ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรในปี 2019

ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรในปี 2019

<ผู้สนับสนุน>
ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรในปี 2019 / โดย ลงทุนแมน

“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง”

เป็นปรัชญายอดนิยมจากตำราพิชัยสงครามของซุนวู
ซึ่งถ้าเรานำมาเปรียบกับการลงทุน
ก็เหมือนกับว่า การรู้ทิศทางของเศรษฐกิจ
จะเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการลงทุนของเราได้

เรื่องนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ในปีที่ผ่านมาคงต้องยอมรับว่า มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศไทยเกิดขึ้นมากมาย

ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ และกลายเป็นบทสรุปทิศทางต่อไปของประเทศไทยในงานสัมมนา KRUNGSRI EXCLUSIVE Economic and Investment Outlook 2019

KRUNGSRI EXCLUSIVE

สำหรับเศรษฐกิจของประเทศไทยคาดว่าจะมีการขยายตัวที่อัตรา 3-4%

โดยปีนี้คาดว่าการลงทุนในภาคเอกชนน่าจะมีการขยายตัวได้ดีตามภาครัฐที่มีการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณหนี้เสียทั้งหมดอยู่ในระดับคงตัว

อย่างไรก็ตามภาคการเกษตรก็ยังคงอยู่ในสภาวะน่าเป็นห่วง
เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดมีราคาที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปาล์มและยาง ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรโดยเฉลี่ยแล้วจะยังไม่ดี

สำหรับเรื่องของการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI)

ในช่วง 9 เดือนแรกของปีที่แล้วพบว่า ประเทศไทยมีการลงทุนจากต่างประเทศ เพิ่มขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปี 2017 โดยการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์, เคมีภัณฑ์, อาหาร และยานยนต์

หลังจากที่เราดูภาพรวมของประเทศไทยกันไปแล้ว
ทีนี้มาดูถึงปัจจัยสำคัญต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยกันบ้าง

สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา
ผลกระทบของสงครามการค้าต่อประเทศไทยสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 แบบคือ

แบบที่หนึ่ง ธุรกิจที่อยู่ในซัพพลายเชนของจีน โดยจีนนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งวัตถุดิบจากไทยไปประกอบเพื่อส่งออกไปสหรัฐอเมริกา เมื่อจีนส่งออกไปไม่ได้ สินค้าเหล่านี้ก็จะมีความต้องการน้อยลง

แบบที่สอง สินค้าทดแทน กรณีสหรัฐอเมริกาไม่นำเข้าสินค้าจากจีนก็จะนำเข้าจากแหล่งอื่นทดแทน
ซึ่งประโยชน์ก็จะตกกับประเทศผู้ส่งออกรวมถึงไทยที่จะได้รับประโยชน์มากขึ้นด้วย

แม้ว่าจะมีทั้งได้ประโยชน์และเสียประโยชน์
แต่สุดท้ายแล้วดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบในด้านลบกับประเทศไทยมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การส่งออกของประเทศไทยไปยังอาเซียน และอินเดียก็ยังคงมีการขยายตัวต่อเนื่อง
ซึ่งคาดว่าน่าจะพอชดเชยผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่าง จีนและสหรัฐอเมริกาได้

นอกจากเรื่องของสงครามการค้าแล้ว
สิ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ก็คือกระแส “ทรานส์ฟอร์เมชั่น”

จากการที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดธุรกิจแบบใหม่ที่เข้ามาแทนที่ธุรกิจเดิม

ส่งผลให้บริษัทจำนวนมากพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่ธุรกิจจะต้องล้มหายไป
หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า ทรานส์ฟอร์เมชั่น นั่นเอง

สำหรับในประเทศไทยแล้ว การทรานส์ฟอร์เมชั่นยังเกิดขึ้นแค่บางอุตสาหกรรม

เรื่องนี้จึงกลายเป็นปัญหาสำคัญ
เพราะไม่มีใครรู้ว่าอีก 30 ปีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และธุรกิจจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน

จากปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้เองทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า
เศรษฐกิจโลกตอนนี้อยู่ในช่วงไหนกันแน่ แล้วจะเกิดวิกฤตหรือไม่?

เจพี มอร์แกน ได้ให้ความเห็นว่าเราอาจจะกำลังอยู่ในช่วงปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ

จีนเริ่มมีการเติบโตที่ชะลอตัวลงจากแต่ก่อนที่เติบโต 7% มาตลอดกลับลดลงมาเหลือ 6%
ในขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากำลังชะลอตัวลง

สำหรับคำแนะนำในการลงทุน เจพี มอร์แกนบอกว่า สินทรัพย์ปลอดภัยมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาล

นอกจากนี้ ควรกระจายความเสี่ยงในสัดส่วนที่เหมาะสมไปในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เช่น หุ้นสหรัฐอเมริกา และ หุ้นในตลาดเกิดใหม่ ส่วนหุ้นกู้ เน้นไปที่ High Yield Bonds อายุ 6-9 เดือน

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเราจะเห็นว่างานสัมมนา KRUNGSRI EXCLUSIVE Economic and Investment Outlook 2019 ได้ให้มุมมองทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์กับเรามากเลยทีเดียว

KRUNGSRI EXCLUSIVE

KRUNGSRI EXCLUSIVE

KRUNGSRI EXCLUSIVE

KRUNGSRI EXCLUSIVE

แล้วเราจะเข้าร่วมงานสัมมนานี้ได้อย่างไร?

สำหรับ “KRUNGSRI EXCLUSIVE Economic and Investment Outlook 2019” ได้จัดขึ้นสำหรับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟเท่านั้น เพื่อแนะนำการลงทุน และบริหารพอร์ตอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

พร้อมแนวโน้มสำหรับการเตรียมความพร้อมในสถานการณ์เศรษฐกิจของโลก และของไทยในปัจจุบัน
ด้วยความเป็นผู้นำในด้าน Advisory Expertise

โดยสิทธิประโยชน์นี้เป็นเพียงแค่หนึ่งในเอกสิทธิ์ความพิเศษอีกมากมาย เพื่อลูกค้า กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ เท่านั้น..

สนใจบริการ กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ โทร. 0 2296 5566 จันทร์-ศุกร์ 8.30-17.30 น. LINE: @krungsriexclusive

Comments

comments