TESLA ฟองสบู่ หรือ ของจริง?

TESLA ฟองสบู่ หรือ ของจริง?

ยอดขายรถของ TESLA ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาคือ 22,026 คัน
บริษัทคู่แข่ง GM มียอดขาย 2,342,675 คัน และ Ford มียอดขาย 1,651,000 คัน
ยอดขาย TESLA เป็นเพียง 1 ใน 100 ของบริษัทคู่แข่ง แต่..

ตอนนี้ TESLA มีมูลค่าบริษัทใหญ่กว่า GM และ Ford และเป็นบริษัทรถที่ใหญ่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา

สิ่งที่เกิดเป็นฟองสบู่ หรือ ความจริง?

ถ้าจะให้ตอบ ก็คงเป็นเพราะนักลงทุนตอนนี้ไม่สนใจตัวเลขในอดีตที่เกิดขึ้น แต่มองไปในอนาคต

เมื่อวานมีการประกาศงบ TESLA โดย Elon Reeve Musk บอกว่า

ตอนนี้ TESLA มียอดจองรถรุ่น model 3 มากถึง 455,000 คัน ถึงแม้ว่าจะลดลงจาก 518,000 เพราะมีคนจองบางคนรอไม่ไหว เพราะถ้าจองไปกว่าจะได้รถก็อีกปีกว่า

ตอนนี้ TESLA ผลิตรถไม่ทันความต้องการ และกำลังเร่งขยายกำลังการผลิต

TESLA ตั้งเป้าว่าจะผลิตรถได้ 5,000 คันต่อสัปดาห์ ภายในสิ้นปี 2017 และเป็น 10,000 คันต่อสัปดาห์ในปี 2018 ถึงตอนนั้นกำลังการผลิตก็ยังน้อยกว่าบริษัท GM และ Ford อยู่ดี

แปลว่านักลงทุนมอง TESLA ไปไกลกว่านั้นมาก อาจจะมองไปไกลหลายๆปี ไม่ใช่แค่ปีนี้หรือปีหน้า

จากเดิมยอดขายรถของ TESLA เป็นแค่ 1% ของบริษัทคู่แข่ง แปลว่า TESLA ต้องเติบโตมากถึง 100 เท่าถึงจะเทียบเท่าบริษัทคู่แข่งได้

ดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ตลาดก็คาดหวังไปแล้วว่ายอดขายรถรุ่น model 3 ของ TESLA จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบก้าวกระโดดในช่วงเวลาอีกหลายปีข้างหน้า และ ณ จุดนั้น ยอดขายรถ TESLA จะแซง GM และ Ford

เรามาดูกันว่ายอดจองรถ Model 3 455,000 คัน คิดเป็นรายได้เท่าไรให้ TESLA

โดยเฉลี่ยแล้วรถรุ่น Model 3 ราคาจะอยู่ที่ 1,400,000 บาท

TESLA จะได้เงินมากถึง 640,000 ล้านบาท จากยอดจองที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ที่น่าสนใจคือ Elon Musk บอกว่าตอนนี้บริษัทมียอดจองใหม่เข้ามาเรื่อยๆ 1,800 คันต่อวัน (หรือคิดเป็น 2,500 ล้านบาทต่อวัน!)

ถ้าคิดเฉพาะยอดจองใหม่ TESLA จะทำยอดขายได้มากถึง 920,000 ล้านบาทต่อปี

แต่ที่น่าตกใจคือปีที่แล้วบริษัท GM มีรายได้ 5,600,0000 ล้านบาท

แปลว่าตลาดคาดหวังว่า TESLA จะมียอดจองใหม่เพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อีกอย่างน้อย 7 เท่า..

สรุปแล้วก็ไม่รู้ว่าตลาดคาดหวัง TESLA มากเกินไป หรือ มอง GM ในแง่ลบมากเกินไป หรือทั้ง 2 อย่าง

ถ้าคิดต่อเรื่องกำลังการผลิตของ TESLA..

ยอดจองใหม่ตอนนี้คือ 1,800 คันต่อวัน แปลว่า 1 สัปดาห์จะมียอดจองมากถึง 12,600 คัน

เรื่องนี้แปลว่า กำลังการผลิตที่ตั้งไว้ว่าปี 2018 บริษัทจะผลิตได้ 10,000 คันต่อสัปดาห์ ก็ไม่เพียงพอสำหรับยอดจองที่เข้ามาใหม่แล้ว นี่ยังไม่นับยอดจองเก่าที่ค้างไว้อยู่

พอเรื่องเป็นอย่างนี้ ราคาหุ้น TESLA หลังจากประกาศงบเมื่อวานก็พุ่งขึ้นไปอีก 6%

สรุปแล้ว..

