะไร?

4.0 ตาม ที่รัฐบาลบอกคือ การก้าวสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
แต่ตอนนี้
4.0 คือ การที่คนรอรถเมล์โดยไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไร
4.0 คือ การขึ้นแท็กซี่แล้วโดนบอกว่าแก๊สหมด
4.0 คือ การรอด่านเข้าเมืองที่ดอนเมือง 5 ชั่วโมง
4.0 คือ การที่เราต้องเดินบนถนน และให้แผงลอยขายบนทางเท้า
4.0 คือ รายการเดินหน้าประเทศไทยมา ต้องเปลี่ยนช่อง.. แต่ช่องอื่นดันมีรายการนี้เหมือนกัน

ดูเหมือนว่าตอนนี้รัฐบาลจะมองกลับกัน เอา 1.0 ไปเป็น 4.0 และ เอา 4.0 ไปเป็น 1.0

แล้ว 1.0 คืออะไร

1.0 คือ นวัตกรรมที่ทำให้ รู้ว่าเราต้องรอรถเมล์ของเราอีกนานเท่าไร
1.0 คือ นวัตกรรมที่ทำให้ เราเป็นฝ่ายเลือกแท็กซี่ ไม่ใช่แท็กซี่เป็นฝ่ายเลือกเรา
1.0 คือ นวัตกรรมที่ทำให้ การตรวจคนเข้าเมืองเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น
1.0 คือ นวัตกรรมที่ทำให้ คนขายแผงลอยอยากย้ายเข้ามาขายในโลกออนไลน์
1.0 คือ นวัตกรรมที่ทำให้ ดูรายการอื่นบนอินเตอร์เน็ต..ที่ไม่ใช่รายการเดินหน้าประเทศไทย

ข้อมูลจาก ขสมก ในกรุงเทพมีรถเมล์ไม่มีแอร์ 1,543 คัน รถเมล์มีแอร์ 1,011 คัน รู้หรือไม่ว่าต้นทุนการเดินรถของรถเมล์ไม่มีแอร์คือ 10,799 บาทต่อวัน ส่วนรถเมล์มีแอร์คือ 11,286 บาทต่อวัน
เห็นตัวเลขนี้ก็ไม่รู้ว่าจะยังคงอนุรักษ์รถเมล์ไม่มีแอร์เอาไว้ทำอะไร และรู้สึกว่ารถเมล์ที่เห็นเป็นรถเมล์คันเดียวกันกับเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

ในกรุงเทพมีคนขับแท็กซี่ 74,000 คน โดยเฉลี่ยแล้วมีคนโดยสารด้วยแท็กซี่ อย่างน้อย 900,000 เที่ยวต่อวัน
ใน 1 ปี จะมีการเดินทางด้วยแท็กซี่ของคนกรุงเทพมากถึง 324 ล้านเที่ยว ถ้าการโดยสาร 1 ครั้ง จะโดนแท็กซี่ปฏิเสธไป 3 ครั้ง แปลว่าแท็กซี่จะปฏิเสธคนทั้งหมดเกือบ 1,000 ล้านเที่ยวใน 1 ปี

ท่าอากาศยานไทยเป็นบริษัทที่ใหญ่สุดอันดับ 2 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รองจาก ปตท. มูลค่าบริษัททั้งหมด 760,000 ล้านบาท มีกำไร 19,571 ล้านบาทในปีที่แล้ว
แต่ไม่มีเศษเงินมาปรับปรุงห้องน้ำให้สะอาด หรือจ้างแม่บ้านให้มากขึ้นมาทำความสะอาดห้องน้ำ

คนไทยกำลังเปลี่ยนที่ขายจากหน้าร้าน มาก้าวเข้าสู่การขายของในโลกออนไลน์ แต่รัฐบาลกำลังขู่ว่าใครจ่ายเงินให้เฟซบุ๊ค หรือ Youtube อาจจะทำผิดกฎหมายนะ

ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะหวังให้คนเลิกดู Youtube เฟซบุ๊ค และให้กลับมาดูรายการเดินหน้าประเทศไทย เพื่อที่จะได้ก้าวไป 4.0 ตามแบบที่รัฐบาลอยากให้เป็น..

สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้นายกตู่ รู้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับท่านนายกโดยตรง เกี่ยวกับองค์กรรัฐหลายหน่วยงาน แต่รีบๆหน่อยเถอะน้องอิมเมจรอไม่ไหวแล้ว รักนะจึงพูดตรงๆ ❤️ #ทีมลุงตู่

Comments

comments



242 thoughts on “4.0 คืออะไร?”

  • เจตนาดี หวังยกระดับด้านต่างๆ ให้เร็วขึ้น ดีขึ้น แต่ภาคปฏิบัติ ข้อบังคับยังเป็นอุปสรรคอยู่มาก รอการปลดล็อก

  • ประเทศกำลังพัฒนาในทางทฤษฏี แต่ภาคปฏิบัติ บ้านเรายังด้อยพัฒนา #สู้นะ #เจบี

  • เห็นด้วยหลายมุม แต่เรื่องเฟซบุค กะ ยูทูป ผมว่ายังไงก็ควรหาข้อ กฎหมายมา หาทางเก็บภาษีให้ได้ เพราะ การสร้างรายได้ในไทยแต่ไม่เสียภาษีนั้นไม่ถูกต้อง ขืนไปทำอย่างนี้ ใน อียู หรือ เมกา โดนปรับเป็นหมื่นล้านแน่ (และโดนกันมาเยอะแล้ว)

    • สุดท้ายควรจะเก็บภาษี ณ ที่จ่ายครับ คงไปบอกว่าคนให้เงินเฟซบุ๊คผิดกฎหมายไม่ได้

    • ตอนนี้เค้าก็ พยายาม ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่ง ยูทูป กะ เฟสบุ๊ค ก็ไม่ยอมให้ผู้ซื้อหักอีก ภาระ ก็มาตกที่ผู้ซื้อ ซวยอีก รัฐ ก็ โดนด่าอีก เฟซบุคกะ ยูทูป ลอยตัว เพราะ อยากโฆษณา ใน platform ฉันก็ต้องยอมนะเธอ

    • เสริมศักดิ์ พิกุลทอง transaction มันเกิดที่นี่อะครับ อย่างที่บอก ลอง บ. ในไทย ไปอ้างแบบนี้ ใน อียู หรือ เมกา โดนปรับ อานแน่ครับ ตย. มีให้เห็นมาเยอะ

    • นำกำไร (เงินไทย) ออกนอกประเทศ แล้วไม่เสียภาษี ถ้าผมทำแบบนี้บ้าง…??? แล้วผมมีร้านค้า ลงทุนกับการสร้างร้านค้า ผมเสียภาษีให้ท้องถิ่น …แต่หลายคนขายสินค้าออนไลน์ มีกำไรมาก แบบไม่มีหน้าร้าน ไม่ต้องเสียภาษี..เช่นตัวอย่างร้านซีฟู้ดร้านดัง…ความยุติธรรม??

