ใครจดทะเบียนสิทธิบัตร เยอะที่สุดในโลก?

ใครจดทะเบียนสิทธิบัตร เยอะที่สุดในโลก?

ใครจดทะเบียนสิทธิบัตร เยอะที่สุดในโลก? / โดย ลงทุนแมน

เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่มีการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ในทุกวัน โลกจะมีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

เวลาที่ใครคิดค้นอะไรขึ้นมาได้ ก็มักจะทำการจดทะเบียนสิทธิบัตร
เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ความเป็นเจ้าของผลงาน ไม่ให้ใครสามารถลอกเลียนแบบได้

แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ผู้ที่จดทะเบียนสิทธิบัตร จำนวนเยอะที่สุดในโลก คือใคร

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

“สิทธิบัตร” คือ สิ่งที่มีไว้เพื่อคุ้มครอง งานประดิษฐ์ งานออกแบบผลิตภัณฑ์หรืองานวิจัยต่างๆ ที่จะต้องมีประโยชน์เชิงพาณิชย์และผลิตได้ในระบบอุตสาหกรรม

ซึ่งจะต่างจาก “ลิขสิทธิ์” ที่มีไว้เพื่อคุ้มครองงานสร้างสรรค์เชิงศิลปะ

หากเราคิดค้นสิ่งประดิษฐ์หรือสูตรคำนวณ ขึ้นมา เราต้องไปขอจดทะเบียนสิทธิบัตร
หากเราแต่งเพลงหรือวรรณกรรม ขึ้นมา เราต้องไปขอจดทะเบียนลิขสิทธิ์

โดยผู้ที่จดสิทธิบัตรก่อน ก็จะได้รับสิทธิ์ความคุ้มครอง ในการนำผลงานไปใช้ทำกิจกรรมต่างๆ และผู้อื่นไม่สามารถมาขอจดซ้ำได้ ในช่วงอายุของสิทธิบัตร

อย่างไรก็ตาม สิทธิ์นั้น จะมีขอบเขตอยู่แค่ในประเทศ ไม่ได้ครอบคลุมไปทั่วโลก ดังนั้น หากเราต้องการนำผลงานไปทำตลาดที่อื่น ก็ควรดำเนินการจดทะเบียนสิทธิบัตรในประเทศนั้นๆ ด้วย

ทั้งนี้ การจดทะเบียนสิทธิบัตร ย่อมเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสร้างความสำเร็จในระยะยาว เพราะการคิดค้นอะไรใหม่ๆ อาจนำไปสู่การพัฒนาสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งไม่มีใครลอกเลียนแบบได้

แล้วใครเป็นผู้ที่จดทะเบียนสิทธิบัตร จำนวนเยอะที่สุดในโลก?

ในปี 2017 ทั่วโลกมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรทั้งหมด 3.17 ล้านฉบับ ซึ่งด้านที่สูงที่สุด คือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ จำนวน 1.98 แสนฉบับ

โดย “ประเทศ” ที่ดำเนินการจดทะเบียนมากที่สุด ได้แก่

อันดับ 1 จีน
มูลค่า GDP 390 ล้านล้านบาท
มีการจดทะเบียนสิทธิบัตร 1.38 ล้านฉบับ

อันดับ 2 สหรัฐอเมริกา
มูลค่า GDP 620 ล้านล้านบาท
มีการจดทะเบียนสิทธิบัตร 6.07 แสนฉบับ

อันดับ 3 ญี่ปุ่น
มูลค่า GDP 150 ล้านล้านบาท
มีการจดทะเบียนสิทธิบัตร 3.18 แสนฉบับ

อันดับ 4 เกาหลีใต้
มูลค่า GDP 49 ล้านล้านบาท
มีการจดทะเบียนสิทธิบัตร 2.05 แสนฉบับ

จะเห็นได้ว่า ประเทศ 4 อันดับแรก มีสัดส่วนสูงถึง 79% ของการจดทะเบียนสิทธิบัตรทั้งหมด และถ้านับจีนเพียงประเทศเดียว จะมีสัดส่วนสูงถึง 44%

ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลจีน มีนโยบาย Made in China 2025 ที่ให้ความสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการปกป้องข้อมูลภายในประเทศ ทำให้การจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และข้อมูลดิจิทัล มีเพิ่มมากขึ้น

ส่วนประเทศไทย ในปี 2017 มีการจดทะเบียนสิทธิบัตรทั้งสิ้น 7,865 ฉบับ อยู่ในอันดับที่ 40 ของโลก

เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน

ประเทศที่อันดับสูงกว่าเรา คือ สิงคโปร์ (อันดับ 25), อินโดนีเซีย (อันดับ 35) และ มาเลเซีย (อันดับ 38)
ประเทศที่อันดับต่ำกว่าเรา คือ เวียดนาม (อันดับ 51) และ ฟิลิปปินส์ (อันดับ 55)