การที่ผลิตสินค้าที่เป็นที่นิยม และยังไม่มีใครเลียนแบบได้ มันก็จะหาเงินง่ายแบบนี้นี่เอง..

Comments

comments



138 thoughts on “TESLA ฟองสบู่ หรือ ของจริง?”

    • เขาต้องหมุนเงินครับ เอาเงินที่ขายได้มาลงทุนสร้างขยายไปเรื่อยๆ ถ้าสร้างให้ใหญ่ตั้งแต่วันแรกไม่มีทุนมากพอ

    • แต่ถ้าใน 10 – 15 ปี ข้างหน้า มีเทคโนโลยีใหม่กว่าชาร์ตไฟฟ้า เวลานั่นคงเป็นจุดจบคล้ายโทรศัพท์แค่ใช้ปุ่มกดแบบโนเกียหรือโมโต เจอแบบ smart phone ตีตลาด ไม่กี่ปีก็จอด

  • เด๋วก็รู้ ไม่เกินห้าปีสิบปี..
    อดีต
    เคยใช้เครื่องจักรไอน้ำยังงัย
    รถใช้น้ำมันก็อย่างนั้นแหละ
    ไม่ช้าก็เร็ว

  • รวยแล้วสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับโลกใบนี้เยอะๆ นะ ELON เราเชื่อในตัวนาย อยากให้นายสร้างนิคมใน ดาวอังคารจริงๆ เลยพับผ่าสิ อยากเห็นคนไปอยู่ในดาวอังคารก่อน ตายจะได้เห็นไหมน่า

  • พวกบริษัทที่หากินกับเทคโนโลยีเก่าๆจะต้องตายเรียบ อุตสาหกรรมรถยนต์นี่ไม่เคยพัฒนาไปไหนเลย อย่างมากแค่เปลี่ยนโฉมเพิ่มออพชั่นมาหากิน พอเจอเทสล่าก็ไม่ต่างกับเจอซึนามิ

    • ผมไม่คิดแบบนั้นนะ
      เทคโนโลยี เดี๋ยวนี้ไปไวมาก
      ถ้ารถไฟฟ้าติดตลาดขึ้นมาจริงๆ คิดว่าค่ายอื่นจะไม่โดดลงมาร่วมหรอ?

      GM ford ทางยุ่นก็พวกโตโยต้า ฮอนด้า ซึ่งค่ายพวกนี้ก็มีเทคโนโลยีไฟฟ้าอยู่แล้ว
      อีกอย่างค่ายรถพวกนี้มีกำลังผลิตสูงกว่า tesla เยอะ
      ระยะยาวผมว่า tesla น่าจะเสียเปรียบค่ายใหญ่

    • Prince Biggy รถไฟฟ้าไม่ได้มีแค่มอเตอร์ไฟฟ้าครับ ยังมีแหล่งที่มาของไฟฟ้า การจัดเก็บ การหมุนเวียนไฟฟ้า และโปรแกรมควบคุม tesla มีความได้เปรียบครับ

    • ผมกลับมองว่า เลียนแบบสินค้าเทคโนโลยีนั้นง่ายมาก เหมือนสมาร์ทโฟน ไอโฟนก็ได้เปรียบอยุ่ไม่นาน led tv ก็ถูกลงอย่างรวดเร็ว การจะเพิ่มกำลังผลิตใด้ เทสล่าต้องตั้งโรงงานในต่างประเทศ และถ้า tesla ตั้งโรงงานในจีนล่ะก็….
      คิดว่าทุเรียนนน ก๊อปปี้ยากกว่าเยอะครับ

    • แล้วรถยนต์ที่วิ่งในบ้านเราเป็นล้านๆคันอยู่ตอนนี้. จะถูกกำจัดไปยังไงอะคะ. ขยะไม่ล้นโลกละหรือ

  • น่าจะมีนักลงทุน เข้าไปคุยกับทางบริษัทเขา ขอแบ่งยอดผลิตรถมาผลิตในไลส์ผลิตบ้านเรา เพราะตอนนี้แรงงานมีเหลือ จากความต้องการภายในประเทศที่ลดลง ซัพพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในเมืองไทย ก็น่าจะผลิตพาร์ทต่างๆได้ จากยอดขาย กับยอดกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ

  • ราคาตกคันละล้านกว่า ยังไม่ได้บวกภาษีตอนเข้าไทย .. ถามตัวเองเบาๆว่าฉันซื้อไหวไหมนะ