    • คนที่ขายของออนไลน์ เขาก็จ่ายภาษีเหมือนกันครับ ถึงปีก็ไปยื่นปรกติ ถ้าลองไม่ไปก็จดหมายมาครับ แต่ประเด็นเฟสบุ๊คกับ youtube มันต้องแก้ไขกฏหมายให้เหมาะสม เพราะเขามองว่า เซิฟเวอร์ เขาไม่ได้ตั้งอยู่ในเมืองไทย เมื่อเขาไม่จ่ายก็ต้องหาวิธีกันอยู่

    • ควรเก็บครับ เค้าจ่ายที่ประเทศอื่นได้ทำไมจ่ายที่เราไม่ได้ หรือแค่เพราะคนไทยบางกลุ่มนิยมเลยออกมาเชียร์

    • พวกนี้ไปตั้งบริษัทไว้ที่ไอร์แลนด์ครับ ภาษีถูก แต่ภาระภาษีคงอยู่ที่คนไทยที่ใช้นี่แหละ ถามว่าเราควรหักดับไปเก็บ 15% เลยไหม มันจะทำลายนโยบาย 4.0 ความเชื่อมั่นมากกว่าว่ารัฐบาลหลวยุค ทางแก้คือเริ่มเก็บอัตราต่ำคือ 5% ไปก่อนให้ทุกคนยอมจ่ายแล้วค่อยขยับขึ้น

    • ส่วนใหญ่ธุรกิจที่ใช้พวกนี้คือ sme ครับเพราะต้นทุนถูกกว่าโฆษณาทาง tv ครับ
      และตรงจุดเข้าถึงเป้าหมายมากกว่า ออกกฎเก็บแบบนี้จะเข้าทางธุรกิจรายใหญ่ youtube fb เขาไม่สนอยู่แล้ว

    • ลงทุนแมน ภาษี ณ ที่จ่าย คือคนซื้อมีหน้าที่หักภาษี ณ จ่าย ไม่ใช่หรือครับ ถ้าคนซื้อไม่หัก ผิดกฎหมาย

    • Tanachatt Rhuvattana ตัวอย่าง คือ เจ้าของร้านจะจ่ายเงินเฟซบุ๊ค 100 เจ้าของร้านต้องให้ภาษีรัฐอีก 15 สรุปต้นทุนรวมเป็น 115 เฟซบุ๊คไม่ต้องทำอะไร รัฐบาลได้ภาษี เจ้าของร้านยินดีที่จะจ่ายเพิ่ม เพราะสินค้าเขาขายในเฟซบุ๊คได้อยู่ดี คงต้องเป็นทางออกแบบนี้
      ไม่ใช่ไปบอกว่าคนให้เงินเฟซบุ๊คผิดกฎหมาย

    • หัก ณ ที่จ่าย ค่าโฆษณาหัก 2%
      ถ้าเฟซบุ๊คคิด 100 ต้องโดนหัก 2 บาทส่ง สรรพกร สรรพกร จะเอา 2 บาทนี้มาคิดว่า ปีนี้ทั่งปีเฟซบุ๊คโดนหีกกี่บาท แล้วไปคิดย้อนกลับหารายได้รวมของเฟซบุ๊ค ภายในปีนั่นๆ เพื่อคิดภาษีเงินได้

    • คนซื้อจะไม่ยินยอมเท่าไหร่หรอกครับ ad 15% เป็นผมจะจ่ายทาง paypal alipay มากกว่า ทางแก้คือเชิญเขามาคุยครับ เริ่มเก็บน้อยแต่ให้ทุกคนยอมจ่าย แลกกับปริมาณการใช้ volume มากขึ้น รัฐก็เก็บได้มากขึ้น

    • ผมถึงว่ารัฐเรา วิธีคิดยังเป็นแบบข้าราชการเจ้าขุนมูลนาย วืธีคืดก็เก่าๆ ไม่เข้าใจเรื่องธุรกิจ โลกเปลี่ยนไปถึงไหนแล้ว

  • Thai attitude 4.0 or 0.5? Would be possible to restructure education system first and next 20 years, we will move forward. It takes time at least one generation krub. From Thai 40’s guy not 4.0 krub

  • Netflixซิครับ ไอ้รายการการรัฐบาลนี่ทำให้ต้นทุนช่องต่างๆสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น และทำให้คนหันไปหาตัวเลือกอื่นแทน ทำให้เสียมาร์เกตแชร์ไปโดยไม่จำเป็น

  • 4.0 รอรถเมล์ นาน แบบไม่รู้ว่า จะมาไหม? มาเมื่อไหร่ , 20 ปีที่แล้วก็รอรถเมล์นาน แบบนี้เหมือนกัน แสดงว่า เราผ่าน 4.0 มาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

  • อย่างเดียวที่ไทย 4.0ไม่ตอแหล
    ที่พอจะเห็นจริงๆนะ
    คือ การขายบนเฟสบุ๊ค การทำธุรกรรมการเงินโดยใช้แอฟธนาคาร(ไม่ใช้เงินสด)
    และซื้อของทางตัวกลาง เช่น ลาซาด้า ตั๋วหนัง อีเบ และการเผยแพร่ผลงาน สนับสนุนผลงาน จากผู้ผลิตโดยตรงในหลายๆด้าน ก่อให้เกิดทางเลือกมากขึ้น เช่น ในเฟสบุ๊คก็ดี ยูทูบก็ดี

    แต่วิจารณญาณในการใช้ สื่อโซเชียว ของคนไทย ส่วนใหญ่และเยอะด้วย มาตรฐานเตี้ยติดดิน
    แชร์ไปเรื่อย เชื่อไปเรื่อย
    ข่าวปลอม ด่าใว้ก่อน โควต้า 8 บรรทัด อันนี้บ่งบอกถึงคุณภาพประชากรอย่างแท้จริงครับ
    ยิ่งข่าวการเมืองนะ คนโง่จะเยอะเป็นพิเศษ
    เพราะจะมี อันที่ชอบจะเชื่อและอันที่เกลียดก็จะใส่ร้าย 5555

    เราคือ ประเทศตอแหลครับ
    ประเทศตัวเอง เป็นองุ่นเขียว ละมั้ง

    ตอนนี้ แยกประเทศ ได้ 2 อย่างน้อย แยกพรรคการเมืองได้ 2
    ปกครอง 2-3 ระบบ จะรวมๆกันใว้ แต่จึงๆไม่ใช่ประชาธิปไตยแน่นอน ศาลเอย ไรเอย ตำรวจ ทหาร ราชการ เยอะเลย

    แก้ได้ที่การศึกษา การศึกษาพัฒนาคนได้ แต่กะหมอ เอาทหารไปนั่งบริหาร
    อย่างเละ

    ตอนนี้เหรอ…หลุมดำเอ AEC

    จากว่าที่เสือตัวที่ 5,6 ของเอาเชีย

    20ปีที่แล้ว สภาพจราจรเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ก็อย่างนั้น
    การเมือง โกงกินอย่างไร
    ทหารก็ไม่ต่างกันแทบเลือกไม่ได้
    ศาล คนจนยังติดคุกเหมือน ยกเว้นจะเงินและเส้นใหญ่

    4.0 เรื่องไรบ้างนะ ไทยเนี่ย

    อีกอย่าง ที่ 4.0 คงจะเป็นคำพูดและวาทะกรรมครับ ยอมรับเลยใช้ภาษาได้หลากหลาย เลี้ยงคำเลี่ยงบาลี สัสๆ 5555

    • ก็เหมือนน้ำท่วม ให่เปลี่ยนเป็นน้ำรอระบาย เขื่อนแตก ก็ให้เรียกดินกัดเซาะ มันจะยากอะไร มีปัญหาอะไร เราแค่เปลี่ยนชื่อ มันก็จบแล้ว 555

    • อันนี้ใช่เลย ปัญหาทุกวันนี้แก้โดยการประดิษฐ์คำ สร้างวาทกรรมใหม่ๆ แค่นี้ก้อจบ แก้ปัญหาเรียบร้อยแร๊ะ

  • เอาแค่ให้ข้อมูลที่จำเป็นมันอยู่ในชิพของ id card ก่อนเถอะครับ เอะอะก็สำเนานั่นนี่นู่น..เบื่อ

  • 4.0 คือการทำให้กฎหมายก้าวทันเทคโนโลยีครับ ไปดูอังกฤษ ออสเตรเลีย เค้าเก็บภาษี google facebook twitch กันทั้งนั้น มันก็เหมือนการ import สินค้าครับ มันก็ต้องเสียภาษีนำเข้า มันต้องทำ และต้องทำอย่างเร่งด่วนด้วย ไม่มีใครอยากให้คนเลิกดู youtube หรอก แต่ตอนนี้เรากำลังเสียเงินที่ควรจะได้ออกไปนอกประเทศเยอะมากนะครับ