เมื่อมองในกรอบที่เล็กลงมา ในปี 2017 “บริษัท” ที่จดทะเบียนสิทธิบัตรมากที่สุด ได้แก่

อันดับ 1 IBM (International Business Machines Corporation)
ผู้ผลิตและให้บริการด้านคอมพิวเตอร์ รายใหญ่ของโลก

มีการจดทะเบียนสิทธิบัตร 9,100 ฉบับ
โดยบริษัทมีรายได้ 2.5 ล้านล้านบาท กำไร 1.8 แสนล้านบาท
และมีค่าใช้จ่ายวิจัยพัฒนา อยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท คิดเป็น 7% ของรายได้

อันดับ 2 Samsung
ผู้ประกอบกิจการหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องใช้ในบ้านและสำนักงานต่างๆ

มีการจดทะเบียนสิทธิบัตร 5,850 ฉบับ
โดยบริษัทมีรายได้ 6.7 ล้านล้านบาท กำไร 1.2 ล้านล้านบาท
และมีค่าใช้จ่ายวิจัยพัฒนา อยู่ที่ 4.6 แสนล้านบาท คิดเป็น 7% ของรายได้

อันดับ 3 Canon
ผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับภาพ เช่น กล้องถ่ายรูป เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์

มีการจดทะเบียนสิทธิบัตร 3,056 ฉบับ
โดยบริษัทมีรายได้ 1.2 ล้านล้านบาท กำไร 7 หมื่นล้านบาท
และมีค่าใช้จ่ายวิจัยพัฒนา อยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 8% ของรายได้

ส่วนบริษัทชื่อดังอื่นๆ ที่เราคุ้นหูกัน ก็มีการจดทะเบียนอยู่ในลำดับต้นๆ เช่น อันดับ 7 Microsoft, อันดับ 9 Apple, อันดับ 11 Google, อันดับ 12 Amazon, อันดับ 16 Huawei

และถ้ามองในกรอบที่เล็กลงอีก ในระดับ “บุคคล”

ยามาซากิ ชุนเป ชาวญี่ปุ่น ปัจจุบันอายุ 77 ปี เป็นผู้ที่ถือครองสิทธิบัตรมากที่สุดในโลก ถึง 11,353 ฉบับ โดยเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้าน วิทยาการคอมพิวเตอร์และฟิสิกส์

เรื่องราวนี้ ได้แสดงให้เห็นว่า

ประเทศมหาอำนาจหรือบริษัทใหญ่ๆ ที่ประสบความสำเร็จ ล้วนมีเบื้องหลังมาจากการลงทุนในด้านการวิจัยพัฒนาในระดับสูงทั้งสิ้น ซึ่งมันสะท้อนได้จากจำนวนสิทธิบัตร

เพราะการคิดค้นสิ่งใหม่ขึ้นมาได้ก่อนใคร หรือเป็นเพียงผู้เดียว ทำให้ประเทศหรือบริษัทเรา มีความได้เปรียบ และมีโอกาสสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้าได้

ซึ่งใครที่เดินช้าไปแม้แต่ก้าวเดียว บนโลกที่หมุนเร็ว อาจทำให้เพลี่ยงพล้ำได้

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ประเทศไทยมีขนาด GDP ใหญ่เป็นอันดับที่ 26 ของโลก แต่มีการจดสิทธิบัตรเป็นอันดับที่ 40 ของโลก
ก็น่าติดตามว่าประเทศของเราในอนาคตจะก้าวทันคนอื่นได้หรือไม่..
———————-
แม้จีนจะมีการจดสิทธิบัตรมากเป็นอันดับ 1 แต่เศรษฐกิจจีนกำลังเติบโตช้าลง อ่านเรื่องนี้ได้ที่
https://www.blockdit.com/articles/5c63df4bffb85c0b8da96062

ติดตามเรื่องหลากหลาย จากผู้เขียนเก่งๆ หลายท่าน ในแอป blockdit โหลดได้ที่ http://www.blockdit.com

สั่งซื้อหนังสือลงทุนแมน 9.0 ได้ที่
Lazada: https://www.lazada.co.th/products/90-i293980783-s493954943.html

Shopee: https://shopee.co.th/Longtunman-หนังสือ-ลงทุนแมน-9.0-i.116732911.1933827833
———————-

References
-https://www.wipo.int/edocs/pubdocs/en/wipo_pub_941_2018.pdf
-https://www.ificlaims.com/rankings-top-50-2018.htm
-https://www.upcounsel.com/highest-number-of-patents-by-a-company
-http://fortune.com/2019/01/07/ibm-tops-2018-patent-list-as-ai-and-quantum-computing-gain-prominence/
-https://www.posttoday.com/world/572944
-http://www.guinnessworldrecords.com/world-records/most-patents-held-by-a-person
-https://tradingeconomics.com/
-https://finance.yahoo.com/

Comments

comments