  • GM มีรถตั้งกี่โมเดล ต้นทุนหลายด้านมากกว่าTESLAมาก ฟองสบู่อาจไม่แตกแค่ยุบตัว แต่ที่แน่ๆทำขายไม่กี่โมเดลแบบนี้ต้นทุนตำกว่าคู่แข่งมาก

  • กว่า model 3 จะส่งมอบก็กลายเป็นล้าสมัยไปแล้ว Mercedes มี EV ออกมาแข่ง ซึ่งรถของแบรนด์นี้คุณภาพสูงมากครับ ไม่ง่ายสำหรับ Tesla

  • ถ้าติดตามรายการ Formula E จะรู้ว่าผู้ผลิตรายอื่นก็มีเทคโนโลยีที่ล้ำไม่แพ้ Tesla ถ้าเอามาทำในระดับ Production เมื่อไหร่ Tesla ก็จบ

    • Kittisak Submuangthong พูดแบบนี้เคยดูมั้ยครับ แล้วรู้มั้ยครับว่ารถที่เร็วที่สุดในโลกที่ผลิตขายจริง ทำเวลาเร็วที่สุดที่ในสนาม Nurburgring รุ่น Production คือรถยี่ห้อ Nio โดยใช้พลังไฟฟ้า และเป็นรถ Autonomous ที่เร็วที่สุดในโลกด้วย ก็เอาเทคโนโลยีมาจาก Formula E

    • นอกจากนี้พวก Audi VW Renault BMW ฯลฯ ก็พัฒนากันมาหลายปีแล้ว ยิ่งลงแข่งยิ่งพัฒนาไวมาก นี่ 3 ปีพัฒนาก้าวกระโดดมาก

    • มันจะ mass เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมครับ ผลิตมาขายตอนนี้ Infrastructure ยังไม่พร้อมในระดับ mass เลย …เอามาทำไม?

    • ถ้าจะเปรียบ Tesla คงเหมือน iphone เมื่อสิบปีก่อนที่เพิ่งเข้าตลาดโดยมี Nokia และ Moto เป็นเจ้าตลาดสมัยนั้น โดย 2 ค่ายนั้นคิดว่า smart phone เป็นอะไรที่คนส่วนใหญ่ยังไม่พร้อม กว่าจะหันมาเริ่มทำก็ไม่ทันแล้ว

    • Sorawis Chatunart Tesla ก็คิดอย่างนั้นแหละค่ะ ช่วงต้นเลยผลิตรุ่นที่เป็นสปอร์ตมาก่อน เพื่อสร้างชื่อและระดมเงินมาต่อยอดรุ่นที่แมสขึ้น เพราะธงคือเปลี่ยนโลก มันจึงต้องแมส การแมสได้นอกจากคุณภาพรถก็ต้องแก้เรื่องการชาร์จและแบตเตอรี่ด้วยเพื่อทำให้สะดวกพอจะเปลี่ยนพฤติกรรมคน เค้าก็ทำมาครบทั้งลูปนะ คือไม่ได้โฟกัสแค่รถแต่เล่นเกมผลักดันทั้งนโยบายประเทศเลย

    • Luksupa Promdontree ใช่ครับ ผมถึงบอกว่า Tesla จะจบ ไม่ Dominate ตลาดอย่างที่คนทั่วไปคิด คือคนมองว่าถ้า EV มา Tesla จะมาวิน แต่จริงๆ แล้ว Tesla เป็นแค่ผู้เล่นหนึ่ง Elon Musk เองก็วางแผนแบบนั้นมาตั้งแต่ต้น เมื่อทุกอย่างพร้อมทุกเจ้าก็พร้อมที่จะ Mass production กัน

    • Sorawis Chatunart ถ้าเก่งมากๆก็นำแนว iPhone แต่น่าสนใจตรงตอนที่มันกลายเป็นแมส มีคนใช้เยอะพอ อาจจะได้ส่วนแบ่งใหญ่จากค่ายอื่นด้านซุปเปอร์แบตเตอรี่ที่กำลังพัฒนา และสถานีชาร์จกลางอะไรงี้ต่อ

    • แต่ตอนนี้ทุกเจ้าก็ไม่มีใครตาม tesla ทันในเรื่องของแบตเตอรี่ ก็แค่นั้นเอง ที่หลายเจ้ายังทำไม่ได้ในระดับ mass ตามที่ความคิดเห็นข้างต้นได้กล่าวไว้แล้ว

    • รถไฮบริดเยอรมันยังแก้ปัญหาซ่อมไม่ค่อยจะสมบูรณ์เลยครับ ในปัจจุบัน มันคือสิ่งที่ต่างจากรถต้นแบบตรงจุดนี้ครับ