  • ทำอย่างไรจะให้ภาครัฐบริหารประเทศเหมือน องค์กรเอกชนแบบ non profit ครับ ขอสาระจริงๆนะครับ ผมอยากฟังแนวทางที่พอเป็นไปได้จริงๆ จากสมาชิกในเพจครับ

    • สิงคโปร์ โมเดล ครับ…รัฐบาลต้องมีอำนาจ ฝ่ายค้านมีพลังน้อยๆ ครับ แล้วลดจำนวนข้าราชการ เพิ่มประสิทธิภาพ ประเมินผลเป็นระยะ ดึงคนอายุน้อยๆ เข้ามาร่วมงานมากๆ

    • ของเราเป็นรัฐข้าราชการครับ และประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมค่อนข้างต่ำ หากเป็นไปได้ การลดจำนวนข้าราชการที่ไร้ประสิทธิภาพออก ลดขั้นตอนการทำงานที่ทับซ้อนกัน เพื่อลดเวลาการทำงาน แล้วเพิ่มเงินเดือนให้กับข้าราชการที่ทำงานแบบมีประสิทธิภาพ น่าจะกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐให้ใกล้เคียงกับเอกชนได้มากขึ้นนะครับ

    • จริงๆ รัฐก็ไม่ต้องไปสนอะไรมากมาย ตัวเองมีรายได้จากภาษีต่างๆ อยู่แล้ว

      ก็แค่ตั้งเป้าว่า ภาษีตัวไหนควรเก็บได้มากสุด โดยที่ประเทศยังเดินหน้าต่อไปได้ ก็บริหารกันไป

      รัฐบาลตั้งแต่ “ชาติชาย ชุณหะนันท์” จนมา “ทักษิณ” แม้แต่ลุงตู่ปัจจุบัน ก็ยังเน้นภาพว่า ประเทศจะดี ต้องเน้น “GDP” หรือก็คือ “รายได้ประชาชน” แต่ไม่เคยพูดถึงว่า รายได้ ที่ได้มา มันมี “ค่าใช้จ่าย” อะไรบ้าง แล้วหักแล้ว คนในประเทศพื้นฐานแล้ว มี “เงินเหลือ” จาก รายได้หักค่าใช้จ่ายยังไง

      ค่าใช้จ่ายของคน หลักๆ ที่ต้องจ่ายทุกวันก็มี

      1. ค่าอาหาร 2. ค่าเดินทาง 3. ค่าการสื่อสาร (โทรศัพท์กับอินเตอร์เน็ต) 4. ค่ายารักษาโรค 5. ค่าที่อยู่อาศัย

      ในทุกๆ GDP ที่มากขึ้น มันก่อให้เกิด “เงินเฟ้อ” ที่ค่าใช้จ่ายมากแค่ไหน ผมไม่เห็นมีใครพูดถึง ไม่มีการพูดเรื่องการคุม “การเฟ้อ” ของค่าใช้จ่ายพวกนี้ มีแต่พอถึงเวลาก็บอกว่า “เราต้องจ่าย”

      สมมติ คนทั่วไปที่ทำงานปกติ มีรายได้เดือนละ 15,000 บาท
      มีความมั่นใจที่จะจ่ายค่าใช้จ่าย 5 ตัวข้างบนมากแค่ไหน ??

      นโยบายรัฐ กี่สมัยไม่เคยพูดถึงจุดนี้ แต่เลือกที่จะบอกว่า “รายได้เราเยอะกว่าเดิม” แค่นั้น แต่ไม่บอกว่า “รายจ่ายเราก็เยอะตามไปด้วย แถมโตเร็วกว่ารายได้เราอีก”

      มันจะเป็นการดี ถ้าเราจะศึกษาก่อนที่ รัฐจะทำอะไรสักอย่างนึงว่า

      “ตกลงนโยบายนี้ ทำไปแล้ว รายได้หักค่าใช้จ่ายของประชาชน เหลือมากขึ้นหรือไม่”

      สมมติว่า เงินเหลือนะ แต่ไปเหลือที่รัฐบาล ไม่กระจายลงมาที่ประชาชนด้านล่าง

      รัฐก็แค่ เอาเงินเหลือตรงนั้น ไปลด “ค่ายา ค่าการเดินทาง” (ยกตัวอย่าง) ของประชาชนลงก็พอครับ เพราะรัฐดูแลตรงนี้อยู่แล้วทุกวันนี้ ผ่านทางสัมปทาน โรงพยาบาลรัฐและอื่นๆ ของรัฐแม้แต่โรงไฟฟ้าและน้ำ ทำให้ภาพรวม ประชาชนก็มี “เงินเหลือ” ไปเรียน ไปผลิตสินค้า ไปลงทุนมากขึ้น พอทุกคนมีเงินออมมากขึ้น ประเทศก็พัฒนาเองครับ

      ดูปี 40 เป็นตัวอย่าง รัฐไม่ได้ทำอะไรเลย เอกชนก็ฟื้นขึ้นมาเองได้ เพราะส่งออกมี “เงินเหลือ” ไปต่อยอด

      และก็อย่าไปแบก “คนไม่ทำงาน” หรือ “คนทำงานขอไปที” ก็พอ แบบเกษตรกรที่ไม่คิดเปลี่ยนวิธีการปลูก ไม่ทำเองจ้างลูกเดียว แต่จะเอาประกันราคา หรือแท๊กซี่ที่ไม่คิดปรับปรุงคุณภาพแต่จะเอาค่าแท๊กซี่มากกว่าเดิม เป็นต้น แต่เน้นให้ ทุกคน “วางแผน” การเงินของตัวเองให้มากๆ

      มีคำถามอยากให้คิดเล่นๆ

      “คุณยังอยากเป็นคนเก่งเทคโนโลยีที่สุดของโลกอีกไหม ถ้าคุณมีกินพอไปตลอดชาติ มีเงินเหลือพอจะจ่ายค่ายารักษาโรคและค่าใช้จ่ายทุกอย่างทั้งหมดไปตลอดชีวิต”

      ปล. ทุกอย่างเป็นความเห็นส่วนตัว ต่างคนต่างมุมมอง แค่มาแชร์ครับ

  • ล็อตเตอรี่ อีกตัว. ถ้าหักคนเดินขาย ล็อตเตอรี่ แล้วไปทำ ออนไลน์ จริงจัง รับรอง รายได้เพิ่มกระฉูด กับ โบกมือลา อัตราคนว่างงานต่ำที่สุดในโลก เลยครับ

  • คนเหล่านี้เก่งจริงๆ..ในเรื่องการสร้างวาทกรรม ให้ดูดีเวลาพูด แต่ๆๆๆๆมันบ่อยมากจนคนเค้าจับทางได้ (ดีแต่พูด).

  • มีอยู่ข้อ1ที่น่าภูมิใจ ที่ทำได้3.01gแล้วนะครับ จัดระเบียบทางเท้า เป็นผลงานที่โครตภูมิใจสัสๆเลย ที่เหลือรออีก100ปีนะครัช

  • ให้คะแนน 10/10 เขียนได้แทนใจทุกเม็ดเลยค่ะ

    ขอฝากสักเรื่องค่ะ คนใช้รถต้องเสียภาษีทุกปี บำรุงท้องที่ บำรุงถนน แต่คนที่ใช้ถนนเป็นที่จอดรถ เพราะบ้านตัวเองไม่มีที่จอด กับ คนขายของใช้ถนนเป็นที่ให้ลูกค้าจอด อันนี้ก็ 4.0 ช่วยได้ไหม เพราะมันไม่มีความปลอดภัย ต้องเบี่ยง ต้องหลบ เสี่ยงกับอุบัติเหตุนะฮับ

    • ตอนนี้ที่รัฐฯ อกกฎเข้มงวด ห้ามจอดตามริมถนนต่างๆ จอดคาป้ายรถเมล์ ก็ไม่มีผลแล้วนะคะ ย่อหย่อนกันไปตามเวลา

