Slack แพลตฟอร์มสื่อสารในที่ทำงาน มูลค่าแสนล้าน

Slack แพลตฟอร์มสื่อสารในที่ทำงาน มูลค่าแสนล้าน

Slack แพลตฟอร์มสื่อสารในที่ทำงาน มูลค่าแสนล้าน / โดย ลงทุนแมน

คุณภาพของสินค้าหรือบริการ
เป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ
แต่อีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ
“คุณภาพของกระบวนการทำงาน”

ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ หากมีการติดต่อสื่อสารภายในทีมงาน ที่มีประสิทธิภาพ

โดยปกติแล้ว พนักงานจะรับส่งงานผ่าน E-mail
หารืองานผ่าน การประชุม
ในระยะหลังเราเริ่มคุยงานผ่าน แอปพลิเคชันแช็ต

แต่หนึ่งในแพลตฟอร์มการติดต่อสื่อสารในที่ทำงาน ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ คือ โปรแกรมที่ชื่อว่า “Slack”

เรื่องราวนี้เป็นอย่างไร ทำไม Slack ถึงตอบโจทย์การทำงาน?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

Slack ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2013 หรือเมื่อ 6 ปีที่แล้ว โดย นายสจ๊วต บัตเตอร์ฟิลด์ ผู้ที่คิดค้นเว็บไซต์แชร์รูป Flickr

เขาเคยทำงานให้กับบริษัทผลิตเกมมาก่อน ซึ่งในระหว่างที่พัฒนาระบบเกม เขากลับค้นพบว่าการติดต่อสื่อสารกันภายในทีม ผ่านโปรแกรมแช็ต IRC นั้น ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมาก

เมื่อเห็นโอกาสทางธุรกิจ บัตเตอร์ฟิลด์ เลยหันมาพัฒนาโปรแกรมแช็ตแทน โดยได้ตกแต่งให้ดูน่าใช้ พร้อมทั้งเสริมลูกเล่นต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อการทำงานเพิ่มขึ้นมา

สุดท้ายจึงเกิดเป็นแพลตฟอร์มการติดต่อสื่อสารแบบใหม่ ที่ชื่อว่า Searchable Log of All Conversation and Knowledge หรือ “Slack” นั่นเอง

ฟีเจอร์หลักของ Slack เปิดให้ผู้ใช้บริการ แช็ตข้อความ โดยรับส่งไฟล์งาน โค้ด รูปภาพ หรือวิดีโอได้ รวมทั้งมีพื้นที่ให้โพสต์ข่าวสาร แสดงความคิดเห็นด้วยอีโมจิ และ Tag คนที่เกี่ยวข้องได้ เหมือนกับแพลตฟอร์ม Social Network

แต่สิ่งที่ทำให้ Slack แตกต่างคือ สามารถแบ่งห้องสนทนาตามหมวดหมู่งานได้ ผ่าน Hashtag ใครมีข้อมูลอัปเดตส่วนไหน ก็ไปแจ้ง หรือติดตามในแต่ละห้องได้

อีกทั้งสามารถค้นหาข้อความ หรือไฟล์ย้อนหลัง ที่ถูกเก็บไว้ในระบบคลาวด์ได้อีกด้วย ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีบริการเชื่อมต่อกับโปรแกรมต่างๆ ที่มีประโยชน์กับการทำงานอีกกว่า 1,500 แอปพลิเคชัน เช่น Twitter, Dropbox, Google Drive และ Google Hangouts เป็นต้น

Slack ทำให้คนทำงานสามารถ
รับส่งข้อความ เหมือน Line
รับส่งไฟล์งาน เหมือน E-mail
แชร์ข้อมูลข่าวสาร เหมือน Twitter
แสดงความคิดเห็น เหมือน Facebook
จัดเก็บข้อมูล เหมือน Dropbox
ประชุมงานออนไลน์ เหมือน Skype

ทั้งหมดนี้ ทำได้บน Slack แพลตฟอร์มเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาสับเปลี่ยนแอปพลิเคชันไปมาแต่อย่างใด จึงตอบโจทย์การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ

แล้ว Slack ได้รายได้จากอะไร?