    • หลายคนถามว่า เจ้าเก่าอย่าง gm ford benz bmw Toyota Honda เค้าทำรถไฟฟ้าไม่เป็นเหรอ

      คำตอบคือ ทำเป็นครับ ทำอยู่ บางคนคือทำขายก่อนแล้ว ตัดหน้า Model3 ด้วย เช่น volt

      แต่สิ่งที่ทุกคนไม่มี คือ ความฉลาด ความคูล และความมุ่งมั่นแบบ Elon ซึ่งเปรียบเสมือน Steve Job ของ apple

      หุ้นที่พุ่งไปมากมาย ชนะ ford gm เพราะ ตลาดเชื่อมั่นว่า Elon จะนำ Tesla ชนะคู่แข่งอย่าง GM /Ford ได้นั่นเอง

      ก็น่าเชื่อครับ เพราะ Tesla สร้างจาก 0 มาจนชนะ GM Ford ขาดลอยในตลาดที่มีเติบโตสูงมาก ก็น่าเชื่อว่านับจากนี้ Tesla น่าจะนำห่างออกไปเรื่อยๆ

      GM Ford เองมีเรื่องของ Legacy คือ คนงาน และเครื่องจักรเดิม ที่จะหมดค่า ล้าสมัย แต่เค้าจะต้องประคองไว้ให้เสียหายน้อยที่สุดอีกด้วย และยังมีเรื่อง dealership ที่จะเป็นปัญหาใหญ่อีกนาน

      หลายคนอาจจะเห็นว่า technology เรื่องเล็ก รถไฟฟ้าง่าย ค่ายใหญ่คงทำได้เร็วๆนี้ จริงครับ ทำได้ แต่มองตื้นไปนะครับ

      ทุกอย่างอยู่ที่ต้นทุนครับ คิดให้ละเอียด Tesla จะมีต้นทุนที่ชนะขาดทุกๆเจ้า เพราะ

      1. Elon ไม่ต้องโชว์กำไรเลย อีก 10ปีก็ยังได้. แต่ Gm Ford ไม่ได้นะครับ แค่กำไรลดก็ปลดคนงานทันทีเลย

      2. ต้นทุนแบตเตอรี่ Tesla ทุ่มเทอย่างมากเพื่อ strategic asset นี้ (คล้ายๆกับที่ Samsung เป็นเจ้าLCD ถูกที่สุดในโลก ตอนที่ตลาดเปลี่ยนมาสู่จอ LCD ในขณะที่Sony ไม่ยอมปิดโรงงาน Crtนั่นเอง ผลก็เป็นอย่างที่ทราบกันดี)

      3. บุคคลากรที่เก่งที่สุด ถามตัวเองว่า ถ้าคุณเจ๋งที่สุดในโลกด้านEV คุณจะไปทำงานที่ไหน Tesla GM Ford Toyota?

      ใช่ครับ คำตอบคือ Tesla แน่นอน ผลตอบแทนเป็นoptions มูลค่ามหาศาล แต่ถูกมากสำหรับตัวบริษัท

    • เรื่องนึงที่ค่อนข้างจริงเสมอ คือ ตลาดหุ้น มักไม่โง่ครับ มันมีความเป็น collective knowledge อยู่พอสมควร อาจมี emotional บ้างแต่ยากมากที่เราจะเก่งกว่าตลาด

      ผมมองว่า การที่ตลาดหุ้นให้ค่า Tesla มากกว่า GM Ford ก็มีเหตุผลลึกซึ้ง และมีความจริงอยู่มากครับ

    • Sorawis Chatunart เราไม่มองว่าแมสแล้วจะจบนะ เราว่า tesla จะกินยาวจาก unit อื่นที่พัฒนามารองรับความแมสนี้แทน รถอาจเป็นผู้นำแต่มีคู่แข่ง ยิ่งแข่งยิ่งดีเพราะมันเปลี่ยนพฤติกรรมคนทำให้กลุ่มลูกค้ามันขยายอีกหลายเท่าตัว แต่พวกแบตเตอรี่ สถานีชาร์จไฟต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีเฉพาะบางอย่าง อาจจะตัดออกมาสร้างมูลค่าได้โดยบ.อื่นเองซื้อไปใช้ แบบแนวทางของ amazon น่ะค่ะ ส่วนของ solar city คงโตขึ้นอีกมหาศาลจากความแมสนี้ สุดท้าย Tesla win อยู่ดี Elon คงให้น้ำหนักเรื่องนี้มากแหละ ถึงได้ควบรวมแล้ว delisted หุ้น solarcity ออกจากตลาด