    • คือมันต้องจำกัดตั้งแต่ตอนซื้อรถ
      ที่อื่นไม่รู้แต่ที่ญี่ปุ่นถ้าคุณจะซื้อรถ
      คุณต้องมีที่จอดรถมาแสดง
      ไม่งั้นคุณจะไม่ ได้รับอนุญาตให้ซื้อรถ
      เริ่มตอนนี้ก็ไม่สาย

    • จะว่าไปแล้ว ไอ้พวกร้านอาหารข้างถนนนี่ มันควรจะมีกฏว่า ถ้าคุณไม่มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าก็ห้ามเปิดร้านนะ แต่ก็นั่นแหละ ขืนมีแบบนี้ไอ้พวกเห็นแก่ตัวคงออกมาแหกปากด่ากันทั้งเมือง

  • ตอนนี้รถเมล์ของ ขสมก มีgps และกล้องวงจรปิดแล้วนะครับ เห็นบอกว่าเอาไว้แก้ปัญหาเรื่องพังการเดินรถ

  • คือ ผมว่าต้องยอมรับก่อนครับ คุณภาพประชากรโดยเฉลี่ยของประเทศเรา ยังอยู่ในสถานะโลกที่ 3 มันคงเป็นการยากที่จะ achieve goals เหล่านี้ครับ

    • คุณประเมินว่าตัวคุณเองถ่วงน้ำหนักทำให้ค่าเฉลี่ยต่ำ หรือเปล่าครับ

    • Amnaj Raktonmai คงงั้นครับ แต่โชคดีจริงๆ ที่ยังมีประชากรคุณภาพแบบคุณถ่วงน้ำหนักให้ค่าเฉลี่ยสูงขึ้น

    • คน70-80ล้านคน คนจะให้ดีทุกคน เก่งทุกคนคงไม่ได้ แต่สำคัญคือ ผู้นำเก่ง ผู้บังคับใช้กฎหมาย ผู้มีอำนาจ เก่งและดี อย่างนั้นมันก็เจริญได้

    • เห็นด้วยครับว่าการต้องเริ่มจากพัฒนาคนก่อนพัฒนาระบบ แต่การพัฒนาคนเนี้ยแหละยากที่สุด เพราะมันแถบจะฝังรากเข้าไปในวัฒนธรรมการใช่ชีวิตไปล่ะ

    • มีมุมมองต่างอีกนิด…ที่ผู้เขียนเขียนมาทั้งหมด มันมองแบบกรุงเทพเป็นศูนย์กลางจักรวาลมาก ผมอาจจะไม่รู้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจ กรุงเทพ ที่เดียวเท่ากับกี่จังหวัด ไม่ว่ารัฐบาลไหนคงไม่สามารถดูแลทุกจังหวัดได้ เพราะปัญหามันเกิดทุกจังหวัด ทุกวันเช่นกัน เราเชื่อว่าเป็นการยากที่จะพัฒนาทุกที่พร้อมกัน การพัฒนาคนก็เช่นกัน ยิ่งความเจริญเยอะภายใต้สังคมเราที่ไม่ได้รับการปลูกฝังวินัย ก็ไม่ได้ทำให้สังคมเจริญตาม วัตถุเจริญ แต่จิตใจกลับถดถอย

    • แม้แต่อเมริกาก็ไม่ได้ทำให้ประชากรทุกคนเก่งได้นะครับ เขาแค่สนับสนุนประชากรที่เก่งๆ (พวกเหนือค่าเฉลี่ย 2-3 เท่า) เท่านั้นเอง และคนเก่งๆ ก็เอาทรัพยากรที่รัฐให้มาพัฒนาสินค้าให้ประเทศต่อครับ รอทุกคนเก่งหมด คงไม่ใช่

  • สมองของที่มาจากระบบทหาร
    ท่านคิดเค้าจะคิดอะไรได้บ้าง
    เค้าจะยอมรับความเห็นต่างได้แค่ไหน

  • ผมเห็นตำรวจตั้งด่านลอยคอยโบกรถจอดเพื่อตั้งขอหาต่างๆเพื่อออกใบสั่งหรือเพื่อปรับตั้งแต่เด็นจนโต แสดงว่า 4.0 มีมากว่า 50 ปีแล้ว ลุงตู่นี้ล้าหลังมาก

  • ไม่เฉพาะกรุงเทพฯ หรอกครับท่าน ต่างจังหวัดตอนนี้เศรษฐกิจฝืดเคืองดิ่งเหวมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ไม่มีเงินไหลเวียนในระบบ สินค้าเกษตรตกต่ำ ท่องเที่ยวทรุด ส่งออกแย่ แม่ค้า พ่อค้าก็ต้าขายลำบาก แต่ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้น ราคาข้าวตกต่ำ ยางพารา ปาล์มราคาตก รัฐบาลเน้นแต่เมกะโปรเจค แต่ก็มีเฉพาะเมืองหลวงและรอบๆ ต่างจังหวัดจะตายกันหมดแล้ว แม้แต่หายใจก็ต้องระวัง หายใจเบาๆ ถามว่าทำไม ทุกคนบอกเสียงเดียวกัน เพื่ออยู่ให้ถึงเลือกตั้ง ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น ไอ้ที่เคยไปประท้วงกันมาต่างบอกว่า…. ต่อไปคงไม่ไปประท้วงกันแล้ว อยู่เฉยๆดีกว่า ดีบ้าง แย่บ้าง ก็ยังไปกันได้ครับ จบ.

  • ไม่รู้ว่าลุ้นให้ประเทศเป้นประชาธิปไตย กับลุ้นให้ประเทศเดินไปสู่ประเทศไทย 4.0 อันไหนยากกว่ากัน

  • เค้าหมายถึงจะไป4.0ป่าวครับ จริงๆรัฐบาลชุดนี้อยู่เฉยๆสบายกว่านะไม่โดนด่าด้วย

  • ยังไม่ต้องพูดถึงรถเมล์เพราะนึกไม่ออกว่าอีกกี่ชาติปปท.ถึงจะพัฒนาจุดนี้ได้ เอาแค่รถไฟ รถไฟฟ้า และรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งมีใช้เทคโนโลยี มีระบบคอมฯ รองรับ ควรต้องสามารถจะกำหนดเวลามาที่ชัดเจน ได้…. ยังไม่มีเล้ย รถเมล์นั้นอย่าเสียเวลากล่าวถึง

  • เรื่องที่เขียนมาก็เห็นด้วยนะครับว่ามันควรปรับปรุง แต่ผมว่าบทความนี้ไม่ควรเขียน เขียนมาก็ไม่มีประโยชน์อะไร ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันยังไม่ 4.0 ถ้าจะเขียนควรเขียนเจาะลึกไปเลย

    เช่นเรื่องรถเมล์ เขียนเจาะลึกไปว่าโครงสร้างองค์กร ขสมก ตอนนี้เป็นอย่างไร มีเอกชนเข้าร่วมเดินรถเท่าไหร่ กำไร(ขาดทุน)ต่อปีเท่าไหร่ ถ้าจะเปลี่ยนเป็นรถเมล์แอร์ทั้งหมดใช้งบเท่าไหร่ กำไร(ขาดทุน)สะสมตอนนี้เท่าไหร่ บลา บลา บลา… แล้วก็สรุปให้ด้วยว่าเปลี่ยนรถแล้วจะดีขึ้นยังไงบ้าง จะทำให้ ปชช มีชีวิตดีขึ้นแค่ไหน คนจะมาใช้รถเมล์เยอะขึ้นหรือไม่ ฯลฯ

    แบบนี้ถึงจะเป็นบทความที่ดีครับ

    • โดนใจอย่างแรงครับ ผมว่าบทความนี้ต่างจากลงทุนแมนเดิมไปมาก เอาง่ายๆ แทบไม่ได้ให้ความรู้การลงทุนอะไรเลยนอกจากแซะเอาความสะใจ ถ้าได้อย่างที่คุณ Kong Lee-wit ว่า นี่ค่อยเป็นคนเดิมหน่อยครับ

