ญี่ปุ่น ประเทศที่มีหนี้มากสุดในโลก

ญี่ปุ่น ประเทศที่มีหนี้มากสุดในโลก

ญี่ปุ่น ประเทศที่มีหนี้มากสุดในโลก / โดย ลงทุนแมน

หากพูดถึงประเทศที่เป็นหนี้

หลายคนอาจจะนึกถึง กรีซ ที่มีปัญหาการกู้หนี้ยืมสิน จนไม่สามารถใช้คืนได้ และสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินโลก

แต่ทราบหรือไม่ว่า ประเทศที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะมากที่สุด กลับเป็นประเทศขนาดใหญ่อย่าง “ญี่ปุ่น” ซึ่งมีมูลค่ามากถึง 253% ของ GDP

เรื่องราวนี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

หนี้สาธารณะ คือ หนี้สินที่รัฐบาลหรือองค์กรภาครัฐ เป็นผู้กู้ยืม ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนี้ของประเทศ

โดยปกติ รัฐบาล จะมีรายได้จากการเก็บภาษี แต่ถ้าหากมีแผนใช้จ่ายมากกว่า ก็ต้องดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล และออกพันธบัตรเพื่อกู้ยืมเงิน มาชดเชยส่วนต่างดังกล่าว

มีหลายประเทศที่ใช้งบประมาณแบบขาดดุล ซึ่งหากบริหารจัดการสภาพคล่อง และสัดส่วนหนี้ให้เหมาะสม ก็จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาประเทศได้

แต่หากใช้จ่ายเกินตัว ก็จะกลายเป็นการก่อหนี้ ที่นำมาซึ่งความเสี่ยงทางการเงิน

ประเทศที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงที่สุด
อันดับ 5 โปรตุเกส 126%
อันดับ 4 อิตาลี 132%
อันดับ 3 เลบานอน 149%
อันดับ 2 กรีซ 179%
อันดับ 1 ญี่ปุ่น 253%

เศรษฐกิจญี่ปุ่น มีมูลค่า 152 ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก สหรัฐอเมริกาและจีน

แต่ประเทศกลับมีหนี้สาธารณะ 253% ของ GDP หรือราว 385 ล้านล้านบาท ซึ่งเท่ากับมูลค่า GDP จีนทั้งประเทศ และสูงกว่าเศรษฐกิจไทยถึง 27 เท่า

ตอนนี้ ญี่ปุ่นมีประชากร 127 ล้านคน เท่ากับว่า หากเราเกิดมาในประเทศนี้ เราจะเป็นหนี้ทางอ้อมทันที 3 ล้านบาท

เพราะอะไร ญี่ปุ่น ถึงมีหนี้สาธารณะมาก?

ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่นฟื้นตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปี 1980

ในเวลานั้นทั้งดัชนีตลาดหุ้น และราคาอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นพุ่งทะยานถึงขีดสุด

แต่สุดท้ายฟองสบู่ลูกใหญ่ที่สะสมมานาน ก็แตกลงตั้งแต่ปี 1989

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงต้องใช้นโยบายแบบขาดดุล กู้เงินเพื่ออัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งลงทุนในสาธารณูปโภคต่างๆ ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

ซึ่งปัจจุบันนี้ส่งผลให้หนี้สาธารณะของญี่ปุ่นสูงขึ้นเรื่อยมา

สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของญี่ปุ่น
ปี 1987 อยู่ที่ 73%
ปี 1997 อยู่ที่ 101%
ปี 2007 อยู่ที่ 183%
ปี 2017 อยู่ที่ 253%

ทำให้ปัจจุบันญี่ปุ่นมีหนี้สะสม จนสูงกว่าภาษีที่เก็บได้ถึง 15 เท่า

แล้วถ้าหนี้มีมากขนาดนี้ จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายดอกเบี้ย?