    • ตลาดหุ้นไม่โง่ แล้วฟองสบู่ดอทคอมคืออะไรครับ

      ถ้าจะให้ถูกคือ ตลาดหุ้นในระยะยาวครับ ในระยะสั้น ก็มีเรื่องโง่ๆเกิดขึ้นเต็มไปหมด

    • อย่างที่บอก มีEmotional บ้างครับ 55

      แต่ที่จริง เข้าเงื่อนไขข้อแรกนะครับ Collective Knowledge มันเห็นว่าดีๆๆ
      บวกกับอารมณ์ เลยโง่ทั้งฝูงครับ

      อย่างไรก็ตาม เราชนะตลาดยากมากอยู่ดีครับ

    • มันก็แล้วแต่มุมมองความเห็นและข้อมูลที่แต่ละคนมี พูดถึงเรื่องหุ้น tsla ก็มีเซียนที่ทั้งอยู่ฝั่ง long และ short ทั้งคู่

  • เทสล่าขายใด้มาก ก็ไม่ใช้ว่า GM จะขายใด้ลดลงในสัดส่วนเดียวกัน เพราะ อย่างไรเสีย ทั้ง GM Ford ก็มีเงินทุนมหาศาล และสายงายผลิตที่พร้อมกว่าอยุ่แล้ว สินค้าเทคโนโลยี ก๊อปปี้ใด้เร็วมาก เทสล่าจะกล้าตั้งโรงงานในต่างประเทศหรือไม่
    เทสล่าเองมีเป้าหมายผลิตในปริมาณมาก หรือต้องการผลิตน้อยเกรดพรีเมี่ยม
    ยกตัวอย่่างโทรศัพท์ ไม่กี่ปีก็สารพัดยี่ห้อที่เท่าทันกันหมด
    เทคโนโลยีเทสล่า อาจถูกจำกัดปริมาณเหมือนไอโฟน เข้ากับเจ้าอื่นไม่ใด้
    ถ้า GM Fort รถจีน ใช้แอนดรอยล่ะ หรือ เข้าศูนย์เข้าอู่ใหนก็ใด้ ดาวโหลด อัพเกรด เพิ่มใด้ง่าย แปลงอะไหล่แทนกันใด้ล่ะ เทสล่าจะอยุ่กับใคร

  • เคยอ่านข่าวว่ากำลังจะมาเปิดโรงงานผลิตในไทย
    ส่วนตัวผมคิดว่าธุรกิจมีพื้นฐานดี โดดเด่น ไปได้อีกนาน แต่ราคาหุ้นน่าจะแพงเกินความจริงไปไกลแล้วครับ

  • ขอถามเพิ่มค่ะ tesla ควบรวม solar city ไปแล้ว ตอนนี้หุ้นยังอยู่ในตลาดมั้ยคะ รึถ้าซื้อต้องผ่าน tesla เท่านั้น เรามองว่าราคา Tesla ไม่ได้ขึ้นมาเพราะแค่ยอดรถนะ แต่มันเป็นความสมบูรณ์ของ ecosystem ทาง green energy ด้วย รายได้และมูลค่าของบ.ลูกเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของบ. Tesla เป็นทั้งผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่สุดของ USA เอง มีบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นผู้นำในตลาดโลกเอง ยังไม่รวมส่วนที่น่าสนใจสุดสำหรับเราคือ ซุปเปอร์แบตเตอรี่ ที่หากทำสำเร็จจะปฏิรูปวงการไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งโลก ซึ่งการเก็งกำไรเรื่องนี้มันมาแล้วลองไปเช็กจากการขึ้นของราคาพวกแร่ที่ใช้ทำแบตดูได้ ดังนั้นภาพรวมการประเมินมูลค่าบ.Tesla จึงไม่ใช่แค่ยอดขายรถแน่นอน เหมือน amazon นั่นล่ะ ที่มูลค่าที่แท้าจริงไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่มันมี unit อื่นที่มีมูลค่ามหาศาลประกอบด้วย โดยเฉพาะ AWS