    • เท่าที่อ่านดู มีแต่การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่เกิด แต่ไม่มีการระบุวิธีแก้ไขปัญหา และอยากให้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล หรือข้อเท็จจริง เช่น “ต้นทุนการเดินรถของรถเมล์ไม่มีแอร์คือ 10,799 บาทต่อวัน ส่วนรถเมล์มีแอร์คือ 11,286 บาทต่อวัน”

    • Kong Lee-wit เรื่องนี้คือการเกริ่นของเรื่องเย็นนี้ ที่จะมีการโพสเรื่องเจาะลึกเรื่อง ขสมก ค่ะ จะมีเนื้อหาคล้ายแบบที่ต้องการเลยค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

    • Anna Scott แหล่งข้อมูลเอามาจากรายงานประจำปี ของ ขสมก เลยค่ะ ในบทความมีเขียนอยู่แล้วว่า เอาข้อมูลมาจาก ขสมก

    • Kong Lee-wit Nuisak Seksan Anna Scott
      บทความ ขสมก มีหนี้เท่าไร? https://www.facebook.com/longtunman/posts/210293406169942

      ขสมก. มีหนี้เท่าไร? / โดย เพจลงทุนแมน
      ธุรกิจที่ผูกขาด
      โดยทั่วไปแล้วจะได้กำไรเพราะไม่มีคู่แข่ง กำหนดราคาสินค้าเองได้ กำไรเห็นๆ
      แต่ ขสมก. เป็นธุรกิจผูกขาดที่ไม่ได้กำไร.. แถมยังขาดทุนเละเทะ

      แล้ว ขสมก.ขาดทุนเท่าไร?

      ปี 2558 ขสมก.มีขาดทุนสะสมอยู่ 100,831,156,582 บาท
      ตัวเลขนี้ให้อ่านคงตาลาย สรุปได้ว่า ขสมก.ขาดทุนสะสมอยู่ 1 แสนล้านบาท

      ตั้งแต่ผมอ่านงบการเงินมาหลายบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังไม่เคยเห็นบริษัทไหนมีขาดทุนสะสมมากเท่านี้มาก่อน

      เรื่องนี้อาจเป็นเพราะถ้าส่วนทุนติดลบ บริษัทก็คงถูกเจ้าหนี้ฟ้อง และบริษัทต้องล้มละลายไป แต่เรื่องนี้ไม่ใช่สำหรับองค์กรของรัฐ ดูเหมือนว่า ขสมก. จะมีหนี้เท่าไรก็ได้ ไปเรื่อยๆ..

      ขสมก.มีหนี้เท่าไร?
      ปี 2558 ขสมก.มีหนี้ทั้งหมด 97,382 ล้านบาท เกือบทั้งหมดเป็นหนี้ที่มีดอกเบี้ย

      แล้ว ขสมก. ต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละเท่าไร?
      ปี 2558 แค่ค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็ปีละ 3,000 ล้านบาท

      แล้วใครเป็นเจ้าหนี้ ขสมก. อยู่บ้าง?
      ธนาคารไทยพาณิชย์ กรุงไทย ออมสิน และที่น่าสนใจคือ ขสมก. ออกพันธบัตรได้ด้วย

      ปี 2558 ขสมก.กู้ยืมเงินจากพันธบัตรจำนวนมากถึง 56,513 ล้านบาท แต่ไม่ต้องตกใจพันธบัตรจะรับประกันโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งก็น่าจะปลอดภัย เรียกว่าหมุนเงินไปได้เรื่อยๆโดยมีรัฐค้ำประกัน

      ปี 2558 ขสมก. มีรายได้ 8,062 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 12,853 ล้านบาท ขาดทุน -4,790 ล้านบาท แต่ถ้าสังเกตดีๆ ในส่วนนี้เป็นค่าดอกเบี้ยมากถึง 3,000 ล้านบาท

      แปลว่าถ้า ขสมก. เคลียหนี้ได้ บริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีก ก็อาจจะมีโอกาสกลับมากำไรได้อยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนความหวังนี้จะริบหรี่ถ้าไปดูงบลงทุนที่จะมีมาอีกในอนาคต

      เรื่องมีอยู่ว่ารถของ ขสมก. ตอนนี้เก่ามากแล้ว ต้องใช้เงินอีกจำนวนมากเพื่อซื้อรถใหม่มาแทนรถเดิม ขสมก มีแผนที่จะปลดระวางรถเดิมทั้งหมด 2731 คัน แยกเป็นรถร้อน 1543 คัน รถแอร์ 1011 คัน รถเช่า 177 คัน

      รถแต่ละคันตอนนี้มีอายุการใช้งานมาแล้วกี่ปี?

      1) รถร้อนครีมแดง มีอายุการใช้งานมาแล้ว 26 ปี (ใครที่เกิดหลัง 2534 รถคันนี้เกิดก่อนคุณ)
      2) รถแอร์ครีมน้ำเงิน มีอายุการใช้งานมาแล้ว 22 ปี
      3) รถแอร์สีส้มชุดแรก มีอายุการใช้งานมาแล้ว 19 ปี และชุดที่สอง มีอายุการใช้งานมาแล้ว 15 ปี

      แล้วต้นทุนค่าโดยสารของรถแต่ละรุ่นหล่ะ?

      1) รถร้อนครีมแดง มีต้นทุนค่าโดยสาร 10,780 บาทต่อวัน
      2) รถแอร์ครีมน้ำเงิน มีต้นทุนค่าโดยสาร 11,286 บาทต่อวัน
      3) รถแอร์สีส้มชุดแรก มีต้นทุน 12,624 บาทต่อวัน รถแอร์สีส้มชุดสองต้นทุน 14,055 บาทต่อวัน

      จึงไม่แปลกใจเลยว่ารถเมล์รุ่นใหม่ของ ขสมก. จะเป็นรถแอร์ทั้งหมด เพราะ ต้นทุนต่างกันไม่มาก
      เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ถ้าคนใช้งานขึ้นมาบนรถเจออากาศเย็น ก็จะได้รู้สึกดี และไม่หงุดหงิดเวลารถติด

      เมื่อไปดูต้นทุนของ ขสมก. จะพบว่ามีต้นทุนใหญ่ๆ 2 เรื่องคือ

      ต้นทุนของ ขสมก. คือเงินเดือน 49%
      ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น 27%
      ส่วนต้นทุนอื่นไม่มีนัยยะสำคัญเท่า 2 เรื่องนี้

      ประเด็นที่ต้องคิดคือจะลดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร?

      ถ้าโจทย์คือต้องลดค่าใช้จ่าย และเงินเดือนเป็นค่าใช้จ่ายที่มากที่สุด พูดตรงๆเลยก็คือก็ต้องหาวิธีลดพนักงาน ผมไปต่างประเทศมาหลายประเทศ ไม่เคยเห็นรถเมล์ประเทศไหนที่มีกระเป๋ารถเมล์

      ทำให้เกิดคำถามที่ว่าจริงๆแล้วพนักงานเก็บเงินบนรถเมล์จำเป็นหรือไม่?

      จะมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมอะไรที่ ใช้บัตรแตะเพื่อจ่ายค่าโดยสารโดยไม่ต้องจ้างพนักงานเก็บเงินหรือไม่?