คำตอบก็คือ ดอกเบี้ยในการกู้ยืมเงินของประเทศญี่ปุ่นต่ำมาก

ปกติแล้ว ผู้ลงทุนมักต้องการผลตอบแทนสูง จากลูกหนี้ที่มีหนี้เยอะ เพราะมีความเสี่ยงทางการเงินสูง

แต่ในกรณีของญี่ปุ่นกลับตรงกันข้าม
ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ลดดอกเบี้ย มาสู่ระดับใกล้ศูนย์ โดยปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ -0.1%

ที่สามารถทำได้ก็เพราะ เจ้าหนี้ส่วนใหญ่ เป็นนักลงทุนในประเทศญี่ปุ่นเอง กองทุนประกันสังคม บำนาญ และประกันต่างๆ เลือกที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตร

เรื่องนี้จึงทำให้ญี่ปุ่นไม่มีความเสี่ยงเรื่องเงินทุนไหลออก และสามารถคงดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำได้

สัดส่วนผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น
43% ธนาคารกลางญี่ปุ่น
17% ธนาคารในประเทศ
26% กองทุนประกันสังคม บำนาญ และประกันต่างๆ
12% สถาบันต่างประเทศ
1% รายย่อย

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของญี่ปุ่นอยู่กับที่มานาน ในขณะที่รัฐบาลมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

มีการประเมินว่า ภายใน 20 ปีข้างหน้า ต่อให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับนี้ แนวโน้มรายได้จากภาษี ก็จะไม่เพียงพอต่อการจ่ายดอกเบี้ยที่กู้ยืมมา

จึงทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต

สิ่งที่ญี่ปุ่นต้องทำก็คือ ทำให้เศรษฐกิจเติบโตสูงขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ภาษีมาใช้คืนหนี้ และลดรายจ่าย เพื่อจำกัดการกู้ยืม

แต่มาตรการกระตุ้นต่างๆ ใช้ไม่ได้ผลกับญี่ปุ่น แม้ว่ารัฐบาลจะกู้ยืมมาลงทุนตลอด แต่ GDP ญี่ปุ่น กลับยังมีมูลค่าอยู่ในระดับเดียวกันกับเมื่อ 30 ปีที่แล้ว จนเรียกกันว่า 3 ทศวรรษที่หายไป

อีกประเด็นที่สำคัญ ญี่ปุ่นได้เข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี 1970 ปัจจุบันมีประชากรที่อายุ 65 ขึ้นไป สูงถึง 28% ทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง

อีกทั้งการลดรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชน ย่อมส่งผลต่อความนิยมของรัฐบาลโดยตรง

ซึ่งดูเหมือนว่าทางออกล่าสุด ญี่ปุ่นกำลังจะเน้นเรื่องการท่องเที่ยว ให้คนต่างชาติมาเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ

ญี่ปุ่นถือเป็นตัวอย่าง ที่เราควรศึกษา

เพราะประเทศไทยเอง ก็กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ

และญี่ปุ่น อาจจะเป็นภาพอนาคตของเรา ที่เรากำลังเดินไปสู่ทางนั้น

แต่สิ่งที่อาจจะต่างกันก็คือ
โดยเฉลี่ยแล้ว คนญี่ปุ่นมีรายได้ 1.2 ล้านบาทต่อปี มาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว
หรือเรียกได้ว่า รวยก่อนแก่

แต่สำหรับคนไทยมีรายได้เพียง 2 แสนบาทต่อปี
หรือเรียกได้ว่า
จะแก่แล้ว แต่ยังไม่รวยเสียที..
———————-
อ่านเรื่อง Soft Power กำลังทำให้ญี่ปุ่นเปลี่ยนไป ได้ที่
https://www.blockdit.com/articles/5c77cfc8f456b047702c3a85

ติดตามเรื่องหลากหลาย จากผู้เขียนเก่งๆ หลายท่าน ในแอป blockdit โหลดได้ที่ http://www.blockdit.com

สั่งซื้อหนังสือลงทุนแมน 9.0 ได้ที่
Lazada กดรับ voucher ลด 20% (มีจำนวนจำกัด): https://www.lazada.co.th/products/90-i293980783-s493954943.html

Shopee: https://shopee.co.th/Longtunman-หนังสือ-ลงทุนแมน-9.0-i.116732911.1933827833
———————-

References
-https://tradingeconomics.com/japan/indicators
-https://www.forbes.com/sites/peterpham/2017/12/11/when-will-japans-debt-crisis-implode/#1d62c8304c6d
-https://www.mof.go.jp/english/jgbs/publication/newsletter/jgb2019_02e.pdf
-https://en.wikipedia.org/wiki/Demographics_of_Japan
-http://www.worldometers.info/world-population/japan-population/

Comments

comments