    • เรามองว่า Tessa ต้องการให้ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าแมส เพราะมันสอดคล้องกับธงจริงของ Elon ที่ต้องการรักษาโลกและดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ แมสไปเลยตราบใดที่เค้ามั่นใจว่าเค้าจะเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ แล้วจะกินยาวจาก unit อื่นที่พัฒนามารองรับความแมสนี้แทน รถอาจเป็นผู้นำแต่มีคู่แข่ง ยิ่งแข่งยิ่งดีเพราะมันเปลี่ยนพฤติกรรมคนทำให้กลุ่มลูกค้ามันขยายอีกหลายเท่าตัว แต่พวกแบตเตอรี่ สถานีชาร์จไฟต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีเฉพาะบางอย่าง อาจจะตัดออกมาสร้างมูลค่าได้โดยบ.อื่นเองซื้อไปใช้ แบบแนวทางของ amazon น่ะค่ะ ส่วนของ solar city คงโตขึ้นอีกมหาศาลจากความแมสนี้ สุดท้าย Tesla win อยู่ดี Elon คงให้น้ำหนักเรื่องนี้มากแหละ ถึงได้ควบรวมแล้ว delisted หุ้น solarcity ออกจากตลาด สรุปคือในมุมมองห่างๆของเรา best case scenario การโตอาจเป็นแนว Apple + amazon

    • ครับผม ประเด็นหลักของอุตสาหกรรมนี้คือ แบตเตอรี่ครับ ไม่มีใครบ้าพลังในเรื่องแบตเตอรี่เท่า Tesla ซึ่งทำให้เกิด economy of scale หรือ mass อย่างที่คุณ Luksupa Promdontree กล่าวครับ

    • ลงทุนแมน วันหลังคุณลทุนแมนเขียนเรื่องนี้บ้างสิคะ ชอบวิธีเล่าเรื่องของเพจนี้มากเลย ตามอ่านทุกโพสต์เลยค่ะ ☺️

    • ลงทุนแมน ตอนนี้อ่านแล้วค่ะ ชอบมาก รออ่านส่วนขยายนะคะ จริงๆอยากรู้แนวคิดตอนเลือกบริษัทนอกตลาดมานำเสนอน่ะค่ะ ว่าเลือกแต่บริษัทยังไง ชอบมากเลยทั้งสบู่เบเนต น้ำเต้าหู้ ยาอมตะขาบ 5 ตัว

    • Stoppie Pumipat ไม่ได้เขียนค่ะ ปกติก็ตามอ่านของชาวบ้านนี่ล่ะค่ะ แต่ถ้าชอบแนวนี้เราแนะนำ Ahead Asia อีกเพจ ลองตามดูนะคะ เราชอบพอๆกับคุณลงทุนแมนเลย แต่จะเน้นทางสายพวก tech กับ innovation มากกว่าค่ะ

  • ผมว่าฟองสบู่อ่ะ ตอนนี้ เจ้าใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าไปแข่งด้วย ซึ่งผมว่า ถ้าความนิยมเพิ่มขึ้นกว่านี้ เค้าเข้าไปแน่ ยังมองไม่เห็นเลยว่า เทสล่ามีอะไรดีกว่าเจ้าใหญ่รายอื่น นี่ยังไม่รวมพวกรถยนต์ไฟฟ้าจากฝั่งจีนที่เค้าขี่มาจนยางล้อสึกแล้วนะ

  • จากที่เคยอ่าน Tesla ที่โตได้รวดเร็วขนาดนี้ เพราะคิดว่ามาจาก outstanding&beyond product (ที่หลายค่ายยังไม่สามารถผลิตและทำตลาดได้จริง เช่น Tesla model 3 ที่มี touchscreen function all in one, auto pilot) + affordable price สำหรับผู้บริโภค
    ซึ่งต่างจาก GM และอีกหลายค่ายรถยนต์ ที่ราคาใกล้เคียงกัน แต่ยังผลิต/design/ technology ในรูปแบบไม่แตกต่างจากเดิมมาก เมื่อเทียบกับ Tesla อะคะ #คหสต

    อยากไปซื้อหุ้น tesla บ้างจังนะคะ ☺️

  • ผมว่า ถ้านับไปอีก2-3ปี tesla อาจจะเพิ่มการผลืตได้ตามเป้า ถึงเวลานั้น ค่ายอื่นอาจจะออกรถ รุ่นที่ไม่ใช้น้ำมัน ถึงตอนนั้น จะเกิดอะไรขึ้น …….!! ค่ายอื่นๆคงไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่เลย

  • ความทนทาน การซ่อมบำรุง มีทิศทางไปทางไหนครับเนี่ย ผมสงสัยคนซื้อจัง
    อาจเป็นไปได้ว่าใช้ครบอายุก็ทิ้ง/เปลี่ยนไปเลย หรือเปล่า ไม่ต้องมี service อะไรทั้งนั้น เหมือนเช่าใช้

  • GM เองก็คงไม่ได้อยู่นิ่ง เทคโนโลยีเด๋วนี้ตามกันน่าจะพอทัน.. ถ้าGM มาเดินหน้าเต็มกำลัง tesla ก็คงมีเสี่ยวๆ