      พนักงานเก็บเงินก็คงไม่ต้องกลัวตกงานหรอก ประเทศไทยมีอัตราการว่างงานที่ต่ำสุดในโลก ไปทำอาชีพอื่นอาจจะได้เงินมากกว่าเป็นกระเป๋ารถเมล์ด้วยซ้ำ

      ส่วนเรื่องอื่นก็อาจจะแก้ได้อีกเช่น การวางแผนเส้นทางการเดินรถใหม่ ลดเส้นทางที่ซ้ำซ้อน

      ประเด็นต่อมาคือ รัฐอาจจะต้องให้เงินอุดหนุน ขสมก มากกว่านี้ เมื่อผมไปเปิดข้อมูลจาก Transport for London เป็นองค์กรขนส่งมวลชนของลอนดอนประเทศอังกฤษ ทำไมองค์กรนี้เขามีกำไรได้? เมื่อไปดูลึกๆแล้วเขาก็ขาดทุนเหมือนกัน แต่เขามีคำว่า Grant Fee ของรัฐบาลมาช่วย จริงๆแล้ว ขสมก.ก็ได้เงินอุดหนุนอยู่ แต่ยังได้น้อยไปหรือเปล่า?

      สรุปแล้วธุรกิจนี้อาจจะไม่มีวันได้กำไร เพราะเป็นธุรกิจขั้นพื้นฐานที่บริการให้แก่ประชาชน เราจะไปขึ้นค่าโดยสารก็ไม่ได้ เพราะ รถเมล์ที่เป็นการเดินทางที่ราคาถูกสุดในบรรดาตัวเลือกทั้งหมดแล้ว ถ้ารถเมล์ขึ้นราคา แล้วคนที่มีรายได้น้อยจะเดินทางได้อย่างไร

      ที่น่าสนใจคือ ขสมก.มีแผนซื้อรถเมล์ใหม่จำนวน 3,450 คัน ตั้งแต่ปี 2560-2564

      แปลว่าจริงๆแล้วเราจะได้เห็นรถเมล์ใหม่ทั้งหมดยกเซ็ตเริ่มทยอยเข้ามาใน 4 ปีข้างหน้านี้

      แต่ล็อตแรกก็เกิดมีปัญหาซะก่อนเพราะผู้นำรถเข้ามาแจ้งว่าผลิตจากมาเลเซีย แต่จริงๆเอาเข้ามาจากจีน ทำให้เกิดปัญหาเรื่องภาษี เพราะมาเลเซียอยู่ในอาเซียนไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าจากจีนต้องเสียภาษี พอเรื่องเป็นอย่างนี้เราก็ยังไม่ได้ใช้รถเมล์ใหม่กันซักที

      และจริงๆแล้ว ขสมก. มีแผนจะซื้อรถเมล์ใหม่มาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว.. แต่ก็ติดอุปสรรคเรื่อยมา

      สงสัยเรื่องนี้คงต้องเอาเรื่องโชคเรื่องดวงเข้ามาเป็นตัวช่วย

      ผมแนะนำให้เปลี่ยนชื่อย่อขององค์กรเพื่อแก้เคล็ด เพราะตอนนี้ ขสมก. น่าจะย่อมาจาก องค์กร ขาดทุนสะสมมากสุดในกรุงเทพ..

      ที่มา: รายงานประจำปีของ ขสมก

    • ผมก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่ไทยจะมีรถโดยสารไม่ใช้กระเป๋ารถเมล์ ใช้บัตรเตะ ใช้หยอดเหรียญ, และรอบัตรแมงมุม ที่ใช้ได้ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า เมื่อไหร่ รึต้องรอ 8.0

    • ก็แทนที่มันจะเอาเงินมาพัฒนาระบบขนส่งมวลชน เสือกเอาไปแจกให้พวกซื้อรถคันแรก พอแห่ซื้อรถกัน มันก็เอาออกมาขับให้รถติด บริษัทขายรถได้เทขายกันสบายใจไป รถเมล์วิ่งก็มีต้นทุน แต่พอจะขึ้นราคาซัก 50สต. ก็โอดครวญกันว่ารังแกคนจน รถเมล์ฟรีมีให้นั่งก็บ่นร้อน พอจะยกเลิกก็ร่ำร้องกันว่าอย่าเลิก เฮ้อออออ…

  • ผมว่าตอนนี้เราเป็นรัฐข้าราชการ คิดอะไรในกรอบของราชการ ที่ผมคิดแบบนี้เพราะผมเองก็อยู่หน่วยงานราชการแต่ไม่อยากให้ประเทศเป็นรัฐราชการเพราะมันล้าสมัยไม่ทันโลก ปรับตัวช้า ข้อดีอย่างเดียวที่ผมนึกออกก็คือเป็นองค์กรที่มีระเบียบแบบแผนค่อนข้างมั่นคง มีกรอบปฏิบัติค่อนข้างชัดเจน

  • รถเมล์ที่ใช้ภาษีประชาชนที่ให้ประชาชนขึ้นฟรีเเล้วติดป้ายว่ารถเมล์ฟรีภาษีประชาชน ยังไม่มีเเม้แต่พัดลมเลยครับ

  • นวัตกรรม มาจากนักคิด สิ่งประดิษฐ์ที่ดี มันต้องมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ ถ้ามีคนกดปุ่ม set zero ได้เรื่อยๆแบบที่เป็นอยู่ ก็อย่าไปหวังอะไรเลยครับ

  • แอดมินเพจ เขียนบทความดีทุกชิ้นเลยครับ ชอบครับๆ ตามอ่านมาหลายบทความละให้ความรู้ดีมากครับ

  • 4.0 คืออะไร?..
    ———————
    น่าจะคือการรักชาติ การตอบแทนคุณแผ่นดิน.. อะไรพวกนี้เป็นหละกระมังครับ

  • 5555โคตรตรงใจ
    เดินหน้า4.0แต่ติดต่อราชการ
    ต้องถ่ายเอกสาร เซ็นรับรองสำเนาเป็นกระบุง
    ใช้กระดาษเยอะกว่าเมื่อก่อนประมาณ20%

  • อย่าลืมเรื่องบัตร ปชช. แบบ smart card แต่เวลาไปติดต่อราชการไล่ไปถ่ายสำเนาแล้วมากรอกฟอร์มด้วย ทั้งที่ในชิปมันก็มีข้อมูลที่อยู่เบอร์โทร

  • สิ่งที่ผมเห็นในบทความนี้คือ ท้ายสุดก็ลงท้ายด้วยการเลีย
    ไม่เฉพาะเพจนี้หรอก คนอื่นก็ทำด่าๆไปลงท้ายรักลุงตู่
    มันสื่อให้เห็นว่าประเทศเราตอนนี้ไม่สามารถวิจารณ์ตรงไปตรงมาได้
    คนตำหนิ ติไม่ถูกที่คัน อีก 20 ปีก็อยู่ที่เดิม พูดไปก็ไลฟ์บอย

  • 4.0 แบบท่วมแล้วแล้ง แล้วท่วม
    4.0แบบตำรวจหลบหลังเสาไฟ พอโผล่มาใส่หน้ากาก อย่างกับโจร

  • วันนี้7/8/60 เวลา18:00 น.เพลงชาติยังร้องไม่จบเพลงเลยนะคับ รายการคืนความสุขให้ประชาชนของท่านก็ตัดเข้ารายการเปิดเพลงคืนความสุขให้ประชาชนจนจบเพลง…แบบนี้รายการนี้ก็ต้องสำคัญกว่าเพลงชาติไทยแน่ๆใช่มั้ยคับ…. #แค่รู้สึกสงสัย

  • เห็นดัวยกับบทความอย่างยิ่ง ครับ คำว่า
    4.0 หรือ 0.4 ไม่ต่างกับ เขื่อนไม่ได้เเตก เเค่คันดินพัง
    เมืองไทยไม่ทำสิ่งง่ายๆที่มีประโยชน์จริงต่อคนส่วนใหญ่ เเต่เลือกทำเรื่องยากฯที่ไม่มีประโยชน์ เช่นที่จอดเเท็กซี่อัจฉริยะ
    ผู้นำนอกจากไม่เป็นช่างสังเกตเเลัว เวลาไปไหนยังถูกล้อมจนมองอะไรไม่เห็น

    • ผมละกลุ้มใจเรืองเขื่อนแตก คันดินพังมากเลย เถียงกันอยู่นั่นแหละ ไม่รู้ใครผิดใครถูก แต่ที่เหมือนกันแน่ๆทั้งสองแบบคือ น้ำในเขื่อนไหลออกหมด เหลืออยู่แค่ก้นเขื่อน

  • 74,000 คน เท่ากับรถแท็กซี่ 74,000 คัน, ความยาว คันละ 5เมตร ถ้า74,000คันจอดเรียงกัน จะยาว 370,000 เมตร หรือ 370 กิโลเมตร แล้วถนนใน กทม.เมื่อไรจะพอ?

