สงครามการค้ารอบใหม่ คราวนี้เป็น อินเดีย-สหรัฐ

สงครามการค้ารอบใหม่ คราวนี้เป็น อินเดีย-สหรัฐ

สงครามการค้ารอบใหม่ คราวนี้เป็น อินเดีย-สหรัฐ / โดย ลงทุนแมน

สงครามการค้าที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนหนึ่งเกิดมาจากนโยบายช่วงที่ประธานาธิบดี Donald Trump ได้หาเสียงไว้
ที่ชื่อว่า “America First” หรือ อเมริกาต้องมาก่อน
ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ

โดยเฉพาะในด้านนโยบายต่างประเทศ ที่จะมุ่งเน้นการใช้สงครามการค้ากับประเทศที่เกินดุลการค้าจำนวนมากกับสหรัฐอเมริกา

จึงไม่แปลกที่ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศจีนและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สหรัฐอเมริกาขาดดุลการค้ารวมกันมากถึง 17 ล้านล้านบาท จึงเป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ ของสงครามในครั้งนี้

โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2018 และยังเป็นประเทศที่มีมูลค่า GDP ใหญ่ที่สุด 2 ประเทศในโลก

โดยสหรัฐอเมริกามีขนาด GDP เท่ากับ 646 ล้านล้านบาท ขณะที่จีนมีขนาด GDP เท่ากับ 424 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมขนาด GDP ของทั้ง 2 ประเทศจะเท่ากับ 1,070 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 40% ของ GDP ทั้งโลก

แต่ขณะนี้ สหรัฐอเมริกา กำลังจะสร้างสงครามการค้ารอบใหม่
ซึ่งในครั้งนี้ คู่กรณีคือ อินเดีย.. ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับที่ 6 ของโลก

แล้วทำไมสหรัฐอเมริกาถึงมีปัญหากับอินเดีย ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ก่อนอื่น เราไปทำความรู้จัก เศรษฐกิจของอินเดียกันก่อน

ปัจจุบัน อินเดียมีขนาด GDP เท่ากับ 85 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 3% ของมูลค่า GDP ทั้งโลก

ในปัจจุบัน แม้สัดส่วนขนาด GDP ของอินเดียจะไม่สูง เมื่อเทียบกับ GDP ทั้งโลก

แต่อนาคต สัดส่วนดังกล่าวจะมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากอินเดียนับเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

โดยในช่วงระหว่างปี 2000 – 2017 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยอยู่ที่ 7.3% และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จนทำให้นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า ในปี 2030 ขนาด GDP ของอินเดียจะเท่ากับ 1,458 ล้านล้านบาท ขึ้นมาเป็นลำดับ 2 ของโลกต่อจากจีน และแซงหน้าสหรัฐอเมริกาที่จะมีขนาด GDP ที่ 977 ล้านล้านบาท

ที่ผ่านมา เศรษฐกิจของทั้งอินเดียและสหรัฐอเมริกาต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน

ในช่วงระหว่างปี 2005 – 2017 มูลค่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศนี้ เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า จนแตะระดับ 4 ล้านล้านบาท โดยสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่สุดลำดับที่ 2 ขณะที่เป็นตลาดนำเข้าที่ใหญ่สุดลำดับที่ 3 ของอินเดีย

ในปี 2017 สหรัฐอเมริกาขาดดุลการค้ากับอินเดียประมาณ 850,000 ล้านบาท จนทำให้สหรัฐอเมริกากล่าวหาอินเดียว่า ใช้นโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสหรัฐอเมริกา

พอเรื่องเป็นแบบนี้ เมื่อตอนที่สหรัฐอเมริกาเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอะลูมิเนียม 10% อินเดียก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวด้วย

รัฐบาลอินเดียจึงได้ขอเจรจากับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เพื่อขอรับสิทธิจากการละเว้นภาษีดังกล่าว

แต่สหรัฐอเมริกากลับตอบปฏิเสธ ทำให้รัฐบาลอินเดียตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกาบางชนิด

ขณะที่เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2019 ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ประกาศที่จะยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้ากับอินเดีย เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาไม่พอใจที่บริษัทภายในประเทศไม่สามารถทำธุรกิจในอินเดียได้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามทางการค้า

ซึ่งในปี 2017 อินเดียเป็นประเทศที่ได้รับการยกเว้นภาษีจากสหรัฐอเมริกามากที่สุดในโลก โดยมีมูลค่ากว่า 180,000 ล้านบาท

เรื่องนี้ชวนให้ติดตามกันต่อไปว่า แล้วอินเดียจะตอบโต้สหรัฐอเมริกาอย่างไร

แต่ดูจากเรื่องราวสงครามการค้าที่ผ่านมา ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับสหรัฐอเมริกากำลังมีมากขึ้นทุกวัน..
———————-
อ่านเรื่อง สงครามการค้าครั้งแรกที่เป็นผลพวงจากนโยบาย America First เพิ่มเติม ได้ที่
https://www.blockdit.com/articles/5bc5a8959f9a4209550fbd41

ติดตามเรื่องหลากหลาย จากผู้เขียนเก่งๆ หลายท่าน ในแอป blockdit โหลดได้ที่ http://www.blockdit.com

สั่งซื้อหนังสือลงทุนแมน 9.0 ได้ที่
Lazada: https://www.lazada.co.th/products/90-i293980783-s493954943.html

Shopee: https://shopee.co.th/Longtunman-หนังสือ-ลงทุนแมน-9.0-i.116732911.1933827833
———————-

References
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_GDP_(nominal)
-https://en.wikipedia.org/wiki/Economy_of_India
-https://qz.com/india/1518708/indias-gdp-to-overtake-uss-by-2030-says-standard-chartered/
-https://fas.org/sgp/crs/row/IF10384.pdf
– https://en.wikipedia.org/wiki/America_First_(policy)
-https://edition.cnn.com/2019/03/05/economy/india-us-trade/index.html

Comments

comments