  • หุ้นนี้เหม่าะแก่การเก็งกำไร TSLA ถือยาวไร้ปันผลแถมผันผวน ถ้าจะให้ตอบว่า ของจริง หรือ ฟองสบู่ ขอตอบว่าของจริง สิ้นปีนี้โรงงาน Tesla ที่จีนต้องเปิดให้ได้ไม่งั้นส่งผลยอดการผลิตทันที ✌️✌️✌️

    • หลังจากเปิดโรงงานที่จีน รถไฟฟ้าจะถูกลง ใช้งานใด้ และมีหลากหลายผุ้ผลิต และแบรนสินค้า

  • แต่ท่าจะมีการปรับเปรี่ยนสายการผลิตรให้รองรับละก็ ง่ายนิดเดียว สงสัย ต้องรออะไรอยู่แน่ๆ ถึงไม่รีบร้อน และดูเงียบผิดสังเกตุ

  • เดี๋ยวค่ายญี่ปุ่น เกาหลี อื่นๆ ก็ทยอยออกรถ EV ราคาไมาแพงมาแข่งกับ Tessa ถึงตอนนั้นคนก็มีทางเลือกเยอะแยะ คนอาจจะถอนจองกันเยอะมาก ถึงเวลานั้น หุ้นคงดิ่งเหว

  • นิสสัน ก็กำลังจะออก รถไฟฟ้าแต่มีเติมน้ำมันเอาไว้ปั่นไฟ ลุ้นไฟหมดกลางทางน้อยกว่าต้นแบบในตลาดนิดนึง

  • คิดว่าหุ้นเทสล่า
    คงไม่ตกใน2ปี
    คนลงไว้
    ก็ได้ถอนทุนแล้วนิ

    ส่วนอนาคต กิจการรถยนต์
    จะเป็นไง
    แน่นอนอยู่แล้ว เจ้าเดิม
    ที่มีสาวก สวามิภักดิ์
    แทบเอาทองคำเปลวปิด
    เขาก็ต้อง ใช้แบรนด์เขา

    รถยนต์ก็เหมือน สินค้าฟุ่มเฟือยอื่นๆ
    อยู่ที่ ภาคภูมิ.ใจ จะขายได้

    ทำไม บ.รถ
    ไม่ผลีผลาม ทำรถไฟฟ้า

    ก็เหมือนโกดัก
    ไม่ผลิตกล้องดิจิทัล
    ทั้งที่ เป็นคนคิดได้ เจ้าแรก

    มหากาพย์ ยังอีกยาว

  • แอด ตีความแบบนั้น อาจจะไม่ถูกเท่าไหร่นะครับ

    ตลาดมองว่า Gm ford จะเสียแชร์และกำไรหดไปเรื่อยๆด้วย

    คือตลาดมองว่า ในระยะยาว Tesla จะมาแทนที่ GM Ford มากกว่าครับ

    อีกอย่างคือ ธุรกิจเก่าที่ลงทุนไปมากมายของ GM Ford น่าจะเสียหาย ส่งผลลบรุนแรง ในอนาคตอันใกล้นี้แล้วด้วยครับ. แค่ค่าเสื่อมก็บานตะไทแล้ว

  • หลายคนถามว่า เจ้าเก่าอย่าง gm ford benz bmw Toyota Honda เค้าทำรถไฟฟ้าไม่เป็นเหรอ

    คำตอบคือ ทำเป็นครับ ทำอยู่ บางคนคือทำขายก่อนแล้ว ตัดหน้า Model3 ด้วย เช่น volt

    แต่สิ่งที่ทุกคนไม่มี คือ ความฉลาด ความคูล และความมุ่งมั่นแบบ Elon ซึ่งเปรียบเสมือน Steve Job ของ apple

    หุ้นที่พุ่งไปมากมาย ชนะ ford gm เพราะ ตลาดเชื่อมั่นว่า Elon จะนำ Tesla ชนะคู่แข่งอย่าง GM /Ford ได้นั่นเอง

    ก็น่าเชื่อครับ เพราะ Tesla สร้างจาก 0 มาจนชนะ GM Ford ขาดลอยในตลาดที่มีเติบโตสูงมาก ก็น่าเชื่อว่านับจากนี้ Tesla น่าจะนำห่างออกไปเรื่อยๆ

    GM Ford เองมีเรื่องของ Legacy คือ คนงาน และเครื่องจักรเดิม ที่จะหมดค่า ล้าสมัย แต่เค้าจะต้องประคองไว้ให้เสียหายน้อยที่สุดอีกด้วย และยังมีเรื่อง dealership ที่จะเป็นปัญหาใหญ่อีกนาน