  • ดีทั้งหมด..ยกเว้นย่อหน้าสุดท้าย..555 เบื่อฟังคำแก้ตัวไปเรื่อยๆ ชายชาติทหารแท้ๆ มีอะไรก็แซ่”โบ้ย”อย่างเดียวเลย

  • ผมบ่นมา10ปีละ ทำใจละครับอีก 20 ปีประเทศนี้จะเป็นอย่างไรคงได้แต่ทำใจปล่อยวางช่างแม่งและช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด

  • มีแต่คนรุ่น 60 มาคิดนำ 4.0
    มันจะใช่เหรอ? สิ่งที่คิด มัน ถอยหลังหลายเรื่อง
    โถ! แค่ติดต่อ ราชการ ยังนานมากก ทำในส่วนนี้ให้ได้ก่อนเหอะ ทั้งเทคโนโลยี และ ใจบริการ แบบเอกชนน่ะ ไม่ใช่ แบบราชการน่ะ

  • มันติดกับดักวาทะกรรม เอาแต่สร้างคำพูดที่ดูดีแต่ปฏิบัติไม่ได้ ทำไม่เป็น

  • ปกติชอบบทความของลงทุนแมนมากค่ะ เพราะโดยมากจะแสดงข้อมูลทางสถิติ ตัวเลข เปรียบเทียบให้เห็น โดยไม่ใส่การชี้ประเด็น ชี้เป้าไปทางใดทางหนึ่งเพื่อให้เกิดการโจมตี แต่เสนอข้อมูลให้ผู้อ่านนำไปคิดต่อยอดเอง
    นำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้ข้อคิดต่อผู้อ่าน ไม่ว่าจะแนวคิดของผู้ประสบความสำเร็จ จุดอ่อนของธุรกิจใหญ่ๆ รวมถึงข่าวสารบ้านเมืองในมุมที่แตกต่าง

    บทความนี้ ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยนะคะ แต่มันทำให้เกิดความรู้สึกแง่ลบ โดยที่คนอ่านทำอะไรไม่ได้นอกจากรู้สึกแย่มากไปกว่าเดิม ไม่ต่างจากเพจอื่นๆ
    เปลี่ยนผู้เขียนรึเปล่าคะ

  • ผมว่าในนั้นมีแค่เรื่องแท๊กซี่อ่ะที่ไม่เป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งก่อนจะโทษรัฐ คนขับควรซึ่งเป็นประชาชนควรพิจรณาตัวเอง และผู้ใช้บริการซึ่งเป็นประชาชนสามารถร้องเรียนได้ มันมีคนทำและคนขับแท๊กซี่โดนเรื่องอยู่นะ ก็งง ทุกคนบ่น แต่ก็แค่บ่นอ่ะ ทางร้องเรียน ทางที่ทำให้ดีขึ้นมีแต่ไม่ทำ

    ส่วนเรื่องรถเมล์ เค้าก็แก้อยู่นะ ลองหาข่าวอ่านดูเถอะ ตอนนี้ระบบรางกี่สายที่กำลังจะเกิด นั่นน่าจะช่วยลดปัญหารถติดและรถเมล์มาไม่ตรงเวลาได้ และได้ข่าวน้องคนนั้นที่บ่นเรื่องรถเมล์เหมือนมีพรายกระซิบว่ารอรถเมล์ผิดสาย 555

    ส่วนเรื่องแผงลอย คูคลอง เคลียร์ไปหลายจุดแระนะ ตามข่าวก็น่าจะรู้เอง แต่จะแบบให้สั่งวันนี้เสร็จพรุ่งนี้ ได้นะ แต่อย่าบ่นว่าเผด็จการรังแกประชาชนกันล่ะ

    ไอ้เรื่องนวัตกรรมนี่ มันไม่ใช่สร้างวันนี้ได้พรุ่งนี้อ่ะ พวก eec ระบบราง การขยายความเจริญสู่ภูมิภาค เค้าก็ทำอยู่อ่ะ เพี่ยงแต่มันไม่เหมือนการซื้อหุ่นที่คลิ๊กปุ๊บได้ปั๊บแค่นั้นแหละ พวกเด็กพวกวัยรุ่นที่ใจร้อนไม่ค่อยทนรอ

  • 4.0 คงต้องแยกแหละครับ ส่งเสริม ธุรกิจใหม่ start up หรือธุรกิจดั้งเดิมแต่ใช้เทคโนมากขึ้น ธุรกิจเกษตรแปรรูป 4.0 ส่วนภาครัฐ ควรปรับปรุงตัวเองให้เป็น 4.0 เหมือนกันไม่ใช่ยัง 1.0 อยู่ ต้องเป็น e government ทุกหน่วยงาน ขั้นตอนเอกสารกฎระเบียบควร หรือให้ส่งจากที่บ้านได้ ต้นทุนของธุรกิจเอกชนส่วนหนึ่งก็คือเจ้าหน้าที่ หน่วยงานราชการนี่แหละ

  • หลายครั้งที่ขึ้นรถเมล์ในยุคนี้ก็หวังเพียงแค่รถเมล์ร้อนเหมือนเดิมก็ได้แต่มีให้หลายๆเที่ยวต่อวัน และภาวนาให้ทุกๆคันมีสภาพสมบูรณ์ไม่มีปัญหาตอนเข้าเกียร์ก็พอแล้ว ในฐานะคนไทยคนหนึ่งหากจะปฏิรูปควรเริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานแบบค่อยเป็นค่อยไปและกระจายงบให้ทั่วถึงทุกภาคส่วนไม่ใช่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพราะทุกหน่วยงานคือน๊อตตัวสำคัญทุกตัว

    เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของนายกตู่คนเดียวแต่เป็นทุกคนในประเทศที่ต้องช่วยกันคิดและปรับปรุงกัน

  • ก็ฟังไม่ค่อยรุ้เรื่องพูดงึมงำๆย้ำๆอยุ่นั่นแต่จับใจความด้ ไม่รุ้จับใจความสำคัญไม่ได้

  • ปัญหาสะสมมาหลายสิบปี จะแก้ภายใน 3 ปีคงยาก ถ้าใครได้อ่าน สัมภาษณ์ อาจารย์เฉลิม

    • ต่อนะครับ คงเข้าใจ หลายอย่างที่ผมเห็นด้วยคือเรื่องระบบภาษี ที่ออกทั้ง มรดก ที่ดิน ลาภลอย แล้วพวกขาน on line พวกนี้ต้องจ่ายภาษีบ้าง ไม่ใช่แค่ยริษัทจ่าย พอดีผมเป็นคนทำบัญชีนะครับ ส่วนเศรษฐกิจแย่ยอมรับ แต่ส่วนหนึ่วมาจากราคาน้ำมันที่ถูกลง จาก 100 us เหลือ 40 us เงินหายดิครับ แถมยังใช้พลังงานทดแทนอีก ส่วนตัวคิดว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้อวปรับระบบ เศรษฐกิจ การเงิน ใหม่ เพื่อรองรับโลกที่เปลี่ยน
      ผมไม่ได้เชียร์ใคร ผมไม่เคยเข้าร่วมประท้วงกับใคร วิเคราะห์ตามความคิดส่วนตัวนะครับ

  • ผมขึ้นสาย ปอ 16 รถเมล์เริ่มดีขึ้น มีติด GPS ในรถเมล์แล้ว แต่ยังไม่มีระบบให้ดูในมือถือมั้ง แต่มีป้ายอัจฉริยะตามจุดสำคัญเท่านั้นที่บอกว่ารถสายไหนจะมา ถ้าสามารถทำ app แล้วบอกได้ว่าสายนั้นนี้จะมาตอนไหนก็จะดี แต่ใกล้ล่ะอีกนิด