Slack ดำเนินธุรกิจโดยใช้กลยุทธ์ Freemium คือเปิดให้ใช้บริการฟรี แต่หากสมัครสมาชิกรายเดือน 200-400 บาทต่อคนต่อเดือน จะมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจเพิ่มเติม เช่น ค้นหาข้อความได้ย้อนหลังมากขึ้น และเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันอื่นได้ไม่จำกัด

โดยบริษัทเปิดให้บริการใน 150 ประเทศทั่วโลก และได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าระดับองค์กร โดย 65 จาก 100 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้บริการแอปพลิเคชันนี้

ปี 2016
มี Daily Active Users 4.0 ล้านบัญชี
เป็นประเภท Paid Users 1.3 ล้านบัญชี

ปี 2017
มี Daily Active Users 6.0 ล้านบัญชี
เป็นประเภท Paid Users 2.0 ล้านบัญชี

ปี 2018
มี Daily Active Users 8.0 ล้านบัญชี
เป็นประเภท Paid Users 3.0 ล้านบัญชี

และในปี 2019 จำนวน Daily Active Users ได้เพิ่มขึ้นสูงกว่า 10 ล้านบัญชีแล้ว

ผลการดำเนินงานของ Slack
ปี 2016 รายได้ 3,200 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 6,400 ล้านบาท
ปี 2018 ประมาณการรายได้ 12,400 ล้านบาท
ปี 2019 ประมาณการรายได้ 20,400 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า Slack ถูกประมาณการว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ปัจจุบัน Slack มีมูลค่าเท่าไร?

ตอนนี้ Slack ถูกประเมินมูลค่าไว้ที่ราว 230,000 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าขนาดนี้จะเท่ากับธนาคารขนาดใหญ่ของประเทศไทยเลยทีเดียว

และในปี 2019 นี้ Slack มีแผนจะนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ แบบ Direct IPO (ไม่ผ่าน Underwriters) ซึ่งคาดว่ามูลค่าบริษัท จะพุ่งสูงถึง 320,000 ล้านบาท

แต่แน่นอนว่า เมื่อธุรกิจการติดต่อสื่อสารในองค์กร มีแนวโน้มเติบโตสูง ย่อมต้องมีคู่แข่งสนใจเข้ามาในตลาด

Facebook มี Workplace
Microsoft มี Teams
ซึ่งทั้ง 2 โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมในลักษณะคล้ายกับ Slack

รวมถึงบริษัทเหล่านี้ มีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่า Slack คือมีฐานลูกค้าเดิมในหลักพันล้านบัญชี และมีเงินทุนสูง พร้อมแข่งขันด้านราคาอย่างเต็มที่

เราคงต้องรอดูต่อไปว่า Slack จะเข้าสู้ในสมรภูมิที่ยากขึ้นอย่างไร

หลายคนคงตื่นตาตื่นใจกับเรื่องราวของ Slack

แต่จริงๆ แล้ว มีหลายคนกล่าวว่า Slack แทบไม่ได้สร้างสิ่งประดิษฐ์อะไรใหม่ขึ้นมาเลย

ทุกฟีเจอร์เหล่านี้มีอยู่แล้วในตลาด แค่ Slack จับสิ่งต่างๆ มารวมกัน และนำเสนอให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

ถ้าตัวเรามองเห็นว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายต้องการใช้บริการอะไรบ้าง
แล้วทำตัวเป็นศูนย์กลางรวบรวมเชื่อมต่อสิ่งเหล่านั้นเข้าไว้ด้วยกัน
ก็อาจทำให้เราประสบความสำเร็จได้เหมือน Slack..
———————-
Facebook กำลังรวม Messenger, WhatsApp, และ Instagram เข้าด้วยกัน อ่านเรื่องนี้ได้ที่
https://www.blockdit.com/articles/5c502bc9584ac9494be5b266

ติดตามเรื่องหลากหลาย จากผู้เขียนเก่งๆ หลายท่าน ในแอป blockdit โหลดได้ที่ http://www.blockdit.com

สั่งซื้อหนังสือลงทุนแมน 9.0 ได้ที่
Lazada: https://www.lazada.co.th/products/90-i293980783-s493954943.html

Shopee: https://shopee.co.th/Longtunman-หนังสือ-ลงทุนแมน-9.0-i.116732911.1933827833
———————-

References
-https://en.wikipedia.org/wiki/Slack_(software)
-https://www.statista.com/statistics/652779/worldwide-slack-users-total-vs-paid/
-https://slackhq.com/slack-has-10-million-daily-active-users
-https://slack.com/pricing
-https://www.cnbc.com/2019/01/15/slack-prepares-to-go-public-with-plenty-of-cash-on-hand-report.html
-https://www.forbes.com/sites/greatspeculations/2018/05/25/breaking-down-slacks-valuation-an-interactive-analysis/#ea051647616a

Comments

comments