  • ผมติดตามเฟสลงทุนแมนตลอด เทสล่าจะฟองสบู่คงเกิดขึ้นยาก มันจะผลิตขายไม่ทันมากกว่ายังงัยก็ตามพลังงานสะอาดอนาคตยังคงสดใส ถามในใจทุกคนเถอะอยากได้รถไฟฟ้าดีสักคันมาใช้มั้ยในราคาพอๆกับเก๋งซีดานทั่วไปหรือในราคาหกเจ็ดแสนบาท ถ้าคุนผมยังอยากได้ หุ้นรถไฟฟ้าคงจะตกยาก

    • The End of life of vehicle battery is when the battery has lower than 80% efficiency but it does not mean they have to throw away to the landfill or recycle it immediately. Tesla will rebuilt and resale as a powerwall then 5 years after it’s time to go to the landfill. Actually most of the battery components are recyclable, approx. 80% but in the reality the recycle cost is crazy high compared to produce a brand new one and the recycle processes demand a huge of energy, which is not green anymore. So green or marketing? i cannot say it but all i can say is “the more green images the more commercial success”

  • ผมเองกำลังเรียนเกี่ยวกับด้านนี้โดยตรง และมีความคิดที่เห็นต่างจาก Elon Musk พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเทคนิคและ Infrastructure ที่ต้องตามมาเพื่อตอบรับกับตลาดรถ BEV ในอนาคต เรียนไปยิ่งได้คำตอบว่ายากมากและมีทางเป็นได้ต่ำมากที่รถ BEV จะมาแทนตลาดเดิมได้ ต้นทุนวัถุดิบของรถ BEV ต่อให้มี Volume แล้วก็ยังแพงมากเพราะเทคโนโลยีของรถ BEV ยังเพิ่งจะเรียกว่า Take off ยังจะมี Major change อีกเยอะ และยิ่งได้ทราบเหตุผลที่ TOYOTA ขายหุ้นทิ้งยิ่งคิดต่างมากกว่าเดิม แต่รัฐบาลหลายๆประเทศเริ่มประกาศจะไม่ให้รถใหม่เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันอย่างเดียวภายในสิบยี่สิบปีที่จะถึงนี้เลยเข้าใจว่าเกมส์นี้อีกยาว และที่สำคัญคือเทคโนโลยีก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บางที BEV แบบที่ TESLA ทำอยู่อาจจะไม่ใช่คำตอบ มูลค่าของบริษัทในวันนี้อาจจะสะท้อนมูลค่าอนาคตแต่อนาคตคือสิ่งที่ไม่แน่นอนเลย ก็ต้องดูต่อไปว่าผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อเดิมจะสู้ด้วยวิธีไหน และ Elon Musk จะฝ่าข้อจำกัดของรถ BEV นี้ด้วยวิธีใด เพราะสิ่งที่ Elon Musk มีแต่คนอื่นไม่มีคือการหาวิธีฝ่าอุปสรรค์โหดๆจนไปชนกับเป้าหมาย
    ปล.ตามบริษัทนี้มานานตั้งแต่เอาตัวถัง Lotus elise มาใส่ motor และแบต เพื่อให้เป็น Model S ยังแอบคิดเลยว่าบริษัทนี้จะใหวเหรอ แต่ตอนนี้มาโคตรจะไกล นับถือและรอดูอยู่ครับ

  • ยังจำ Nokia กับ iPhone อารมณ์เดียวกัน จะคุยยอดขายคงจะไม่ได้ตอนยกที่หนึ่ง เพราะลักษณะการผลิตสินค้าคล้ายคลึงกัน teslaจะผลิต แค่นี้น้อยรุ่นให้ใช้อุปกรณ์ตัวเดียวกันให้มากที่สุดนั้นหมายความว่าต้นทุนจะต่ำมากถ้าเทียบกับค่าย GM ผมมีความเชื่อว่า Elon คืนบุคคลที่จะเปลี่ยนโลก เช่นเดียวกับ thomas Edison

  • ผมว่าผู้ถือหุ้นหลาย ๆ คนคาดหวังกับเทคโนโลยีด้านยานอวกาศมากกว่า น่าจะเป็นเอกชนรายเดียวที่เข้าใกล้โครงการอวกาศที่สุดแล้ว เพราะนาซ่าเป็นของรัฐบาลประชาชนร่วมลงทุนไม่ได้ ถ้าทำสำเร็จจริง จะเป็นบริษัทที่มีมูลค่าอันดับ 1 ของโลกเพราะทรัพยากรนอกโลกนั้นมีมูลค่ามหาศาล