  • ตอบแแบบเด็ก ป.4 นะ..เศรษฐกิจ เสียหาย ตกต่ำ 4 ภาค ใน 5 ภาค ของประเทศครับ อาจารย์ ตู่ 55555

  • ประชดแบบนี้ ลุงคงนึกว่าชมจริงๆนะเนี่ย อร๊ายยย พูดตรงๆยังฟังไม่รู้เรื่องเลย พูดอ้อมขนาดนี้จะเข้าใจเหรอค้าาาา

  • 4.0คือคำพูดที่เป็นมหกรรมต่อจากaec ดูสิว่าตอนนี้มีใครพูดถึงaecบ้าง

    คนพูดถึง4.0สำหรับประเทศนี้คือคนที่บ้ากระแสแบบไม่ค่อยรู้ความหมายเลยเลยเป็น 0.0044ไป

  • ผมว่าท่านยังยกตัวอย่างน้อยไป ไม่ว่าระบบยุติธรรม ตำรวจ นักการเมือง ผมอยากพูดสักเรื่องครับรถไฟ ขาดทุนมาตลอดผู้รับผิดชอบเคยขึ้นรถไฟไปดูบ้างไหม ตู้รถไฟชั้นสามมีคนนั่งแต่ละตู้ไม่กี่คนแต่ก็เห็นลากกันยาวเหยียดไม่รู้กี่ตู้ ทั้งที่ถ้าเอามานั่งตู้เดียวจะเต็มหรือเปล่า?ผมเห็นทุกวัน ทางสายใต้ที่อำเภอจะนะ แบบนี้เรายังจะนำประเทศไปยุค4.0อีกหรือ ผมเสนอใครจะมาเป็นรัฐบาลในครั้งหน้าต้องเสนอนโยบายว่าจะแก้ปัญหาพวกนี้อย่างไร ขสมก.รถไฟ การบินไทย การท่าเรือ และที่ทำขาดทุนมาตลอด หากแก้ไม่ได้จะรับผิดชอบอย่างไร?เบื้องต้นผมว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาลคสช.ชุดนี้ที่จะต้องทำให้ได้ ถึงจะเป็นการคืนความสุขตามที่กล่าวอ้างมาตลอด แต่จะมีน้ำยาหรือเปล่า?

  • ผมคิดว่าทุกอย่างนั้นมีกฏหมายกำหนดแล้ว แต่เป็นที่ตัวบุคคลนั้นๆไม่ปฏิบัติตาม หรือไม่เลือกที่จะเปลี่ยนวิธีการ

  • ต้องช่วยกันแชร์ เผื่อ ไปถึง เฟช ท่านนายก

    เอ่ะ ท่านนายก เล่นเฟชบุ้ค 4.0 เป็นยังหว่า

  • หน้าที่ของรัฐบาลคือแก้ไขปัญหาพัฒนาประเทศ ให้ประชาชนได้มีความเป็นอยู่ที่ดี นายกคนนี้ติ๊งต๊องป่ะเนี่ย พูดจาก็ไม่มีสาระ ประชาชนลำบากจะตายอยู่แล้ว ยังจะมาโลกสวยอีก อยู่มาตั้งนาน ทุกอย่างห่วยลงๆ ทำงานไม่เป็นก็ออกไป แล้วคืนเงินภาษีประชาชนไปเขาจะได้มีความสุข บ้าเปล่าไม่ทำงาน ไม่พัฒนา อะไร ไม่สนใจหรอก 4.0 อะไร พล่ามอยู่ได้ ต่อให้เป็น 00000.0 ประเทศพัฒนา ประชาชนมีกินมีใช้ ภาษีไปพัฒนาประเทศคือจบ ผลงานไม่มี ยังมาลอยหน้าในทีวีให้รำคาญตา

  • เรียกแท็กซี่จากวิทยุค่ำ ๆ (รถไม่ค่อยติดแล้ว) มาแถวรัชดา-ลาดพร้าวจะได้รถราวคันที่ 8 ครับ

  • เสียดายโอกาส ที่พัฒนาได้โดยไม่มีคนคัดค้านได้ ควรรีบลงมือทำอะไรให่ดีขึ้น

  • คสช.มันไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่มาจาก มันมาเผาผลาญเงินภาษีโดยหารู้ไม่ว่าคนทุกคนมีความคิดคิดกันเป็น

  • เทวดาจะสั่งให้เป็น 8.0 หรือ 10.0 ก็ยังได้เลยครับ

    แต่ถ้าไม่ได้ตามนั้น เป็นความผิดของทาสนะ ไม่ใช่ความผิดของเทวดา

  • การทำธุรกิจกับภาครัฐก็มีปัญหาค่ะ ข้อมูลไม่ครบ ติดต่อลำบาก มีคำถามแต่ตอบแบบขอไปที ถามชื่อไม่ให้ ปรับทัศนคติเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างๆด่วน

  • เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ…. โคตรโดนใจ
    เอามืออาชีพมาบริหารประเทศเถอะครับ
    มวยล้มต้มคนดูชัดๆ

  • อาจารย์ครับด้วยความเคารพนะครับ ปัญหาเรื่องแท็กซี่บ้านเราอ้างต่างประเทศว่าไม่ปฏิเสธ แต่หลายๆประเทศก็มีกติกาที่คุ้มครองแท็กซี่เหมือนกันนะครับ อย่างญี่ปุ่นถ้าตกลงกันว่าจะไปที่นึงแต่ผู้โดยสารลงกลางทางผู้โดยสารต้องเสียเงินค่าผิดข้อตกลง อย่างจีนไปที่นึงโดยจะต้องจ่ายค่าทางด่วนผู้โดยสารต้องจ่ายค่าทางด่วนทั้งไปและกลับให้แท็กซี่ สิงคโปร์ราคามิเตอร์หลัง 4ทุ่มจะชาร์ตราคาเพิ่ม อีกตัวอย่างนึง ญี่ปุ่นมีรถ3ขนาด ราคามิเตอร์ก็ตามขนาดรถ แต่เมืองไทยราคาเดียว ผมเห็นหลายๆคันต้องเอากระเป๋าใส่หลังรถโดยใช้เชือกมัด ซึ่งอันตรายมาก เมืองไทยมีกฏว่าในกรณีลูกค้าไป 2ที่แท็กซี่มีสิทธิ์สตาร์ทมิเตอร์ใหม่ แต่ลูกค้าไม่ยอมก็ไม่มีบทลงโทษผู้โดยสาร พอดีผมเห็นโพสนี้มีกรณี่ที่เกี่ยวกับแท็กซี่เลยขอแลกเปลี่ยนทางความคิดหน่อยนะครับ ผมชื่นชอบอาจารย์และครอบครัวมากครับ

  • ประเด็น4.0 คือเรื่องใหม่ๆ ที่คนไทย เพิ่งได้ยิน ในบทความนี้ เขียนได้ดี แต่ สิ่งนึงอยากให้ ตระหนักไว้คือ ปวศ.การเมือง ที่มันยีดโยง เศรษฐกิจสังคมไว้ ประเทศไม่ได้ผิด แต่ผิดที่ คนไทยไม่รักสามัคคีกัน ใช้การเมือง นำ การพัฒนา ทะเลาะกันตั้งแต่ปี 48 จากจุดเริ่มต้นค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจนกระทั่ง ณ วันนี้ ก็ยัง ยึดติด บุคคลและอดีตที่แสนหอมหวล ไม่คิดเดินไปข้างหน้า อยากเขียนมากกว่านี้ แต่เดี้ยว มีคนมา ตำหนิ เรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ปวศ ให้ลึกๆ จะได้ก้าวไกลกว่านี้

Leave a Reply

Your email address will not be published.